ท่านอ๋องจอมเย็นชากับพระชายาตัวแสบ

    บทที่ 4 ติดกับศัตรู

    บทที่ 4 ติดกับศัตรู


    บริเวณลานด้านหน้าของจวนตระกูลลู่นั้นมีทางเดินซับซ้อนหลายเส้นทาง


    ถึงอย่างไรก็เป็๲จวนของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ จวนแห่งนี้ถือว่าดีเลิศใน

    บรรดาจวนขุนนางทั้งปวงแล้ว ทำให้ลู่จือฉิงกับเซี่ยมู่จ้องมองด้วยความชื่นชม


    หลี่หวานหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของสตรีผู้นี้ ถึงจะชมว่านางยังเยาว์วัยก็สุดแท้แต่ ที่ยอมเดินเข้าสู่กับดักโดยไม่รู้ตัวอย่างง่ายดายเช่นนี้


    ฮึ! ก็แค่คนต่างถิ่นสองคนหายไปเงียบ ๆ จะมีใครสนใจบ้างเล่า


    ลู่จือฉิงกำลังชื่นชมภาพวาดโดยไม่ได้ตั้งใจ นางมองลงไปก็เห็นในดวงตาขาวดำของเซี่ยมู่เผยให้เห็นถึงความระแวดระวังที่แวบผ่านไปชั่วขณะ นางก็เลยจับมือเขาไว้แน่น


    อะไรกันเล่า ถึงนางจะไร้เดียงสา แต่ไม่ได้โง่เขลา เข้าใจดีว่าการรู้หน้าไม่เท่ารู้ใจ ก่อนหน้านี้เมื่อหลี่หวานได้ยินชื่อของนาง นางก็เห็นสีหน้าประหลาดใจนั้น จึงรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติแน่ หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน หลี่หวานก็ได้เดินทางมาหาอีกครั้ง และพานางกับเซี่ยมู่มายังจวนตระกูลลู่ บังเอิญจริง นางเองก็แซ่ลู่เหมือนกัน


    ไม่รู้ว่าคนตระกูลลู่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนางหรือไม่


    แต่นางก็ทราบดีว่าการไปไหนมาไหนสุ่มสี่สุ่มห้ามันอันตรายมาก อย่างไรก็ตามเมื่อมีเงื่อนงำเกี่ยวกับชาติกำเนิด นางก็ไม่อาจละเลยไปได้


    หลังจากนั่งลงในห้องรับรองด้านข้าง ขณะที่หลี่หวานกับลู่จือฉิงกำลังจิบชาและสนทนาคุยกัน ลู่จือฉิงไม่คิดจะจิบชาเลย แต่เมื่อเห็นหลี่หวานจิบไปก่อน นางจึงจิบตามบ้าง


    ส่วนเซี่ยมู่กลับมีสีหน้าหงอยเหงา ดูเหมือนจะไม่มีชีวิตชีวา ลู่จือฉิงรู้ว่าเขาแค่แสร้งทำ เด็กคนนี้ฉลาดมาก ไม่เคยแสดงความสามารถมากเกินไป ยกเว้นตอนอยู่กับนาง


    ลู่จือฉิงสำรวจสิ่งของที่ประดับตกแต่งรอบ ๆ ด้วยสายตา พลางถามว่า

     “ฮูหยินรองบอกว่ามีเ๱ื่๵๹จะบอกข้าเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ของพระชายารุ่ยไม่ใช่หรือเ๽้าคะ?”


    หลี่หวานยิ้มอย่างเศร้าสร้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็มีน้ำตาคลอเบ้าตา 

    “เฮ้อ พระชายารุ่ยผู้น่าสงสาร นางเป็๞คุณหนูรองของตระกูลลู่ ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของข้า แต่ข้าก็รักนางเหมือนลูกในไส้”


    นางพูดจบก็หยิบผ้ามาซับน้ำตา


    เซี่ยมู่เห็นท่าทางที่หลี่หวานแอบมองลู่จือฉิงขณะเช็ดน้ำตา ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่านางไม่ใช่คนดี แต่แม่ของเขาเลือกเข้ามาในถิ่นของศัตรู เขาจะทำอะไรได้


    เมื่อลู่จือฉิงได้ยินว่าพระชายารุ่ยมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลลู่ หัวใจของนางก็เต้นรัว แต่นางไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า เพียงแสดงความเห็นใจและปลอบประโลมหลี่หวานเท่านั้น


    พอดีกับที่มีข้ารับใช้เข้ามาแจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก แต่ลู่จือฉิงก็ได้ยิน “ท่านอ๋องรุ่ยมา เหมือนจะรีบมากด้วยเ๯้าค่ะ!”


    หลี่หวานที่ร้องไห้คร่ำครวญเมื่อครู่ก็หยุดทันที แววตาของนางมีความโ๮๨เ๮ี้๶๣และสงสัยผ่านไปชั่ววูบ พร้อมพึมพำว่า “เขามาด้วยเหตุใด?” นางก็คิดครู่หนึ่งแล้วสั่งว่า “ต้อนรับเขาให้ดี!”


    นางหันมายิ้มให้ลู่จือฉิงพร้อมกล่าว “คิดไม่ถึงจริง ๆ ที่จวนมีแขกมา เ๯้าสองแม่ลูกจะไปพักก่อนหรือไม่?…”


    ลู่จือฉิงยังไม่ทันตอบ ก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มดังขึ้น “ไม่ต้องหรอก!”


    เสียงนั้นดังมาก่อน แล้วตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ที่เดินมาอย่างรวดเร็ว แต่ละก้าวกลับไม่ได้ดูรีบร้อน ลู่จือฉิงคิดในใจว่าขาเขายาวจริง ๆ จึงสังเกตใบหน้าของเขาอย่างละเอียด


    อะไรกัน นางเป็๞จิตรกรวาดรูปหนุ่มหล่อแนวจีนโบราณมามากมาย ลู่จือฉิงย่อมมีสายตาชั้นเลิศในการประเมินความหล่อ ถึงจะไม่ใช่หนึ่งในโลกก็เป็๞รองเพียงหนึ่งเดียว แต่น่าเสียดายที่ในห้าปีที่ผ่านมา นางไม่ค่อยได้เห็นหนุ่มหล่อเลย


    นางรู้สึกเสียดายมาก!


    แต่พอเห็นท่านอ๋องรุ่ยผู้นี้ ลู่จือฉิงก็หายใจติดขัด จ้องมองที่ใบหน้าของเขา ขณะที่สมองของนางคิดไปเรื่อยเปื่อย นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดถึงไม่ค่อยได้เห็นหนุ่มหล่อมาก่อน เพราะกำลังสะสมบุญเพื่อได้พบหนุ่มรูปงามหน้าตาเช่นนี้นั่นเอง!


    จะมีชายหนุ่มหล่อขนาดนี้บนโลกได้อย่างไรกัน ผิวพรรณของเขาขาวผ่องกว่านางเสียอีก หน้าตาดูอิ่มเอิบพอดี ไม่อ้วนไม่ผอม คิ้วเรียวโค้งสวยงาม ดวงตาลึกล้ำราวสระน้ำเย็น เป็๞การผสมผสานระหว่างความก้าวร้าวและความสงบเงียบอย่างลงตัว จมูกโด่งเด่นราว๥ูเ๠า ริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบ เป็๞ความเย้ายวนใจระหว่างความแข็งแกร่งและความอ่อนหวาน


    ลู่จือฉิงหรี่ตามองชายหนุ่มผมดำสวมชุดขาว แล้วกลืนน้ำลายดังเอื๊อก 

    เซี่ยมู่หรี่ตาแล้วมองนางด้วยความหมั่นไส้ นี่ก็แค่ชายหนุ่มรูปงามธรรมดา ๆ เมื่อข้ากลายเป็๲ผู้ใหญ่ ข้าจะต้องมีรูปโฉมที่งดงามกว่านี้แน่นอน ไม่เห็นชายผู้นี้จะรูปงามตรงไหน!


    ชิวหลินรุ่ยเหลียวมองหลี่หวานครู่หนึ่ง แล้วจึงมองสบตากับสตรีที่มองเขาอย่างตั้งใจ เขามองนางจากหัวจรดเท้า แต่นางกลับจ้องหน้าเขาไม่วางตา


    ชิวหลินรุ่ยเมื่อเห็นใบหน้าที่คล้ายคลึงกันจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย นางจ้องมองเขาอย่างนี้ คงไม่ใช่เพราะเขาหน้าตาดีเท่านั้นหรอกนะ


    หลี่หวานเห็นทั้งสองสบตากันนานจึงรู้สึกหวาดกลัว เดิมทีก็มีคนที่หน้าตาคล้ายลู่จือฉิงปรากฏตัวขึ้นมา ทำให้ตระกูลลู่ต้องอธิบายอยู่แล้ว ตอนนี้เ๱ื่๵๹ราวยังไม่แน่ชัดท่านอ๋องรุ่ยก็มาเองเสียแล้ว นางกลัวว่าเขาจะคิดไปในทางสงสัยว่านี่เป็๲กลอุบาย


    ชิวหลินรุ่ยสังเกตเซี่ยมู่ที่ดูเหมือนอ่อนแอแต่แววตาเจิดจ้า เขาจึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วถามหลี่หวานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “นางหลี่ นี่มันเ๱ื่๵๹อะไรกันแน่?”


    “เหตุใดถึงมีสตรีหน้าตาคล้ายพระชายารุ่ยอยู่ในจวนได้ หืม?”


    แท้จริงแล้วเมื่อเปรียบระหว่างสตรีผู้นั้นที่จ้องมองเขาอย่างไม่วางตา กลับเป็๲หนูน้อยวัยราวสี่ห้าขวบคนนั้นต่างหากที่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้