เพียะ!
“ชักช้าอยู่ไย... เพียะ!... คลานไปซะสิ”
เมื่อเห็นว่า ‘สัตว์เลี้ยง’ แสนสวยยังคงดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟังชายหนุ่มก็ตวัดฝ่ามือฟาดลงบนแก้มก้นทั้งสองข้างอย่างไม่ออมแรง จนเนื้อนุ่มสั่นกระเพื่อมเป็ระลอก
“อ๊ะ... ไม่... หยุดตีนะ... ฉันเดินไม่ไหวแล้ว”
วารินทร์หันขวับมามองชายหนุ่มด้วยแววตาวิงวอนราวกับลูกสุนัขที่น่าสงสารชั่วขณะนี้เธอรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทั้งสรรพางค์กาย เพราะยังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากความสุขสมที่ถาโถมเข้าใส่หลายต่อหลายระลอกสองขาเรียวสั่นระริกพยายามหนีบเข้าหากันด้วยความเสียวซ่าน เมื่อแท่งเนื้อร้อนผ่าวยังคงเสียบคาลึกอยู่ครึ่งลำในช่องทางที่เปียกแฉะ
ตั๊บ!
“อร๊า~”
ชายหนุ่มที่อยู่ในท่าย่อเข่า ขยับสะโพกสอบอัดกระแทกแก่นกายเข้าไปจนสุดโคนส่งผลให้ร่างของหญิงสาวถลาไปด้านหน้า แก้มก้นนุ่มหยุ่นถูกกระแทกจนแนบชิดติดกับหน้าขาแกร่งของเขา
หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใบหน้าหวานแหงนหงายขึ้นมองเพดานริมฝีปากเผยอค้าง ปลายลิ้นสีชมพูแลบเลียริมฝีปากอย่างลืมตัว ดวงตาคู่สวยเหลือกค้างเหม่อลอยแผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งราวกับแมวป่าที่กำลังเหยียดกาย ส่วนเว้าส่วนโค้งอันอวบอัดของสาวสะพรั่งช่างยืดหยุ่นและงดงามเกินกว่าจะจินตนาการ
ตั๊บ! ตั๊บ!
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงอิดออด ชายหนุ่มจึงเร่งจังหวะกระตุ้นเขาสอดประสานแก่นกายเข้าออกร่อง์อย่างดุดัน ถอนรั้งจนสุดและกระแทกกลับเข้าไปจนมิดด้ามปลายทวนครูดสีไปตามผนังเนื้อนุ่ม หยอกเย้ากับปากมดลูกที่กำลังกระตุกตอดรัด ราวกับมันกำลังหิวกระหายหยาดน้ำค้างจากบุรุษเพศอยู่ตลอดเวลา
เพียะ!! เพียะ!! เพียะ!!
“ช่างเต็มไม้เต็มมือยิ่งนัก”
ชายหนุ่มรู้สึกสนุกมือจนไม่อาจหยุดหย่อน เขาละมือซ้ายที่เคยกุมเรือนผมของเธอออกปล่อยให้ร่างบางโงนเงนแทบจะหน้าคะมำพุ่งหลาวไปกับพื้นจากแรงกระแทกกระทั้นที่ดุดัน
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ด้วยความเชี่ยวชาญระดับจอมยุทธ์ มือขวาของชายหนุ่มปลดเปลื้องปราการท่อนบนของหญิงสาวออกอย่างว่องไวั้แ่เสื้อสูทตัวนอก เสื้อเชิ้ตสีขาว ไปจนถึงบราเซียร์ลูกไม้สีดำ ชิ้นส่วนเ่าั้ปลิวว่อนขึ้นกลางอากาศก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้น
ชายหนุ่มทอดสายตามองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของหญิงสาวทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายดั่งนาฬิกาทราย หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามผิวขาวเนียนละเอียดไล่ระดับสายตาจากสันหลังที่แอ่นโค้งขึ้นไปจนถึงใบหูและลำคอที่แดงซ่าน อาการเ่าั้เปิดเผยความสุขสมซาบซ่านที่หญิงสาวกำลังเผชิญหน้าอยู่โดยไม่อาจปิดบังสายตาอันเฉียบคมของเขาได้เลย
ตั๊บ!! ตั๊บ!! ตั๊บ!!
ยิ่งเวลาผ่านไป จังหวะก็ยิ่งหนักหน่วงรุนแรง ชายหนุ่มโหมกระหน่ำอัดกระแทกจากเื้ัจนร่างของเธอเอนลู่ไปด้านหน้าสลับกับหงายหลังตลอดเวลาทว่าด้วยขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารผนวกกับแรงตอดรัดที่ดูดดึงอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ัั์ไม่อาจหลุดร่อนออกจากถ้ำ์ได้เลย
“อ๊า... ตั๊บ!!... พ-... ตั๊บ!! ตั๊บ!!... พอ... ล...ตั๊บ!!... แล้ว”
วารินทร์ที่ถูกกระหน่ำแทงจนร่างโยนคลอนพร่ำเพ้อไม่เป็ภาษาเธอรู้สึกทั้งจุกเสียดและเสียวซ่านแทบขาดใจ อัตราความเร็วสี่ครั้งต่อหนึ่งวินาทีนั้นมันรัวกระชั้นและทะลวงลึกเกินกว่าจะรับไหวเธอรู้สึกราวกับตนเองเป็ะเิเวลาที่ใกล้จะพังทลาย หากต้องเสร็จสมในสภาพที่ยับเยินเช่นนี้อีกครั้งเธอคงได้สติหลุดลอยกู่ไม่กลับเป็แน่
“ถ้าไม่อยากเสียสติไปมากกว่านี้... ก็จงคลานไปซะ คลานให้เหมือนสุนัขตัวเมียที่เชื่อฟังเ้านายด้วยล่ะ”
ชายหนุ่มใช้ท่อนแขนซ้ายรวบกลุ่มผมของเธอแล้วดึงรั้งเข้าหาตัวบังคับให้แผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งงอจนแทบจะเป็ครึ่งวงกลม เขากระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงเผด็จการและแหบพร่า
“ก็ได้... ตั๊บ!!... อร๊า~... ยอมแล้ว! ยอมแล้วๆๆ!”
หญิงสาวรีบละล่ำละลักตอบรับ เธอรู้สึกว่าเขื่อนกั้นน้ำภายในใกล้จะแตกเต็มที
วารินทร์ที่สองขาขดเกร็งอยู่ในท่าคุกเข่า เริ่มขยับท่อนแขนและเรียวขาที่สั่นเทาคลานไปข้างหน้าทีละก้าวท่วงท่าการคลานสี่ขาที่บั้นท้ายงอนงามส่ายสะบัดไปมา ผสานกับหยาดน้ำหวานใสที่ไหลย้อยหยดลงมาจากกลีบกุหลาบสีสดทุกจังหวะที่ถูกทะลวงสอดใส่ ช่างเป็ภาพที่กระตุ้นไฟราคะได้อย่างยอดเยี่ยม
เธอคลานไปอย่างเชื่องช้า ใบหน้าก้มงุดมองพื้นกระเบื้องอย่างอ่อนล้าทว่าภายใต้ใบหน้าที่ก้มต่ำนั้น กลับซุกซ่อนตัณหาที่กำลังเดือดพล่าน ดวงตาเบิกโพลง น้ำตาและน้ำลายไหลยืดเยิ้มปะปนกันเรือนผมยุ่งเหยิงราวกับนางคณิกาที่ถูกปรนเปรอรสสวาทมาเนิ่นนานหลายชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก
หากมีชายอื่นมาเห็นสภาพของเธอในตอนนี้ คงต้องใจสลายไปตามๆกัน เทพธิดาน้ำแข็งผู้เป็ที่หมายปองของใครหลายคน แม้จะแต่งงานมีสามีแล้ว ทว่าความงดงามและเสน่ห์ของเธอก็ยังดึงดูดสายตาลามกจากบุรุษรอบกายให้ลอบมองเรือนร่างอันอวบอัดของเธออยู่เสมอทว่าบัดนี้ เธอกลับตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากทาสสวาท
พูดถึงชายอื่น... จู่ๆ ก็มีเสียงสนทนาของบุรุษแว่วลอยเข้ามาจากด้านนอกห้องประชุมทั้งที่วันนี้เป็วันเสาร์ ซึ่งไม่น่าจะมีพนักงานคนใดขยันมาทำโอที
“มึงคิดเหมือนกูปะ... คุณวารินทร์เลขาไอ้ไอดอลหน้าใหม่นั่นสวยเอ็กซ์ฉิบหาย แค่สไตล์การแต่งตัวก็ทำกูของขึ้นแล้ว”
เสียงพูดคุยเจือความหยาบโลนของพนักงานชายดังลอดเข้ามาในห้องประชุมที่ทั้งสองกำลังเริงรักกันอยู่
“อย่างว่าแหละมึง กูว่าที่แต่งตัวรัดรูปซ่อนรูปขนาดนั้นก็เพราะตั้งใจจะอ่อยไอ้เด็กนั่นแหละ เห็นๆ กันอยู่ว่าไอดอลพวกนี้โปรไฟล์ลูกคุณหนูตระกูลผู้ดีทั้งนั้น”
ชายอีกคนพูดเสริม แม้น้ำเสียงจะดูราบเรียบ แต่ก็แฝงความอิจฉาริษยาเอาไว้ลึกๆ
“เออ! มีอยู่วันนึงเว้ย กูแอบเห็นตอนเธอชงกาแฟแล้วทำของตกจังหวะที่เธอก้มลงไปเก็บนะ กูเลยแอบส่องดู... โอ้โห แม่เ้าโว้ย—”
ชายคนที่เปิดบทสนทนาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังนึกภาพตามด้วยสีหน้าหื่นกระหาย
“โคตรอูม! ตึงเปรี๊ยะ! แน่นเปรี๊ยะ! หุ่นแม่งอย่างกับหลุดมาจากโดจินเลยไอ้สัส!”
เขาเอ่ยบรรยายสรรพคุณด้วยน้ำเสียงหยาบคายดังกังวาน
“ชู่ว— มึงเบาๆ หน่อยสิวะ”ชายอีกคนรีบยกมือขึ้นปราม สีหน้าเริ่มตึงเครียด
“หะ? มีอะไรวะ?”
ชายที่เพิ่งพ่นคำหยาบโลนรู้สึกใจคอไม่ดี ลางสังหรณ์บอกว่าฉิบหายแล้วหรือจะมีคนข้างในได้ยินที่เขานินทาเมื่อครู่?
เพื่อนอีกคนที่ทำหน้าจริงจังไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆย่องฝีเท้าเข้าไปใกล้บานประตูห้องประชุม เพราะหูแว่วได้ยินเสียงแปลกๆ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในอาคารออฟฟิศยามนี้
“เชี่ย... หรือว่า—!?”
เมื่ออีกคนเดินตามมาและได้ยินเสียงนั้นชัดๆ เขาก็แทบจะะโลั่นรีบยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก ใครกันที่ใจกล้าหน้าด้านมาเปิดหนังสดในบริษัทแบบนี้!
พวกเขาทั้งคู่ค่อยๆ ขยับเข้าไปแนบชิดบานประตู ใช้สองมือป้องสายตาแอบส่องดูผ่านช่องกระจกใสทว่าทัศนวิสัยกลับถูกบดบังด้วยฝ้าขุ่นมัว
“บัดซบเอ๊ย!! ป้าแม่บ้านลืมเช็ดกระจกหรือไงวะ!”
ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียจนเผลอกำหมัดแน่น ลืมไปเสียสนิทว่าแม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดเฉพาะวันอังคารและวันอาทิตย์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สองหนุ่มหื่นก็ยังไม่ยอมแพ้ พวกเขาเบิกตาโพลงจ้องเขม็งผ่านกระจกฝ้าอย่างไม่ลดละหวังจะได้เห็นเงาเรือนร่างเลือนรางก็ยังดี เพื่อพิสูจน์ให้รู้แน่ว่าชายหญิงคู่ไหนกำลังบรรเลงเพลงรักกันอยู่
ใจของคนด้านนอกเต้นระรัว หายใจหอบถี่... ไม่ต่างจากสองหนุ่มสาวที่อยู่ภายในห้องประชุมเลยแม้แต่น้อย!
“อื๊อ—... อื๊อ...”
วารินทร์ยกมือขวาขึ้นตะครุบปากตนเองแน่น พยายามกลั้นเสียงครางสุดชีวิตเพราะจากมุมที่เธอมองออกไป เธอเห็นใบหน้าของพนักงานชายฝ่ายจัดอุปกรณ์การแสดงสองคนกำลังด้อมๆมองๆ อยู่หน้าประตูอย่างชัดเจน! ความหวาดกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ
จบกัน... ชีวิตการทำงานของฉันจบสิ้นแล้ว!
วารินทร์รู้สึกเรี่ยวแรงหดหาย ความอัปยศอดสูพุ่งโจมตีอย่างหนักหน่วงเมื่อตระหนักว่ามีผู้ชายคนอื่นกำลังแอบดูอยู่อนาคตหน้าที่การงานของเธอคงพังทลายไม่เหลือชิ้นดี
แต่ทว่า... ร่างกายของเธอกลับสวนทางกับความคิดอย่างสิ้นเชิง!แทนที่จะหวาดกลัวจนหดหู่ เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจจนแทบคลั่ง! ร่างกายร้อนผ่าววูบวาบหัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกอับอายปะปนกับความเสียวซ่าน ราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ นับพันทิ่มแทงลงบนิัการจินตนาการว่าถูกสายตานับสิบคู่จ้องมองเรือนร่างที่กำลังถูกย่ำยี (แม้ทัศนวิสัยของเธอจะพร่ามัวเพราะถูกถอดแว่นสายตาก็ตาม)มันกลับปลุกปั่นความร่านสวาทให้ลุกโชน
ฉับพลันนั้น ผนังช่องคลอดก็บีบรัดตัวเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง!
ชี่!
เธอเริ่มปลดปล่อยหยาดน้ำค้างออกมาอย่างบ้าคลั่ง ระลอกแล้วระลอกเล่าจนพื้นกระเบื้องเปียกแฉะเจิ่งนอง
“หึ... ยัยร่านเอ๊ย”
นพเก้าแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะรวบตัวเธอยกลอยขึ้นจากพื้นเปลี่ยนท่วงท่ามาเป็สอดวงแขนแกร่งโอบล็อกจากด้านหลังใต้รักแร้ของเธอ ดันแผ่นหลังและข้อพับเข่าของหญิงสาวให้พับแนบชิดติดกับหน้าอกและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา(Full-NelsonHold)
“อิย๊า~... ไม่...ไม่เอาท่านี้!”
วารินทร์หวีดร้องเสียงหลงเมื่อถูกเปลี่ยนท่ากะทันหันเธอพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ก็ไร้ผล เมื่อถูกพันธนาการอย่างแ่า มีเพียงสองมือที่เป็อิสระเธอจึงยกมันขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่หันตะแคง ปิดหูปิดตาและปากของตนเอง ทว่าก็ไม่อาจกักเก็บเสียงครางกระเส่าและความร่านสวาทที่ทะลักล้นออกมาได้
เธอร้องไห้ออกมาจริงๆ น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม กัดฟันแน่นจนน้ำลายไหลยืดดวงตาที่เหลือกค้างเริ่มมีประกายรูปหัวใจทอประกายออกมา ความเป็มาโซคิสต์ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากส่วนลึกกำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะเรือนผมยุ่งเหยิง ใบหน้าแดงก่ำดั่งลูกตำลึงสุก บัดนี้เธอถูกชายหนุ่มหลอมรวมให้กลายเป็‘ยัยร่าน’ อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อนพเก้าััได้ว่าเธอเสร็จสมอีกครั้งและกำลังตอดรัดเขาถี่ยิบเขาก็ยิ่งอยากสนุกและกลั่นแกล้งเธอให้ถึงที่สุด โดยไม่สนว่าร่างกายของเธอจะรับไหวหรือไม่
ฉึบ ฉึบ
ชายหนุ่มอุ้มกระเตงร่างของเธอ ก้าวอาดๆ ตรงดิ่งไปยังบานประตูห้องประชุม!ในขณะที่สะโพกสอบยังคงกระหน่ำอัดปืนใหญ่เข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง
“อ๊า... เสียว... เสียวเหลือเกิน... จะบ้าตายอยู่แล้ว...พอเถอะ... นายท่าน... ได้โปรด... หยุดทีเถอะเ้าค่ะ... อร๊า... จะ... เสร็จ... จะเสร็จอีกแล้วว!!”
หญิงสาวที่ถูกอุ้มลอยละลิ่วพร้อมกับถูกทะลวง์จากเบื้องล่างสมองของเธอขาวโพลนจนเริ่มจินตนาการเตลิดเปิดเปิง เธอเห็นภาพนิมิตว่าตนเองเป็นักโทษหญิงที่ถูกจับแก้ผ้าเสียบประจานโดยมีฝูงชนด้านนอกที่เต็มไปด้วยสายตาคาวโลกีย์ จ้องมองเธอถูกย่ำยีจนกว่าจะสิ้นใจ
ชี่! กระฉูด!
นางไม่อาจนับได้อีกต่อไปแล้วว่า ตนเองเสร็จสมกระจุยกระจายไปกี่หนแล้วในวันนี้
ปัง!
นพเก้าดันร่างของเธอไปอัดกระแทกเข้ากับบานประตูห้องประชุมเสียงดังลั่น!ทรวงอกอวบอัดบดเบียดแนบชิดติดกับกระจกฝ้า ถูกเสียดสีถูไถขึ้นลงไปมาตามแรงกระแทก หน้าท้องแนบชิดกับบานประตูััได้ถึงอุณหภูมิความร้อนจากตัวคนด้านนอกที่แผ่ซ่านลอดผ่านช่องกระจกมา ปลายเท้าและหน้าแข้งครูดไถไปกับบานประตูไม้แข็งๆจนผิวขาวเนียนเริ่มปรากฏรอยแดงถลอกจากการเสียดสี
“ใกล้แล้ว... อีกนิดเดียว”
นพเก้าปล่อยท่อนขาของหญิงสาวให้ทิ้งตัวลง ปล่อยให้แท่งเนื้อที่แข็งแกร่งดุจศิลาซึ่งทะลวงลึกถึงปากมดลูกทำหน้าที่เป็แกนยึดรั้งร่างของเธอไว้ไม่ให้ร่วงหล่น จากนั้นสองมือหนาก็เอื้อมไปกอบกุมเคล้นคลึงบั้นเอวคอดและสะโพกผายอย่างถนัดถนี่ก่อนจะเริ่มเร่งเครื่องกระหน่ำแทงอีกครา
ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!
จังหวะการสอดใส่ทวีความรุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น ชายหนุ่มตระหนักดีว่าการกระตุ้นอารมณ์ตื่นเต้นให้สตรีก็เปรียบเสมือนการปรุงรสอาหารให้ออกมากลมกล่อมที่สุดใน่เวลานั้นๆ โดยเฉพาะยามนี้ที่ร่อง์บีบรัดแ่าจนแทบจะรีดคั้นแก่นกายของเขาให้ขาดสะบั้นมันช่างเสียวซ่านและยอดเยี่ยมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ!
ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!
“อึก... อู... อูวว!”
ณ วินาทีนี้ มีเพียงเสียงครางในลำคออย่างเลื่อนลอยของหญิงสาวขณะที่หน้าผากแนบชิดกับกระจกขุ่นมัว เธอมองทะลุออกไปด้านนอกที่ไม่หลงเหลือใครอยู่แล้วลอบคิดในใจว่าพรุ่งนี้เช้า ข่าวลือคาวโลกีย์คงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งออฟฟิศเป็แน่
และในเสี้ยววินาทีที่จินตนาการอันเลวร้ายพุ่งขึ้นสุดขีดนั่นเอง...
สวบบ!! ตึก!! พรวด!!!
ท่อนเนื้อั์อัดกระแทกเข้าไปลึกสุดใจจนส่วนหัวหยักบานดันทะลุเข้าไปฝังแน่นติดอยู่ในโพรงมดลูก!ก่อนจะปลดปล่อยสายธารสีขาวขุ่นระลอกใหญ่ออกมาอย่างบ้าคลั่ง! ไม่เพียงเท่านั้น—
ตั๊บ! ตั๊บ!
ชายหนุ่มยังคงขยับสะโพกกระแทกย้ำเบาๆ เพื่อรีดเค้นหยาดน้ำพิสุทธิ์ให้ฉีดพ่นเข้าไปทุกหยาดหยดใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังอาบไล้ไปด้วยความสุขสมช่างดูร้ายกาจยิ่งนัก
อ่า— พรวดดดด...
หน้าท้องแบนราบของหญิงสาว บริเวณตำแหน่งของมดลูก เริ่มโป่งนูนขึ้นช้าๆราวกับลูกโป่งที่ถูกสูบลม มันคั่งค้างเอ่อล้นอยู่ภายใน หวังจะฝากฝังสายเืให้เธอตั้งครรภ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
“อูวว! อ๊อก—”
วารินทร์ไม่อาจทานทนต่อความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุปรอทได้อีกต่อไปผนวกกับมวลอารมณ์ด้านลบ ความตึงเครียด ความหวาดผวา และความวิปริตในจิตใจที่ตีรวนกันจนถึงขีดจำกัดส่งผลให้เธอสลบไสลหมดสติไปในทันที ทั้งที่ดวงตายังคงเหลือกค้าง ริมฝีปากอ้าเผยอปล่อยให้น้ำลายไหลยืด
ตึก!
ชายหนุ่มเผลอไผลปล่อยมือออกจากบั้นเอวของเธอ ร่างที่ไร้สติจึงรูดไถลร่วงลงไปกองกับพื้นศีรษะกระทบพื้นเบาๆ ทว่าสะโพกและบั้นท้ายกลมกลึงกลับยังคงยกโด่งค้างอยู่ในท่าโก่งโค้งในขณะที่ชายหนุ่มยังคงเสียบคาแก่นกายเอาไว้ ปล่อยให้น้ำกามระลอกสุดท้ายพ่น ‘พรวด...พรวด...’ เข้าไปจนหมดแม็ก
“อ๊ะ... พังซะแล้วแฮะ”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง คราวนี้เขารู้สึกว่าตนเองเล่นแรงเกินเบอร์ไปสักหน่อย
เขารีบหยุดการกระทำทั้งหมด ก่อนจะโคจรพลังปราณส่งผ่านเข้าไปในร่างของเธอเพื่อตรวจเช็คอาการาเ็
เฮ้อ...
เขาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจมีเพียงความเหนื่อยล้าสะสมขั้นรุนแรงเท่านั้น
ปุ๊!
ชายหนุ่มถอนรั้งัั์ออกจากถ้ำ์
หญิงสาวที่นอนโก่งบั้นท้ายสลบไสลอยู่บนพื้น ร่างกายสั่นกระตุกเป็ระยะกลีบผกาที่บานสะพรั่งบวมเป่งพยายามจะขมิบหุบเข้าหากัน ทว่าไม่อาจทำได้เนื่องจากเพิ่งรองรับความใหญ่โตเกินมนุษย์มนามาหมาดๆหยาดน้ำรักที่ผสมปนเปจนอัดแน่นอยู่ในมดลูก ไม่ได้ไหลย้อนกลับออกมาเลยแม้แต่หยดเดียวในทางกลับกัน หน้าท้องที่ป่องนูนของเธอกลับค่อยๆ ยุบตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์
เป๊าะ!
“เป็แบบนี้จริงๆ ด้วย”
นพเก้าดีดนิ้วดังเป๊าะ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มจุดขึ้นบนมุมปากในฐานะจอมยุทธ์อัจฉริยะ เขาไขปริศนาเคล็ดวิชาลับนี้ได้กระจ่างแล้ว บัดนี้เขาทราบแล้วว่า‘พลังปราณสีชมพู’ นั้น แท้จริงคือพลังที่คล้ายคลึงกับวิชา ‘บำเพ็ญคู่’ ทว่ามีเงื่อนไขการดูดซับที่เฉพาะเจาะจงและเคร่งครัดกว่ามาก
1. ต้องปลดปล่อยสายธารพิสุทธิ์เข้าไปกักเก็บไว้ในมดลูกของสตรีที่เป็พาหะจนล้นปริ่ม
2. ต้องปลดปล่อยในจังหวะที่สตรีนางนั้นบรรลุถึงจุดสุดยอดแห่งความสุขสมหรืออยู่ในสภาวะหมดสติ (สูญเสียการควบคุม)
หากปฏิบัติครบตามเงื่อนไขนี้ เขาจึงจะสามารถดูดซับพลังงานลึกลับนี้เข้าสู่ร่างกายได้
นพเก้าไม่รอช้า อาศัยจังหวะทองนี้นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นโคจรลมปราณดูดซับพลังสีชมพูที่ระเหิดลอยออกมาจากร่อง์ของหญิงสาว ให้พุ่งตรงเข้าสู่แก่นกายของเขาที่ยังคงตั้งตระหง่าน
เขาััได้ทันทีว่า ปริมาณปราณที่กักเก็บได้ในรอบนี้มีมากพอที่จะช่วยหนุนส่งให้เขาทะลวงคอขวด ยกระดับจากจอมยุทธ์ขั้นกลาง พุ่งทะยานขึ้นสู่ขั้นสูงได้อย่างรวดเร็วปานก้าวะโ!
ขณะที่นพเก้ากำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร โดยปล่อยให้วารินทร์นอนสลบเหมือดโก่งโค้งอยู่อย่างนั้น...ที่ด้านนอกบานประตูห้องประชุม มีร่างของไอดอลสาวสวยกำลังนั่งขดตัวกอดเข่าสั่นสะท้านอยู่
ดวงตาของเธอเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“พี่เก้า... เป็ผู้ชายแบบนี้หรอกเหรอ?”
ใบหน้าของนิดาเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย พวงแก้มแดงระเรื่อหัวใจเต้นโครมคราม ลมหายใจหอบถี่ ความรู้สึกหลากล้นตีรวนกันจนแยกไม่ออก สองมือที่ยกขึ้นปิดแก้มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังรับรู้ได้ถึง ‘ความเปียกชื้น’ แปลกประหลาดที่เอ่อล้นออกมาจากจุดซ่อนเร้นใต้กระโปรงจนชุ่มแฉะกางเกงชั้นในสีขาวลูกไม้ตัวบาง โดยที่เด็กสาวไร้เดียงสาอย่างเธอไม่เข้าใจเลยว่ามันคือปฏิกิริยาของอะไร
นิดารีบหยัดกายลุกขึ้นด้วยขาทั้งสองข้างที่สั่นเทาพยายามทรงตัวให้มั่นคง ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินบรรยาย
เดิมที เธอตั้งใจจะย้อนกลับมาบอกลาพี่นพเก้าอีกครั้งแต่กลับพบเห็นสตาฟฟ์ชายสองคนกำลังด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าประตูห้องประชุม เธอหลงนึกว่าเป็พวกปาปารัซซี่แฝงตัวมาจึงออกปากตวาดไล่พวกนั้นไปจนพ้นทาง
ทว่าเมื่อบรรยากาศเงียบสงัดลง เธอจึงได้ยินเสียงครางกระเส่าของหญิงสาวเล็ดลอดออกมา...ทั้งน้ำเสียงใสราวกับกระดิ่ง และจังหวะการหอบหายใจ เมื่อลองวิเคราะห์ดูแล้ว ไม่ว่าฟังอย่างไรนั่นก็คือเสียงของ‘วารินทร์’ ผู้จัดการส่วนตัวของนพเก้า ทว่าในคราแรกเธอยังไม่อยากจะปักใจเชื่อ
จนกระทั่ง... เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของชายหนุ่มเอ่ยหยอกเย้าดังแทรกขึ้นมาสติของเธอก็แตกกระเจิงในทันที! แม้ว่าคุณพ่อของเธอซึ่งเป็หนึ่งในผู้บริหาร จะเคยเตือนเื่คาวโลกีย์ในวงการบันเทิงและภายในบริษัทให้ฟังอยู่บ้างแต่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า เื่พรรค์นี้จะเกิดขึ้นกับ ‘พี่ชายที่แสนดี’ คนนั้น...คนที่เธอแอบหลงรักและชื่นชมมาตลอด
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เธอรีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านหยาดน้ำตารินไหลอาบแก้ม เธอวิ่งตากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง ออกไปนั่งร้องไห้เงียบๆอยู่เพียงลำพังที่ป้ายรถเมล์
ตัดภาพกลับมาที่ห้องประชุม
กลิ่นคาวโลกีย์ที่เคยอบอวลเริ่มจางหายไป ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อผ้ากลับมาดูดีไร้รอยยับย่นราวกับที่แห่งนี้ไม่เคยมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น
เพียะ!
“ตื่นได้แล้ว ยัยคนขี้เซา”
นพเก้าฟาดมือลงบนบั้นท้ายงามงอน จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาหลุกหลิกมองซ้ายมองขวาด้วยความมึนงง
ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะกลับคืนมาครบถ้วน เธอตวัดสายตาเกรี้ยวกราดจ้องมองชายหนุ่ม
“ก... แก! รู้ตัวไหมว่าทำบ้าอะไรลงไป!”
น้ำเสียงของเธอกดต่ำและเย็นเยียบดุจพญามัจจุราช
“เดี๋ยวก่อน เอาน่า ใจเย็นๆ สิ”
นพเก้ายกมือขึ้นโบกปัดไปมา แสร้งทำเป็หลับตาเบือนหน้าหนีท่าทางกวนโทสะราวกับตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดผิด
“ใจเย็น? ... แกจะให้ฉันใจเย็นได้ยังไง!ฮึก... ฮือออ~”
ความอดทนขาดสะบั้น วารินทร์ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย
“อะแฮ่ม! ใจเย็นๆ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว และมันจะไม่มีปัญหาอะไรตามมาทั้งนั้น”
นพเก้ากระแอมไอแก้เก้อ พลางยื่นแว่นตากรอบดำคืนให้เธอดูเหมือนว่าเมื่อครู่เขาจะเล่นแรงและสมจริงเกินไปหน่อย เขาจึงตัดสินใจบอกความจริงกับเธอว่าจังหวะที่มีคนเดินมาเมียงมองหน้าประตู เขาได้ใช้พลังยุทธ์กางม่านพลังปิดกั้นเสียง และแปรสภาพกระจกใสให้กลายเป็ฝ้าขุ่นมัวไปหมดแล้วนอกเสียจากเสียงครางเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาจงใจดัดแปลงคลื่นความถี่ให้ฟังดูผิดเพี้ยนจนจำไม่ได้ลอยออกไปบ้างก็ถือว่าสถานการณ์ยังปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ (?)
หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตา สีหน้ายังคงบูดบึ้งตึงเครียดแม้ลึกๆ จะไม่ค่อยอยากเชื่อน้ำคำของชายหนุ่มจอมกะล่อนคนนี้นัก แต่เธอก็ภาวนาขออย่าให้ฝันร้ายนั้นกลายเป็จริงเลย
เธอคร้านจะต่อปากต่อคำ เลือกที่จะเมินเฉยใส่ชายหนุ่มรีบคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ จัดการฉีดพรมสเปรย์น้ำหอมเพื่อกลบกลิ่นคาวรัก แล้วก้าวฉับๆเดินหนีออกจากห้องไปทันที
ปัง!
เสียงกระแทกประตูปิดดังลั่น บ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นมัวของคนเดินจากไป
...
เฮ้อ...
วารินทร์ยืนกอดอกอยู่หน้าตึกบริษัท ทอดสายตามองขึ้นไปยังท้องฟ้าบรรยากาศยามกลางวันที่ควรจะสว่างไสว บัดนี้กลับมืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทัศนวิสัยเบื้องหน้าขมุกขมัวไม่ต่างอะไรกับอารมณ์อันยุ่งเหยิงและปวดร้าวในใจของเธอตอนนี้เลย
เธอไม่เข้าใจเลยว่า ชีวิตของตนเองต้องมาพานพบกับเื่ราวบัดซบมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
หือ?
จู่ๆ ร่มใสคันหนึ่งก็ถูกกางออก บดบังสายฝนที่กำลังสาดกระเซ็นลงบนแว่นตาของเธอ
เธอหันขวับไปมอง สบตาเข้ากับบุรุษร่างสูงทางขวามือผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้า
“วันนี้เลิกงานดึกนะ”
บุรุษหน้าตาหล่อเหลายิ้มแย้มทักทาย เขาเป็ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบต้นๆเรือนผมสีบลอนด์สว่าง ผิวขาวจัด และมีดวงตาสีฟ้ากระจ่างใส รูปลักษณ์คล้ายลูกครึ่งเอเชีย-ยุโรปที่หาตัวจับได้ยาก
“หึ”
วารินทร์ตีหน้าตึง แววตาเ็า เธอเชิดหน้าขึ้นแล้วสะบัดหันไปอีกทางดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาคู่นี้จะแตกร้าวและห่างเหินกันพอสมควร
“อะ... แฮะๆ”
ผู้เป็สามีได้แต่ยกมือขึ้นเกาท้ายทอย หัวเราะแห้งๆแก้เก้อ ก่อนจะกางร่มเดินนำประคองพาเธอไปขึ้นรถ
ปัง
เสียงประตูรถปิดลง ก่อนที่เครื่องยนต์จะสตาร์ท และรถยนต์คันหรูจะค่อยๆเคลื่อนตัวทะยานฝ่าสายฝนออกไป
วารินทร์เอนหลังพิงเบาะหนังอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะหยิบตลับแป้งพัฟทรงกลมออกจากกระเป๋า เปิดกระจกขึ้นมาสำรวจความเรียบร้อยบนใบหน้าตามความเคยชิน
ทว่า... ทันทีที่สายตาประสานเข้ากับเงาสะท้อนในกระจกบานเล็กเธอก็ถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
ขวับ!
เธอรีบหันขวับกลับไปมองที่เบาะหลังรถทันที ั์ตาสั่นระริกสบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มพิมพ์ใจ... ทว่าแฝงความเ้าเล่ห์ร้ายกาจเอาไว้เต็มเปี่ยม
“คืนนี้... ผมขอค้างคืนที่บ้านด้วยคนนะครับ”
นพเก้าเอ่ยขออนุญาตด้วยน้ำเสียงใสซื่อและไร้เดียงสาสุดๆ!