แม้หลายวันนี้สวี่ิอี้จะยังมีอาการเหม่อลอยสับสนอยู่บ้าง ทว่าเพราะนางให้ความสำคัญกับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง จึงสังเกตเห็นความผิดปกติของอาขุยได้เช่นกัน
อาขุยชะงักไปจริง ๆ
สวี่ิอี้กล่าวต่อ "เพราะเ้าเองก็รู้สึกว่ายานี้รักษาโรคของข้าไม่ได้ ใช่หรือไม่"
ชั่วพริบตานั้น อาขุยก็เบิกตากว้าง
"คุณหนู..."
นางคิดจะเอ่ยปลอบใจสวี่ิอี้ตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อถูกสายตาสงบนิ่งคู่นั้นจ้องมอง สุดท้ายก็ทำได้เพียงพยักหน้าด้วยสีหน้าสลับซับซ้อน
"ใช่เ้าค่ะ บ่าวคิดว่ายาพวกนั้นอาจจะไม่มีประโยชน์จริง ๆ..."
ขณะที่กำลังพินิจพิเคราะห์ว่าจะอธิบายต่อไปอย่างไรดี นางก็พลันได้ยินเด็กสาวตรงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นว่า "เอาเทียบยารักษาอาการหลับใหลผิดปกติมาใช้ถอนพิษ ย่อมไม่มีประโยชน์อยู่แล้ว"
"คุณหนู!" อาขุยมีสีหน้าตกตะลึง คุณหนูไปได้ยินคำพูดเหล่านี้มาจากที่ใดกัน
"เ้าเริ่มระแคะระคายั้แ่เมื่อไร" สวี่ิอี้ถาม
อาขุยพยายามข่มความตระหนกและสงสัยในใจเอาไว้ ก่อนจะตอบว่า "เพิ่งจะสองสามวันนี้เองเ้าค่ะ... อาการป่วยของคุณหนูดูประหลาดนัก ตอนแรกเป็เพียงไข้หวัดธรรมดา แต่ตอนนี้แม้แต่หมอหลวงก็ยังจนปัญญา... บ่าวจึงคิดว่า เป็ไปได้หรือไม่ที่คุณหนูอาจไม่ได้ป่วย แต่ว่า... แม้บ่าวจะไม่ได้เชี่ยวชาญวิชาแพทย์ แต่ก็เคยได้ยินมาว่าบนโลกนี้มีพิษประหลาดมากมาย ทั้งยังแบ่งแยกที่มาและสายวิชา หากไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ย่อมไม่อาจตรวจพบสาเหตุที่แท้จริงได้เลยเ้าค่ะ..."
หมอหลวงในวังล้วนเชี่ยวชาญวิชาการแพทย์ สิ่งที่เล่าเรียนก็มักเป็ตำราแพทย์ทั่วไป แม้จะไม่ถึงกับไม่รู้เื่ทฤษฎีพิษเลย แต่ก็ใช่ว่าจะรู้แจ้งแทงตลอดเกี่ยวกับพิษประหลาดสารพัดรูปแบบพวกนั้น
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของสวี่ิอี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป อาขุยจึงเล่าต่อด้วยน้ำเสียงแ่เบา "สองสามวันนี้บ่าวแอบไปค้นดูตำราแพทย์ที่ตกหล่นไม่สมบูรณ์ที่ท่านแม่ทิ้งไว้ เมื่อวานพบว่าบนโลกนี้มีสิ่งมีพิษที่ทำให้คนหลับใหลไม่ได้สติไปตลอดวันอยู่จริง ๆ เพียงแต่บ่าวอ่านไม่ค่อยเข้าใจนัก ชื่อยาแปลกประหลาดพวกนั้นก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน อีกทั้งในนั้นยังไม่ได้บันทึกวิธีถอนพิษเอาไว้ด้วย..."
แถมตำราเล่มนั้นดูแล้วพึ่งพาไม่ค่อยจะได้เท่าไรนัก บอกว่าเป็ตำราแพทย์ แต่อ่านไปได้ครึ่งทางกลับพูดเื่วิชาคุณไสยขึ้นมาเสียอย่างนั้น ซ้ำยังลามไปถึงเื่ภูตผีปีศาจ ยิ่งอ่านก็ยิ่งพิสดารเหนืุ์จริง ๆ ทว่านั่นก็แล้วไปเถิด ที่น่าแค้นใจที่สุดคือ เล่าไปได้ครึ่งเดียวก็ดันไม่มีตอนจบเสียได้!
ทำเอานางต้องมานั่งเป็ห่วงอาการป่วยของคุณหนูกลางดึก ซ้ำยังอดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเื่ที่ว่าบัณฑิตที่โดนมนตร์จิ้งจอกเล่นงานจะเป็อย่างไรต่อไป จนถึงขั้นไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปทั้งคืน
"หากวันนี้ข้าไม่ได้ถามเ้า เ้าตั้งใจจะทำอย่างไรต่อไป" สวี่ิอี้จ้องมองนาง
อาขุยก็เหมือนกับอาจู คือสาวใช้ที่มารดาผู้ให้กำเนิดทิ้งไว้ให้นาง บิดาของอาจูเคยเป็บ่าวรับใช้ของมารดานาง ปัจจุบันยังคงทำงานอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกง โดยคอยรับใช้เพียงนางเท่านั้น... วรยุทธ์ที่อาจูมีติดตัว ก็ล้วนเป็บิดาผู้นี้ที่ถ่ายทอดให้
ส่วนมารดาของอาขุยเดิมเป็หมอหญิง หลังจากมารดาของนางเสียชีวิตไปไม่นาน อีกฝ่ายก็ตายตามนายของตนไปด้วย
อาขุยพอมีความรู้เื่การแพทย์แบบงู ๆ ปลา ๆ อีกทั้งยังเป็คนละเอียดรอบคอบ จึงเป็สาวใช้ที่คู่ควรให้ไว้ใจได้เช่นกัน
ทว่าสาวใช้ตัวน้อยผู้นี้ กลับต้องมาจมน้ำตายในคืนพรุ่งนี้
ตอนนั้นนางเอาแต่หลับใหลไม่ได้สติ คนในจวนกลัวว่านางจะเสียใจจึงลากเวลาไปอีกหลายวันกว่าจะแจ้งเื่นี้ให้ทราบ ด้วยเหตุนี้นางไม่มีโอกาสได้สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ เลย
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เวลานี้นางรู้ตัวดีว่าตนไม่ได้ป่วย แต่กำลังถูกพิษ
ในเมื่อถูกพิษ ย่อมต้องมีคนวางพิษ
และการที่อาขุยเพิ่งเริ่มระแคะระคายเื่นี้ ทว่าจู่ ๆ กลับเกิดเื่จนต้องตายไป ก็ดูจะบังเอิญเกินไปหน่อย
"เดิมทีบ่าวคิดว่าจะนำข้อสันนิษฐานนี้ไปบอกกล่าวกับนายท่าน... ให้นายท่านลองหาวิธีดูก่อน แล้วค่อยไปตามหาหมอที่เชี่ยวชาญด้านการถอนพิษมาตรวจดูอาการคุณหนูเ้าค่ะ"
แม้จะเป็เพียงข้อสันนิษฐานที่ไม่มีหลักฐาน ทว่าเื่นี้เกี่ยวพันถึงคุณหนู อย่างไรนางก็ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่พูดกับคุณหนูโดยตรงน่ะหรือ
นางก็กลัวว่าคุณหนูจะรับความะเืใจไม่ไหวจนหมดสติไปอีกน่ะสิ
แน่นอนว่าตัวนางเองก็ใไม่เบา เมื่อคืนตอนที่คิดถึงตอนจบของเื่ภูตผีปีศาจ น้ำตายังคลอเบ้าอยู่ตลอด คุณหนูรักชีวิตตัวเองฉันใด ตัวนางที่ขาดคุณหนูไม่ได้ก็กลัวว่าคุณหนูจะเป็อะไรไปฉันนั้น
เมื่อมองดูสาวใช้ที่ตาแดงก่ำ สวี่ิอี้ก็เกิดข้อสันนิษฐานหนึ่งขึ้นในใจ
อาขุยบอกว่าตั้งใจจะนำเื่นี้ไปบอกบิดาของนาง
ทว่าหากบิดาของนางรู้เื่ ย่อมไม่มีทางเพิกเฉยไม่ให้ความสำคัญกับเื่นี้แน่
เช่นนั้น ข้อสันนิษฐานของอาขุยอาจถูกใครบางคนล่วงรู้เข้า จึงชิงลงมือฆ่าปิดปากไปก่อนหรือไม่— การที่อาขุยมีความรู้เื่การแพทย์ไม่เคยเป็ความลับ ทั้งยังคอยปรนนิบัตินางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หรือบางทีตัวอาขุยเองก็อาจตกเป็เป้าหมายที่ฝ่ายตรงข้ามคอยระวังป้องกันอยู่ก่อนแล้ว หากมีความผิดปกติแม้เพียงน้อยนิด ก็อาจทำให้ฝ่ายนั้นเกิดความสงสัยได้
ทว่าใครกันแน่ที่เป็คนวางพิษ นางเองก็ไม่อาจแน่ใจได้
นางรู้ตัวว่าตนถูกพิษก็ตอนที่ถูกสกุลอู๋ส่งไปพักฟื้นที่เมืองหยางโจว ตอนนั้นหมอเทวดาฉิวเป็คนตรวจพบและรักษาจนหายดี และหลังจากนั้นไม่นาน จวนเจิ้นกั๋วกงก็เกิดเื่ขึ้น
เื่การถูกวางพิษในอดีต จึงไร้หนทางให้สืบหาความจริง
ทว่าในใจนางนั้น มีบุคคลต้องสงสัยอยู่คนหนึ่งเสมอมา...
"ไปจัดยาตามเทียบยานี้มา"
อาขุยพินิจดูเทียบยาที่คุณหนูของตนยื่นมาให้ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความลังเล "คุณหนู... นี่จะได้ผลหรือเ้าคะ"
คนรักชีวิตอย่างคุณหนูของนาง เพื่อรักษาโรคประหลาดนี้ เรียกได้ว่าสรรหาสารพัดวิธีมาจนหมดสิ้น ระยะนี้ถึงขั้นลงมือค้นตำราแพทย์ประเภทต่าง ๆ ด้วยตนเอง... ดังนั้นเทียบยานี้คงไม่ได้ไปลอกมาจากซอกหลืบของตำราแพทย์เล่มไหนหรอกกระมัง
สวี่ิอี้ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงกล่าวว่า "ลองดูเถอะ"
อาขุยพยักหน้าด้วยความปวดใจ
คุณหนูทำเพื่อจะได้มีชีวิตรอดต่อไป จึงไม่อยากละทิ้งความหวังใด ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว
หากเอาเทียบยานี้ไปให้หมอทั่วไปดูแล้วบอกว่าไม่เป็อันตรายอะไร เช่นนั้นก็ลองดูเถิด
"เื่เปลี่ยนเทียบยา ห้ามบอกใครชั่วคราว"
สวี่ิอี้สั่งการ "นอกจากนี้ ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ต้องให้เ้าไปทำ"