CODE2 : ความทรงจำในวันที่อำลา ตอนที่ 9
ณ บ้านร้างหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและแสงสลัว
ชายในผ้าคลุมสีดำกลุ่มหนึ่งกำลังรุมกระทืบชายอีกคนที่นอนคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดสภาพ เสียงร้องอย่างทรมานของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังแตกๆ ของบ้านร้าง
อีกมุมหนึ่งของห้อง ดูเหมือนจะมีการประชุมลับเกิดขึ้น คนในผ้าคลุมหลายคนกำลังนั่งล้อมวงพูดคุยอย่างจริงจัง
จู่ๆ ประตูไม้ผุพังเปิดผางออก
CODE2 ปรากฏตัวขึ้นในชุดฮูดสีชมพู กระโปรงสีขาว หน้ากากเรืองแสงปรากฏบนใบหน้า ดาบในมือเธอส่องแสงสะท้อนแสงจันทร์
CODE2 น้ำเสียงเ็า “ได้เวลาลงโทษคนเลวแล้ว”
เธอเตรียมพุ่งเข้าไปแบบไม่ลังเล แต่
โชค รีบร้องขึ้น “เดี๋ยวก่อน ท่าน CODE2”
CODE2 เธอหยุดชะงัก “ท่านเหรอ”
โชคเปิดผ้าคลุมของตัวเองออก เผยใบหน้าที่เธอจำได้ดี “นี่พวกเราเอง ชัยก็อยู่ด้วย”
ชัยเปิดผ้าคลุมตามมา “ทุกคนที่นี่คือผู้ศรัทธาในตัว... ท่านเทพธิดา CODE2 ครับ”
CODE2 เสียงสูงขึ้นอย่างงุนงง “พวกแกทำบ้าอะไรของแกห๊ะ มันน่าอายมากนะ แล้วนั่น รุมกระทืบเขาทำไม”
โชครีบชี้ไปยังชายที่นอนแน่นิ่ง “เขากำลังพยายามข่มขืนผู้หญิงคนหนึ่ง เราจับมันได้คาหนังคาเขา เรารู้ว่าท่านไล่ปราบพวกเลว พวกเราศรัทธาในตัวท่าน เลยอยากช่วย”
CODE2 ถอนหายใจ “โอ้โห... ฉันล่ะปวดหัว นี่มันลัทธิบ้าอะไรของพวกเธอ”
ชัยยิ้มกว้าง “ทุกคน ทำความเคารพท่านเทพธิดา”
เหล่าสมาชิกในผ้าคลุมกว่า 20 คนหมอบกราบเธอพร้อมกัน
CODE2 ถอยกรูด “พอเถอะนะ”
โชค “ไม่ พวกเราจะช่วยท่านปราบพวกเลว”
CODE2 “ไม่ได้นะ เดี๋ยวพวกนายก็กลายเป็ฆาตกรกันหรอก”
ชัยพูดจริงจัง “ไม่มีทางครับ พวกเรามีแผนกสืบสวน พวกเราคัดกรองเป้าหมายอย่างแม่นยำ คนที่สมควรตายจริงๆ เท่านั้นถึงจะโดน ส่วนพวกผิดเล็กน้อย เราส่งให้ตำรวจครับ”
CODE2 เอามือกุมขมับ “โถ่… บอกยังไงพวกนายก็ไม่หยุดสินะ...”
โชคน้ำเสียงภาคภูมิใจ “ตอนนี้สมาชิกเรามีมากกว่าร้อยคนแล้วนะครับ”
CODE2 เบิกตาโต ยืนตัวแข็ง สีหน้าผสมระหว่างใ อับอาย และไม่รู้จะด่าคำไหนดี “หา!”
CODE2 คิดในใจ “เ้าพวกนี้... เพี้ยนไปแล้วรึไง เทพธิดาอะไรกัน บ้าบอชะมัด แต่เดี๋ยวก่อน อีกไม่นานฉันก็ต้องกลับกรุงเทพแล้วนี่นา ถ้าฝากเ้าพวกนี้ดูแลเมืองนี้แทน ก็ดูจะไม่แย่นัก อย่างน้อยถ้าพี่ฝนมีอันตรายอะไร ฉันก็สามารถสั่งให้พวกนี้ไปช่วยได้ก่อน แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
เธอกลับมาสู่ภาวะจริงจัง
CODE2 น้ำเสียงเรียบมั่น “ทุกคน ฟังฉันนะ หลังจากนี้ฉันจะกลับไปที่กรุงเทพ ฉันขอฝากพวกนายดูแลเมืองนี้ด้วยนะ”
โชคเบิกตากว้าง น้ำเสียงปนเสียดาย “เป็เกียรติมากเลยครับท่าน แต่ท่านจะกลับไปกรุงเทพจริงๆ เหรอ พวกเราต้องห่างไกลท่านขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
CODE2 “ฉันมีหน้าที่ต้องไปจัดการพวกคนเลวที่กรุงเทพต่อ ฉันไว้ใจพวกนายให้ดูแลเมืองนี้แทน ตอนที่ฉันกลับมาอีกครั้ง... ฉันอยากเห็นเมืองนี้สงบ ไม่มีอาชญากรรม เข้าใจไหม”
ทุกคนในลัทธิพร้อมเพรียงกัน “เข้าใจครับ”
CODE2 “ดีมาก โชคกับชัย ฝากเบอร์ติดต่อไว้ให้ฉันด้วยนะ ถ้าฉันมีภารกิจสำคัญ ฉันอาจจะเรียกใช้งานพวกนาย”
โชคกับชัยยืนตรงเป็ทหาร รับคำด้วยเสียงแข็ง “ครับท่าน ยินดีมากเลยครับ”
หลังจากพูดจบ ทั้งโชคและชัยแอบหันไปกระซิบกันด้วยความตื่นเต้น
โชคเสียงเบา “แกขอเลยสิวะ”
ชัย “ไม่เอา แกขอสิ ฉันไม่กล้า”
โชค “ฉันเองก็ไม่กล้าเหมือนกัน งั้น เอาไงดี”
ชัย “ขอพร้อมกันเลยไหม พร้อมนะ หนึ่ง สอง...”
CODE2 หรี่ตามอง “มีอะไรกัน”
โชคกับชัยกลืนน้ำลาย แล้วพูดพร้อมกันเสียงดัง “พวกเราขอกางเกงสีชมพูของท่าน มาไว้บูชาได้ไหมครับ”
CODE2 เสียงสูงพุ่งสุดขีด พร้อมสีหน้าแตกตื่น “ห๊า~~~~~~~~ อะไรนะ พวกแกจะบ้ารึไง”
โชค “พวกเราทุกคน้ามันจริงๆ”
ชัย “ได้โปรดให้อภัยในความเกินเลยพวกเราด้วย”
โชค “ถ้าท่านให้พวกเรา พวกเราสัญญาว่าจะศรัทธาท่านไปตลอดกาล”
CODE2 ถอนให้ใจ
ชัย “โดนฆ่าแน่เลย”
โชค “ขอร้องละท่าน”
ทุกคน “ขอร้องละท่าน”
CODE2 “ก็ได้ แต่ห้ามเอาไปคิดทำอะไรลามกนะ”
CODE2 ถอดกางเกงในสีชมพูออกอย่างช้าๆ “เย็นจัง”
โชคนำพานมารับไว้แล้วนำไปใส่ในตู้กระจกอย่างดี
ชัย “นี้มันของสะสมระดับ UR”
ทุกคนต่างก้มกราบบูชากางเกงในสีชมพู
CODE2 “อ้า มันน่าอายนะ แต่หลังจากนี้ฝากดูแลเมืองนี้ด้วยนะ”
ทุกคน “รับทราบครับ”
ณ บ้านริมหาด หลายวันต่อมา
ฝนพักฟื้นจากอาการาเ็จนหายดี เธอกลับมาทำอาหารให้ทุกคนตามปกติ กลิ่นหอมจากครัวลอยฟุ้งทั่วบ้าน
บัวบาน “ฝีมือพี่สาวกินได้ทุกวันไม่เบื่อเลยค่ะ”
ซี “จริงค่ะ หนูขอเบิ้ลอีกจานเลย”
บัวบาน “หนูด้วยค่ะ เบิ้ลด้วย”
สองสาวนั่งตีพุงอยู่บนโซฟาหลังจากกินกันจนพุงตึง ฝนให้นมลูกเสร็จแล้วกล่อมจนลูกหลับ
บัวบานทำหน้าครุ่นคิด “รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปเลยนะ…”
ซี “ของหวาน”
ทั้งคู่หันขวับไปมองฝนพร้อมกันอย่างมีแผน
ฝนขนลุกเบาๆ “อยากกินน้ำแข็งใสเหรอจ๊ะ”
บัวบาน “นมหวานๆ~”
ซี “สดๆ หวานๆ จากคุณพี่”
ทั้งคู่ะโเข้ากอดฝนคนละข้างแล้วเปิดเสื้อฝนดูดนม จนฝนหัวเราะออกมา
ฝน “โถ่ ทำไมต้องโดนแบบนี้ทุกวันเลยนะ~”
ตัดภาพมาที่ตอนเย็น สามสาวในชุดบิกินี่ริมหาดเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
ซีแกล้งดึงบิกินี่ท่อนบนของบัวบานแล้วขโมยมันไป
บัวบาน “อ้า เอาคืนมาน๊า”
ซี “อยากได้ก็ไล่ฉันให้ทันสี้”
บัวบานทำหน้าบูด “พี่ฝน~ ซีแกล้งหนูอีกแล้ววว”
ฝน “ไม่เป็ไรหรอกจ๊ะ แถมนี้ไม่มีใครเห็นหรอก”
บัวบานมองไปที่หน้าอกฝน “พี่สาวเองก็โดนนะ”
ฝนมองไปที่หน้าอกตัวเองพึ่งรู้ตัวว่าซีก็ขโมยของเธอไป “โถ่~ ซี อย่าแกล้งพี่สิ เอาคืนมาน๊า”
บัวบานกับฝนวิ่งไล่ซีเพื่อเอาบิกินี่ท่อนบนคืนมา
สามสาวหัวเราะกันอย่างสนุกสนานใต้ท้องฟ้ายามเย็น เสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ
เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีน้ำเงินเข้ม ฝนส่งลูกๆ เข้านอน ก่อนจะกลับมาที่ริมหาดหลังบ้าน ที่ที่มีแสงไฟจากกองไฟเล็กๆ ส่องสว่างอยู่เบื้องหน้า สามสาวนั่งล้อมวงกันรอบกองไฟ เสียงเปลือกกุ้งถูกแกะดังเป็ระยะ พร้อมกลิ่นหอมของอาหารทะเลย่างที่อบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน
บัวบานนั่งแกะกุ้งอย่างตั้งใจจนมีเปลือกกุ้งกองพูนตรงหน้า ฝนอดขำไม่ได้
ฝน “ความลับของนักสู้คือกินจุสินะ”
บัวบานอมยิ้ม “ก็ของมันอร่อยนี่นา โดยเฉพาะปลาหมึกย่างกับน้ำจิ้มซีฟูดของคุณพี่...สุดยอดเลยค่ะ”
ฝน “ยังเหลืออีกเยอะเลย ไม่ต้องรีบนะจ๊ะ”
ซีที่นั่งอีกด้านกำลังย่างกุ้งด้วยความตั้งใจ แล้วหันไปหาฝน
ซี “พี่คะ เอาหอยมาย่างด้วยได้ไหม”
ฝน “ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้นะ”
แสงไฟกระทบใบหน้าของทั้งสามคน เผยรอยยิ้มและความสุขที่แท้จริง เสียงคลื่นทะเลซัดสาดอย่างแ่เบา และสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านพอให้รู้สึกเย็นสบาย
และ่เวลาแห่งความอบอุ่นและมิตรภาพของสามสาว...ก็ยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายวัน อย่างเรียบง่าย
แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าส่องลอดผ่านต้นมะพร้าวริมชายหาด วันนี้เป็วันที่ซีและบัวบานต้องเดินทางกลับกรุงเทพ
ฝนยืนอยู่หน้าประตูบ้าน สวมชุดเรียบง่ายแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความคิดถึงที่ยังไม่ทันจะเริ่ม “พี่คงเหงาแน่เลย...”
ซีในชุดเดินทาง สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ด้านหลัง ข้างกายมีกระเป๋าลากอีกสองใบ “ไว้วันหลังจะกลับมาอีกนะคะ”
บัวบานยืนข้างๆ ด้วยสีหน้าเสียดาย “หนูไม่อยากกลับเลย... แต่เสี่ยชาตรีโทรตามให้หนูไปขึ้นชกหลายวันแล้ว”
ซี “พี่สาวดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ถ้ามีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเื่เงินหรือเื่อื่น โทรหาหนูได้ทุกเมื่อ หนูพร้อมช่วยเสมอ”
บัวบาน “หนูเองก็เหมือนกันค่ะ พร้อมช่วยพี่เสมอ ไว้วันหลังหนูจะกลับมาใหม่นะพี่...หนูรักพี่สาวนะ”
ฝนยิ้มละมุน ดวงตาเริ่มแดงนิดๆ “จ๊ะ พวกเธอเองก็เดินทางปลอดภัยนะ ดูแลตัวเองดีๆ บ้านหลังนี้ต้อนรับพวกเธอเสมอ ไว้เจอกันใหม่นะ”
ทั้งสามสาวกอดกันแน่นใน่เวลาสุดท้ายของการพักพิง รอยยิ้มที่อบอุ่นปนความเศร้าทำให้ทุกอย่างเงียบลงชั่วครู่ เหลือเพียงเสียงคลื่นทะเลที่ซัดเข้าฝั่งอย่างแ่เบา
ซีและบัวบานก้าวขึ้นรถแท็กซี่ หันกลับไปโบกมือลาฝนที่ยืนยิ้ม
รถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้าน...ทิ้งไว้เพียงสายลมและความคิดถึง