ในคืนนั้นเอง นักเรียนในหอพักชายก็ได้รับข่าวว่ามีนักเรียนสองคนสู้กันจนาเ็ และโดนอาจารย์ทำทัณฑ์บนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว สองคนนั้นคือโมรอค และแม็กเวล นักเรียนที่มาจากอาณาจักรเสือขาว และมียศเป็อัศวินทั้งคู่
และเป็ครั้งแรกที่นักเรียนในหอจับกลุ่มคุยกัน หลายๆคนบอกเป็เสียงเดียวกันว่าไม่ชอบโมรอค บางคนเจอโมรอคเบ่งใส่ และหาเื่ทะเลาะวิวาทก็มี
เรนเดลได้รับข่าวสารใหม่จากเพื่อนร่วมหอ ว่าคนของอาณาจักรเสือขาว โดยส่วนใหญ่มีนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว พวกเขาใช้ระบบศักดินาสวามิภักดิ์ และเน้นเื่ชนชั้นวรรณะอย่างมาก ประเทศของพวกเขาล้อมด้วยรั้วลวดหนามกันประชาชนหนีออกจากประเทศ หลังจากที่มีข่าวประชาชนหนีออกมาทุกๆปี เพราะทนความกดดันไม่ไหว
และบุคลากรชั้นแนวหน้าของราชอาณาจักรเสือขาวไม่เป็ที่นิยมของประเทศอื่น เพราะพวกเขารังเกียจทัศนคติ และวิธีคิดของคนในประเทศนี้ มีครั้งหนึ่ง หัวหน้าสภานักเรียนของโรงเรียนมาเกียต้องไปร่วมงานสานสัมพันธ์เจ็ดโรงเรียนจอมเวท ที่จัดขึ้นที่ราชอาณาจักรเสือขาว ผลปรากฏว่าหัวหน้าสภานักเรียนโดนบังคับให้พักในคอกม้า และห้ามร่วมโต๊ะอาหารกับสภานักเรียนโรงเรียนอื่น เพราะเธอเป็สามัญชน ไม่มีนามสกุล
เรนเดลรู้มาว่าหญิงสาวคนนั้น คือริน่า แม่ของเขานั่นเอง แม่ผู้มากความสามารถของเขา ที่ภายหลังได้เป็ราชินี และมีความสุขราวกับนางฟ้าบน์ ถึงจะเป็่เวลาสั้นๆก็ตามที
นับั้แ่นั้น ก็ไม่เคยมีงานพิธีสำคัญใดๆ จัดขึ้นที่ราชอาณาจักรเสือขาวอีกเลย ราชอาณาจักรเสือขาว จึงหาทางส่งคนของตนเองไปยังประเทศอื่นๆ เพื่อเผยแพร่แิของพวกเขา แทนที่จะยอมปรับตัวให้เข้ากับอาณาจักรอื่นๆ
เรนเดลสำรวจห้องนอนของเขา พบว่ามันปลอดภัยดี บาเรียที่เขาร่ายกันเอาไว้ลดความเสียหายได้อย่างสมบูณ์ ยกเว้นท่อประปาที่ฝังไว้ในผนังเสียหาย มันแตกจนน้ำไม่ไหลมาที่ชั้นของเขา คืนนี้เรนเดลต้องไปอาบน้ำที่อื่น เขาไม่อยากอาบน้ำห้องนำรวมที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ เพราะี้เีต่อคิว เขาตั้งใจว่าจะหาโรงแรมในเมืองถูกๆใช้บริการเสียหน่อย
เรนเดลตัดสินใจบินออกนอกหน้าต่าง เขาบินสูงขึ้นไปกว่าร้อยเมตร จนเห็นทั่วทั้งเมืองอาร์คาเดีย แสงไฟจากเมืองนั้นเด่นตระการตา จนมองไม่เห็นนอกเมืองอันมืดมิดเลยแม้แต่น้อย…
แต่ทว่าเรนเดลเหลือบเห็นแสงไฟไกลออกจากตัวเมืองออกไป มันเป็กลุ่มกองไฟเล็กๆท่ามกลางเมืองเก่าที่ล่มสลาย เรนเดลเดาว่านั่นคือกองไฟของพวกคนเถื่อน...แต่ถึงจะเป็คนเถื่อน ก็ไม่น่าจะโง่ขนาดไปปักหลักในดินแดนของพวกอันเดด
“อยู่ท่ามกลางเมืองที่ล่มสลาย อยู่กันไปได้ยังไงนะ” เรนเดลเอ่ยด้วยความสงสัย และใจของเขาเกิดความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงตัดสินใจบินไปหาแสงไฟนอกเมืองทันที
เขารู้ว่าการกระทำนี้เสี่ยง แต่ตัวเขาในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนแล้ว เขาคิดว่าพอจะเอาตัวรอดหนีออกมาได้ หากเกิดอะไรไม่คาดฝัน
เรนเดลลบล้างตัวตนด้วยการตัดกระแสมานาในอากาศ และใช้เวทธาตุแสงและมืดอำพรางตัว ไม่ให้แสงตกกระทบมาที่ตัวเขา ทำให้ตัวตนของเขา ใกล้เคียงกับคำว่าล่องหน
เรนเดลเลือกจะลอยอยู่เหนือกองไฟประมาณสิบเมตร พอจะรอดพ้นจากอันเดดเบื้องล่าง และได้เห็นว่ามีอะไรอยู่โดยรอบ
กองไฟกองใหญ่ไม่มีใครอยู่ใกล้ มันเป็กองไฟที่จุดด้วยหินเวทมนตร์ราคาถูก เรนเดลสังเกตุว่าพวกอันเดดรอบๆค่อยๆเดินใกล้กองไฟ เมื่อได้ระยะที่เหมาะสม ก็จะมีคนคอยดักยิงมันด้วยเวทเพลิง ร่างของอันเดดลุกไหม้ก่อนจะสลายไป
“ตัวที่สิบห้าของวันนี้” เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย เรนเดลสังเกตุว่าเขาแอบอยู่ข้างถังน้ำมันที่ล้อมรอบตัวเขามิดชิด มีกระแสมานาในอากาศเบาบางมากไหลเข้าตัวของเขา ซึ่งเกิดจากทักษะลบตัวตน ไม่ใช่ตัดกระแสมานา จึงยังมีมานาไหลเข้าไปในร่างกายอยู่
จากที่เรนเดลสำรวจดู ชายคนนี้น่าจะเป็คนเดียว ที่อยู่ในเขตแดนของคนตาย เพราะเรนเดลไม่สามารถจับกระแสมานาของสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้อีก เรนเดลกำลังสงสัยว่าเขามาทำอะไรตัวคนเดียว
ชายหนุ่มคนนั้นใส่ชุดนักเรียนเวทมนตร์มาเกีย ทำให้เรนเดลรู้ว่าเขาเป็ใคร และถึงแม้บรรยากาศรอบข้างจะมืด แต่เรนเดลก็พอเห็นได้ว่าผมของเขาสีขาวราวกับหิมะ
“อย่า...เสียง...ดัง...สิ” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งกล่าวดังขึ้นมาไม่ใกล้ไม่ไกล ทำเอาเรนเดลประหลาดใจ “เกิดพวกมันได้ยินเสียงเรา...เราจะหนีไม่รอดเอานะ”
“พวกมันตามกลิ่นมานา และเรากลบกลิ่นมานาแล้ว” เด็กหนุ่มกล่าวโต้กลับ “เสียงเรามันไม่สนใจหรอก”
“ฆ่าอีกแค่ตัวเดียว...และ...กลับ...โรง...เรียน...นะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นะเื “เดี๋ยวถ้ามันเจอเรา...เราจะไม่รอดชีวิต...ไม่...รอด...ชีวิต...แน่ๆ”
เสียงหญิงสาวที่ไม่เห็นใบหน้ากล่าวเตือนหนุ่มที่หลบข้างถังน้ำมัน ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและดูเหมือนกับคนที่หมดอาลัยตายอยาก เรนเดลได้ยินเสียงของเธอชัดเจนมาก แต่กลับจับััตัวตนของเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“จนกว่าจะได้ศิลานักปราชญ์น่ะแอน” จอมเวทหนุ่มตอบหญิงสาวกลับ “ผม้าสัตว์อัญเชิญเป็ของตัวเอง และศิลานักปราชญ์ที่สามารถหาได้จากพวกอันเดด ก็นำมาใช้เป็สื่ออัญเชิญได้”
“อีกแค่ตัวเดียว...กลับ...โรง...เรียน...นะ”
เรนเดลพยายามมองหาที่อยู่ของหญิงสาว เนื่องจากเขาจับกระแสมานาจากร่างของเธอไม่ได้ เรนเดลจึงเดาเอาว่าฝ่ายหญิงน่าจะมีฝีมือทางเวทสูงส่ง จนเขาไม่อาจรับรู้ถึงตัวตนของเธอได้ แต่ระหว่างที่เขากำลังพยายามมองหาเธอ เขากับพบกับอะไรบางอย่างก่อน
สุนัขตัวใหญ่กว่าสามเมตร ร่างกายของมันเน่าเปื่อย แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งกลิ่นเหม็นเน่า มันเดินย่องมาจากมุมมืดด้วยฝีเท้าที่ไม่มีเสียง เร็นเดลสังเกตุว่าไม่มีกระแสมานาพัดผ่านเข้าตัวมัน เ้าหมาอันเดดตัวนี้ ใช้วิชาตัดกระแสมานาเป็
วงเวทดูดดาราเจ็ดขั้นในมือของเรนเดลถูกร่ายออกมา ก่อนเขาจะจะพุ่งใส่เ้าหมาตัวนั้นอย่างรวดเร็ว เ้าหมาอันเดดเงยหน้ามองเรนเดลดว้ยท่าทีไม่เกรงกลัว และมันก็ทำในสิ่งที่เรนเดลนึกไม่ถึง
วงเวทสีม่วงสามขั้น ปรากฏด้านหน้าของมัน ก่อนมันจะยิงลำแสงสีม่วงต้านวงเวทดำของเรนเดลเอาไว้ จนเรนเดลหยุดชะงักไปชั่วครู่ และเสี้ยววินาที เ้าหมาอันเดดก็หลบหนีไปทันที ความเร็วของมันไวมากจนเร็นเดลเห็นว่ามันวิ่งออกไปไกลกว่ายี่สิบเมตรแล้ว
“เลือกหนีหรือ...ฉลาดเหมือนกันนี่” เรนเดลรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีมันสมอง มันเจอกับเขาซึ่งสำเร็จเวทในระดับเจ็ด ย่อมยากที่จะชนะเขาได้
“ใครกัน” จอมเวทยืหนุ่มส่งเสียงถาม พร้อมกับมองมาที่เรนเดล แค่เพียงสบตากัน เรนเดลก็รับรู้ได้ว่าจอมเวทหนุ่มกำลังโดนเวทสะกดใจอยู่ เขาร่ายวงเวทสีรุ้งรักษาใส่ร่างของจอมเวทหนุ่มทันที
“กลับ...โรง...เรียน...นะ”
เรนเดลรีบบินขึ้นสูง เพื่อมองหาเสียงหญิงสาว และเขาก็ได้เห็นแล้ว รวมทั้งได้รู้เสียที ว่าทำไมเขาจับสัญญาณมานาจากอีกฝ่ายไม่ได้เลย
จอมเวทหนุ่มผมขาว กำลังนั่งทรุดตัวกับพื้น ตัวของเขาสั่นเทิ้มทั้งตัวด้วยความกลัว เขาค่อยๆขยับถอยหนีหญิงสาวตรงหน้า หญิงสาวนั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็อันเดด
“ถ้ามันเจอเรา...เราจะไม่รอดชีวิต...ไม่รอดแน่ๆ”
หญิงสาวผมสีม่วงยาว ในชุดนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์มาเกียเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงยานคาง ชุดนักเรียนของเธอซีดและมีคราบเืแห้งกรังเกาะเต็มชุด แขนทั้งสองข้างของเธอถูกฉีกกระชาก และขาทั้งสองของเธอแทบจะเหลือแต่โครงกระดูก เธอจึงเดินได้ช้าและค่อนข้างเดินแปลกๆ
“ได้ยังไงกัน...เป็ไปได้ยังไง เธอกลายเป็แบบนี้ได้ยังไง แอน” จอมเวทหนุ่มะโลั่นด้วยเสียงสั่นเครือ ขาเขาสั่นจนไม่อาจยืนอยู่ได้ จนอันเดดข้างหน้าค่อยๆเดินมาใกล้เขา
เรนเดลร่ายวงเวทธาตุดินใต้เท้าอันเดด เพื่อเรียกหนามหินกระแทกจนกระดูกขาของเธอหัก เธอทรุดลงตัวกับพื้น
แต่ทว่าอันเดดสาว กลับใช้่ตัวค่อยๆคลานมาหาชายหนุ่ม เรนเดลจึงต้องร่ายเวทอีกรอบ เพื่อสร้างหินหนามแหลมแทงทะลุร่างของเธอ และปล่อยให้ลอยค้างเต่ออยู่อย่างนั้น
“อีกแค่ตัวเดียวนะ...รีบกลับโรงเรียน...” อันเดดสาวพูดประโยคเดิมที่เคยพูด ราวกับเล่นเทปย้อนกลับ เรนเดลเดาว่านั่นคือประโยคสุดท้ายของเธอ ตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะกลายมาเป็อันเดดที่ล่อลวงคนอื่นด้วยเวทสะกดใจ ที่ทำให้เป้าหมายกลายเป็คนรู้จักของหล่อน
“อย่าตื่นกลัว นายเป็จอมเวทนะ” เรนเดลกล่าวกับจอมเวทหนุ่มที่เริ่มจะส่งเสียงกรีดร้อง “มีสติหน่อย ตอนนี้นายกำลังขาดสติอยู่”
“แต่ว่าเพื่อนของฉัน...” ชายหนุ่มกล่าวเสียงสั่น ก่อนที่เขาจะสะดุ้ง และนึกอะไรบางอย่างออก “เดี๋ยวนะ...เพื่อนฉันคือใครกันล่ะ ฉันมาคนเดียวนี่ ไม่ใช่สิ...ฉันมากับแอน แอนเพื่อนฉัน”
ระหว่างที่ความทรงของจอมเวทหนุ่มซึ่งอยู่โรงเรียนเดียวกับเรนเดล กำลังสับสน เ้าหมาอันเดดที่หนีเรนเดลไปแล้ว มันไปตามพวกมาอีกนับสิบตัว พวกมันส่งเสียงเห่าใส่เขาระงม เรนเดลรีบกางวงเวทบาเรียใส่จอมเวทหนุ่มทันที เขารู้ว่าจอมเวทคนนั้นไม่พร้อมต่อสู้
“ไอ้บ้าเอ้ย หมานี่ยังไงมันก็เป็หมาอยู่วันยังค่ำสินะ ไอ้พวกหมาหมู่” เรนเดลกล่าวพลางเอามือกุมหน้าผาก ก่อนจะร่อนลงกับพื้นดิน เพราะพวกหมายิงลำแสงกะสอยเขาร่วงกลางอากาศ
“กะไม่ให้โจมตีจากบนอากาศสินะ” เรนเดลกล่าวเมื่อลงถึงพื้น แต่ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบพื้นดิน วงเวทสีม่วงใต้เท้าของเขาก็ทำงานทันที โซ่สีม่วงรัดขาของเรนเดลเอาไว้แน่น จนเขาขยับไม่ได้
“ถ้าเจอกับคนทั่วไป คงจบล่ะนะ...” เรนเดลกล่าวก่อนจะส่งมานาในร่างของตัวเอง โคจรรอบโซ่ม่วงนั่น เขาคลายอักขระของมันออกได้อย่างง่ายดายในเสี้ยววินาที
ระหว่างนี้หมาอันเดดตัวหนึ่งกระโจนออกมาจากมุมมืด หวังขย้ำต้นคอเขา เรนเดลจึงเรียกคฑาเวทออกมา แล้วฟาดโต้กลับไปทันที คฑาของเขาแปลสภาพเป็หอก มันฟาดร่างของหมาอันเดดจนแตกกระจาย
หมาอันเดดอีกสิบตัวเมื่อเห็นพวกของมันตายไป ก็ส่งเสียงเห่าระงม ก่อนจะเริ่มล้อมวงเรนเดล มันวิ่งวนรอบตัวเขา ก่อนที่หมาทุกตัว จะระดมยิงเวทลำแสงใส่เรนเดลไม่ยั้ง จากทุกทิศทาง
“นี่พวกแกไปเรียนกลยุทธมาจากไหนกัน” เรนเดลสร้างบาเรียเวทขึ้นมาล้อมรอบตัวเองเอาไว้ทั้งสี่ทิศ บาเรียเวทของเรนเดลคราวนี้ สร้างขึ้นมาจากเวทธาตุแสง ซึ่งเป็ธาตุประจำตัวของเขา ลำแสงสีม่วงของหมาอันเดด จึงไม่ระคายเขาแม้แต่น้อย
เรนเดลพยายามไม่โฟกัสที่หมาซึ่งกำลังวิ่งวนรอบตัวเขา เพราะเขารู้ว่าพวกมันจงใจจะทำให้เขาตาลาย เขาคิดว่าหากสู้ยืดเยื้อ อาจจะเสร็จพวกมัน เพราะหมาพวกนี้ล่าเหยื่อกันเป็ทีม มันย่อมมีความอดทน และจิตวิทยาที่จะเล่นกับเหยื่อของมัน...ทางที่ดีต้องจัดการมันทั้งหมดรวดเดียว
“มหาเวทสะบั้นมิติ ระดับสอง” เรนเดลกล่าวร่ายมหาเวทของตัวเอง วงเวทสีดำแปดแฉกสองวงถูกร่ายจากฟากฟ้าเบื้องบน และวงเวทนั้นยังถูกขยายกว้างกว่าสิบห้าเมตร กลายเป็ร่มอันใหญ่ที่ปกคลุมเขาและฝูงหมาที่กำลังวนรอบได้เกือบทั้งหมด
เ้าพวกหมาอันเดดมันไม่ได้วิ่งวนรอบตัวเขาเปล่าๆ แต่มันค่อยๆตีวงแคบมาเรื่อยๆ เพื่อกดดันเรนเดล ดังนั้นวงเวทของเขาจึงครอบคลุมพวกมันอย่างง่ายดาย
เืกำเดาไหลออกจากจมูกของเรนเดล เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัว และเข่าของเขาเริ่มอ่อนแรงจนหน้าเขาแทบคะมำ เรนเดลรู้ตัวว่าพลังเวทของเขาไม่พอที่จะร่ายมหาเวทในครั้งนี้ แต่เขาต้องฝืน เพื่อชีวิตของเขา
คฑาของเรนเดลส่องแสงสว่างจ้า ก่อนที่มันจะมอบมานาของมันเข้าร่างของเรนเดล เรนเดลรู้สึกอบอุ่นหัวใจ และรู้สึกถึงความปลอดภัย เขามั่นใจว่าจะร่ายมหาเวทนี้จนจบได้แล้ว
หมาตัวหนึ่งที่วิ่งวนรอบเรนเดล ตัดสินใจพุ่งเข้ามาขย้ำเขา เขี้ยวของมันอยู่ใกล้ใบหน้าเรนเดลไม่ถึงเิเ…
แต่แล้วตัวของมันทั้งตัวก็ถูกอะไรบางอย่างดึงออกให้พ้นตัวเรนเดล หลุมดำรัศมีกว้างกว่าห้าเมตรปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ดูดร่างของหมาอันเดดนับสิบตัวขึ้นไปข้างบน พวกมันไม่สามารถขัดขืนกับแรงดึงดูดในระดับมหาเวทได้เลยแม้แต่น้อย
“รอดหวุดหวิดเลยนะ” เรนเดลก่าวพลางปาดเหงื่อ พวกหมาอันเดดนับสิบร้องระงม ก่อนที่ร่างของมันจะถูกดูดหายไปในหลุมดำ
หลุมดำปิดสนิทลงในที่สุด ทุกอย่างเงียบสงบราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่ก้อนศิลานักปราชญ์หนึ่งก้อนก็ตกลงมาที่มือของเรนเดลพอดิบพอดี ดูเหมือนในฝูงหมาซอมบี้พวกนั้น จะมีระดับสูงอยู่ตัวหนึ่ง
เรนเดลรีบหันหลังกลับไปดูจอมเวทหนุ่มคนนั้นทันทีว่ายังปลอดภัยไหม และแล้วเขาก็พบกับอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เขาไม่เชื่อสายตาตัวเอง
จอมเวทหนุ่มคนนั้นกำลังร่ำไห้ พลางกอดซากอันเดดสาวเอาไว้โดยไม่รังเกียจ และอันเดดสาวนั้นก็ไม่มีทีท่าจะทำร้ายเขาเลยแม้แต่น้อย
“อีกแค่ตัวเดียวนะ...ถ้ามันเจอเรา...เราจะไม่รอด...ไม่รอดแน่ๆ”
อันเดดสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา ใบหน้าที่ยังคงเป็มนุษย์อยู่ยิ้มอย่างอ่อนโยน น้ำใสๆหลั่งไหลออกจากตาของเรนเดลโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
“ผมรู้แล้ว แอน เพราะถ้าผมไม่ฟังคุณ ผมก็จะเป็แบบคุณยังไงล่ะ...ผมขอโทษ”
“กลับ...โรง...เรียน...นะ”
จอมเวทหนุ่มคนนั้นร้องไห้สะอื้นก่อนจะสวมกอดอันเดสาวแน่นกว่าเดิม อันเดดสาวเอาใบหน้าของเธอแนบอิงใหล่อีกฝ่าย พลางยิ้มอย่างอบอุ่น อันเดดสาวเงยหน้ามามองเรนเดล พลางส่งยิ้มให้ ก่อนที่ร่างของเธอจะสลายไปเอง โดยที่ไม่มีใครทำอะไร
ศิลานักปราชญ์ก้อนเท่ากำปั้นตกลงมาจากร่างของอันเดดสาวที่สลายไปแล้ว จอมเวทหนุ่มคนนั้นหยิบมันขึ้นมา แล้วสวมกอดมันเอาไว้แนบอก ราวกับของแทนใจของคนรัก
“รีบกลับโรงเรียนกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะมากันอีก” เรนเดลเอ่ยเตือนจอมเวทหนุ่ม เขาพยักหน้า ก่อนจะเดินเท้ากลับโรงเรียนด้วยท่าอาลัยตายอยาก
เรนเดลส่ายหัวให้กับความอ่อนล้าของอีกฝ่าย ก่อนเขาจะหิ้วปีกจอมเวทหนุ่ม และพาเหาะกลับโรงเรียนด้วยกัน
เมื่อไปส่งที่หน้าประตูโรงเรียน เรนเดลได้มีการพูดคุยกับจอมเวทหนุ่มคนนั้นเล็กน้อย และเรนเดลทราบว่าเขาชื่ออัสรัน ดูเหมือนจะเป็นักเรียนปีสอง สภาพจิตใจของเขาไม่พร้อมจะคุยกับเรนเดลมากนัก เรนเดลจึงไม่ถามไถ่อะไรต่อ
เรนเดลกลับห้องพักเพื่อเก็บศิลานักปราชญ์ของเขา ก่อนจะนั่งทบทวนเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขานึกสงสัยว่าทำไมคนที่ตายกลายเป็อันเดดแล้ว ถึงยังมีความทรงจำของมนุษย์อยู่ ถ้าหากมีความทรงจำของมนุษย์ ก็เป็ไปได้ว่าอันเดดอาจไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย อาจมีหนทางที่ทำให้อันเดดบางตัว กลับคืนมาเป็มนุษย์ได้
“จักรพรรดิต่างดาวที่ฉันเองก็จำชื่อแกไม่ได้” เรนเดลกล่าวเสียงขุ่น “คงสมใจแกแล้วสินะ โลกของฉันผ่านมาสามร้อยปี ก็ยังฉิบหายวายป่วงเพราะแก”
เรนเดลกำหมัดแน่น เมื่อยิ่งทบทวนเื่ราวทั้งหมด เขายิ่งอยากจะทำการกวาดล้างพวกอันเดดให้หมดไปจากโลก เพื่อที่จะไม่มีใครเคราะห์ร้ายอีก
“ว่าแต่แอน เธอคือใครกันนะ” เรนเดลเกิดสงสัยในตัวของอันเดดสาว “ขนาดตายไปแล้ว ยังมีจิตใจที่งดงามขนาดนั้น...เป็คนที่ดีอะไรอย่างนี้”
เรนเดลเดินเท้าไปห้องสมุดของโรงเรียน ดวงตาของเขาเรืองแสงสีชมพูอ่อนๆ และสั่นไหวราวกับสาวน้อย เขาถามบรรณารักษ์ถึงหนังสือรุ่น และรายละเอียดข้อมูลนักเรียนทั้งหมด
หลังจากเรนเดลใช้เวลากว่าชั่วโมงในการไล่หา เขาก็พบกับแอนจนได้
เธอเป็นักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์เมื่อสามสิบปีก่อน มีนามว่า แอน โมนิค ธิดาของอัศวินโมนิค ที่ปัจจุบันโดนยุบตระกูลไปแล้ว เธอสูญหายขณะปฏิบัติภารกิจสอบเลื่อนขั้นลูกแก้วระดับสีฟ้า ไม่มีใครพบเห็นเธออีก และหลุมศพของเธอที่ฝังไว้ก็เป็โลงเปล่าๆ
“เจอเธอแล้วหรือ...”เรนเดลได้ยินเสียงของอัสรันจากด้านหลัง ดูเหมือนเขาเองก็มาหาข้อมูลของเธอเหมือนกัน
อัสรันเอามือลูบไล้ไปที่ภาพของแอนอย่างอ่อนโยน เขาพยามกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ เรนเดลมอบหนังสือข้อมูลนักเรียนให้กับอัสรัน พลางถอนใจ
“เวทสะกดใจระดับสูงยังอยู่ในตัวของนายนะ ไม่คิดจะถอนมันออกหรือ” เรนเดลสังเกตุจากดวงตาของอัสรัน ทีเรืองแสงสีชมพู มันแสดงว่าเขาโดนสะกดอยู่
“ฉันเต็มใจรับเอาไว้” อัสรันกล่าว “หากเป็ไปได้ ก็อยากจะอยู่กับเวทนี้ตลอดกาล”
“ขอโทษนะ แต่มันมีผลแค่หนึ่งวันเท่านั้นแหละ” เรนเดลกล่าวแสดงความเสียใจกับอัสรัน อัสรันพยักหน้ารับน้อยๆ
“ถึงจะแค่หนึ่งวัน แต่มันก็เพียงพอแล้ว ที่จะสลักความรู้สึกทั้งหมดลงในหัวใจของฉัน และมันจะอยู่กับฉันไปตลอดกาล”
เรนเดลลุกจากเก้าอี้ ก่อนจะปล่อยให้อัสรันอยู่เงียบๆคนเดียว เขาเข้าใจว่าแอนน่าจะเป็รักแรกของอัสรัน และเป็รักที่จะไม่มีวันสมหวังอีก ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม เขาเองก็เข้าใจ และรู็ว่าหากเป็เขา ก็คงหลงรักสาวที่จิตใจงามขนาดนั้น
“แอน เธอเองก็น่ารักเหมือนกันนะ” เรนเดลกล่าวลอยๆ ดวงตาของเขาเรืองแสงสีชมพูเข้มยิ่งขึ้น ดูท่าเขาจะถูกเวทสะกดใจเหมือนกัน แต่เขายังไม่รู้ตัว
“นายน่ะ ชื่ออะไรหรือ” อัสรันเอ่ยถามเรนเดลเสียงสั่นเครือ
“เรนเดล” เรนเดลแนะนำชื่อตัวเองสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไป แต่ทว่าอัสรันเรียกเขาเอาไว้อีกครั้ง
“พรุ่งนี้เช้า มาหาชั้นที่ห้องของสภานักเรียน ฉันมีเื่ต้องคุยกับนายเยอะเลยล่ะ เรนเดล เรามาคุยกันถึงความดีงามของแอนกัน”
“เอาสิ เราจะสรรเสริญความดีงามของเธอ” เรนเดลกล่าวตอบรับ ก่อนจะเดินจากไปด้วยท่าทีลอยๆ
เรนเดลเดินตัวลอย จนเขามาพบกับคนคุ้นเคยหน้าห้องสมุด โคโตโนฮะ และเร็น หัวใจของเรนเดลหล่นวูบชั่วขณะ เมื่อเขาเห็นโคโตโนฮะอยู่กับชายอื่น เขาดันไปนึกภาพซ้อนทับระหว่างไอรินกับฟรังซัวร์เสียได้
เรนเดลซ่อนตัวตน ก่อนจะแอบหลังตู้หนังสือ เพื่อรอโคโตโนฮะและเร็นเดินเข้ามา ลึกๆเขารู้ว่าตัวเองทำอะไรแปลกๆ แต่เขาอยากรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหน
“แอบถ้ำมองใครน่ะ ไอ้ปีศาจ”
เสียงประชดของหญิงสาวที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นจากหลังของเรนเดล เมื่อเขาหันไปก็พบว่าเป็โจแอนนา ดวงตาสีทับทิมของเธอมองเขาด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่ธุระของเธอนี่นะ แม่คนงาม” เรนเดลกล่าวเสียงเคลิ้ม ดวงตาของเขาส่องประกายสีชมพู ทำเอาโจแอนนาสะดุ้งโหยง
เรนเดลยิ้มให้แบบลอยๆ ก่อนจะหันไปมองต่อ โดยไม่สนใจเธอ
โจแอนนามองตามเรนเดล เธอสังเกตุเห็นโคโตโนฮะกำลังหัวเราะกับเื่ที่เร็นเล่าให้ฟัง
“สนใจยัยไทจิหรือ” โจแอนนากล่าวเรียกสกุลของโคโตโนฮะ เพราะเธอไม่สนิทด้วย “เสียใจนะ ยัยนั่นหมั้นกับเร็นแล้วล่ะ พ่อของทั้งสองสนิทกันน่ะ”
“ไม่เป็ไร...แค่ได้แอบรักก็พอแล้ว” เรนเดลยังคงกล่าวเสียงลอยๆ ทำเอาโจแอนนานึกเื่สนุกๆอะไรออก
โจแอนนาเดินไปลากทั้งสองคนมาต่อหน้าเรนเดล ทำเอาเรนเดลประหลาดใจ
“อ้าว เรนเดล” โคโตโนฮะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “นายเองก็มาที่ห้องสมุดเหมือนกันสินะ”
“อ่า ใช้แล้วครับ...โคโตโนฮะคนสวย” เรนเดลตอบรับพลางส่งยิ้มแปลกๆ ทำเอาโคโตโนฮะรู้สึกปลกใจ
“ว่าแต่มาทำอะไรคะเรนเดล มาหาหนังสืออ่าน หรือเช่าอุปกรณ์เวท” โคโตโนฮะเอ่ยถามพลางส่งยิ้มให้กับเขา ทำเอาเรนเดลหน้าแดง
“มาตามหาหัวใจของตัวเองน่ะ โคโตโนฮะ” เรนเดลกล่าวลอยๆ ตอนนี้จิตใต้สำนึกของเขากำลังกรีดร้อง ว่าเขาพูดอะไรออกไป เขาห้ามตัวเองไม่ได้เลย ทุกอย่างเป็ไปเอง โดยเขาไม่อาจควบคุม
“ก็บอกไปสิ ว่านายหลงรักยัยไทจิมาตลอด” โจแอนนาแกล้งพูดแทรก ทำเอาทั้งเรนเดลและโคโตโนฮะสะดุ้ง แต่ทว่ากลับไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธคำพูดของโจแอนนา ทำเอาเธอหัวเราะในลำคอ
หัวใจของเรนเดลเต้นไม่เป็จังหวะ ราวกับว่าเขาต้องบอกความรู้สึกนี้ออกไป เขามองเร็นที่อยุ่ข้างๆโคโตโนฮะตาขวาง ก่อนจะจ้องไปที่โคโตโนฮะด้วยแววตาที่สั่นเครือ
“โคโตโนฮะ อันที่จริงฉันน่ะ...”
“นายโดนเวทสะกดใจมานี่ ใครแกล้งนาย” โคโตโนฮะกล่าวเสียงแข็ง ก่อนที่เธอจะร่ายวงเวทสีรุ้ง แล้วแตะมันที่หัวใจของเรนเดลอย่างอ่อนโยน
“เธอแกล้งเขาหรือ คุณไพรมารี่” โคโตโนฮะกล่าวเสียงขุ่นใส่โจแอนนา ทำเอาโจแอนนาหัวเราะร่า เธอเลือกที่จะเงียบโดยไม่ตอบอะไร
เรนเดลรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้าร่างของเขา จนเขารู้สึกอ่อนแรง และเผลอล้มตัวหลับลงไปในที่สุด
แต่เขาล้มลงไปซบหน้าอกโคโตโนฮะ เ้าของหน้าอกอันใหญ่โตหน้าแดงเป็ลูกตำลึง โจแอนนาหัวเราะลั่น ในขณะที่เร็นมีสีหน้าใสุดขีด ก่อนจะพูดว่า “ไอ้หน้าด้าน”
ไม่มีใครรู้หรอก ว่าวันนี้เรนเดลเจออะไรมาบ้าง จนเขาอ่อนแอขนาดโดนเวทลูกหลงแทรกแทรงง่ายดายขนาดนี้
เรนเดลกำลังฝัน เขาฝันว่าหญิงสาวผมสีม่วงยาวน่ารักคนหนึ่ง ยืนอยู่ต่อหน้าเขา เธอกล่าวขอบคุณ ที่เขามีส่วนช่วยให้เธอได้สะสางสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ จนเธอเป็อิสระจากการกักกันของพลังที่ชั่วร้าย เธอคือแอน นักเรียนที่หายสาบสูญไปเมื่อสามสิบปีก่อนนั่นเอง
“กรุณาบอกอัสรันด้วยนะคะ ว่าถึงแม้จะเป็่เวลาสั้นๆ แต่ฉันดีใจที่รู้จักเขา และได้สนิทกับเขาน่ะค่ะ”
เธอหายไปในแสงสีขาว ก่อนที่สติของเรนเดลจะดับลง