เหวยเหนียงตื่นเต้นอย่างมากนางก็เลยคะยั้นคะยอให้ผิงหลางพามาดูอาการซูเยี่ยนที่ห้องขององค์ชายหกั้แ่เช้า
“เ้าคิดถึงเรามากถึงขนาดอยากเห็นหน้าเราั้แ่เช้าเชียวหรือ” องค์ชายหกทรงทักหลังจากเปิดประตูห้องมาเห็นผิงหลาง
“เปล่าเพคะ หม่อมฉันแค่พาเหวยเหนียงมาพบซูเยี่ยนเท่านั้นเอง”ผิงหลางกล่าว
“เขาลงไปรอเราที่หน้าโรงเตี๊ยมแล้ว”องค์ชายหกตรัส
“เขาหายเป็ปกติแล้วใช่มั้ยเพคะ”เหวยเหนียงอยากรู้
“ใช่แล้วล่ะ” องค์ชายหกทรงแอบสงสารเหวยเหนียงพระองค์ทรงทราบดีว่านางเป็ห่วงซูเยี่ยนมากแค่ไหน
เหวยเหนียงดีใจมาก นางก็เลยรีบลงไปด้านล่างของโรงเตี๊ยมแล้วรีบวิ่งไปดูซูเยี่ยนที่กำลังจัดเตรียมรถม้าให้องค์ชายหก
เหวยเหนียงเห็นซูเยี่ยนยืนหันหลังให้นางก็เลยเรียกเขา “ซูเยี่ยน!”
ท่านอดีตแม่ทัพหันกลับมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กน้อยซูเยี่ยนอีกต่อไปแล้ว
“เ้าหายดีแล้วอย่างนั้นหรือ”เหวยเหนียงหุบยิ้มหลังจากสังเกตเห็นบุคลิกของฝ่ายชายที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“ข้าไม่ได้ป่วยเป็อะไรนี่ข้าแค่เลอะเลือนไปชั่วขณะเท่านั้นเอง ว่าแต่ องค์ชายหกตรัสว่าพวกเราแต่งงานกันแล้วเป็ความจริงอย่างนั้นหรือ” ซูเยี่ยนแสร้งทำเป็ถามคาดคั้น
“ใช่! พวกเราแต่งงานกันแล้วแต่ว่า…” เหวยเหนียงกำลังจะพูดต่อแต่ฝ่ายชายพูดแทรก
“เ้ากล้าดียังไงจึงถือโอกาสใช้เวลา่ที่ข้าป่วยมาหลอกให้แม่ข้างมงายเชื่อเื่ดวงชะตาแถมกล้าจับข้ามาเป็สามีของเ้าอีก” ซูเยี่ยนแกล้งกล่าวโทษ
“ในเมื่อความทรงจำของเ้าก็ฟื้นคืนมาแล้วงั้นพวกเราก็หย่ากันเถอะ” เหวยเหนียงจำต้องตัดขาดเมื่อเห็นฝ่ายชายแสดงทีท่ารังเกียจนาง
“ดีเหมือนกันข้าอยากเป็อิสระเสียที เขียนใบหย่าที่นี่แหละไม่เช่นนั้นท่านแม่ของข้าคงจะขัดขวางไม่ให้พวกเราหย่ากัน” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างไม่ใยดีทั้งๆที่ไม่อยากทำ
“ไปที่ห้องผิงหลางก็แล้วกันเ้าขึ้นไปรอข้าที่ห้องนั้นก่อน ข้าจะไปขอหมึก พู่กัน และกระดาษจากเสี่ยวเอ้อมาให้”เหวยเหนียงกล่าวจัดแจง
“เร็วๆ หน่อย ข้าอยากรีบกลับบ้าน”ซูเยี่ยนพูดห้วนๆ
ซูเยี่ยนเดินกลับขึ้นไปที่ห้องของผิงหลางโดยไม่หันกลับมามองฝ่ายหญิงอีกเลย
ผิงหลางที่ได้ยินได้ฟังนางรีบเดินไปหาเหวยเหนียงและกล่าวว่า “ทำไมเ้าไม่อธิบายบางทีท่านอดีตแม่ทัพอาจเห็นใจเ้าก็เป็ได้”
“ไม่มีประโยชน์หรอกคนไม่ได้รักกัน ยื้อไปก็เท่านั้น อยู่ด้วยกันไป รังแต่จะทำร้ายจิตใจกันไปเปล่าๆ”เหวยเหนียงกล่าวอย่างปลงๆ
“เอาเถอะ หวังว่าสักวันหนึ่งซูเยี่ยนจะจดจำเ้าได้นะ”ผิงหลางกล่าว
“ข้าขอตัวก่อนนะ” เหวยเหนียงกล่าวเสียงเศร้า
เหวยเหนียงทำใจไว้แล้วก็จริงแต่นางคาดไม่ถึงว่าฝ่ายชายจะรังเกียจนางมากถึงขนาดนี้ ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆก่อตัวอย่างช้าๆ แล้วมันกำลังจะแน่นแฟ้นอยู่แล้วเชียว แต่แล้วกลับขาดสะบั้นเพียงชั่วพริบตาเมื่อซูเยี่ยนหายกลับมาเป็ปกติ
องค์ชายหกเสด็จออกมาจากโรงเตี๊ยมและเห็นผิงหลางรออยู่ที่รถม้าโดยลำพังพระองค์จึงรีบเสด็จไปหานาง
“อ้าวแล้วซูเยี่ยนและเหวยเหนียงล่ะ” องค์ชายหกทรงสงสัย
“พวกเขากำลังจะเขียนหนังสือหย่ากันเพคะ”ผิงหลางกล่าว
“แล้วทำไมเ้าถึงไม่ห้ามพวกเขาล่ะ”องค์ชายหกทรงสงสัยอีก
“หากหม่อมฉันห้ามแล้วพวกเขาจะฟังหม่อมฉันหรือเพคะ” ผิงหลางเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะห้าม
“นั่นสิในเมื่อมันเป็เื่ภายในครอบครัวนี่” องค์ชายหกตรัส
“พระองค์จะเสด็จไปที่ไหนงั้นหรือเพคะ”ผิงหลางสงสัย
“เราอยากท่องเที่ยวน่ะ” องค์ชายหกตรัสสั้นๆ
“ทรงมีกะจิตกะใจท่องเที่ยวสำราญได้อีกหรือแล้วพระองค์ทรงไม่ห่วงปวงชนบ้างเลยงั้นหรือเพคะ” ผิงหลางสงสัย
“เดี๋ยวท่านหยางสือก็สามารถรวบรวมคนและหาผู้นำได้เองนั่นแหละว่าแต่เ้าจะไปกับเราด้วยหรือไม่” องค์ชายหกทรงแกล้งชวน
“หม่อมฉันตัดสินใจแล้วว่าจะช่วยท่านหยางสือเพคะในเมื่อพวกเราต่างอุดมการณ์กัน ก็แยกกันตรงนี้เถิดเพคะ” ผิงหลางรู้สึกผิดหวังในตัวฝ่ายชาย
“รักษาตัวด้วย เราไปล่ะ” องค์ชายหกทรงนั่งรถม้าโดยมีชายหนุ่มรับจ้างคอยบังคับม้าให้และเสด็จจากไปทันที พระองค์ทรงดำริว่า “เรามองคนไม่ผิดจริงๆพวกเราต่างมีอุดมการณ์เหมือนกัน แต่เราจำเป็ต้องแยกทางกับเ้าเพื่อความปลอดภัยของเ้าเอง เราจากไปครั้งนี้เราจะไปรวบรวมผู้ที่ภักดีต่อเสด็จพ่อและผู้ที่้าปฏิรูปการปกครองเสียใหม่ให้สำเร็จให้จงได้”
ผิงหลางที่กำลังเข้าใจผิดคิดว่าองค์ชายหกทรงไม่สนพระทัยแคว้นฉินและทรงใฝ่การหาความสุขสำราญไปวันๆนางเฝ้ามองดูรถม้าของพระองค์จากไปด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
ณ ห้องพักของผิงหลาง
เหวยเหนียงที่เขียนหนังสือหย่าเสร็จแล้วนางรีบส่งให้อดีตสามีทันที
“เอาล่ะพวกเราถือว่าเป็อิสระต่อกันแล้ว หวังว่าเ้าจะไม่ไปเหยียบบ้านของข้าอีก” ซูเยี่ยนกล่าว
“ในเมื่อเ้าบ้านรังเกียจข้ามากขนาดนี้ข้าคงไม่กล้าไปเหยียบหรอก ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย ข้าไปล่ะ” เหวยเหนียงกล่าวด้วยความโมโห
เหวยเหนียงรีบเปิดประตูแล้วเดินออกมานางแอบปาดน้ำตา และคิดในใจว่า “ทำไมตอนเขาความจำเสื่อมและกลายเป็เด็กเขาดูน่ารักมาก แต่พอเขาเป็ปกติทำไมถึงดูใจจืดใจดำ เขานี่ช่างเ็าไร้ใจจริงๆ”
ซูเยี่ยนอยากจะเดินเข้าไปกอดและรั้งนางไว้แต่เขาก็ต้องหักห้ามใจให้ถึงที่สุดและปล่อยให้อดีตฮูหยินเดินจากไปแบบนั้น
ผิงหลางจึงพาเหวยเหนียงกลับไปพักที่บ้านของผิงหลางในเมืองหลวงในขณะที่ซูเยี่ยนก็เดินทางกลับบ้านอย่างสง่าผ่าเผยสมกับที่เคยเป็แม่ทัพมาก่อน
******************************
ณ บ้านของซูเยี่ยน
“กลับมาแล้วหรือลูก” ท่านแม่กล่าวเมื่อเห็นลูกชาย
“ท่านแม่ขอรับข้าหายเป็ปกติแล้ว” ซูเยี่ยนกล่าวด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม
“เป็ความจริงอย่างนั้นหรือลูกจดจำอดีตได้ทั้งหมดแล้วใช่มั้ย” ท่านแม่กล่าวด้วยดีใจ
“ขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนพยักหน้า
ท่านแม่เดินไปกอดลูกชายด้วยความดีใจอย่างมากในขณะที่ซูหลินกลับเปลี่ยนท่าทีไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวพี่ชายในมาดเคร่งขรึมดุดัน
“เหวยเหนียงล่ะนางต้องดีใจมากแน่” ท่านแม่กล่าวถึงสะใภ้
“พวกเราหย่ากันแล้วขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว
“อะไรนะ! พวกเ้าหย่ากันได้ยังไงทำไมไม่ปรึกษาแม่ก่อน เหวยเหนียงเป็สะใภ้ที่ดีในชาตินี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปหาสะใภ้ที่ดีอย่างนางได้ที่ไหนอีก” ท่านแม่ผลักลูกชายด้วยความโกรธที่ลูกชายตัดสินใจหุนหันพลันแล่นเช่นนี้
“แต่ลูกไม่ได้รักนางนะขอรับ”ซูเยี่ยนแสร้งพูด
“แล้วยังไง! เ้าจะแต่งงานกับปิงปิงคนที่เ้ารักอย่างนั้นหรือ แต่เสียใจด้วยนะปิงปิงกลายเป็พระสนมของฝ่าาไปแล้ว ตอนพวกเราตกต่ำนางเป็ฝ่ายทอดทิ้งพวกเราอย่างไม่ใยดี” ท่านแม่กล่าวด้วยความเจ็บใจแต่นางก็แอบดีใจที่นางได้เห็นธาตุแท้ของปิงปิงเสียก่อน
“อะไรนะท่านแม่! ปิงปิงกลายเป็พระสนมไปแล้ว” ซูเยี่ยนแสร้งทำเป็ใทั้งๆ ที่เขารู้ความจริงหมดทุกอย่าง
“เอาสะใภ้แม่คืนมาแม่้าเหวยเหนียง” ท่านแม่กล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“ท่านจะให้นางต้องมาทุกข์ทรมานอยู่กับคนที่ไม่ได้รักนางอย่างนั้นหรือขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างใจเย็น
“เ้าลองอยู่กับนางก่อนสิต่อไปลูกจะรักนางเอง” ตัวท่านแม่เองยังเปลี่ยนใจไปรักและเอ็นดูเหวยเหนียงได้ยังไงลูกชายก็คงต้องใจอ่อนยอมรับนางเข้าสักวัน
“ปล่อยนางไปเถิดขอรับ ตอนนี้ครอบครัวพวกเราอาจเกิดภัยได้ทุกเมื่อลูกมีคดีติดตัวต้องโทษหนีทัพลูกอยากให้ท่านแม่และซูหลินหนีไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยเสียก่อน” ซูเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เฮ้อ!ครอบครัวพวกเราก็ตกต่ำจนถึงขีดสุดแล้วฝ่าายังทรงเอาผิดเ้าเื่นี้อีกอย่างนั้นหรือ” ท่านแม่ถอนหายใจ
“งั้นลูกจะไปเตรียมรถม้าท่านแม่กับซูหลินรีบเก็บของเถิดขอรับ” ซูเยี่ยนต้องรีบพาครอบครัวหนีไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยก่อน
แต่ยังไม่ทันที่จะได้เก็บของ อยู่ดีๆทหารองครักษ์ในวังก็บุกเข้ามาในบ้านของซูเยี่ยน
“ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้อดีตท่านแม่ทัพและครอบครัวเข้าเฝ้าเป็การด่วน”ทหารองครักษ์รายงาน
ซูเยี่ยนคิดในใจว่า “มันเร็วขนาดนี้เลยงั้นหรือใช่สิ ตอนนี้ข้าไม่มียันต์บดบังแล้วยังไงฮองเฮาก็ทรงสามารถทำนายได้อยู่ดีว่าข้าไม่ได้ป่วยอีกต่อไปแล้ว”
ตอนนี้ซูเยี่ยนและครอบครัวถูกคุมตัวเข้าไปในวังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าฝ่าา
******************************
ณ ที่ประทับของฝ่าา
ซูเยี่ยนท่านแม่และน้องสาวต่างพากันคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าา
“ฮองเฮาบอกเราว่าเ้าหายดีแล้วเป็ความจริงอย่างนั้นหรือ” ฝ่าาทรงสงสัย
“ท่านหมอเทวดารักษาให้กระหม่อมตอนนี้กระหม่อมหายดีแล้วพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“งั้น ก็เตรียมรับโทษที่เ้ากล้าหนีทัพในครานั้นได้แล้วน่ะสิ”ฝ่าาตรัสอ้าง
“กระหม่อมไม่ได้หนีทัพะย่ะค่ะกระหม่อมถูกมารจันทน์ผาลักพาตัวไปต่างหาก” ซูเยี่ยนพยายามแก้ตัว
“มันเป็เพียงคำแก้ตัวของเ้าเ้าไร้ซึ่งพยานยืนยัน ยังไงเราคงต้องเอาผิดเ้า” ฝ่าาตรัส
“ทรงประทานอภัยให้ลูกชายของหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะเขาเป็แม่ทัพที่กล้าหาญ เขาไม่มีทางหนีทัพเป็แน่” ท่านแม่ทูลช่วย
ฝ่าาทรงทอดพระเนตรไปที่ซูหลิน สาวน้อยวัย 17 ปีตอนนี้พระองค์ทรงถูกพระทัยในความงามของนาง แล้วก็ตรัสว่า “ที่ผ่านมาเราจะไม่เอาผิดเ้าก็ได้แต่จงให้ซูหลินเป็สนมของเราเป็การไถ่โทษก็แล้วกัน”
“ไม่ได้นะเพคะหม่อมฉันไม่อยากเป็พระสนมเพคะ” ซูหลินกล่าวอย่างลืมตัว
“หรือว่าเ้าอยากให้ครอบครัวของเ้าต้องโทษปะากันล่ะ”ฝ่าาตรัสขู่
“ทรงอภัยให้นางด้วยเถิดเพคะนางยังเด็กมากนัก อย่าให้นางเข้าวังเลย ได้โปรดทรงพิจารณาดูใหม่เถิดนะเพคะ”ท่านแม่ช่วยพูด
“หม่อมฉันไม่คู่ควรกับพระองค์เป็เพราะ เป็เพราะ เอ่อ เป็เพราะว่าหม่อมฉันได้เสียกับชายอื่นไปแล้วเพคะ”ซูหลินยอมกล่าวเท็จ
“อะไรนะ!” ท่านแม่และพี่ชายกล่าวพร้อมกัน
“เ้าได้เสียกับใครกัน” ท่านแม่สงสัย
“ท่านหยางสือเพคะ” ซูหลินนึกใครไม่ออกจริงๆ
“เ้านิยมชมชอบคนแก่อย่างนั้นหรือตอนนี้เขาน่าจะมีอายุประมาณ 40 ปีแล้วนี่” ฝ่าาทรงแปลกพระทัย
“ใช่แล้วเพคะท่านแม่เห็นว่าเขามีอายุมากกว่าข้ามาก ท่านแม่ก็เลยกีดกันข้ากับเขามาโดยตลอดพวกเราก็เลยจำต้องลักลอบได้เสียกันเพคะ” ซูหลินแต่งเื่เอง
ซูหลินขยิบตาใส่ท่านแม่ท่านแม่ก็เลยยอมโกหกไปด้วย ก็เลยว่า “นี่เ้ากล้าลอบมีความสัมพันธ์กับท่านหยางสือเลยอย่างนั้นหรือ”
“เอาล่ะพวกเ้าค่อยไปชำระความกันที่บ้านก็แล้วกัน” ฝ่าาตรัส
“ขอประทานอภัยแทนน้องสาวของกระหม่อมด้วยเถิดพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนกล่าว
“เราจะเห็นแก่ที่บรรพบุรุษของเ้าเป็ทหารปกป้องแผ่นดินฉินมาช้านานดังนั้นเราจะแต่งตั้งให้ซูเยี่ยนเป็ทหารองครักษ์ประจำอยู่ที่ตำหนักฮองเฮาก็แล้วกัน”ฝ่าาตรัสเพราะมีพระประสงค์บางอย่าง
“เป็พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้วพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนรู้สึกดีใจที่ครอบครัวของเขาไม่ได้รับโทษปะาชีวิต
“เ้ากลับไปเตรียมตัวเถิดวันพรุ่งนี้ตอนบ่ายค่อยเข้ามาในวังก็แล้วกัน” ฝ่าาตรัสสั่ง
“งั้นพวกกระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ”ซูเหยี่ยนกล่าวพร้อมกับคารวะ
******************************
ณ บ้านของซูเยี่ยน
“โอ๊ย!ข้าเจ็บนะเ้าคะ”ซูหลินโดนท่านแม่หยิกไปที่ไหล่
“เ้ากล้าลอบไปมีความสัมพันธ์กับหยางสือย่างนั้นหรือ”ท่านแม่กล่าว
“เปล่าเ้าค่ะข้าไม่อยากเป็พระสนม ข้าก็เลยแอบอ้างเ้าค่ะ” ซูหลินสารภาพ
“โทษของการหลอกลวงเบื้องสูงรุนแรงแค่ไหนเ้าเองก็รู้นี่” ท่านแม่กล่าวด้วยความใ
“ท่านแม่เ้าคะ อภัยให้ข้าเถิดข้าไม่อยากเป็พระสนมจริงๆ อย่าให้ข้าต้องไปอยู่อย่างทุกข์ทรมานในวังเลยนะเ้าคะเอาไว้ให้ข้าไหว้วานพี่เหวยเหนียงไปพูดเกลี้ยกล่อมให้ท่านหยางสือช่วยแกล้งแสดงเป็คนรักของข้าก็ได้”ซูหลินกล่าว
“เื่มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องทำเช่นนั้นสินะ งั้นซูเยี่ยน เ้าจงพาซูหลินไปพบเหวยเหนียงเถิด” ท่านแม่สั่ง
“ให้ซูหลินไปเองไม่ได้หรือขอรับ”ซูเยี่ยนยังไม่พร้อมไปพบอดีตฮูหยิน
“ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วค่อยไปพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน” ท่านแม่กล่าว
“ไม่ได้นะเ้าคะบางทีฝ่าาอาจทรงส่งคนมาจับตาดูข้าในวันพรุ่งนี้ก็เป็ได้” ซูหลินกังวล
“ลูกพานางไปพบเหวยเหนียงที่บ้านของผิงหลางก็ได้ขอรับ”ซูเยี่ยนใจอ่อน
“ฝากด้วยนะลูก” ท่านแม่กล่าว
ท่านแม่มองดูสองพี่น้องเดินออกนอกบ้านไปนางคิดในใจว่า “ครอบครัวของข้าคงต้องเผชิญภัยอันตรายนานัปการข้าอยากมีสะใภ้อย่างเ้าคอยอยู่เคียงข้างด้วยจริงๆ เหวยเหนียงแต่ลูกของข้ามีตาแต่ไร้แววจริงๆ ”
******************************
ซูหลินรีบวิ่งเข้าไปในบ้านของผิงหลางและวิ่งไปกอดเหวยเหนียงด้วยความคิดถึง
“ซูหลิน!เ้ามาได้อย่างไรกัน”เหวยเหนียงแปลกใจ
“ท่านต้องช่วยข้านะเ้าคะฝ่าาทรงถูกพระทัยในตัวข้า แต่ข้าไม่อยากเป็พระสนม ข้าก็เลยทูลว่าข้าเป็คนรักของท่านหยางสือและลอบไปมีความสัมพันธ์กับเขาไปแล้ว” ซูหลินรีบเล่า
“อะไรนะ!” เหวยเหนียงใ
“ข้านึกใครไม่ออกจริงๆและคิดว่าท่านหยางสือมีเมตตาจิต ยังไงเขาก็ต้องยอมช่วยข้าเ้าค่ะ” ซูหลินกล่าว
“แต่ท่านหยางสือมีงานมากมายเลยนะไม่รู้ว่าเขาจะมีเวลาแสดงละครช่วยเ้าหรือเปล่า” เหวยเหนียงแอบกังวล
“พี่เหวยเหนียงช่วยไปพูดเกลี้ยกล่อมท่านหยางสือให้ข้าจะได้หรือไม่เ้าคะ”ซูหลินใช้สายตาอ้อนวอน
“ข้าจะลองดูก็แล้วกันตอนนี้ดึกมากแล้ว พักที่นี่ก่อนดีมั้ย” เหวยเหนียงเป็ห่วงความปลอดภัยของน้องสาว
“ข้ามากับพี่ซูเยี่ยนเ้าค่ะ วันพรุ่งนี้เขาจะต้องเข้าไปในวังในฐานะทหารองครักษ์ประจำตัวของฮองเฮาเ้าค่ะ”ซูหลินเล่า
“โชคดีแล้วที่เขาไม่ได้รับโทษหนีทัพ”เหวยเหนียงรู้สึกโล่งอก
“แต่เขาทำงานอยู่ในฝ่ายในเขาคงได้ไปพบพระสนมปิงปิง ไม่รู้ว่าถ่านไฟเก่าจะคุขึ้นมาหรือเปล่านะเ้าคะ”ซูหลินกังวล
“ข้าขอพบเขาจะได้หรือไม่”เหวยเหนียงกล่าว
“ไปสิเ้าคะเขารออยู่ด้านนอกนี้เอง” ซูหลินแอบดีใจ
ซูหลินจูงมืออดีตพี่สะใภ้ออกมาจากบ้านของผิงหลางอย่างสนิทสนม
“กลับกันได้หรือยังซูหลินยุงจะหามข้าอยู่แล้วนะ” ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“เอ่อข้ามีเื่จะคุยกับท่านเป็การส่วนตัว” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าเข้าไปข้างในบ้านก่อนนะเ้าคะคุยกันเสร็จแล้วค่อยเรียกข้าออกมา” ซูหลินไม่อยากเป็ก้างขวางคอ
“มีอะไรก็ว่ามาสิ” ซูเยี่ยนกล่าวห้วนๆ
“ข้าได้ข่าวว่าท่านจะไปทำงานในวังในฐานะทหารองครักษ์ของฮองเฮางั้นหรือ”เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วยังไง” ซูเยี่ยนกล่าว
“โปรดระวังตัวด้วยทุกคนต่างรู้ว่าท่านเคยมีความสัมพันธ์กับพระสนมปิงปิงมาก่อนจงพยายามออกห่างจากพระนางให้ได้มากที่สุด มิฉะนั้นภัยจะมาถึงตัวท่านและครอบครัว”เหวยเหนียงรู้ดีว่าฝ่าาทรงไม่อาจเอาผิดท่านซูเยี่ยนเื่หนีทัพได้เพราะความจริงแล้วมีพยานเห็นท่านซูเยี่ยนถูกมารจันทน์ผาลักพาตัวเขาไปจริงๆดังนั้นฝ่าาจึงทรงวางแผนให้เขาใกล้ชิดกับพระสนมปิงปิงและจะได้ยัดเยียดข้อกล่าวหาว่าเป็ชู้กับพระนางตอนนี้เหวยเหนียงทำได้เพียงเตือนซูเยี่ยนเท่านั้น
“ข้ารู้อะไรควรอะไรไม่ควรเ้าไม่จำเป็ต้องเตือนข้าหรอก” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง
“ดีแล้ว ข้ามีเื่เพียงแค่นี้โปรดรักษาตัวด้วย ลาก่อนท่านซูเยี่ยน” เหวยเหนียงหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านของผิงหลางเพื่อไปเรียกซูหลินให้กลับบ้านพร้อมพี่ชายได้แล้ว
ซูเยี่ยนที่มองดูอดีตฮูหยินเดินเข้าไปในบ้านของผิงหลางเขาคิดในใจว่า “อภัยให้ข้าด้วยเหวยเหนียง การทำงานอยู่ในวังแบบนี้ข้าคิดว่าฝ่าาทรงกำลังหาทางกำจัดข้าอยู่เป็แน่ข้านั้นสามารถมีอันตรายได้ทุกเมื่อจึงไม่อยากดึงเ้ามาประสบเคราะห์กรรมกับข้าด้วยจงรักษาตัวให้ดีนะเหวยเหนียง”
******************************
ณ ฐานลับของท่านหยางสือ
ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย! ท่านหยางสือคิดในใจว่า “ทำไมข้าถึงจามแบบนี้นะ มีใครนินทาข้าหรือเปล่า ทำไมรู้สึกทะแม่งๆเหมือนกำลังจะมีภัยมาถึงตัวยังไงไม่รู้”