หนึ่งสัปดาห์เต็มผ่านไปในความสงบเงียบของถ้ำหลังม่านน้ำตก
ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดและการรักษาด้วยสมุนไพรที่ผสมกับโลหิตอสูรของเฟิงหลง อาการของ เฟิงเจิ้น ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของเขาเริ่มมีสีเืฝาดกลับคืนมา และเขาก็สามารถลุกขึ้นนั่งและพูดคุยได้บ้างแล้ว แม้เส้นชีพจรที่ถูกทำลายและพิษร้ายจะยังคงเป็ปัญหาใหญ่ แต่พลังชีวิตของเขาก็ถูกดึงกลับมาจากปากประตูมรณะได้สำเร็จ
ทว่าสำหรับเฟิงหลงแล้ว... นี่เป็เพียงการซื้อเวลาเท่านั้น
ทุกครั้งที่เขามองดูความอ่อนแอของบิดา เปลวไฟแห่งความแค้นและความเร่งรีบในใจของเขาก็ยิ่งลุกโชนขึ้น เขารู้ดีว่าสมุนไพรธรรมดาทำได้เพียงประคองอาการ... หนทางเดียวที่จะรักษาบิดาของเขาให้หายขาดได้ คือต้องตามหาสมุนไพริญญาในตำนานสองชนิดนั้นให้พบ!
"ท่านพ่อ ข้าต้องออกเดินทาง" ในเช้าวันที่แปด เฟิงหลงเอ่ยขึ้นหลังจากที่นำซุปสมุนไพรร้อนๆ มาให้บิดา "ข้าจะเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาแห่งนี้เพื่อตามหา 'หญ้าคืนิญญาเจ็ดดาว' ท่านโปรดพักผ่อนอยู่ที่นี่ อย่าออกไปไหนเป็อันขาด"
"หลงเอ๋อร์... จงระวังตัวด้วย" เฟิงเจิ้นกำชับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเป็ห่วง "หุบเขาโอสถแห่งนี้แม้จะเต็มไปด้วยของวิเศษ แต่ก็ย่อมต้องมีอันตรายที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะ... เหล่าสัตว์อสูริญญาที่คอยพิทักษ์สมบัติเ่าั้"
"ข้าทราบดีขอรับ" เฟิงหลงพยักหน้ารับ ดวงตาของเขาฉายแววเย็นเยียบ "และหากมีสิ่งใดกล้าขวางทางข้า... ข้าก็จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็ศิลาปูทางให้แก่ข้า"
สิ้นเสียงพูด เขาก็สวมกริช "เงาอสูรพิฆาต" ไว้ที่เอวด้านหลังอย่างแเี ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งทะยานออกจากถ้ำและหายลับไปในม่านหมอกสีขาว...
การเดินทางเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเขาโอสถนั้นราวกับได้ก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง ป่าไม้ที่นี่สูงใหญ่และหนาทึบกว่าภายนอกหลายเท่าตัว ต้นไม้โบราณบางต้นใหญ่โตจนต้องใช้คนสิบคนโอบ แสงแดดส่องลงมาได้เพียงรำไร ทำให้บรรยากาศดูครึ้มและลึกลับ อากาศเต็มไปด้วยพลังปราณฟ้าดินที่หนาแน่นจนแทบจะควบแน่นกลายเป็หยดน้ำ และกลิ่นหอมของสมุนไพริญญาก็รุนแรงขึ้นทุกย่างก้าว
เฟิงหลงเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วและเงียบงันราวกับิญญา เขาใช้ความรู้ที่ดูดกลืนมาในการแยกแยะสมุนไพรต่างๆ และหลีกเลี่ยงพืชที่มีพิษร้ายแรงได้อย่างง่ายดาย จิตััของเขาแผ่ขยายออกไปกว้างไกล คอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหว... เขาััได้ถึงสัตว์อสูรระดับต่ำหลายตัวที่ซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้ แต่พวกมันต่างหวาดกลัวในไอพลังอสูรของเขาจนไม่กล้าปรากฏตัวออกมา
หลังจากเดินทางมาได้ครึ่งค่อนวัน ในที่สุด... เขาก็ััได้!
มันคือไอพลังชีวิตที่บริสุทธิ์และหนาแน่นอย่างยิ่งยวด! พลังที่ราวกับจะสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนได้!
หัวใจของเฟิงหลงเต้นแรงขึ้น เขาเร่งฝีเท้าตามแหล่งที่มาของพลังนั้นไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาถึง полянаลับแห่งหนึ่งที่ถูกซ่อนอยู่ใจกลางป่าทึบ
ณ ใจกลาง ทุ่งหญ้า แห่งนั้น มีบ่อน้ำพุเล็กๆ ที่น้ำใสดุจคริสตัลตั้งอยู่ และข้างบ่อน้ำพุนั้น... มีต้นหญ้าต้นหนึ่งกำลังเติบโตอย่างเงียบงัน มันมีใบทั้งหมดเจ็ดใบ... และแต่ละใบนั้นก็ส่องประกายแสงสีเงินจางๆ ราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน... "หญ้าคืนิญญาเจ็ดดาว!"
เฟิงหลงมองสมบัติล้ำค่าเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ลุกโชน... นี่คือความหวังแรกในการรักษาบิดาของเขา!
แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไปจากที่ซ่อน... สัญชาตญาณอันตรายถึงชีวิตก็พลันกรีดร้องขึ้นในใจของเขาอย่างรุนแรง!
ฟุ่บ!
เงาสีขาวสายหนึ่งพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ข้างบ่อน้ำพุด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว! มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่ตัวใหญ่โตน่าเกรงขาม แต่เป็... สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง!
มันมีขนสีขาวราวกับหิมะบริสุทธิ์ ร่างกายเพรียวบางและสง่างาม แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือดวงตาของมัน... ดวงตาสีเขียวมรกตที่ส่องประกายแสงอันชาญฉลาดและเยือกเย็นราวกับเนตรหยก มันคือ "อสูรจิ้งจอกเนตรหยก!" สัตว์อสูริญญาที่ขึ้นชื่อเื่ความเร็ว, สติปัญญา, และพลังมายาที่น่ากลัว! ไอพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมันนั้นอยู่ในระดับ ปราณปฐีขั้นที่สี่!
มันคือผู้พิทักษ์ของหญ้าคืนิญญาเจ็ดดาว!
"โฮก!" อสูรจิ้งจอกคำรามขู่ ดวงตาสีมรกตของมันจ้องเขม็งมาที่เฟิงหลงอย่างไม่เป็มิตร
เฟิงหลงรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาไม่ได้ประมาทแม้แต่น้อย เขารู้ว่าการต่อสู้กับสัตว์อสูรที่ชาญฉลาดนั้นอันตรายกว่าการต่อสู้กับมนุษย์ที่โง่เขลาหลายเท่านัก
เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีโดยตรง แต่กลับใช้ "หลอมเงา" ร่างของเขาค่อยๆ เลือนหายและหลอมรวมเข้ากับเงาของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ
อสูรจิ้งจอกเนตรหยกเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ มันหันรีหันขวาง พยายามจะค้นหาศัตรูที่หายไป แต่ในตอนนั้นเอง... เฟิงหลงที่ลอบเข้ามาทางด้านหลังก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและแทงกริช "เงาอสูรพิฆาต" ออกไป!
แต่สัญชาตญาณของอสูรจิ้งจอกนั้นเฉียบคมยิ่งนัก! มันหันกลับมาและใช้กรงเล็บที่อาบไปด้วยพลังลมปราณสีเขียวตบเข้าที่กริชของเฟิงหลงอย่าง
จัง!
เคร้ง!
เฟิงหลงรู้สึกถึงแรงปะทะที่มหาศาลจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว!
อสูรจิ้งจอกไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว มันอ้าปากและปล่อยคลื่นเสียงที่มองไม่เห็นออกมา!
"มายาเสียงสะท้อน!"
เฟิงหลงรู้สึกราวกับสมองของเขาถูกค้อนั์ทุบ! ภาพเบื้องหน้าของเขาบิดเบี้ยวไป... เขากลับไปอยู่ที่ลานประลองในวันนั้นอีกครั้ง... เขามองเห็นเซียวเทียนอี้กำลังหัวเราะเยาะเขา... เขามองเห็นหลันซูเหยากำลังโยนตราหมั้นใส่หน้าเขา... ความเ็ปและความอัปยศถาโถมเข้ามาในจิตใจของเขาอีกครั้ง!
"ตื่นขึ้นมา!" เฟิงหลงคำรามในใจ เขาใช้จิตสังหารอันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าของเขาเข้าต่อต้านพลังมายานั้น! ความแค้นที่แผดเผาจิติญญาของเขาได้กลายเป็เกราะป้องกันที่ดีที่สุด!
ภาพมายาเบื้องหน้าแตกสลายไปในทันที!
อสูรจิ้งจอกเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! มันไม่เคยเจอผู้ใดที่สามารถหลุดพ้นจากพลังมายาของมันได้รวดเร็วถึงเพียงนี้!
และในชั่ววินาทีแห่งความตกตะลึงนั้นเอง... คือโอกาสของเฟิงหลง!
เขาไม่ได้โจมตีเข้าไปตรงๆ อีกต่อไป แต่กลับใช้ "มายาอสูร" สร้างร่างเงาของตนเองขึ้นมาสองร่างพุ่งเข้าโจมตีจิ้งจอกอสูรจากสองทิศทาง!
อสูรจิ้งจอกลังเลชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจโจมตีร่างเงาร่างหนึ่ง!
‘ติดกับแล้ว!’
ร่างจริงของเฟิงหลงที่ใช้ "หลอมเงา" ซ่อนตัวอยู่... ได้มาปรากฏขึ้นที่ใต้ท้องของมัน... จุดอ่อนที่ปราศจากการป้องกัน!
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย... เขารวบรวมปราณอสูรทั้งหมดในร่าง... บีบอัด... และควบแน่นมันไปที่ปลายกริช "เงาอสูรพิฆาต"!
"เข็มพิฆาติญญา!"
ชิ้ง!
กริชสีดำทมิฬแทงทะลุผ่านเกราะป้องกันพลังปราณอันเบาบางใต้ท้องของอสูรจิ้งจอกเข้าไปจนมิดด้าม! ปลายกริชที่อาบไปด้วยพลังทำลายล้างได้บดขยี้แก่นอสูรของมันจนแหลกละเอียดในพริบตา!
"กร๊าซซซซ!"
อสูรจิ้งจอกเนตรหยกกรีดร้องออกมาเป็ครั้งสุดท้ายด้วยความเ็ปและไม่เชื่อสายตา... ก่อนที่ร่างของมันจะล้มลงแน่นิ่ง... สิ้นใจในทันที
เฟิงหลงดึงกริชออกมา เืสีเขียวมรกตไหลทะลักออกมาไม่หยุด เขายืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง การต่อสู้ครั้งนี้แม้จะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ใช้พลังและสมาธิของเขาไปอย่างมหาศาล
เขามองดูร่างของอสูรจิ้งจอกด้วยแววตาที่เรียบเฉย ก่อนจะใช้กริชผ่าเอาแก่นอสูรระดับปราณปฐีขั้นที่สี่ออกมาเก็บไว้... มันคือสมบัติล้ำค่าที่จะช่วยให้เขาบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
จากนั้น เขาก็เดินไปยังบ่อน้ำพุและบรรจงเก็บ "หญ้าคืนิญญาเจ็ดดาว" ขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด เขาััได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากมัน...
รอยยิ้มที่จริงใจรอยแรก... ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาเป็ครั้งแรกในรอบหนึ่งปี...
"ท่านพ่อ... ความหวังแรก... ข้าหามันพบแล้ว"