“เมืองชายแดนก็นับว่าไม่เลว”หลังจากที่พักอยู่ในหอคณิการ่วมสามวันทั้งสองคนจึงออกมาเดินที่ในเมือง โดยปลอมเป็แขกบ้านแขกเมืองที่แต่งกายเรียบง่ายเยว่เฟยหลิงคืนสร้อยให้กับเฟิงหลันทำให้ดวงตาสีเทาอ่อนได้ฉายแววอีกครั้งด้วยความที่เฟิงหลันออกมาเดินที่ในเมืองบ่อยแล้ว เขาจึงจดจำเส้นทางได้ดีและที่พาเยว่เฟยหลิงออกมาวันนี้ก็เพื่อเปิดหูเปิดตาเตรียมพร้อมหากพวกเขาต้องออกจากเมืองเร็วๆนี้
“ของที่ขายอยู่ก็คุณภาพดีราคาก็ไม่ได้แพงเกินไป” ระหว่างที่เดินๆอยู่เยว่เฟยหลิงก็วิเคราะห์ไปด้วยทั้งๆที่เป็ร้านแผงลอยตั้งอยู่ตามข้างถนนแต่สินค้าที่เอามาขายกลับเป็ของคุณภาพดีราคาก็ไม่ได้แพงมากมาย ไม่ว่าใครก็ซื้อได้ทั้งนั้นอาหารก็ทำจากวัตถุดิบที่ได้คุณภาพ แล้วยังอร่อยมากเสียด้วย
เมืองชายแดนยังอยู่ดีกินดีขนาดนี้ในเมืองหลวงจะไม่ยิ่งเจริญยิ่งกว่านี้อีกหรือ
“เพราะแบบนี้ต่อให้ฮ่องเต้ทรงทำเื่อะไรเอาไว้ประชาชนก็คงพร้อมที่จะให้อภัยเขา”่ที่เฟิงหลันออกมาเดินบ่อยๆล้วนแล้วแต่ได้ยินคำสรรเสริญไม่หยุดปากเพราะฮ่องเต้หรงอี้พวกเขาถึงมีกินดังนั้นต่อให้มีเื่การเสริมกำลังทางการทหารเกิดขึ้นพวกเขาก็คงไม่สนใจ
“พ่อหนุ่มไม่ใช่รึ”เฟิงหลันหันไปมองคนที่ส่งเสียงเรียกเขา เขาจึงยกยิ้มทักทายนาง
“ท่านป้า” เยว่เฟยหลิงมองตามคนที่เดินไปหาหญิงวัยกลางคนหรือนางจะเป็แม่ค้าที่เอ่ยถามกับเฟิงหลันว่าทำไมเขาถึงมาเดินแถวนี้บ่อยๆ
“พ่อหนุ่มจริงๆด้วยตามหาเมียเจอแล้วรึ” นางหันมามองเยว่เฟยหลิงพลางส่งยิ้มให้ ประมุขน้อยจึงยิ้มตอบกลับ
อยู่ดีๆข้าก็มีสามี
“ขอรับท่านป้าข้ากลัวว่าจะไม่เจอเขาอีกแล้วเสียอีก”
“ยังดูหนุ่มๆอายุน้อยอยู่เลยแบบนี้ไม่เอาใจยากรึพ่อหนุ่ม” นางเอ่ยแซวพลางป้องปากหัวเราะเห็นเขาเป็หนุ่มอายุน้อยเอาแต่ใจหรืออย่างไร
“ข้าถนัดเอาใจภรรยาอยู่แล้วท่านป้า”ว่าเสร็จก็หัวเราะตามพร้อมทั้งเอื้อมมือมาโอบไหล่คนตัวเล็กกว่าเยว่เฟยหลิงไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยืนนิ่งๆก่อนจะเอ่ยถามกับนาง
“เขามาที่นี่บ่อยหรือท่านป้า”
“มาทุกวันเลยต่างหากไปทำยังไงให้พลัดหลงกันได้” ท่านป้าตีแขนเยว่เฟยหลิงเบาๆเป็เชิงอบรมว่าอย่าทำให้สามีเป็ห่วงอีกท่านป้า ถึงพวกข้าจะพลัดหลงกันจริงแต่พวกข้าเอาตัวรอดกันเก่งนะ….
“เพราะไม่ชินกับเส้นทางน่ะขอรับท่านป้ายังดีที่มีคนช่วยเหลือ มิเช่นนั้นข้าคงต้องหาเขาอีกนาน” เ้าเป็คนไม่ให้ข้าออกมาเองต่างหาก
“แล้วนี่พาเมียมาเดินชมเมืองรึ”
“ขอรับ กว่าจะหากันเจอต้องใช้เวลาด้วยกันเสียหน่อย” ทั้งๆที่เฟิงหลันเหมือนคนที่ไม่ค่อยพูดมากแต่กลับพูดได้ลื่นไหลไฟดับนี่สนิทกันแล้วรึ
“เอ้านี่ ป้าให้กินระหว่างเดินชมเมือง ป้าไม่คิดเงิน” ท่านป้ายื่นซาลาเปาลูกโตมาให้ทั้งสองก่อนจะร่ำลากันเยว่เฟยหลิงกัดซาลาเปาเข้าไปคำหนึ่ง ตลอดทางพวกเขาก็กินกันไม่หยุดแน่นอนว่าคนที่จ่ายย่อมต้องเป็เฟิงหลัน
“ผูกมิตรเก่งจริง”
“แต่ก็ดีมิใช่รึ”เฟิงหลันถือซาลาเปาด้วยมือข้างหนึ่งอีกมือเอื้อมมากุมมือเล็กเอาไว้ให้ดูเหมือนว่าพวกเขาเป็สามีภรรยากันจริงๆเยว่เฟยหลิงเหล่ตามองมือนั้นแต่ไม่ได้ว่าอะไรอย่างไรเสียการทำแบบนี้ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรแล้วยังทำให้พวกเขาไปไหนมาไหนได้ราบรื่นอีกด้วย
“หากวันนี้ไม่เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เรากำลังสำรวจก็ดี”
พรึ่บ!!
“คืนลูกข้ามา!!”ยังไม่ทันที่จะจบคำพูดของเฟิงหลันดีก็มีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านพวกเขาไปจนกลายเป็เพียงแค่เงาลางๆแต่สังเกตเห็นได้ว่าหนึ่งในคนที่วิ่งผ่านไปมีคนที่อุ้มเด็กไปด้วยไม่นานก็มีคนอีกกลุ่มซึ่งนำโดยคนคุ้นหน้าคุ้นตาวิ่งตามมา
“วิ่งไปดักหน้าเอาไว้!!”นายกองะโสั่งทหารให้ไปวิ่งดักหน้า หากฟังไม่ผิดเมื่อครู่เหมือนนายกองจะะโว่าคืนลูกข้ามา?
เฟิงหลันหันมามองเยว่เฟยหลิงที่กำลังกินซาลาเปาอยู่ซึ่งร่างโปร่งก็พยักหน้าให้ไม่นานร่างสูงก็หายไปจากตรงนั้นโดยมีเยว่เฟยหลิงตามกลุ่มของทหารมาห่างๆ
คนชุดดำกลุ่มนั้นดูไม่ธรรมดาฝีเท้าทั้งเร็วและเบา หรือว่าพวกนี้จะเป็กลุ่มคนที่มีข่าวว่าลักลอบเข้าเมืองมา?
แต่จะเป็ใครที่ไหนก็ช่างพวกเขาก็ได้ใบเบิกทางสำหรับไปเมืองหลวงแล้ว
พรึ่บ!
เฟิงหลันโผล่มาดักหน้าคนกลุ่มนั้นเอาไว้ก่อนจะเริ่มลงมือเยว่เฟยหลิงที่ตามมาทันก็รีบคว้าตัวเด็กเอาไว้เพราะพวกทหารมัวแต่อึ้งว่าเฟิงหลันเป็ใครมาจากไหนจนไม่ทันได้สนใจรับตัวเด็กที่ถูกเฟิงหลันโยนมาเด็กน้อยร้องไห้จ๋าด้วยความตื่นกลัว เยว่เฟยหลิงจึงส่งตัวให้กับพ่อเด็กที่เพิ่งจะวิ่งตามมาถึง
อายุก็ไม่เท่าไหร่ ไยวิ่งช้านัก
ตุบ! ตับ! พลั้ว!
แม้คนกลุ่มนั้นจะมีฝีมืออยู่บ้างแต่เพราะคนที่สู้ด้วยเป็เฟิงหลัน ไม่นานคนพวกนั้นก็ถอนตัวออกไปเยว่เฟยหลิงรีบพุ่งตัวไปหาร่างสูงเมื่อเห็นว่าเขาทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น
หืม?
“ผู้มีพระคุณของข้า!”เยว่เฟยหลิงมองไปตามเสียงนายกองรีบเดินมาหาพวกเขาพร้อมกับลูกสาวที่อุ้มอยู่ ร่างโปร่งประคองเฟิงหลันเอาไว้พร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดคราบเืที่เลอะอยู่ที่มุมปาก
กับคนฝีมือแค่นั้นจะทำให้เฟิงหลันมีแผลได้รึไม่มีทาง
เ้าเล่ห์นักนะ
“เด็กปลอดภัยหรือไม่”เฟิงหลันหันไปมองเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ก่อนจะไอโคลกออกมาท่าทางาเ็นี่ช่างสมจริงนักทั้งๆที่ไม่ได้มีาแแม้แต่นิดเดียว
เคยอยู่ที่โรงละครของราชสำนักรึ
“ท่านาเ็” นายกองคุกเข่าดูอาการของเฟิงหลันด้วยความใ คนผู้นี้ยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยลูกสาวของเขาจะไม่ให้เขาห่วงได้อย่างไร
“กลุ่มคนเมื่อครู่มีวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดาสามีข้าได้รับาเ็ภายใน” เยว่เฟยหลิงช่วยไหลไปตามน้ำประคองร่างที่เหมือนจะาเ็เอาไว้ด้วยสีหน้าที่เป็ห่วงนายกองได้ยินดังนั้นก็รีบบอกทหารให้มาช่วยประคองเฟิงหลัน
“พวกเ้า!รีบพาเขากลับไปที่จวนข้าเร็ว!”
“ไม่เป็ไรข้าไม่ได้าเ็ถึงขนาดนั้น” เฟิงหลันปฏิเสธการช่วยเหลือแต่ก็ไอออกมาอีกสองสามหนทำให้เยว่เฟยหลิงเอ็ดร่างสูงไปเบาๆ
“ไม่เจ็บได้อย่างไรโดนไปสามกระบวนท่าหากเป็คนอื่นคงตายไปแล้วรู้หรือไม่” แม้ว่าในความเป็จริงแล้วจะเป็เฟิงหลันที่ลงมือกับอีกฝ่ายอยู่คนเดียวก็เถอะ
“ถึงตายเลยรึ!” คนกลุ่มเมื่อครู่ฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนั้นเชียวรึ
“หากลูกสาวท่านปลอดภัยแล้วพวกเราต้องขอตัวก่อนเขา้าการพักผ่อน” เยว่เฟยหลิงประคองร่างสูงลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินจากไปนายกองรีบไปดักหน้าทันที
“ไปที่จวนของข้าเถอะที่นั่นมีหมอทั้งยังเก่งมาก ข้าจะดูแลพวกท่านเอง”
“ท่านไม่ต้องตามคนพวกนั้นไปรึ”เฟิงหลันเอ่ยถาม คนพวกนั้นฝีเท้าไวมาก ตอนนี้น่าจะออกนอกเมืองไปแล้วแม้แต่ทหารก็ไม่น่าตามทัน
“ข้าส่งคนตามไปแล้วมาเถอะให้ข้าช่วยประคอง”
“ท่านดูลูกของท่านเถอะ ข้าจะประคองสามีข้าเอง”เมื่อนายกองทำท่าจะเข้ามาประคองเฟิงหลันเยว่เฟยหลิงก็บอกถึงเด็กน้อยที่นายกองกำลังอุ้มอยู่เด็กน้อยคงจะขวัญเสียที่จู่ๆก็ถูกอุ้มตัวมานายกองเหมือนเพิ่งนึกได้เช่นกันว่าเขาต้องปลอบลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนให้หยุดร้องไห้จึงให้ทหารมาช่วยประคองเฟิงหลันกลับไปที่จวน
แต่ว่า พวกคนนั้นเป็ใครกันถึงได้ลักพาตัวลูกสาวของนายกองไปเช่นนี้ เป็คนที่ลักลอบเข้าเมืองมาหรือเป็พวกทหารที่ตั้งตัวเป็ปรปัก ที่ลงมือครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไรกัน
ที่จวนของนายกองเฟิงหลันยังคงปฏิเสธที่จะให้หมอมาดูอาการเขา้าแค่การพักผ่อนสักชั่วยามเท่านั้นและในตอนนี้เด็กน้อยที่เคยร้องไห้โยเยกำลังนั่งอยู่บนตักของเฟิงหลันข้างๆร่างสูงเป็เยว่เฟยหลิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเป็นายกองที่กำลังพยายามห้ามลูกสาวไม่ให้รบกวนแขก
“พวกท่านทั้งสองมาจากที่ไหนรึดูแล้วไม่เหมือนคนของแคว้นจ้าว” นายกองผู้นี้นับว่าหูตาไวเฟิงหลันส่งตัวเด็กสาวคืนให้พ่อเด็กก่อนที่เขาจะตอบ
“พวกเรามาจากแคว้นฉินเพิ่งจะแต่งงานเมื่อไม่นานมานี้ กำลังอยู่ระหว่างท่องเที่ยวหลังแต่งงาน”
“โอ้ยินดีกับท่านทั้งสองด้วย” นายกองมองดูเยว่เฟยหลิงที่อายุอานามยังน้อยลักษณะท่าทางแบบนี้เหมือนจะเคยเห็นที่ไหน
“แต่ว่าพอมาถึงแคว้นจ้าว พวกเราก็ถูกปล้น” เยว่เฟยหลิงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเฟิงหลันไม่ได้ขัดอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับคำพูดของประมุขน้อยเท่านั้น
“ถูกปล้น?”
“พวกเราเข้าเมืองมาได้เจ็ดวันแล้ว่สองวันแรกข้ากับสามีก็เที่ยวกันปกติดีแต่พอไปเดินที่ตลาด่เย็นก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งปล้นของไปทั้งเงินทั้งเอกสารอนุญาตเข้าเมืองต่างก็หายไปหมด ข้ากับสามียังมาพลัดหลงกันอีก”มือหนายกขึ้นลูบผมคนที่กำลังตีหน้าเศร้าเบาๆแล้วยังมีน้ำตาคลอนิดๆดูแล้วน่าสงสารจริงๆเสียด้วย
“เดิมทีข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากทางการก่อนแต่เพราะข้าไม่มีอะไรติดตัวเลย ภรรยาก็ยังหาไม่เจอเกิดไปหาทางการข้าคงไม่แคล้วต้องถูกจับ จึงออกตามหาภรรยาแต่พอเจอกันกลับมีข่าวคนลักลอบเข้าเมืองเราจึงตัดสินใจกันว่าจะเดินทางออกจากแคว้นจ้าวเพื่อกลับแคว้นฉินกัน” แขนใหญ่โอบกอดภรรยาตัวน้อยของเขาพลางเอ่ยเสริมซึ่งภรรยาตัวน้อยก็ซุกหน้าอยู่กับอกอุ่นเป็เชิงว่าเขากลัว
ฝ่าาอาจจะทรงหัวเราะเป็บ้าเป็หลังหากมาเห็นมือสังหารของพระองค์กำลังทำเช่นนี้
“หากจะเดินทางเข้าแคว้นจ้าวต้องมีเอกสารอนุญาตแต่หากเดินทางออกไปไม่ได้เข้มงวดถึงขนาดนั้น พวกข้าจึงคิดจะลองเสี่ยงดู” นายกองมองสามีภรรยาที่กำลังกอดกันอยู่ ผู้เป็ภรรยานั้นมีน้ำตาคลอผู้เป็สามีก็กอดปลอบอย่างทะนุถนอมทำให้นายกองย้อนคิดไปถึงก่อนหน้านี้ที่มีรายงานเื่การปล้นชิงทรัพย์สองสามีคู่นี้อาจเป็อีกคนที่เป็ผู้เสียหาย
โจรพวกนั้นคงเป็พวกทหารที่ถูกสั่งปลดเพราะไม่ปฏิญาณตนอยู่ใต้พระบาทของฮ่องเต้แล้วเปลี่ยนตัวเองมาเป็โจรเื่นี้มีรายงานเข้ามาหลายครั้งแล้ว แต่ปัญหาไม่ได้แก้ไขได้ง่ายๆคราวนี้เื่ยังมาเกิดกับแขกบ้านแขกเมืองที่มาท่องเที่ยวเสียอีก
แล้วเื่ยังมาเกิดในเขตที่เขารับผิดชอบเขาจะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้
“เื่นั้นไม่ต้องกังวลข้าจะช่วยพวกท่านเอง”
“ขอแค่ออกไปจากแคว้นจ้าวได้อย่างปลอดภัยพวกเราไม่รบกวนท่านมากหรอก” นายกองรีบโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็วทำให้สองสามีภรรยามีสีหน้างุนงงเขารีบอธิบาย
“คนหนุ่มอายุน้อยเพิ่งแต่งงานจะให้การท่องเที่ยวดีๆแบบนี้เสียเปล่าได้อย่างไรข้าจะพาไปทำเอกสารอนุญาตเดินทางเองและจะรับรองความปลอดภัยให้ท่านทั้งสองอย่างดี”เยว่เฟยหลิงเงยหน้าขึ้นมามองเดิมทีแล้วเื่แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นหรือตัดสินใจง่ายดายเช่นนี้โดยเฉพาะเมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวการลักลอบเข้าเมืองของคนนอก
แม้จะดูเป็คนฉลาดหลักแหลมอย่างไรแต่ก็เห็นได้ชัดว่านายกองผู้นี้ยังมีศักดิ์ศรีค้ำคอชนิดที่ว่าจะไม่ยอมเสียหน้าอย่างเด็ดขาด
เพราะแบบนั้นจึงตกเป็เหยื่อได้ง่ายดายนัก
“รับรองความปลอดภัย?”
“ขออภัยที่เสียมารยาทข้าเป็นายกองของกองทหาร นามว่ามิ่งคัง เดิมทีแล้วข้าอยู่ที่เมืองหลวงนานๆหนจะมาที่ชายแดนเช่นนี้ดังนั้นแล้วพวกท่านเชื่อข้าได้ว่าข้าไม่คืนคำอย่างแน่นอน” เฟิงหลันก้มลงมองประมุขน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดพอมองแบบนี้ประมุขน้อยก็เหมือนภรรยาตัวน้อยเสียจริงๆ
“หลิงเอ๋อร์อยากทำอย่างไร?”เยว่เฟยหลิงมีท่าทีกังวลใจเล็กน้อยแม้ว่าในใจจะพยายามมองข้ามคำเรียกที่อีกฝ่ายเรียกเขาก็เถอะ
“เรายังไปไม่ถึงเมืองหลวงกันเลย….แล้วยังมีงานเทศกาลขอพร….”
“เทศกาลขอพรขึ้นชื่อของแคว้นหากใครขอพรจะได้รับด้ายแดงผูกข้อมือคู่รักด้วย จะพลาดเทศกาลดีๆเช่นนี้ได้อย่างไร”เมื่อนายกองเห็นเยว่เฟยหลิงมีท่าทีลังเลก็รีบเอ่ยถึงงานเทศกาลที่คู่รักมักจะแวะเวียนมาเสมอหากเป็คู่รักที่เพิ่งแต่งงานอย่างสองคนนี้ต้องไม่อยากทิ้งโอกาสไปเที่ยวงานเทศกาลอย่างแน่นอน
“อื้อ…ยังไม่ได้ด้ายแดงผูกข้อมือด้วย” คนตัวเล็กซุกหน้าอยู่กับอกของสามีปลอมๆราวกับกำลังเขินส่วนเฟิงหลันกำลังกลั้นหัวเราะกับท่าทีที่ประมุขน้อยแสดงออกมาหากไม่ติดเื่ฐานะของอีกฝ่ายที่เป็ถึงมือสังหารประจำพระองค์เฟิงหลันคงมองให้ดูน่ารักน่าชังได้อยู่
อันที่จริงก็มองว่าน่ารักนั่นแหละแต่จะบอกไปแบบนั้นก็ไม่ได้ เขาไม่อยากถูกคิดบัญชีหลังกลับถึงชิงหลง
“เช่นนั้นหลิงเอ๋อร์อยากจะไปใช่หรือไม่?”คนถูกถามพยักหน้าอยู่กับอก นายกองมองดูคนที่กำลังเขินพลางยิ้มมีคนอายุน้อยกว่าเป็ภรรยาแล้วยังขี้อ้อนถึงเพียงนี้ สามีจะไม่ตามใจได้อย่างไร
“ต้องรบกวนท่านนายกองแล้ว”
“ไม่ได้ๆเื่แค่นี้เล็กน้อย หลังจากท่านพักผ่อนพอแล้วข้าจะพาไปที่ว่าการ” เฟิงหลันพยักหน้านายกองอุ้มลูกสาวที่กำลังโบกไม้โบกมือให้เฟิงหลันเดินออกไปพร้อมกับผู้ติดตามเยว่เฟยหลิงจึงเงยหน้ามองคนที่กำลังกอดเขาอยู่
“หลิงเอ๋อร์ช่างเ้าเล่ห์แพรวพราว”
“สามีข้าเ้าจะกอดข้าอีกนานไหม”
“ไม่ชอบรึ?” ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่เฟิงหลันก็ปล่อยประมุขน้อยแต่โดยดีเยว่เฟยหลิงจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยเขาไม่ถูกมองว่าเป็ภรรยาผู้ชอบอ้อนสามีไปแล้วหรอกรึ
“พักสักชั่วยามแล้วค่อยไปที่ว่าการก็แล้วกัน”เฟิงหลันว่าก่อนจะล้มตัวลงนอนถึงการออกแรงแค่นั้นจะไม่ได้ทำให้เขาเหนื่อยอะไรแต่เพื่อให้สมจริงกับอาการาเ็ที่แสดงออกเขาก็ต้องนอนพักตามที่บอกเ้าของจวนเอาไว้
“หลิงเอ๋อร์นอนด้วยไหม?”คนที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยถามส่วนคนที่ถูกถามก็เหล่ตาใส่เป็เชิงว่าชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ร่างสูงหัวเราะ
“โกรธแล้วรึ?”
“เปล่าเป็คนเจ็บก็นอนสิ ข้าจะอยู่เฝ้า” เยว่เฟยหลิงย้ายตัวเองไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงเขาจะโกรธเฟิงหลันไปทำไมในเมื่อที่ทำไปก็เพื่อภารกิจของพวกเขาทั้งนั้น
“หากง่วงจะขึ้นมานอนกับข้าก็ได้นะ”
“เงียบ แล้วนอนไป”มือเรียวเอื้อมไปปิดตาคนที่เอาแต่พูดเป็เชิงบังคับให้นอนหากไม่หลับจริงๆจะถูกสงสัยเอาได้
“ได้ขอรับ ข้านอนแล้ว”คนที่อยู่บนเตียงหลับตาลงร่างโปร่งก็ทำหน้าที่ภรรยานั่งเฝ้าสามีที่าเ็อยู่ข้างเตียงจวบจนถึงหนึ่งชั่วยามเฟิงหลันก็ตื่นนอนและพวกเขาก็ได้ไปที่ว่าการพร้อมกับนายกอง
“ข้าชื่ออวี้เฟิงส่วนภรรยาข้าชื่ออวี้เยว่หลิง” เพราะลืมคิดไปว่าพวกเขาต้องลงชื่อในเอกสารอนุญาตเดินทางแล้วเพิ่งจะนึกได้หลังจากที่เ้าหน้าที่ที่ว่าการถามเฟิงหลันจึงบอกชื่อที่เพิ่งคิดได้โดยไม่ลืมใส่คำว่าหลิงลงในชื่อของภรรยาเขาด้วย
“เรามาจากแคว้นฉินเพิ่งจะเดินทางมาจากแคว้นฉู่ ตอนนี้อยู่ระหว่างท่องเที่ยวหลังแต่งงาน” เยว่เฟยหลิงเอ่ยเสริมพร้อมกับรู้สึกทะแม่งๆกับชื่อที่เฟิงหลันตั้งให้เขาจะตั้งทั้งทีไม่ตั้งว่าอวี้เฟยหลิงไปเลยเล่า
“หลังจากไปที่เมืองหลวงพวกท่านจะไปที่ไหนต่อรึ?”
“เดิมทีว่าจะเที่ยวให้ทั่วแคว้นจ้าวเสียก่อนจึงจะเดินทางไปแคว้นเป่ยแต่เพราะเหตุการณ์นั้นข้าจึงคิดจะพาภรรยาเที่ยวที่เมืองหลวงแล้วจะกลับบ้าน”เพราะหากพวกเขาไปถึงเมืองหลวงแล้วพวกเขาจะต้องตามสืบเื่ต่างๆเพื่อความคืบหน้าในการทำภารกิจของพวกเขาแล้วหลังจากนั้นจะไม่มีใครหาพวกเขาเจออีก
“กลับแคว้นฉินรึ?”เฟิงหลันพยักหน้าให้กับคำถามของนายกองมิ่งคังคิดว่ามันเป็ความรับผิดชอบของเขาที่ทำให้คู่แต่งงานต้องยุติการท่องเที่ยวเช่นนี้จึงได้เอ่ยปากพูดออกไป
“ไยไม่เที่ยวต่อให้ถึงแคว้นเป่ยเล่าข้าจะให้คนไปส่งพวกท่านถึงแคว้นเป่ยเอง” พวกเขามีธุระที่แคว้นเป่ยจริงๆเสียที่ไหน
“พวกเราไม่มีเงินถึงขนาดนั้นที่มีอยู่ตอนนี้ก็พอจะอยู่เมืองหลวงได้สักสามสี่วัน ข้าไม่อยากให้ภรรยาลำบากรีบกลับบ้านจะดีกว่า” ในความเป็จริงแล้วเฟิงหลันมีเงินอยู่เพียบจนแม้แต่เยว่เฟยหลิงก็เดาไม่ออกทีเดียว
เบี้ยเงินเดือนทหารออกจะเยอะเสียขนาดนั้นหยิบมาคนละเล็กละน้อยจากทหารในค่ายให้ครบทุกคนพวกเขาก็มีทุนไว้เดินทางรอบแคว้นจ้าวแล้ว
ซึ่งเฟิงหลันไม่ได้บอกเื่นี้กับเยว่เฟยหลิงเพราะกลัวประมุขน้อยจะไปทำตาม
ประมุขน้อยเพิ่งจะอายุยี่สิบสำหรับเฟิงหลันแล้วก็เป็เด็กน้อยที่ควรแสดงตัวอย่างที่ดีให้เห็น
“เื่นั้นเป็ความผิดของข้าเองได้โปรดให้ข้าช่วยเหลือพวกท่านเถอะ” นายกองล้วงตั๋วเงินปึกใหญ่ออกมาจากอกเสื้อจำนวนของตั๋วเงินมากพอที่จะทำให้ผู้ติดตามมองด้วยความอิจฉาได้นายกองยื่นตั๋วเงินปึกนั้นให้เยว่เฟยหลิง
“นี่คือ….”
“การท่องเที่ยวหลังแต่งงานเป็การท่องเที่ยวที่พิเศษอย่าให้แคว้นจ้าวต้องทำให้พวกท่านรู้สึกไม่ดีในการท่องเที่ยวครั้งนี้เลย”
“แต่ว่ามันมากเกินไป….”
“สามีท่านช่วยลูกสาวข้าจนได้รับาเ็ตั๋วเงินแค่นี้ยังน้อยไป รับไว้เถอะ” เยว่เฟยหลิงหันไปมองเฟิงหลันเหมือนจะถามว่าให้รับไว้ดีหรือเปล่าซึ่งเขารู้ว่าเฟิงหลันต้องให้เขารับเงินนี้เอาไว้เพราะมันจะเป็ทุนสำรองของพวกเขาในการอยู่ที่แคว้นจ้าวที่ไม่รู้ว่าจะกินเวลาไปจนถึงเมื่อไหร่
“ขอบพระคุณท่านนายกอง”เยว่เฟยหลิงรับตั๋วเงินนั้นใส่อกเสื้อด้วยตั๋วเงินนี้พวกเขาอยู่ได้สี่ถึงห้าเดือนเลยทีเดียว
ไม่นับรวมกับที่อยู่ในกระเป๋าของเฟิงหลันที่ไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่
“หากพวกท่านไปถึงเมืองหลวงพวกท่านไปพักที่จวนของข้าได้ข้าจะดูแลความปลอดภัยให้พวกท่านเป็อย่างดีแล้วนี่จะเดินทางไปเมืองหลวงเมื่อไหร่รึ”
“ที่เมืองนี้พวกเราก็พอเดินดูบ้างแล้วเราก็ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหนจึงจะออกเดินทางพรุ่งนี้เพื่อไปให้ทันงานเทศกาล” เยว่เฟยหลิงได้ยินคนที่หอคณิกาพูดถึงงานเทศกาลที่เมืองหลวงได้ยินว่าจะจัดอีกห้าวันหลังจากนี้ พวกเขาไม่รู้เส้นทางการไปเมืองหลวงมากนักไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะไปถึง
ซึ่งพวกเขาไม่ได้คิดจะไปเที่ยวงานเทศกาลจริงๆแต่เพราะงานเทศกาลจะทำให้พวกเขาสืบข่าวได้มากขึ้นต่างหาก
“จริงรึ!ข้าจะเดินทางกลับเมืองหลวงพรุ่งนี้เช่นกันถ้าอย่างนั้นเราเดินทางไปพร้อมกันเลยดีหรือไม่คืนนี้ก็พักที่จวนของข้าเลยเป็อย่างไร?” นายกองเอ่ยอย่างรวดเร็วระหว่างนั้นเด็กน้อยที่น่าจะติดเฟิงหลันเข้าให้แล้วก็เดินมากระตุกชายเสื้อเฟิงหลันพร้อมทั้งยิ้มหวาน
“พี่ชาย”
“เหมือนลูกสาวข้าจะชอบท่านอวี้เฟิงเห็นทีวันนี้พวกท่านต้องไปค้างที่จวนของข้าแล้ว” คนเป็พ่อมองลูกสาวที่กำลังอ้อนร่างสูงที่ดูใจดีกับเด็กๆเฟิงหลันย่อตัวอุ้มเด็กน้อยเอาไว้ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเยว่เฟยหลิง
หากไม่บอกว่าเป็มือสังหารข้าก็นึกว่าเป็พ่อคนที่ไหนพาลูกสาวมาเดินเล่น
“หลิงเอ๋อร์อยากมีบ้างรึ”ร่างสูงเมื่อเห็นว่าประมุขน้อยมองอยู่จึงขยับเข้ามาเอาไหล่ชนมือเรียวจึงผลักคนที่ขยับเข้ามาใกล้เขาเบาๆเห็นข้ายอมตามน้ำเป็ภรรยาเข้าหน่อยชักจะเอาใหญ่แล้วนะ
“ท่านอวี้เยว่หลิงอายุยังน้อยคลอดได้หลายคนทีเดียว” ท่านนายกองหัวเราะชอบใจคงจะเขินกระมัง
“พี่เฟิงล่ะก็พูดอะไรก็ไม่รู้” ข้ายังไม่อยากเป็แม่คนและข้าก็ไม่อยากเป็พ่อคนด้วย
เมื่อถูกเรียกว่าพี่เฟิงร่างสูงก็ยกยิ้มทำไมประมุขน้อยผู้นี้ทำอะไรถึงได้น่ามองไปเสียหมดแบบนี้ถึงจะรู้ว่านั่นเป็ละครฉากหนึ่งแต่เฟิงหลันก็อดที่จะมองให้พอใจไม่ได้
จบภารกิจนี้เขาคงมองประมุขน้อยแบบเดิมไม่ได้แล้วกระมัง