น้องเมีย..ที่รัก (เรื่องเสียวสำหรับคนรักน้องเมีย)

    น้องฟ้า 8: งมหอยที่ลำธารใส


    ช่วงบ่ายแก่ ๆ หลังจากร่วมรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว บรรยากาศรอบเรือนไม้สักสองชั้นในสวนผลไม้อันกว้างขวางก็เงียบสงบ แสงแดดจัดจ้าในช่วงเที่ยงวันเริ่มอ่อนแรงลงและเปลี่ยนเป็นสีทองรำไร ลมบ่ายพัดโชยมาเอื่อย ๆ หอบเอาความเย็นสบายและกลิ่นอายของดินชื้นปนกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่าลอยละมุนในอากาศ

    เดชเดินก้าวออกมาจากเรือนไม้ สายตาคมมองหาเงาร่างของน้องเมียตัวน้อยที่มักจะแอบหนีความร้อนมานั่งเล่นรับลมเย็นอยู่ตรงแคร่ไม้ไผ่ใต้ร่มมะม่วงใหญ่ท้ายสวนเป็นประจำ เมื่อเห็นฟ้านอนหนุนแขนมองใบไม้ไหวด้วยท่าทางใจลอย ชายหนุ่มก็เผยยิ้มอบอุ่นก่อนจะเดินเข้าไปหา

    "ฟ้า... นอนใจลอยคิดถึงใครอยู่หรือเปล่าเนี่ย" เดชเอ่ยทักทายเสียงทุ้มพลางส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้

    ฟ้าสะดุ้งน้อย ๆ ละสายตาจากกิ่งใบมะม่วงหันมามองพี่เขย นัยน์ตากลมโตคู่สวยทอประกายสดใส และรอยยิ้มหวานพลันประดับบนใบหน้าน่ารัก "คิดเรื่อยเปื่อยจ้ะพี่เดช แล้วพี่เดชมีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้เดินมาหาฟ้าถึงนี่" ฟ้าถามกลับพลางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เผื่อพื้นที่ว่างบนแคร่ไม้ไผ่ให้เดชได้นั่งลงเคียงข้างกัน

    "พี่เห็นว่าบ่ายนี้แดดร่มลมตก อากาศกำลังสบาย เลยว่าจะชวนฟ้าไปเดินเล่นงมหอยขมกับหาปูที่ลำธารป่าท้ายสวนผลไม้สักหน่อย เอามาทำแกงคั่วหอยขมใส่ใบชะพลูร้อน ๆ รสชาติจัดจ้านฝีมือพี่เองเป็นมื้อเย็นนี้ไง... ฟ้าอยากไปเดินลุยน้ำเล่นกับพี่ไหมล่ะ" เดชชวน แววตามีประกายวิบวับเจ้าเล่ห์อย่างคนรู้ทัน เพราะรู้ดีว่าน้องเมียคนสวยชอบเล่นน้ำและชอบเดินป่าท้ายสวนเป็นที่สุด

    พอได้ยินคำชวน นัยน์ตาของฟ้าก็เบิกกว้างด้วยความดีใจ "ไปสิคะพี่เดช! ฟ้าไม่ได้ไปเดินเล่นงมหอยหรือเอาเท้าจุ่มน้ำที่ลำธารท้ายสวนตั้งนานแล้ว อยากไปจังเลย เดี๋ยวฟ้าวิ่งไปบอกพี่ฝนก่อนนะจ๊ะ" ฟ้าพูดยิ้มร่าพลางลุกจากแคร่ไม้ไผ่แล้วเดินแกมวิ่งกลับเข้าไปในตัวเรือนไม้

    ฝนซึ่งกำลังนั่งเย็บปักถักร้อยอยู่ตรงชานเรือนเงยหน้าขึ้นมายิ้มละมุน พยักหน้ารับคำอนุญาตโดยไม่มีความระแวงแคลงใจแม้แต่น้อย ซ้ำยังเอ่ยเตือนให้เดชคอยดูแลน้องให้ดีเพราะช่วงนี้หินริมน้ำค่อนข้างลื่น และยื่นถังพลาสติกใบย่อมสีน้ำเงินสองใบส่งให้ทั้งคู่เพื่อเอาไว้ใส่หอยและปูที่หาได้

    ก่อนออกเดินทาง ฟ้าขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทะมัดทะแมงขึ้น เธอเลือกสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นที่รัดกระชับรูปทรงสะโพกกลมกลึง เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนละเอียดตาทั้งสองข้าง ส่วนท่อนบนเป็นเสื้อยืดคอกลมสีชมพูพาสเทลบางเบาเข้ารูปพอดีตัวอวดทรวงอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าเป่งตึงดูน่ามอง ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกจากบ้าน ลัดเลาะเลียบไปตามทางเดินดินลูกรังแดงที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้สวนผลไม้นานาชนิด

    เมื่อเดินพ้นสายตาของฝนและคนงานในสวน เดชก็ขยับกายเข้าไปชิดติดกับฟ้า เอื้อมมือหนาแกร่งไปเกาะกุมฝ่ามือนุ่มนิ่มของเธอไว้ สอดประสานนิ้วมือเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ฟ้าหันมาส่งสายตาค้อนวงโตปนเขินอายให้พี่เขยเจ้าชู้ทีหนึ่งอย่างไม่จริงจังนัก ทว่าดวงตากลับพราวระยับหวานเชื่อมและไม่มีทีท่าจะสะบัดมือนั้นออก ทั้งคู่จูงมือลอบส่งสายตาและส่งยิ้มหวานให้แก่กันตลอดทาง พลางเดินข้ามสะพานไม้เก่าที่ทอดข้ามลำธารเล็กๆ มุ่งหน้าเข้าสู่ดงไม้หนาทึบอันร่มรื่นที่เป็นที่ตั้งของลำธารใสสะอาด

    ระหว่างทางเดินลัดเลาะเลียบสวนผลไม้ ฟ้าก้าวไปพลางแหงนมองยอดไม้ที่เขียวชอุ่ม แอบชวนเดชคุยเรื่องอดีต "พี่เดชจำได้ไหมคะ ตอนที่ฟ้ายังเด็ก ๆ ฟ้าเคยแอบหนีพี่ฝนมาเล่นน้ำที่นี่คนเดียว แล้วพี่เดชก็เป็นคนมาตามหาจนเจอ ตอนนั้นพี่เดชดุฟ้าใหญ่เลย"

    เดชหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ บีบมือเล็กกระชับแน่นขึ้น "จำได้สิ ตอนนั้นฟ้ายังตัวเล็กนิดเดียว ดื้อดึงไม่มีใครเกิน พี่นึกว่าเราโดนน้ำพัดไปแล้วซะอีก เล่นเอาตกใจหมดเลยนะรู้ไหม"

    "ฟ้าไม่ได้ดื้อสักหน่อย แค่อยากเล่นน้ำเฉย ๆ เองนี่คะ" ฟ้าทำเสียงออดอ้อนพลางเอียงศีรษะซบไหล่แกร่งของเดชชั่วครู่ตอนที่เดินเคียงข้างกัน ไออุ่นที่แผ่จากไหล่หนาของเขาทำให้เธอรู้สึกมั่นคงปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก แม้จะรู้สึกผิดต่อพี่สาวอยู่ในส่วนลึก แต่ความหอมหวานของความสัมพันธ์ลับกับเดชกลับเย้ายวนใจเกินกว่าจะต่อต้านได้

    เมื่อเดินมาถึงจุดหมายปลายทาง เสียงธารน้ำไหลกระทบเกาะแก่งโขดหินดังซู่ซ่าก้องกังวานชวนให้สดชื่น ลำธารธรรมชาติแห่งนี้มีน้ำใสสะอาดมองเห็นผืนทรายและก้อนกรวดใต้น้ำชัดเจน กระแสน้ำไหลเอื่อย ๆ ความลึกสม่ำเสมออยู่ที่ระดับประมาณเข่า เหมาะเจาะต่อการลุยลงไปก้ม ๆ เงย ๆ งมหอยขมใต้ผิวน้ำเป็นที่สุด

    ฟ้าไม่รอช้า เธอวางถังพลาสติกลงบนโขดหินริมตลิ่ง แล้วจัดการใช้มือนุ่มจับขากางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอพับทบขึ้นสูงอีกจนรั้งตึง เผยให้เห็นโคนขาอ่อนขาวเนียนผุดผ่องที่ดูเย้ายวนท้าทายละอองน้ำและแสงแดดบ่ายแก่ ๆ เดชมองเรียวขาขาวนุ่มของน้องเมียตัวน้อยด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความเสน่หา ความน่ารักบวกกับสรีระวัยสาวสะพรั่งของฟ้ากระตุ้นความรักและเสน่หาในอกเขาอย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายเงียบ ๆ พยายามระงับใจ

    "น้ำใสแล้วก็เย็นเจี๊ยบเลยพี่เดช!" ฟ้าร้องบอกเสียงใสพลางค่อย ๆ ก้าวเท้าเปลือยเปล่าเหยียบลงไปในสายน้ำเย็นเฉียบ ร่างเล็กสะท้านน้อย ๆ ยามผิวสัมผัสความเย็นจัดของน้ำธรรมชาติ เธอหัวเราะอย่างร่าเริงรื่นรมย์ ก่อนจะเริ่มโน้มตัวก้มลงกวาดสายตามองหาหอยขมตามซอกหินและตะไคร่น้ำอย่างขะมักเขม้น

    เดชถอดรองเท้าแตะวางไว้บนฝั่งแล้วรีบก้าวเท้าเหยียบลงน้ำตามไปประชิดด้านหลังร่างบางทันที ชายหนุ่มคอยก้าวเดินตามจังหวะไม่ห่าง คอยเป็นผู้ระแวดระวังหนทางเพื่อไม่ให้ฟ้าก้าวพลาดตะไคร่น้ำลื่นล้ม

    "ค่อย ๆ หาไปนะฟ้า หอยขมมักจะซ่อนอยู่ตามซอกหินใต้เงาตะไคร่นั่นแหละ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก เดี๋ยวจะเหยียบหินลื่นเอา" เดชเอ่ยแนะนำพลางชี้ชวนให้ฟ้าดูหอยขมตัวหนึ่งที่เกาะนิ่งอยู่ใต้ซอกหินใกล้ ๆ

    ฟ้าหันมายิ้มกว้างก้มลงงมหอยขมตัวนั้นขึ้นมาใส่มือเดช "ได้ตัวแรกแล้วค่ะพี่เดช! ตัวใหญ่ใช้ได้เลย เย็นนี้เราคงได้แกงคั่วหม้อโตแน่ ๆ" ฟ้าพูดพลางแกว่งแขนเล่นน้ำ หัวเราะเสียงใสอย่างมีความสุขท่ามกลางสายน้ำและป่ารอบตัว

    แต่ระหว่างที่ฟ้าพยายามก้าวขยับขาเพื่อจะเอื้อมตัวไปหาหอยขมอีกมุมหนึ่ง ฝ่าเท้าบอบบางที่เหยียบย่ำลงบนหินลื่นก็ไถลทันที ร่างบางสูญเสียการทรงตัวพลันลื่น ขาพับเสียจังหวะเตรียมจะหงายหลังจมลงไปในน้ำ ฟ้าหลับตาปี๋กรีดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เตรียมใจที่จะต้องเปียกปอนหนาวเหน็บไปทั้งตัว

    "ว้ายยย!"

    ทว่าร่างกายของเธอกลับไม่ได้ร่วงหล่นลงน้ำ วงแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแกร่งของเดชซึ่งเตรียมพร้อมระวังตัวอยู่ทุกวินาทีโผพุ่งเข้ามาโอบกอดประคองร่างของฟ้าไว้ได้ทันท่วงที วงแขนแกร่งสอดประสานกอดรัดรอบสะโพกกลมกลึงอวบแน่นของเด็กสาวอย่างแม่นยำ ฝ่ามือใหญ่ร้อนบีบประชับใต้สะโพกนิ่มของเธอเพื่ออุ้มยกตัวเธอให้ลอยพ้นจากผิวน้ำ สัมผัสอุ่นร้อนของฝ่ามือชายหนุ่มที่ทาบทับสัมผัสเนื้อสะโพกอวบอิ่มผ่านเนื้อผ้าเปียกน้ำทำเอาเดชลมหายใจสะดุด ความแน่นกระชับของสะโพกสาวภายใต้เสื้อผ้าเปียกชุ่มทำให้ชายหนุ่มยากจะละมือได้

    "เห็นไหมล่ะ พี่บอกเตือนแล้วก็ไม่ยอมฟัง ดื้อจริง ๆ เลยนะเราเนี่ย" เดชบ่นพึมพำชิดใบหูเล็กสั่นกระเส่า ทว่าใบหน้าคมเข้มกลับฉายรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพึงใจอย่างปิดไม่มิด

    เรือนกายหนากำยำของเดชเบียดขยับเข้าหาแผ่นหลังและสะโพกงอนงามจนเนื้อตัวของสองคนแทบจะแนบชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางกระแสน้ำไหลเย็น ความอุ่นซ่านจากร่างกายชายหนุ่มเสียดทานกับผิวเนื้อบอบบางของฟ้าภายใต้เสื้อผ้าที่เริ่มชุ่มชื้น ลำธารใสเย็นรอบตัวไม่อาจดับความรู้สึกสยิวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วร่างกายของเด็กสาวได้ ทรวงอกคู่อวบอิ่มของฟ้าบดเบียดแผงอกกว้างของเดชจนเธอรู้สึกถึงจังหวะหัวใจกระหน่ำรัวเร็วของทั้งสองฝ่ายที่เต้นระรัวแข่งขันกันเสียงดังสะท้อนก้องในอก

    เดชยังประคองกอดร่างบอบบางไว้โดยไม่มีท่าทีว่าจะยอมปล่อยเธอลงสู่พื้นน้ำง่ายๆ เขากลับถือโอกาสขยับฝ่ามือร้อนจัดบีบเค้นลูบไล้ไปตามเนื้อนิ่มสะโพกงอนงามของน้องเมียตัวดีที่เปียกปอนหยาดน้ำเย็นเยือก ความตึงแน่นของสะโพกสาวภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นที่แนบสนิทไปตามรูปทรง ทำให้มือหนาลูบสัมผัสคลึงเคล้าอย่างเพลิดเพลินอารมณ์เสน่หาแสนหวานละมุนปนวาบหวามใจ นิ้วแกร่งขยำลงน้ำหนักเน้นหนักเบาสลับกันกระตุ้นความรู้สึกรัญจวนในอกของฟ้าจนเนื้อตัวสั่นเทา แก้มสีนวลร้อนผ่าวแดงก่ำด้วยความเขินอายปนสยิว เธอพยายามบิดส่ายสะโพกขยับหนีขลุกขลักในน้ำใสทว่าแรงขยับนั้นกลับยิ่งทำให้ผิวกายส่วนล่างบดเบียดชิดกับเนื้อกายชายหนุ่มจนรู้สึกซ่านเสียวแทบดิ้นไม่หลุด

    "พี่เดช... ปล่อยฟ้าลงเหยียบพื้นก่อนเถอะค่ะ ฟ้าไม่ลื่นแล้วนะจ๊ะ... อ๊ะ..." ท้ายประโยคน้องเมียสาวเผลอร้องครางอุทานแผ่วหวิวสะท้าน เมื่อปลายนิ้วของเดชแกล้งลากปัดผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มตรงโคนขาอ่อนเบา ๆ ความเสียวสะท้านที่แล่นผ่านผิวเนื้อแผ่ซ่านจนขาแข้งพาลจะหมดแรงทรงตัวดื้อๆ

    "ไม่เอา พี่กลัวฟ้าลื่นล้มเจ็บตัวอีก ขอพี่อุ้มประคองฟ้าไว้แบบนี้อีกหน่อยเถอะนะ" เดชกระซิบออดอ้อนข้างหู พลางโน้มหน้าลงไปสูดกลิ่นหอมสะอาดจากพวงแก้มเนียนแดงระเรื่ออย่างรักใคร่เอาแต่ใจ ฟ้าตาโตแก้มป่อง ยกมือน้อยขึ้นฟาดไหล่แกร่งของพี่เขยเบา ๆ แก้เขิน แต่ในส่วนลึกของหัวใจกลับรู้สึกลึกซึ้ง อบอุ่น และปลอดภัยเหลือเกินที่มีแผงอกของเดชคอยป้องกันภัยไว้ให้เช่นนี้

    หลังจากหยอกเย้าจนหัวใจสั่นสะท้าน เดชจึงยอมคลายอ้อมกอดปล่อยร่างบางยืนเหยียบพื้นทรายใต้น้ำใสอย่างปลอดภัย พอได้อิสระกลับมา ฟ้าก็รีบกวักน้ำสาดใส่แผงอกกว้างของเดชเพื่อเอาคืนทันที ชายหนุ่มหัวเราะเสียงทุ้มกังวานและเริ่มสาดน้ำกลับเบา ๆ ทั้งคู่หยอกเย้ากันอย่างร่าเริง ท่ามกลางละอองน้ำใสที่กระจายเปียกชุ่ม เสื้อยืดสีพาสเทลตัวบางเบาของฟ้าบัดนี้เปียกโชกจนแนบลู่ไปกับผิวเนียนละเอียด อวดส่วนโค้งเว้าของนวลเนื้อสาวและรูปทรงหน้าอกอวบหยุ่นตั้งชันเด่นชัดผ่านเนื้อผ้าเปียกน้ำรำไรชวนมอง เดชทอดสายตามองเรือนร่างสวยงามตามธรรมชาติของฟ้าด้วยไฟรักและความปรารถนาที่แล่นริ้วในอก แต่ความรักความเอ็นดูที่มีให้ทำให้เขาพยายามสะกดอารมณ์ คอยระวังกลัวร่างกายบอบบางของน้องเมียจะหนาวสั่นจนไข้จับเสียก่อน

    ชายหนุ่มจูงมือฟ้าก้าวเดินขึ้นจากน้ำใส พากันเดินขึ้นตลิ่งมานั่งพักเหนื่อยบนโขดหินก้อนใหญ่ใต้ร่มไม้ริมตลิ่ง ลมโชยพัดเอื่อย ๆ มาโดนตัวเสื้อที่เปียกปอนบางส่วนจนฟ้าร่างสั่นสะท้านขึ้นน้อย ๆ จากความเย็น เดชเห็นดังนั้นก็ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นทรายริมโขดหินต่อหน้าเรียวขาขาวของฟ้า ขยับสองมือหนาไปประคองรองรับเท้าน้อย ๆ ที่เลอะเม็ดทรายขึ้นมาวางพักไว้บนหน้าขาของเขาอย่างทะนุถนอม

    "พี่เดช... สกปรกเปล่า ๆ ค่ะ" ฟ้ากระซิบแผ่วเบาขัดเขิน พยายามจะดึงเท้ากลับ

    "สกปรกที่ไหนกัน เท้าฟ้าสะอาดจะตาย อยู่เฉย ๆ เถอะ พี่ล้างทรายออกให้นะ" เดชปลอบโยนเสียงนุ่ม นิ้วโป้งใหญ่ค่อย ๆ ชะล้างลูบปัดเม็ดทรายออกจากซอกนิ้วเท้าน้อยและฝ่าเท้านุ่มของเด็กสาวอย่างเบามือและประณีต ลูบไล้น้ำสะอาดรดชะโลมส้นเท้าและฝ่าเท้าน้อยลูบไล้เศษฝุ่นทรายออกจนหมดเกลี้ยง เผยให้เห็นนวลเนื้อนุ่มเนียนของฝ่าเท้าที่แดงฝาดระเรื่อน่ารัก

    เมื่อล้างเท้าเสร็จเรียบร้อย ฝ่ามืออุ่นหนาของเดชก็เริ่มนวดเฟ้นไปตามแนวข้อเท้าและขยับขึ้นบีบคลึงตามแนวเส้นน่องเรียวยาวไปจนถึงโคนขาอุ่นของฟ้าอย่างเอาใจใส่ ค่อย ๆ ลงน้ำหนักนวดวนรอบเส้นกล้ามเนื้อเพื่อล้างความเมื่อยล้าที่สะสมจากการลุยลื่นในธารน้ำเย็นเฉียบ สลับกับจังหวะลูบไล้ต้นขาอ่อนอย่างแผ่วเบาสนิทสนม แผ่ความร้อนผ่าวเข้าทดแทนความเย็นชื้น สัมผัสอ่อนโยนใส่ใจลึกซึ้งนี้ทำเอาฟ้าหัวใจสั่นไหวหวามสะท้านไปทั่วเรือนกาย

    เด็กสาวก้มลงมองเดชด้วยสายตารู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจมาก ความอ่อนโยนที่เดชปรนนิบัติบีบนวดเท้าให้เธอนั้นประหนึ่งการดูแลดั่งสมบัติล้ำค่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวพองฟูขึ้นจนน้ำตาแทบจะเอ่อล้นคลองตา ฟ้าค่อย ๆ โน้มตัวเอนกายลงกอดรอบคอของเดช ซุกใบหน้าน่ารักลงกับไหล่แกร่งของเขา กลิ่นกายชายที่คุ้นเคยผสมผสานกับความเย็นสดชื่นรอบลำธารทำให้เธอรู้สึกสงบและปลอดภัยอย่างที่สุด ปล่อยให้ความเงียบและความผูกพันโอบล้อมกายใจไปชั่วขณะ

    เดชนวดเท้าของเธอต่ออีกสักพักลึกขึ้นไปจนถึงต้นขาหนั่นแน่น ก่อนจะถามไถ่ความรู้สึกของเธอด้วยความห่วงใย "เป็นยังไงบ้างฟ้า ดีขึ้นไหม ขาหายตึงหรือยัง"

    "ดีขึ้นมากเลยค่ะพี่เดช สบายจังเลย... ขอบคุณพี่เดชมาก ๆ นะคะที่คอยดูแลฟ้าดีขนาดนี้" ฟ้ากระซิบบอกพลางซุกไหล่หนาของเขาแน่นขึ้น

    เดชเอื้อมมือมากอดประคองแผ่นหลังบอบบางที่ชื้นน้ำ ยิ้มอย่างอ่อนโยน "ฟ้าเป็นน้องเมียของพี่ พี่ก็ต้องดูแลอยู่แล้ว... แต่สำหรับพี่ ฟ้าพิเศษกว่าใครทั้งหมดนะ รู้ตัวใช่ไหม"

    ฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของเขา ใบหน้าน่ารักขึ้นสีแดงเรื่อเมื่อได้ยินประโยคบอกรักเป็นนัยน์นั่น หัวใจเต้นแรงด้วยความหวานซ่านสยิว "พี่เดชก็แกล้งพูดหวานไปเรื่อย... ฟ้าเขินนะจ๊ะ"

    "พี่ไม่ได้แกล้งพูดเลย พี่พูดความจริงจากใจต่างหาก" เดชยืนยันน้ำเสียงจริงจังก่อนจะโน้มตัวไปสูดความหอมจากซอกคอขาวระหงเบา ๆ

    "ฟ้า..." เดชเอ่ยเรียกชื่อน้องเมียเสียงทุ้มเบาข้างหู เอียงหน้าสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววอาลัยอาวรณ์มองมา "วันพรุ่งนี้ พี่ต้องกลับกรุงเทพฯ แล้วนะ... พี่คงคิดถึงฟ้ามากแน่ ๆ"

    แววตาของฟ้าไหววูบ รู้สึกใจหายแปลบและเศร้าสร้อยขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงการจากลาที่ใกล้เข้ามาถึง "ฟ้าก็คงคิดถึงพี่เดชเหมือนกันค่ะ... ถ้าไม่มีพี่เดชอยู่ที่ไร่ บ้านคงเหงาและอ้างว้างแย่เลย"

    เดชยิ้มบาง ๆ ด้วยความห่วงใย มือหนาที่เปียกชื้นปล่อยจากข้อเท้าเลื่อนขึ้นมาประคองแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อ ลูบไล้เบา ๆ ก่อนจะเลื่อนไปสางเส้นผมนุ่มของเด็กสาวอย่างทะนุถนอม "ไม่ต้องกังวลไปนะฟ้า พี่สัญญาว่าจะหาโอกาสทุกทางแวะมาเยี่ยมเยียนฟ้าที่บ้านไร่บ่อย ๆ พี่ไม่มีวันทิ้งฟ้าแน่นอน พี่จะคอยดูแลและห่วงใยฟ้าแบบนี้ตลอดไป"

    "จริงนะคะพี่เดช สัญญาแล้วห้ามคืนคำนะจ๊ะ ฟ้าจะรอพี่เดชอยู่ที่นี่... ทุก ๆ วันเลย" ฟ้าย้ำเสียงสั่นระริกแฝงความจริงใจและน้ำเสียงออดอ้อนลึกซึ้ง

    "พี่ให้สัญญาลูกผู้ชายเลยครับ พี่ไม่มีวันทิ้งฟ้าไปไหนหรอก ต่อให้ต้องทำงานหนักแค่ไหน พี่ก็จะหาเวลามาหาหนูให้ได้" เดชปลอบโยนพร้อมจูบหน้าผากมนเบา ๆ เพื่อยืนยันคำมั่น

    คำสัญญาที่เรียบง่ายแต่จริงใจชโลมเข้าสู่หัวใจดวงน้อยของฟ้าจนพองโตเต็มตื้นไปด้วยความสุขหวานล้ำ เธอพยักหน้ารับเบา ๆ ซุกใบหน้าแนบชิดอกกว้างที่เปี่ยมไปด้วยไอร้อนอุ่นมั่นคงแน่นยิ่งขึ้น ร่างกายสองร่างถ่ายทอดไออุ่นผสานความมั่นคงให้แก่กันริมลำธารใส ความสัมพันธ์ลับที่เริ่มต้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งและอ่อนโยนที่หล่อหลอมหัวใจทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างมั่นคง

    ท่ามกลางเสียงน้ำไหลเอื่อยกระทบแก่งหินและสายลมพัดโชยในป่าท้ายสวน หัวใจดวงน้อยสองดวงต่างถักทอความผูกพันอันมั่นคงเงียบเชียบ ปูทางสู่ค่ำคืนสุดท้ายอันแสนหวานและอบอวลไปด้วยไฟรักเสน่หาที่จะหล่อหลอมเขาทั้งสองเข้าด้วยกัน ก่อนที่รุ่งอรุณแห่งการจากลาจะมาเยือน...