บทที่ 21 มนุษย์ตัวจิ๋วกับภารกิจช่วยชีวิตห่าน
หลังจากผ่านพ้นกิจวัตรยามเช้าในการล้างหน้าแปรงฟันจนสะอาดเอี่ยมอ่องดุจไข่ปอก ฉินฮ่าวเฉิน ก็ทำหน้าที่เป็สไตลิสต์ส่วนตัวให้ลูกสาว เขาบรรจงเลือกชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สีชมพูหวานประดับด้วยโบว์เล็ก ๆ ดูน่ารักราวกับเ้าหญิงตัวน้อยมาเปลี่ยนให้ เ้าก้อนแป้งอันอัน ก่อนจะโอบอุ้มร่างนุ่มนิ่มที่มีกลิ่นหอมกรุ่นเดินลงมายังห้องอาหารที่ชั้นหนึ่งอย่างอารมณ์ดี
เหตุการณ์วุ่นวายเื่ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในครัวเมื่อวานนี้ถูกจัดการไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วปานกามนิตหนุ่มตามสไตล์การทำงานของตระกูลฉิน เชฟคนเดิมที่ทำงานบกพร่องถูกไล่ออกและจัดการตามระเบียบไปเรียบร้อยแล้ว บัดนี้พื้นที่ในครัวถูกยึดครองโดยเชฟระดับโลกเ้าของฉายา ‘เทพแห่งการทำอาหาร’ ซึ่งถูกจ้างมาด้วยค่าตัวมหาศาลเพื่อดูแลปากท้องของสมาชิกตระกูลฉินโดยเฉพาะ
ฉินฮ่าวเฉินบรรจงวางร่างนุ่มนิ่มลงบนเก้าอี้ทานอาหารด้วยกำมะหยี่อย่างดี เขาเลือกที่จะเมินเก้าอี้เด็กสีชมพูที่ตั้งวางอยู่ข้าง ๆ แล้วตัดสินใจที่จะประคองช้อนป้อนอาหารเช้าให้ลูกสาวด้วยตัวเองอย่างใจเย็น ทุกการเคลื่อนไหวของเขานั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอม ราวกับว่างานป้อนข้าวลูกคือภารกิจระดับชาติที่สำคัญกว่าการลงนามในสัญญานับพันล้าน
ทว่า... ่เวลาแสนละมุนอบอุ่นหัวใจของสองพ่อลูกกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงประหลาดที่ดังมาจากด้านนอก
“ก้าก! ก้าก! ก้ากกกก!”
เสียงร้องของสัตว์ปีกที่ดังลั่นและแฝงไปด้วยความรู้สึกถูกบีบคั้นอย่างหนักดังมาจากบริเวณสวนหน้าคฤหาสน์ ฉินซุ่ยอันที่กำลังเคี้ยวข้าวต้มปลาเนื้อนุ่มจนแก้มพองโตเป็ก้อนกลมชะงักไปในทันที เธอรีบชะเง้อคอเล็ก ๆ พยายามมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความสงสัยแกมกังวล เด็กน้อยรีบกลืนอาหารคำนั้นลงคออย่างรวดเร็วก่อนจะเงยหน้าถามคุณพ่อด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“คุณพ่อคะ... ห่านขาวตัวใหญ่กำลังร้องขอความช่วยเหลือหรือเปล่าคะ? มีคนใจร้ายจะจับมันไปถอนขนทำเป็ห่านย่างหรือเปล่า?”
ฉินฮ่าวเฉินขมวดคิ้วมุ่นทันที ในคฤหาสน์อ่าวที่หนึ่งแห่งนี้ ใครจะกล้าบังอาจแตะต้องสัตว์เลี้ยงที่ลูกสาวเขาโปรดปรานแม้เพียงปลายขน? แต่เพื่อความสบายใจของยัยหนูที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาจึงหันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“ออกไปดูสิว่าเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นด้านนอก”
ไม่ถึงหนึ่งนาที บอดี้การ์ดคนเดิมก็เดินกลับมารายงานด้วยสีหน้าที่ดูแปลกประหลาดประหนึ่งน้ำท่วมปาก
“เรียนท่านประธาน... คือว่า... คุณชายใหญ่กำลัง ‘ฝึกฝน’ ห่านขาวอยู่ครับ”
“ฝึกงั้นเหรอ?”
ฉินฮ่าวเฉินเลิกคิ้วสูงด้วยความงุนงง
แม้จะพยายามจินตนาการอย่างไร เขาก็คิดไม่ออกว่าลูกชายคนโตที่เพิ่งกลับมาจากการปฏิบัติธรรมบนูเาจะนึกสนุกมาฝึกห่านไปเพื่ออะไรกัน? แต่เขาก็สั่งกำชับลูกน้องไปสั้น ๆ
“ไปบอกฝูเจียว่าอย่าฝืนใจมันจนเกินขอบเขตนัก”
เขาลูบหัวปลอบโยนเด็กน้อยที่ยังคงนั่งทำตาโต
“ไม่มีอะไรครับอันอัน พี่ใหญ่ของหนูคงกำลังเล่นกับห่านอยู่ ไม่มีใครกล้ากินมันหรอกครับ ไม่ต้องกังวลนะคนเก่ง”
“อ๋อ~”
อันอันกะพริบตาปริบ ๆ ความกังวลเริ่มจางหายไปเปลี่ยนเป็ความสงสัยแทน
“พี่ใหญ่กำลังเล่นอะไรกับห่านขาวเหรอคะ? เล่นซ่อนแอบหรือเปล่านะ ?”
“อาจจะใช่ครับ แต่ตอนนี้อันอันต้องทานข้าวให้เสร็จก่อนนะ แล้วพ่อจะพาออกไปดูว่าพี่ใหญ่เขาเล่นอะไรกัน”
เขาป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ รสชาติเลิศรสให้เธออีกช้อน ซึ่งอันอันก็พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟังและพยายามเคี้ยวให้เร็วขึ้น
“ค่า~ อันอันจะรีบทานให้เกลี้ยงเลย!”
เมื่อเ้าก้อนแป้งอิ่มหนำสำราญจนพุงน้อย ๆ เริ่มป่องออกมา ฉินฮ่าวเฉินก็อุ้มเธอเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่นทันทีเพื่อคลายความสงสัย
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือ... ฉินฝูเจีย พี่ชายคนโตผู้สงบนิ่งกำลังนั่งขัดสมาธิทำสมาธิอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว รัศมีแห่งความสงบแผ่ออกมาจนดูเหมือนวิหารศักดิ์สิทธิ์ ส่วนบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้ามนั้น มีห่านขาวตัวใหญ่นั่งขดตัวอยู่ ท่าทางของมันดูอ่อนระโหยโรยแรงพิลึก ปีกสีขาวตกห้อยลงข้างตัวอย่างน่าเวทนา
ทว่าทันทีที่มันแว่วได้ยินเสียงฝีเท้าและได้กลิ่นนมอ่อน ๆ จากร่างของมนุษย์ตัวน้อยที่เดินเข้ามา มันก็ชูคอพรวดขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่าทันควัน ดวงตาเล็กเท่าเมล็ดถั่วสีดำขลับมองมาที่ประตูด้วยประกายแห่งความหวังอันแรงกล้า ราวกับมันได้มองเห็นเทวดาตัวน้อยที่จะมาช่วยชีวิตมันให้พ้นจากขุมนรกแห่งความเงียบสงบนี้แล้ว!
ฉินฮ่าวเฉินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสภาพของห่าน เขาพยายามส่งสายตาถามลูกชายคนโตผ่านม่านแห่งความสงบว่า ‘นายทำบ้าอะไรกับสัตว์เลี้ยงของน้อง?’
อันอันเอียงคอซ้ายทีขวาทีมองพี่ชายที่หลับตานิ่งสลับกับห่านขาวที่กำลังมองเธอตาละห้อยด้วยความไม่เข้าใจ ในสายตาของเด็กน้อยวัยสามขวบครึ่ง ทั้งคู่ดูเหมือนกำลังนั่งแข่งกันเหม่อลอยไปในอากาศเสียมากกว่า
ฉินฝูเจียค่อย ๆ วาดมือเป็ครึ่งวงกลมอย่างช้า ๆ เพื่อจบการทำสมาธิอย่างสมบูรณ์แบบ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและพยุงตัวลุกขึ้นเดินตรงมาหาน้องสาวด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา
“อันอัน... อรุณสวัสดิ์ครับ”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ใหญ่~”
อันอันขานรับเสียงใสก่อนจะถามคำถามที่ค้างคาใจทันที
“พี่ใหญ่กำลังทำอะไรกับห่านขาวเหรอคะ? ทำไมห่านขาวดูเหมือนคนไม่มีแรงแบบนั้นล่ะคะ?”
“พี่กำลังพามันนั่งสมาธิครับ”
ฝูเจียลูบหัวน้องสาวเบา ๆ อธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนเคลิ้ม
“พี่สังเกตว่าเ้าห่านตัวนี้มันมีจิตใจที่ว้าวุ่นและอารมณ์ร้อนไปหน่อย พี่เลยอยากให้มันลองนั่งสมาธิเพื่อบ่มเพาะสติและละทิ้งนิสัยเสีย ๆ บางอย่างไปบ้าง เพื่อผลดีต่อตัวมันเองในวันหน้า”
“อ๋อออออ~”
อันอันลากเสียงยาวพยักหน้าหงึก ๆ ทำท่าเหมือนจะเข้าใจ... แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาเธอก็ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กจนแก้มะเื
“แต่อันอันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีค่ะ! ห่านขาวนั่งสมาธิแล้วจะบินเก่งขึ้นเหรอคะ?”
ทันใดนั้นเอง ห่านขาวตัวใหญ่ที่ทนเงียบมานานก็ะเิอารมณ์ออกมา มันบินพรึ่บลงจากโซฟาด้วยท่าทางที่ดูตลกขบขัน เดินเตาะแตะส่ายตูดดุ๊กดิ๊กตรงดิ่งมาหาทันที
“อันอัน!”
พลางร้องประท้วงเสียงดังสนั่น!
“ก้าก! ก้าก! ก้ากกกก!”
มันเริ่มรัวภาษาห่านฟ้องอันอันชุดใหญ่ประหนึ่งน้ำไหลไฟดับ! มันพยายามสื่อสารสุดชีวิตว่าไอ้มนุษย์หัวโล้นหน้าตานิ่ง ๆ คนนี้บังคับให้ห่านอย่างมันทำเื่ไร้สาระที่สุดในโลก!
‘ฟ้าดินเป็พยานเถอะเ้าตัวเล็ก! ข้าถูกพี่ของเ้าบังคับให้ฟังบทสวดพึมพำที่ชวนหลับตั้งหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ! แถมพอนอนจะหลับ เขาก็ใช้รังสีบางอย่างปลุกข้าขึ้นมาให้นั่งนิ่ง ๆ สมาธิแตกซ่านอยู่อีกครึ่งชั่วโมง! ข้าเป็ห่านนะ! ห่านที่ไหนเขามานั่งสมาธิสวดมนต์กัน! ห่านต้องว่ายน้ำ กินปลา แล้วก็แกล้งคนสิ! อันอันเ้าช่วยข้าด้วย ก่อนที่ข้าจะบรรลุธรรมกลายเป็ห่านทิพย์ไปจริง ๆ!’
มันเอาหัวสีขาวสะอาดถูไถที่ขาของอันอันอย่างออดอ้อนและเรียกร้องความเป็ธรรม ท่าทางของมันดูน่าสงสารแกมตลกจนแม้แต่ฉินฮ่าวเฉินยังต้องลอบขำในใจ