คืนนั้นไป๋เพ่ยเจินตัวปลอมก็อยู่ในห้องบรรทมสองต่อสองกับฮ่องเต้อีกอู๋กงกงได้แต่เดินวนไปมาหน้าตำหนักอย่างร้อนใจเมื่อวานได้ตรวจสอบกับนางกำนัลที่เข้ามาทำความสะอาดห้องบรรทมแล้วว่าไม่มีคราบหรือร่อยรอยที่แสดงว่าฮ่องเต้กับนางได้ร่วมรักกันอู๋กงกงนึกโทษตนเองที่คืนนี้เขามิได้สอบถามฝ่าาให้แน่ชัดหากทรงร่วมรักกับนางไปแล้วและฝ่าาเกิดอนุญาตให้นางอุ้มครรภ์ัได้เขาเองก็เท่ากับทำผิดกฎเกณฑ์ราชสำนักที่มิได้ตรวจสอบพรหมจรรย์ของนางก่อน
ขันทีน้อยเห็นอู๋กงกงกระวนกระวายเช่นนั้นก็ได้แต่ปลอบใจ“อู๋กงกงท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป บางทีฮ่องเต้อาจจะมิได้ทรงคิดจะร่วมห้องกับนางเพราะข้าสังเกตดูเหมือนฝ่าาจะใช้นางให้ทำธุระบางอย่าง”
“เ้ารู้หรือ?”
“ขอรับข้าก็คอยสังเกตช่วยท่านอยู่ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลยขอรับ”
ไป่เพ่ยเจินมองแผนการที่ฮ่องเต้ทรงพระอักษรไว้เป็ลำดับ‘รอบคอบสมกับเป็ัเ้าเล่ห์อันดับหนึ่งในแผ่นดิน’
“เ้าทำตามนี้ส่วนข้าก็จะทำตามส่วนนี้”ขั้นตอนที่เขียนให้นางหนึ่งแผ่นคือคำสั่งที่นางต้องไปเตรียมการให้เรียบร้อยส่วนขั้นตอนที่พระองค์เขียนไว้คือสิ่งที่พระองค์จะให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายไปจัดการ“ฟ่านหลี่เจี๋ยผู้นี้นับเป็ผู้ที่ข้าไว้ใจผู้หนึ่ง มีศักดิ์เป็พี่เขยของชินอ๋องเ้าคงเคยได้ยินแล้วว่าคราวก่อนเขาเป็ผู้มีความดีความชอบเื่การปราบกบฎ”
“คนผู้นี้ข้าเคยได้ยินว่าฉลาดนักวางแผนแยบยลและทำการทุกสิ่งได้อย่างรอบคอบ”หงซือซือมิได้เอ่ยว่าความจริงแล้วหงอี้เทียนพี่ชายของนางสืบเื่ของ ฟ่านหลี่เจี๋ยอย่างละเอียดเมือเห็นว่าคนผู้นั้นเริ่มมีอิทธิพลในราชสำนักรวมถึงเื่ราวที่ได้ฟังจากปากของพระชายาหานซู่ลี่
“มีเพียงใต้เท้าฟ่านผู้นี้ล่ะท่ะทำให้เ้าเข้ามาในวังในฐานะฮองเฮาของข้าได้”สายตาของฮ่องเต้ในยามกล่าวคำว่า ‘ฮองเฮาของข้า’ ทำเอาหญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดวงตาคมคู่นั้นคล้ายจะบอกความนัยบางอย่างกับนาง
“พี่สามหากเื่ราวจบสิ้นลงด้วยดีแล้วข้าจะออกจากวังได้อย่างไรกัน?”
“ข้าก็จะจัดงิ้วสักฉากว่าฮองเฮาสิ้นพระชนม์ด้วยอาการประชวรไม่ทราบสาเหตุแค่นั้นเ้าก็ออกจากวังได้แล้ว” ิเฟยหลงปรายตามองหงซือซือ ‘กว่าจะถึงยามนั้นข้าก็คงมีวิธีทำให้เ้าใจอ่อนยอมอยู่กับข้าแล้วล่ะน้องหง’ แต่ยามนี้เขาต้องเล่นบทผู้ที่มิได้คิดจะผูกมัดนางไว้วิถีของจอมยุทธ์ย่อม้าอิสระขอเพียงนางยอมเดินเข้ามาอยู่ในวังแห่งนี้อยู่ภายใต้ปีกของเขาเขาย่อมมีโอกาสจะเปลี่ยนใจนางได้
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน”นางออกปากไปเช่นนั้น แม้ว่าในใจจะรู้สึกหวิวๆทว่าเมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างการใช้ชีวิตอยู่ในวังกับการมีอิสระอยู่ภายนอกนางย่อมเลือกที่จะได้เดินทางไปมาอย่างเสรี
“เื่ไป๋อ้ายฉิงเดี๋ยวข้าจะส่งอู๋กงกงไปจัดการให้เพื่อมิให้คนอื่นผิดสังเกต”
หงซือซือพยักหน้าร่างปลอมของนางที่เป็นางกำนัลไป๋อ้ายฉิงหากจู่ๆก็หายไปจากวังหลวงอาจจะทำให้มีผู้สงสัยได้หากฮ่องเต้เป็ผู้ออกหน้าเื่ของนางกำนัลเล็กๆ ผู้หนึ่งย่อมมิใช่ปัญหา
หงซือซือกลับไปหาไป๋เพ่ยเจินเพื่อบอกให้นางรู้ว่าวันพรุ่งไป๋เพ่ยเจินต้องกลับไปทำงานตามปกติและไป๋อ้ายฉิงนั้นจะลากลับบ้านสักระยะ“ข้ากราบทูลฮ่องเต้แล้ว ทรงอนุญาตเ้าก็ไม่ต้องห่วงแล้วมามาหลี่ก็จะไม่มาวุ่นวายเ้าเื่ที่ข้าหนีงานไปอีก”
“ดี! แล้วเ้าจะไปนานหรือไม่?”
“ข้าก็บอกไม่ได้แต่อย่างไรก็จะมาหาเ้าอีกอย่างแน่นอน”
ยามสายวันต่อมาที่ไป๋เพ่ยเจินตัวจริงกลับไปทำงานที่ตำหนักเป่าฉีนางก็ต้องแปลกใจที่เหล่านางกำนัลและขันทีที่นางรู้จักล้วนหาข้าวของมาฝากและเข้ามาพูดคุยกับนางอย่างสนิทสนม
“เพ่ยเจิน ยังไงเราก็เป็นางกำนัลที่ทำงานด้วยกันเ้าได้ดีก็อย่าลืมข้านะ”
“พวกเ้าหน้าไม่อายแต่ก่อนไม่ค่อยคุยกับนาง ซ้ำยังว่านางโง่ๆ เซ่อๆ ยามนี้คิดจะมาตีสนิทหรือไร?”หม่าหลันฮวาที่คอยช่วยเหลือในยามที่นางเพิ่งมาประจำในห้องบรรทมออกโรงปกป้อง
“เกิดเื่อันใดหรือหลันฮวา? ทำไมพวกเขาต้องมารุมข้าขนาดนี้”นางถามด้วยใบหน้าเด๋อด๋า หม่าหลันฮวามองไป๋เพ่ยเจินอย่างแปลกใจ
“นี่เ้าไม่รู้จริงหรือแกล้งโง่?”
“ข้าจะแกล้งโง่ไปทำไมกันบอกข้ามาเถอะน่าข้าเริ่มร้อนใจแล้วนะ”
หม่าหลันฮวาป้องมือสองข้างที่หูของไป๋เพ่ยเจินแล้วเริ่มเล่าเื่ที่ขันทีน้อยเอาไปโพทะนาที่หน้าโรงครัว
“หา!ข้านี่นะขึ้นเตียงกับฝ่าา” หม่าหลันฮวายกมือขึ้นปิดปากนาง
“เ้าอย่าเสียงดังเื่นี้รู้กันไปทั่ววังแล้วกระมัง?ทุกคนจึงคาดกันว่าเ้าอาจจะได้รับแต่งตั้งเป็สนมเร็วๆนี้ เ้าช่างวาสนาดีเสียจริง ข้าอยู่มาก่อนเ้าฝ่าาไม่เห็นจะชายตาแลสักครั้งแม้แต่ชื่อข้า ฝ่าาก็ยังจำไม่ได้”
“โอ๊ย!” จู่ๆไป๋เพ่ยเจินก็ร้องออกมาทำเอาหม่าหลันฮวาตกอกใ
“เ้าร้องทำไมกัน?”
“ข้าขอยืนยันนะข้าไม่เคยขึ้นเตียงกับฝ่าา มิได้ทำเื่อย่างนั้นกับฝ่าาเ้าจำไว้หลันฮวาข้าขอไปธุระประเดี๋ยว” นางวิ่งจนแทบจะบินไปหาเ้าจิ้งจกที่อยู่ตำหนักร้างครั้นไปถึงก็เจอเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนข้อความสั้นๆ ขอโทษที่ไม่ได้บอกนางเื่ข่าวลือที่เกิดขึ้นและมีถุงเงินไว้ให้ด้วยอีกสิบตำลึงเป็ค่าปลอบขวัญ ไป๋เพ่ยเจินโมโหนัก ‘เ้าร้ายนักเ้าจิ้งจกต่อให้ข้าแก้ตัวอย่างไรใครจะเชื่อหากฝ่าาไม่เอ่ยออกมาเองข้าต้องโดนคนที่แอบแค้นมาลอบฆ่าแน่ๆ’
ไป๋เพ่ยเจินนึกถึงเื่เล่าลือซุบซิบในวังหลวงว่าพระสนมทั้งสี่ติดอันดับคนโปรดในยามนี้ล้วนแล้วแต่รู้หน้าไม่รู้ใจทั้งสิ้นลับหลังแล้วพวกนางต่างชิงดีชิงเด่นและคอยขัดแข้งขัดขากันเอาไว้ยิ่งตำแหน่งฮองเฮาว่างลง แน่นอนว่าการแย่งชิงยิ่งรุนแรงกว่าที่คาด่ที่ฮองเฮาเถียนยังอยู่การตายของสนมในวังหลังล้วนเป็เื่ที่ถกกันในหมู่นางกำนัลและขันทีผู้ที่ทุกคนต่างก็รู้กันในใจได้ทำเื่เลวร้ายไว้สารพัดเพื่อกำจัดสตรีที่อยากจะเทียบบารมีกับนาง
“นี่เ้าคิดอยากจะให้ข้าตายหรือไร? ถึงได้นำใบหน้าของข้าไปทำเื่เช่นนี้”ไป๋เพ่ยเจินกังวลไปสารพัดเพราะปกตินางเองก็หวาดกลัวฮ่องเต้อยู่แล้ว หากฝ่าาคิดว่านางคือเ้าจิ้งจกแล้วเรียกนางไปพูดคุยเล่า? ความแตกคราวนี้ไม่เพียงแต่ถูกหักเบี้ยหวัดแม้แต่หัวก็อาจจะโดนริบไปด้วย
เมื่อนางถูกฮ่องเต้เรียกหาในยามบ่ายวันนั้นไป๋เพ่ยเจินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้นในขณะที่หม่าหลันฮวาตื่นเต้นยินดีกับนางยิ่ง“เพ่ยเจิน เ้าคงกลายเป็คนโปรดไปแล้วจริงๆ ดูสิ ฮ่องเต้ทรงเรียกหากเ้าอีกแล้วได้ดีก็อย่าลืมข้าก็แล้วกันนะ ถ้าเ้าได้เป็พระสนมเอาข้าไปเป็นางกำนัลประจำตัวด้วย”
*******************
