หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
มหา'ลัยพอลลักซ์
่สิบเอ็ดโมงเช้า
“เฮ้อ~ แค่เห็นก็เหนื่อยละ” ฉันถอนหายใจเบา ๆ เมื่อมองเห็นความแออัดของเหล่านักศึกษาทุกชั้นปี รวมถึงบุคลากรภายนอกที่ยืนจับกลุ่มคุยกันตามจุดพักต่าง ๆ ภาพนี้ทำให้อีเนคนนี้ ที่อุตส่าห์วางแผนจะนอนเต็มที่ในวันหยุด หมดกำลังใจในการใช้ชีวิตทันที
วันนี้มหา’ ลัยมีงานมินิคอนเสิร์ต จัดโดยคณะนิเทศศาสตร์ คล้ายงานแฟชั่นโชว์ของรุ่นพี่ปีสี่จากสาขาการออกแบบแฟชั่น พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็การให้นักศึกษาได้ััประสบการณ์จริงก่อนออกไปเจอโลกภายนอก
ส่วนฉันที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานนี้เลย...ก็ต้องมานั่งเปิดบูธขายของเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋า ตามสไตล์เด็กการตลาด แม้ว่าคนจะแน่นขนาดไหน หรือจะเบื่อผู้คนยังไง เงินก็ยังเป็แรงผลักดันที่ทำให้ฉันต้องถีบตัวเองลุกจากเตียงแสนนุ่มมาที่นี่จนได้อยู่ดี
เมื่อคืนฉันนั่งทำภาพโปรโมทและออกแบบสินค้าจนดึก ดึงเอาลวดลายที่คิดว่าน่าจะถูกใจเด็กยุคใหม่ และราคาจับต้องได้
พอเสร็จจากงานกราฟิก ก็ยังต้องมานั่งถักสร้อย ถักกระเป๋าไหมพรม หมวก หมอน ของตกแต่งต่าง ๆ เพิ่มเติมจนเกือบลืมนอน
“เพื่อเงิน...ท่องไว้อีเน!” ฉันตบหน้าตัวเองเบา ๆ ปลุกใจให้ตื่นขึ้นสักหน่อย เพราะ่เช้าแบบนี้มันทรมานสำหรับคนชอบตื่นสายอย่างฉันมาก จากนั้นก็เริ่มจัดเรียงของที่เตรียมมาให้เรียบร้อย
ของที่เตรียมมาก็คิดราคาแบบน่ารัก ๆ เริ่มต้นที่เก้าบาทไปจนถึงห้าร้อยบาท ราคานี้ก็น่าจะโอเคแล้ว เพราะเป็งานฝีมือทำสด ๆ ต่อหน้าลูกค้า ใครจะทิปเพิ่มก็ได้ แต่ฉันเอาราคานี้แหละ
“ป้ายโอนเงินเช็ค ป้ายความหมายหินนำโชคเช็ค ป้ายราคาเช็ค” นิ้วเล็กชี้ไปทีละป้าย ก่อนจะหันกลับมามองสินค้าน่ารักที่อยู่ในตะกร้าต่อ
“นี่ถ้าเมื่อคืนมีเวลากว่านี้ คงได้นั่งเพ้นท์เสื้อขายแล้ว เสียดายจังแฮะ” ฉันพูดกับตัวเองพลางมองไปที่บูธเพื่อนต่างคณะที่กำลังเอาเสื้อเพ้นท์ขึ้นราวแขวน สินค้าของร้านนั้นดูสวยสะดุดตาจนละสายตาไม่ได้เลย
“อ้าว น้องเน!” เสียงทักคุ้นเคยทำให้ฉันละสายตาจากบูธ หันไปเจอกลุ่มชายหนุ่มสุดฮอตในชุดไปรเวทธรรมดา แต่ด้วยความหล่อของพวกเขามันเลยทำให้ทุกอย่างดูสว่างจ้าจนฉันต้องหรี่ตาลง
“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้หนุ่มทั้งสี่ทีละคน พยายามลอบสังเกตปฏิกิริยาจากบูธข้าง ๆ ที่ดูจะสงสัยว่าทำไมสมาชิกวง FOP ถึงมาที่นี่แต่เช้า ทั้งที่ตามกำหนดการ พวกเขาควรขึ้นโชว์ตอนห้าโมงเย็นต่างหาก
สำหรับฉันที่เคยเห็นเื้ัความขยันมาก่อนจึงไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะรู้ดีว่าพวกพี่เขาน่าจะมาซ้อมกันนั่นแหละ
“แล้วนี่จัดร้านเสร็จยัง ให้พวกพี่ช่วยเปล่า?” เ้าของเสียงที่ทักก่อนหน้าอย่างพี่เทรเวอร์ถามอย่างเป็กันเอง ขณะที่เพื่อน ๆ ของเขาเอาแต่หยิบจับสินค้าของฉันด้วยความสนใจ
“เพิ่งจัดเสร็จพอดีค่ะ ลองดูสินค้าก่อนได้นะคะ เผื่อพี่ ๆ อยากซื้อไปมัดใจเหล่าแฟนคลับ” ฉันยิ้มให้ แม้จะรู้สึกประหม่า เพราะสายตารอบข้างที่มองมาแบบไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่พอนึกถึงเงินที่เคยได้จากกลุ่มนี้ ทำให้ไม่อยากปล่อยลูกค้าวีไอพีไป
“มือไปโดนอะไรมา?” ระหว่างที่ทุกคนกำลังติดกับดักคำพูดเื่มัดใจแฟนคลับอยู่ ชายหน้าหวานผู้ไม่เคยหลุดจากสายตาฉันสักวินาทีก็เดินมาจับมือกันหน้าเฉย นี่ถ้าไม่รีบสะบัดออก ฉันคงได้ถูกเข้าใจผิดหนักกว่าเดิมแน่...
“พี่อยากเป็ข่าวหรือไง แค่ถามก็พอ มือไม่ต้องค่ะ!” ฉันดุเบา ๆ ถึงจะรู้ว่าคงเปล่าประโยชน์ เพราะสีหน้าเขาไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด แต่เพราะความไม่แคร์ของเขานี่แหละที่จะทำให้ฉันตกที่นั่งลำบาก
“แล้วมือไปโดนไรมาล่ะ ถึงได้ติดพลาสเตอร์เต็มไปหมดขนาดนี้” อย่างน้อยก็ยังดีที่พอคุยกันรู้เื่ เพราะตอนถามเขาก็แกล้งทำเป็ดูสินค้าไปด้วย
“ก็ตอนทำของพวกนี้ไงคะ ถามแปลกจัง” ฉันตอบกลับแบบเบื่อ ๆ มันเป็เื่ปกติสำหรับคนทำงานฝีมืออยู่แล้ว ของสวย ๆ ต้องผ่านกระบวนการยากลำบาก ฉันชินละ หากวันไหนไม่ได้แผลนั่นแหละที่จะแปลก
“ดูแลตัวเองด้วย” คำพูดเขาแสนจะธรรมดา แต่ไม่รู้ทำไมฟังแล้วมันจักจี้ในใจจนเผลอยิ้มก็ไม่รู้
“พี่เอาอันนี้นะน้องเน ว่าจะเอาไว้ใส่ไมค์สักหน่อย มึงคิดว่าไง ถ้าแฟนคลับเห็นจะกรี๊ดไหม” พี่เลโอหยิบกระเป๋าไหมพรมสีชมพูทรงรียาว ประดับเพชรเม็ดเล็กกับของตกแต่งน่ารัก ๆ ขึ้นมาชูให้ฉันดูก่อนจะหันไปถามความเห็นจากพี่คลิโอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“น้องคิดว่าไง” คนหน้าหวานไม่ตอบพี่เลโอทันที แต่กลับหันมาถามฉันแทน
“กรี๊ดแน่นอนค่ะ เชื่อเนสิ” ฉันยิ้มให้พี่เลโอ พร้อมยกนิ้วให้อย่างมั่นใจ
สินค้าตัวเองมันก็ต้องชมอยู่แล้วสิ คิกคิก~ แต่ถึงอย่างนั้น เื่ที่บอกว่ากรี๊ดน่ะไม่ได้พูดเพื่อเอาใจอย่างเดียวหรอก
แฟนคลับวงนี้มีผู้หญิงเยอะจะตาย หากพวกเธอเห็นว่าเมนตัวเองใช้ของน่ารัก ที่มันสวนทางกับแนวเพลง ก็เดาได้เลยว่าจะเป็ประเด็นพูดถึงในแง่ดีบนโซเชียลแน่นอน
ขนาดเื่แท่งไฟเมื่อครั้งก่อนยังโดนเอาไปพูดถึง แถมมีคนแห่มาสั่งทำลวดลายนั้นกับฉันเยอะด้วย หลังจากที่พวกพี่เขาโพสต์ให้เครดิตร้านไป
“แล้วไอ้คนที่ชวนเรามาเนี่ย จะยืนเฝ้าเป็เ้าที่อีกนานไหมครับ” พี่ดีแลนพูดพร้อมกับหยิบตะกร้าใบเล็กสีชมพู ที่ข้างในมีแหวนกับต่างหูน่ารักอย่างละสิบคู่
ก็รู้สึกดีใจนะที่เห็นว่าสินค้าขายได้เยอะ แต่คำพูดของพี่ดีแลนทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองคนที่โดนแซวมากกว่า
“อย่าไปแซวมันดิวะ เดี๋ยวก็โดนดีเข้าหรอก น้องเนจ๋า~ ช่วยใส่อันนี้ให้พี่หน่อยสิ” พี่เทรเวอร์พูดเสียงสดใส ก่อนจะยื่นสร้อยหินนำโชคสุดคิ้วท์มาให้ โดยไม่รอให้ฉันตอบ ก็หมุนตัวหันหลังให้เสร็จสรรพ
“ดะ...เดี๋ยวสิ!” จังหวะที่กำลังนำสร้อยไปคล้องคอพี่เทรเวอร์ มือสองข้างของฉันดันถูกรั้งไว้กลางอากาศ ไม่นานนักมือนิ่มก็ฉกแย่งสร้อยไปต่อหน้าต่อตา
“โหไรวะ! กูอยากให้น้องเนเป็คนใส่ให้ ไม่ใช่มึง!” พี่เทรเวอร์บ่นงุ้งงิ้งเหมือนเด็กถูกขัดใจ ก่อนจะโดนพี่คลิโอทุบเข้ากลางหลังเบา ๆ
“สมควรละ กวนไม่เข้าเื่...อ่ะนี่ พี่โอนเรียบร้อยแล้วนะน้องเน” พี่เลโอเสริมทัพด้วยการซ้ำเติม ก่อนจะยื่นหน้าจอมือถือมาให้ดูว่าจำนวนเงินที่โอนมาคือแบงค์เทาหนึ่งใบ
“อุ้ย! โอนเกินแล้วค่ะ ของพี่ราคาร้อยเดียวเอง เอาเลขมา เดี๋ยวเนโอนคืน” ฉันรีบควานหามือถือในกระเป๋าเอี๊ยมยีนส์อย่างร้อนรน โอนเงินโดยไม่เช็คราคาก่อนเนี่ย...คนอะไรน้อ!
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [รายตอนยังไม่จบค่ะ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————