"ลายมือผมไม่ได้เขียนแบบนี้ครับ อาจารย์แอนนา"
อาเบลหยิบปากกาออกมาก่อนจะเริ่มเขียนชื่อของตัวเองส่งให้อาจารย์แอนนาดู
"เธอจะบอกว่าไม่ใช่ลายมือของเธอ"
อาจารย์แอนนาเธอก็เริ่มจะเชื่ออาเบลขึ้นมาบ้างก็ในเมื่อเ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็งแบบนี้ และพยายามให้เธอเชื่อ มันก็ไม่ยากถ้าจะให้อาเบลพิสูจน์ตัวเอง
"นั้น เอาแบบนี้ อาจารย์จะให้แบบทดสอบไปทำดูตอนนี้เลย ต่อหน้าของอาจารย์"
"ได้ครับ ผมมั่นใจว่ากระดาษใบนี้ไม่ใช่ของผมอยู่แล้ว และผมก็เข้าใจเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์มัธยมปลายหมดแล้ว ผมจะทำให้ดูครับ"
เมื่ออาจารย์แอนนาเห็นว่าอาเบลมีความกระตือรือร้นในการพิสูจน์ตน เธอไม่ขัดความตั้งใจนั่นอยู่แล้ว เธอเดินไปที่โต๊ะของเธอและหยิบแบบทดสอบ ใบใหม่ออกมา มันเป็ข้อสอบเก่าที่ใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ไม่ใช่เธอ้าแกล้งอาเบลหรืออะไร แต่เธอ้าพิสูจน์คำพูดของเขาที่โม้เอาไว้
"อ่ะ นี่ ทำเสร็จก็เรียกแล้วกัน"
อาจารย์แอนนาวางแบบทดสอบไว้โต๊ะด้านหน้าของเธอเพื่อคอยจับตาดูนักเรียนอาเบลทำข้อสอบ อาเบลเริ่มทำข้อสอบด้วยความจริงจัง
"เสร็จแล้วครับ"
อาเบลลุกขึ้นก่อนจะเดินมาโต๊ะอาจารย์แอนนาและยื่นแบบทดสอบให้เธอ ในเวลาไม่ถึง10นาทีกับ100ข้อ
"ห่ะ เสร็จแล้วหรอ เร็วเกินไปหรือเปล่า แน่ใจนะว่าตรวจดีแล้ว"
อาจารย์แอนนาถามเพื่อเช็คความชัวร์ อาจารย์แอนนาคว้ากระดาษคำตอบมาและเริ่มตรวจทันที ตรวจไปไม่ถึง20ข้อเธอก็ร้องว้าวออกมาด้วยความใ แปลกใจมากทำวิชาคณิตศาสตร์ส่วนมากจะต้องคิดสูตรต่างๆลงในสมุดเปล่าเพื่อหาผลลัพธ์ แต่ผู้ชายคนนี้มาเหนือ ตอบคำถามออกมาเป็ผลลัพธ์ได้เลยโดยไม่มีวิธีคิด
"อืม อาจารย์เข้าใจแล้ว ส่วนสาเหตุเดี๋ยวจะไปหาข้อสรุปมาให้อดใจรออีกแปป"
เธอใมากที่นักเรียนคนนี้เป็อัจฉริยะชั้นสูงมากๆ
"อาจารย์เชื่อแล้วละว่าเธอเข้าใจบทเรียน เื่กระดาษข้อสอบละ จะเชื่อได้ไงว่าเธอทำเสร็จแล้วไม่ใช่ไม่ได้ทำแล้วอ้าวว่าทำ"
"ผมคาดว่าน่าจะโดนสลับคำตอบกันครับ ง่ายๆอาจารย์แอนนาเอาแบบทดสอบเอาออกมาดูได้เลยคร้บ ผมว่ามันน่าจะไม่ได้ทิ้งไปหรอกอาจจะแค่ปลอมแปลงเฉยๆ"
"อืมรอสักครู่"
อาจารย์แอนนาดึงลิ้นชักและนำแบบทดสอบของห้องม.6/3 ออกมาตรวจดูอีกครั้ง
"ผมว่าน่าจะเป็อีริคสัน ครับ คุณครูลองเอามาเทียบกับลายมือผมได้เลย"
"ใช่จริงด้วยค่ะ นักเรียนอาเบล ลายมือของเธอตรงกับกระดาษอันนี้มาก"
ลายมือของอาเบลเป็เอกลักษณ์จึงทำให้ง่ายที่จะตรวจดูว่าเป็ของเขาหรือเปล่า อาจารย์แอนนาหน้าขึ้นสีเล็กน้อย เธอรู้แล้วว่าเธอด่วนสรุปไปก่อนที่จะได้ถาม ทำให้เธออายมากในตอนนี้
"คืออาจารย์ขอโทษด้วยนะ"
อาจารย์แอนนา ก้มหัวเพื่อขอโทษการกระทำของเธออาจทำลายนักเรียนคนหนึ่งได้เลยนะถ้าไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน
"ครับไม่เป็อะไรครับ อาจารย์แอนนาเข้าใจผิดได้"
อาเบลยกมือปฏิเสธ
"เอาแบบนี้ไหมเพื่อเป็การขอโทษ อาจารย์จะขอเลี้ยงข้างสักมื้อหนึ่งแล้วกันนะ"
อาเบลพยักตอบตกลงโดยทันที อาเบลยินดีอย่างมากที่จะได้ไปกินข้าวกับสาวสวย
"เอาวันที่อาจารย์แอนนาสะดวก แล้วนัดกับผมครับ"
"อืมเดี๋ยวบอก งั้นก็กลับไปเรียนต่อได้แล้วนะ"
อาเบลออกมาจากห้องพักอาจารย์เดินกลับเจอลาล่า อลิเซียและลินที่กำลังยืนรออยู่ตรงทางเดิน พวกเธอกำลังกังวัลเื่ที่อาเบลถูกเรียกพบ พวกเธอเป็ห่วงอาเบลอย่างมาก กลัวจะโดนทำร้ายหรือเป็อะไร อาเบลมองทั้งสามคนด้วยแววตาสงสัย หน้าพวกเธอดูซีดแปลกๆ
"อาเบล ไม่เป็อะไรนะ"
"อาเบล เป็อะไรไหม"
"ใครเป็อะไรหรอ?"
"ก็นายไง นายโดนเรียกไปพบไง อาจารย์ไม่ได้ทำอะไรนายใช่ไหม"
"อาจารย์ทำอะไรนายบ้าง"
หญิงสาวสองคนผลัดกันพูดไปมาจนอาเบลฟังไม่รู้เื่เพราะทั้งคู่พูดพร้อมกันด้วยอาการแตกตื่นมาก เหมือนกลัวอาจารย์แอนนามาก
"เดี๋ยวก่อนทั้งสองคน หยุดพูดก่อน แล้วสงบสติอารมณ์หน่อย"
"อ่าาาาา ขอโทษ"
"อ๊ะ ขอโทษค่ะ"
"เอาละสงบสติได้แล้วสินะ จะว่ายังดีละ เธอแค่เข้าใจผิดนิดหน่อย และผมก็แก้ความเข้าใจผิดนั้นเรียบร้อยดีแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วง"
"เป็ห่วงแทบแย่เลย"
อลิเซียถอนหายใจอย่างแรก
"ใช่"
ลาล่าตอบอลิเซียเธอก็ไม่ต่างกัน
"เอะ อะไรของเธอ ฉ้นไม่คุยกับหล่อนยะ ยัยคนทรยศ"
อลิเซียรู้ตัวก็หันหน้าหนีไม่คุยกับลาล่าอีก
"อืมขอโทษด้วย"
ผมมองทั้งสองคนที่เหมือนจะสนิทกันมาก แต่เพราะมีปัญหากันจึงแตกแยกสินะ
"เอาละไม่มีอะไรแล้ว พวกเราไปทานข้าวกันดีกว่าไม่ต้องคิดมาก"
อาเบลดันทั้งสองคนไปพร้อมกันเพื่อไปทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ลินก็เดินตามมาโดยไม่พูดอะไร ระหว่างทางอลิเซียทำท่าทางไม่พอใจลาล่าเป็อย่างมาก แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาได้แต่ทำหน้าบึ้งตึง ส่วนลาล่าก็ก้มหัวเดินตามมาเหมือนเด็กน้อยสำนึกผิด
พวกเราทั้งสี่เดินมาศูนย์อาหาร ในที่นี้มีคนน้อยมากอาจจะเพราะหมดเวลาพักกันแล้ว พวกอาเบลไม่จำเป็ต้องเข้าเรียนก็ได้เพราะเป็นักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย ทางโรงเรียนจึงไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องไปต่อหรือไม่มันก็ทางเลือกของพวกเขาเอง
"อาหารชุด 1 ครับ เอาด้วยไหม"
อาเบลกำลังสั่งอาหารและหันไปถามหาสาวๆที่อยู่ด้านหลัง
"ฉันด้วย 1ชุด "
"ฉันด้วย"
"อืม"
อาสั่งเสร็จก็รอให้แม่ค้าตักให้เรียบร้อยกันทุกคนก่อนจะเดินไปหาโต๊ะนั่ง พวกเขาเจอแบะนั่งลง ต้องบอกว่าบรรยากาศอึมครึมมาก ไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่นิดเดียว อาเบลทนไม่ไหวจึงต้องหาเื่คุย
"อลิเซีย กับลินเป็เพื่อนกันนานแล้วหรอ"
เพื่อทำความรู้จักสองสาวให้มากขึ้น เขาจึงถามคำถามออกไป
"อืม ฉันกับลินเป็เพื่อนรักที่สุดของที่สุด ถ้าไม่ติดว่าเธอมีครอบครัว ฉันก็นึกว่าเราสองคนคลานตามกันมาเลยละ"
อลิเซียอธิบายความสนิทสนมกันด้วยท่าทางดีใจที่มีลินเป็เพื่อน
"แต่เมื่อเข้าอนุบาลก็มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง สนิทพอๆกับลินเลย สนิทกันจนถึงมัธยมต้นก็เลิกคบกัน เพราะยัยนั่นมันคนทรยศของแท้ คิดแล้วก็น่าโมโห ทำไมต้องมาเจอกันอีกนะ นึกว่าหนีพ้นแล้วนะ"
อลิเซียพูดแขวะคนแถวนี้เพื่อระบายความขุ่นเคืองใจ เมื่อสถานการณ์เริ่มอึมครึมอีกครั้ง ลินที่นั่งเงียบพูดขึ้นมา
"อลิเซีย เครื่องสำอางใกล้เวลาถึงแล้วต้องรีบไปซื้อนะ คงเสียดายแน่ถ้าไปไม่ทัน"
อลิเซียลุกขึ้นทันทีด้วยความรีบร้อน เธอตามเครื่องสำอางค์แบรนด์นี้มานานแล้ว และไม่สามารถพลาดมันได้ เธอต้องรีบไปต่อคิวซื้อ ไม่งั้นหมดแน่
"ป่ะ ลินเร็วสิ เดี๋ยวไม่ทัน อาเบลบายจ๊ะเจอกันพรุ่งนี้"
อลิเซียเร่งรีบ เธอลาอาเบลก่อนจะลากลินไปด้วยความเร็วสูง
หลังจากอลิเซียและลินออกไป อาเบลนั่งกับลาล่าด้วยบรรยากาศเศร้าหมอง เธอก้มหน้าไม่พูดไม่จา ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมก็อดสงสารไม่ได้จึง ชวนเธอไปหาที่เงียบๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์
"ลาล่าไปที่สวนหลังโรงเรียนกัน"
อาเบลจูงมือลาล่าพากันเดินไป
ทั้งสองคนเดินมาถึง ที่จุดนี้ที่เป็จุดที่ลาล่าชอบชวนอาเบลมามีอะไรกันด้วยทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ที่อาเบลชวนมาที่นี่เขา้าให้เธอผ่อนคลาย ทั้งสองนั่งเก้าอี้โดยไม่พูดไม่จา ลาล่าเธอกำลังคิดถึงอดีต และอาเบลก็อยู่เป็เพื่อนเธอ
"อาเบล มันจะเป็อะไรไหมถ้าฉันอยากระบายความอัดอั้นและความน่าสมเพชของตัวเองนะ นายจะได้รู้ว่าที่อลิเซียเกลียดฉันมันเป็เพราะอะไร"
"อืมถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถ้ารับฟังผมพร้อมเสมอ"
ลาล่ามองมาที่อาเบล ชายคนนี้เป็คนดีมากสำหรับเธอ เขาช่วยเหลือเธอไม่พอยังทนต่อความแต่ใจของเธอได้อีก อารมณ์ของเธอตอนนี้ก็แค่อยากหาคนรับฟังปัญหาของตัวเอง ซึ่งอาเบลเป็คนแรกที่ลาล่าคิดถึง
"อืม จะว่ายังไงดีละ เอาเป็ความสัมพันธ์ของพวกเราทั้งสามคน"
ลาล่าเริ่มอธิบายถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยเด็กๆ เข้าโรงเรียนเดียวกัน อยู่ด้วยกัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน ด้วยเพราะทั้งสามคนเป็คนสวยมาก ฐานะทางบ้านของอลิเซียและลินถือว่าเป็คุณหนูเลยก็ว่าได้ ส่วนลาล่าก็พอมีเป็ครอบครัวปกติทั่วไปจนกระทั่งแม่ของเธอเสียชีวิตตอนลาล่าเข้าเรียนมัธยมต้น เพราะการจากไปของภรรยาพ่อของลาล่าจึงต้องดูแลลูกๆทั้ง3คน ประคับประคองให้รอดฝั่ง และความสัมพันธ์ของทั้งสามสาวก็ดำเนินมาถึงปีสุดท้ายของมัธยมต้น ลาล่าก็ใช้ชีวิตโดยการทำงานดิเศษต่างๆเพื่อนำเงินมาช่วยพ่อของตนในการดำรงชีวิตกันในครอบครัว อลิเซียและลินก็้าช่วยเหลือลาล่า ทั้งสองคนพยายามหาทางช่วยเหลือโดยการเลี้ยงข้าว หรือให้ลาล่าช่วยงานเล็กน้อยเพื่อรับเงินของทั้งสองคน การกระทำของพวกเธอทั้งสองทำให้ลาล่าติดหนี้บุญคุณมาก ความเป็เพื่อนก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก
"และเื่ที่ทำให้อลิเซียต้องโกรธแค้น"
ShoTToWrite ฝากติดตามด้วยครับ