มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 42 เกิดขึ้นแบบฉับพลัน

    “คนที่ชื่อหลี่ชาวนี่ เป็นใครกัน?” ฉินเฉากระซิบถามซูจีข้างหู


    “เขาเป็นลูกชายคนโตของหลี่ฟู่หมิ่น ปัจจุบันเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฎหมายของเลขาธิการเจิ้ง เขามีอำนาจใหญ่โต ถ้าเขาช่วยพูดให้ ผู้บังคับบัญชาการตำรวจก็ต้องไว้หน้าเขา”


    “อื้ม ๆ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ฉินเฉาพยักหน้า หลี่ชาวคนนี้เป็นลูกของข้าราชการผู้มีอิทธิพล ยังไงก็ตามเขายังอยากรู้เรื่องของหลี่ชาวกับซูจีเหลือเกิน


    ความสัมพันธ์ ‘พวกเขาพบกันครั้งแรกเมื่อไหร่?’ ‘พวกเขารู้สึกต่อกันยังไง?’ ‘พวกเขาเคยออกเดตกันแล้วหรือยัง?’


    การเดินทางด้วยป้ายทะเบียนสีขาวของตำรวจให้ความรู้สึกต่างออกไปจริง ๆ แม้ว่า Q7 คันนี้ขับรถฝ่าไฟแดง ก็ไม่มีตำรวจจราจรแม้แต่คนเดียวกล้าหยุดพวกเขา


    เมื่อฉินเฉายังคงฝันกลางวันอยู่นั้น รถคันนี้ก็ได้มาถึงศูนย์กักกันแล้ว หลี่ชาวที่เป็นคนขับก็ไม่ได้ขัดขวางอะไรขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่ระหว่างทาง


    “เลขาธิการหลี่!” นี่เป็นเลขาธิการคนใหญ่คนโตของคณะกรรมการกฎหมายของเลขาธิการเจิ้ง ถือได้ว่าเขายังเป็นลูกคนโตของหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ ผู้กองซ่งซุนเหวินจากศูนย์กักกันรีบเข้ามาทักทายเมื่อหลี่ชาวมาถึง เขารีบฉีกยิ้ม ถ่อมตนแล้วเสนอบุหรี่จงหัวให้หลี่ชาว


    “ขอบคุณแต่ผมไม่สูบ!” หลี่ชาวก็เป็นสิงห์รมควันเช่นกัน แต่ต่อหน้าสาวสวย เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ของชายงามเอาไว้


    “เลขาหลี่ วันนี้ต้องการพบใครครับ?” ซ่งซุนเหวินรู้วิธีพูด คนใหญ่คนโตอย่างเลขาหลี่ แน่นอนว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อขอเข้าห้องน้ำ แล้วแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมาที่นี่เพียงเพื่อคุยกับเขา


    “ไปเอานักโทษออกมา ฉันอยากจะเจอเขา” หลี่ชาวพูดอย่างไม่ใส่ใจ


    “เลขาหลี่ทำได้แค่คุยผ่านโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องพาคนออกมาที่นี่” ซ่งซุนเหวินพูดด้วยรอยยิ้ม “ใครคือคนที่เลขาหลี่อยากจะเจอ ผมจะส่งเด็กของผมไปพามาให้”


    “ผู้ต้องสงสัยคดี 13 ตุลา หลิวชวน”


    “เอิ่ม..” ซุ่งซุนเหวินยืนอยู่กับที่ด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้สังเกตว่าบุหรี่จงหัวที่เขาถืออยู่ในมือได้ตกลงพื้นไปแล้ว


    ไม่นาน หัวหน้าของศูนย์กักกันก็พูดด้วยความเสียใจว่า


    “เลขาหลี่ คุณก็รู้ คุณไม่สามารถเอาคน ๆ นี้ออกไปได้หลิวชวนคนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยของเลขาธิการหยาง.”


    เผี้ยะ! หลี่ชาวไม่พูดอะไรเขาตบปากซ่งซุนเหวิน ทำให้ซ่งซุนเหวินมึนงง แต่ฉินเฉากับซูจีต่างรู้สึกตกใจ


    ซ่งซุนเหวินปิดปากตัวเอง ไม่กล้าพูดอะไรหลี่ชาวพอใจอย่างมากเมื่อเป็นแบบนี้ เขาเช็ดมือด้วยผ้าเช็ดหน้าจากนั้นพูดด้วยความไม่ใส่ใจ


    “แกคงไม่ลืมนะว่า แม้ว่าคำพูดของเลขาธิการหยางจะทรงพลัง แต่พ่อของฉันมีอำนาจในนี้มากกว่า กว่าจะเป็นถึงผู้กองมันไม่ง่ายนะ แกเชื่อมั้ยถ้าฉันอารมณ์ไม่ดีฉันสามารถถลกหนังของแกได้ง่าย ๆ?”


    “ใช่ ใช่แล้ว เลขาหลี่ผมผิดไปแล้ว” ซ่งซุนเหวินคนนั้นพยักหน้าขณะที่ยังปิดหน้าตัวเอง เขาไม่เอาชื่อเลขาหยางมาอ้างอีกต่อไป


    แม้ว่าชื่อของเลขาหยางจะยับยั้งคนได้มากแต่ในที่นี้ หลี่ชาวเป็นเจ้าถิ่น


    “พี่ฉิน! อาจารย์ซู!” คุณหลี่คนนี้โชว์พลัง พวกเขาทั้งสามไม่ต้องทนรอในห้องเยี่ยมนานนัก ผู้ต้องหาหลิวชวนก็ถูกพาเข้ามาในห้องพร้อมกับการ์ด 2 คน


    ฉินเฉาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เขาเห็น ทันทีที่เจ้าอ้วนเห็นพวกเขาก็น้ำตาแตกวิ่งเข้ามากอดขาเขาทันที


    แม้ว่าหน้าของหลิวชวนจะบวมแล้วฟกช้ำ แต่ก็มีการพูดเป็นนัยไว้แล้ว ฉินเฉากับซูจีเลยไม่ได้ตกใจเท่าไหร่ ในทางตรงกันข้ามใบหน้าของพวกเขากลับแต้มด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ


    ฉินเฉาแม้กระทั่งเห็นรอยเลือดที่มุมปาก


    “นักโทษคนนี้อันตรายมาก” ซ่งซุนเหวินนำหลิวชวนไปที่ที่นั่ง จากนั้นพยายามประจบหลี่ชาวโดยเตือนเขา “เลขาหลี่ คุณต้องระวังให้มาก ไม่อยากนั้น ผมสามารถอยู่เป็นเพื่อนคุณได้”


    “ไม่เป็นไร” หลี่ชาวโบกมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่คลุมเครือ พูดว่า “นายทำได้ดีมากวันนี้ ฉันจะจำไว้”


    “ใช่ ใช่แล้ว ตราบเท่าที่เลขาหลี่พอใจ นั่นก็พอแล้ว!” ซ่งซุนเหวินพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนกับหมา ก้มตัวลง จากนั้นก็ออกไปจากห้องเยี่ยม


    “พวกเขาทำร้ายนายเหรอ?” ซูจีขมวดคิ้วขณะที่มองไปที่รอยช้ำที่ร่างของหลิวชวน พวกการ์ดที่ศูนย์กักกันนี้ไร้เมตตาจริง ๆ ทำไมพวกเขาถึงจับนักศึกษาไปไว้ห้องเดียวกับพวกอาชญากร นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียว พวกเขาก็ทำให้เด็กคนนี้เป็นแบบนี้ซะแล้ว


    “ตอนแรกพวกเขาทำ” หลิวชวนที่นั่งบนเก้าอี้ไม่ได้ปฏิเสธคำถามของซูจี “แต่ตอนนี้พวกมันไม่กล้าแล้ว”


    ขณะที่พูดคำนี้ ดวงตาของหลิวชวนเหมือนมีหมอกควันออกมา สายตาของหลิวชวนเมื่อครู่ไม่สามารถหลบพ้นสายตาของฉินเฉาได้ ประกายอึมครึมพาดผ่านใจเขา


    แน่นอนว่าห้องขังไม่ใช่ที่คนธรรมดาจะเข้าไป แล้วถึงแม้ว่าหลิวชวนจะสามารถออกมาได้ เขาก็จะไม่สามารถกลับไปเป็นหนุ่มชาวสวนที่เรียบง่ายได้อย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว


    เขารู้สึกเกลียดตัวเอง เพราะว่าเขาไม่สามารถจัดการเรื่องราวให้สะอาดได้ หลิวชวนเลยถูกลากเข้ามาในนี้ ทำให้เขากลายเป็นอาชญากรทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำ


    “พวกเขามากไปแล้ว จับคนบริสุทธิ์ทั้งยังทำให้เขาอยู่ในสภาพนี้!” ซูจีโกรธอย่างมาก เธอเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าจากนั้นยืนขึ้นไปซับแผลให้หลิวชวน


    “อ๊ะ เจ้าหญิงของผม!” หลี่ชาวยืนขึ้นทันที “ทำไมคุณถึงทำเรื่องนี้ด้วยตัวเองล่ะให้ผมทำให้เถอะ”


    จากนั้นเขาก็เข้าไปซับแผลให้หลิวชวนแทนซูจี แต่มือออกแรงหนักมาก เขาซับที่แผลของหลิวชวนตรง ๆ ทำให้หลิวชวนต้องเงยหัวขึ้น


    “พี่ฉิน อาจารย์ซู ผมไม่ได้ฆ่าใครเลยนะ” อย่างไม่คาดคิดหลิวชวนเอาซองบุหรี่จงหัวออกมาจากอกเสื้อ คาบไว้ในปากจากนั้นค่อย ๆ จุดมันอย่างช้า ๆ


    เมื่อเห็นสิ่งนี้ฉินเฉาทำได้แค่ส่ายหัว หลิวชวนกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว เขาไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี แต่เหมือนที่เขาเคยพูดไปเขามีแค่ความสามารถฆ่าคน แต่ไม่มีความสามารถช่วยคน


    “ฉันรู้นายไม่ใช่ฆาตกร” ฉินเฉาเป็นแค่มนุษย์คนเดียวที่รู้ความจริง เขาตบไหล่หลิวชวนแล้วพูดว่า “อย่าห่วงไปเลย ฉันไม่ปล่อยให้นายตายหรอก”


    อย่างแย่ที่สุดเขาก็แค่สารภาพว่าเขาเป็นคนทำ ฉินเฉาคิดแบบนี้เพราะว่าเขาอยู่คนเดียว เขาไม่มีภาระอะไร


    “หลิวชวน อาจารย์ก็เชื่อว่านายไม่ใช่ฆาตกร” ซูจีก็ยืนยันที่จะพูดแบบนี้เหมือนกันเพราะว่าเธอเป็นอาจารย์ของหลิวชวน เธอรู้เกี่ยวกับนักเรียนของเธอ เขาเป็นนักศึกษาที่ซื่อที่สุดในโรงเรียน แม้กระทั่งถูกทำร้ายโดยนักศึกษาคนอื่นอยู่เสมอ แล้วคนอย่างนี้จะมีความสามารถฆ่าคนได้อย่างไร


    “ขอบคุณพี่ฉิน ขอบคุณอาจารย์ซู” หลิวชวนซื้ดควันบุหรี่เข้าปอด แล้วก็ไอออกมาด้วยความเจ็บปวด ขณะที่สีหน้าแสดงถึงความพยายามหักห้ามไม่ให้ไอ ไม่นานเขาก็หยุดไอถอนหายใจแล้วพูดว่า “แต่คนที่ตายเป็นฟางหัว พวกคุณช่วยผมไม่ได้หรอก”


    “ไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง” เพื่อที่จะได้รับรอยยิ้มของสาวสวย หลี่ชาวทันใดนั้นก็ตบอกตัวเองแล้วพูดว่า “ไม่เกินวันนี้ อาจารย์ซูของนายจะสามารถพานายออกมาได้แน่นอนเลย”


    “งั้นฉันก็ขอบคุณเลขาหลี่ที่ช่วยเหลือ!” ทันใดนั้นซูจีก็ยิ้มกว้าง ใบหน้าสวยที่เปื้อนยิ้มของเธอทำให้หลี่ชาวมีความมั่นใจเล็ก ๆ ทันใดนั้นมันก็คิดว่า ชีวิตนี้จะยอมทำทุกอย่างสิ่งให้ซูจี แม้แต่ให้ฆ่าพ่อของตัวเองก็ตาม


    ฉินเฉา ซูจี หลิวชวนพูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อย จากนั้นให้กำลังใจหลิวชวน พวกเขาทั้งสามก็ออกมาจากศูนย์กักกัน


    ภายใน Q7 ขณะขับรถหลี่ชาวก็โทรศัพท์


    “สวัสดีครับพ่อ เพื่อนของผมถูกจับ เอ่อ ฆ่าคนตายน่ะครับ ชื่อ เอ่อ หลิวชวนจากคดี 13 ตุลา อะไรนะ? ยากมากเหรอ? ไม่ พ่อต้องช่วยผมเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าพ่อโทรแค่กริ๊งเดียวเองเหรอ!”


    “สวัสดีครับ เลขาเจิ้ง ผมเสี่ยวหลี่! ขอโทษที่ต้องรบกวนคุณทางโทรศัพท์นะครับ ผมไปสืบมานิดหน่อย หลิวชวนเป็นแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดา เขาไม่สามารถฆ่าคนได้ ใช่แล้ว มันมีหลักฐานที่ไม่ชัดเจนมากมายในคดีนี้ เราไม่สามารถจับผู้บริสุทธิ์ได้ ถูกต้อง ใช่แล้ว ผมรู้ว่ามีจุดที่น่าสงสัย ไว้ผมโทรกลับครับ!”


    “เลขาเจิ้งจากฝ่ายกฎหมาย กับ เลขาหยางคณะกรรมการพรรคเป็นคู่แข่งกัน” ขณะที่หลี่ชาวคุยโทรศัพท์ ซูจีกระซิบที่ข้างหูฉินเฉา “บางทีถ้าจัดการคดีนี้ได้ เลขาเจิ้งอาจอยู่เหนือเลขาหยาง”


    เกี่ยวกับเรื่องการเมืองพวกนี้ ฉินเฉาไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย


    “ผมไม่เข้าใจเรื่องนี้” ฉินเฉากระซิบตอบ “แต่ถ้าสามารถช่วยหลิวชวนได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขาเจิ้งหรือเลขาหยาง ใครจะเหนือกว่าใคร ผมก็ไม่สน”


    “โชคดี ที่นายไม่ใช่นักการเมือง” ซูจีเหลือกตาใส่เขา “อย่าห่วงเลย แม้ว่าชายคนนี้จะไม่ดีนัก แต่ในเมืองซู่หนาน เขามีพอพลังอยู่บ้าง ถ้าเขาเต็มใจช่วยเราครั้งนี้ หลิวชวนก็จะไม่มีปัญหา”


    “ที่เขาช่วยเรื่องนี้ก็เพราะคุณ ๆ มีแผนจะตอบแทนเขายังไง?”


    “นี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นประโยชน์กับเขาแล้วฉันก็ขอบคุณเขาไปแล้ว” ซูจีพูดประโยคนี้อย่างไม่ใส่ใจ แล้วขยับแขนฉินเฉา “แล้วนายคิดว่าไง?”


    “คิดอะไร?”


    “เป็นพ่อครัวของฉัน!”


    “ผมไม่สน ผมไม่สามารถทำอาหารดี ๆ ให้คุณได้ แต่ถ้าคุณต้องการ ผมไปทานอาหารเป็นเพื่อนคุณได้”


    “ไปตายซะ ฉันไม่เสียเงินเลี้ยงข้าวนายหรอก!”


    ขณะที่ทั้งคู่กระซิบกัน ทันใดนั้นหลี่ชาวก็วางสายแล้วพูดกับซูจี


    “คุณผู้หญิง ผมช่วยคุณเรื่องใหญ่แบบนี้แล้ว คุณต้องให้รางวัลโดยการไปทานข้าวกับผม ผมจะพาคุณไปทานอาหารที่โรงแรมแอนโทนี่! หอยเป๋าฮื้อออสเตรเลียของที่นั่นอร่อยมาก”


    “อะแฮ่ม ให้ฉันคิดดูก่อนละกัน” สาวน้อยนางนี้ยิ้มอย่างมีเลศนัย


    “โอเค โอเค!” หลี่ชาวบ้าเซ็กส์ คิดแต่เรื่องอย่างว่า ทันใดนั้นเขาก็พูดว่า “เอาไว้ทีหลังละกัน ผมจะดูเรื่องนี้ให้เอง!”


    ผลลัพธ์จากการที่หลี่ชาวโทร ทั่วทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ต้องทำงานกันอีกครั้งไม่นานหน่วยสืบสวนก็พบสิ่งใหม่ แม้ว่าหลิวชวนพยายามฆ่าฟางหัวจริง ๆ แต่ความพยายามก็ล้มเหลวโดยการ์ดของคลับ เขากลับไปที่หอ หน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนแล้วรูมเมทเป็นพยานได้


    ยิ่งกว่านั้น ตำรวจยังตั้งข้อสังเกตอีกว่ามีฆาตกรโรคจิตที่มีชื่อเสียงเพิ่งหนีไปจากเมืองซูโจว ฆาตกรโรคจิตคนนี้ไม่ธรรมดา เขาต้องการที่จะล้างแค้นสังคม มีความเป็นไปได้ที่เขาจะเกี่ยวข้องกับคดีใหญ่ 13 ตุลานี้


    เป็นผลให้ฆาตกรตอนนี้ถูกตั้งค่าหัว ข้อหา ‘ละเมิดสันติภาพ’ แล้วถูกตัดสินจำคุก 14 วัน


    ตอนนี้คดีถูกรื้อขึ้นใหม่ เลขานุการหยางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์นี้ มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ มีรายงานว่าเขาถูกคุมขังแล้วสอบปากคำเพราะรับสินบนจากกลุ่มบริษัทฟาง


    เลขาธิการฝ่ายกฎหมาย เลขาเจิ้งได้รับการเสนอชื่อจากจังหวัด ทำให้เขากลายเป็นมือหนึ่งของเมืองซู่หนาน กลายเป็นกลุ่มเลขาธิการ สถานะของหลี่ชาวก็เพิ่มขึ้นตามเลขาเจิ้ง กลายเป็นเลขาธิการใหญ่


    ฉินเฉา ไม่ใส่ใจว่าเมืองซู่หนานจะวุ่นวายยกใหญ่กันขนาดไหน อย่างน้อย ก็หมดห่วงไปเรื่องหนึ่ง หลิวชวนถูกปล่อยตัว แต่เหล่าชาวเมืองต่างบังคับให้หลิวชวนย้ายโรงเรียนเร็วไว


    นี่กระตุ้นให้ฉินเฉาได้คิด ถ้าเขาอยากลงโทษใครเงียบ ๆ ไม่ใช่แค่เพียงกำลัง เขาต้องใช้สมองด้วย ไม่อย่างนั้น แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา แต่ผู้คนรอบ ๆ ตัวเขาต้องได้รับเคราะห์อย่างแน่นอน สิ่งนี้มันไม่ดีสำหรับเขาจริง ๆ


    จบตอน#

    คล้ายกับเรื่องมายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย ที่คุณอ่าน