ยามค่ำคืนที่เงียบสงัดมีเพียงแสงจันทร์เป็ตัวนำทาง เงาวูบไหวสีดำคล้ายรูปร่างมนุษย์เหินทะยานไปบนหลังคาจวนแล้วจนเล่า เงาที่เคลื่อนไหวนั้นพริ้วไหวราวกับภูตผี แค่ครู่เดียวก็มาหยุดอยู่ที่กำแพงท้ายจวนตระกูลลู่ แสงจันทร์ส่องแสงสว่างนวลตาเปิดเผยรูปลักษณ์ของภูตผีตนนี้ ใบหน้าที่หล่อเหล่าคมคายผิวขาวกระจ่าง ดวงตาเฉี่ยวแสดงถึงความเ้าเล่ห์ ลักยิ้มข้างแก้มทั้งสองข้างคล้ายคนขี้เล่นอยู่ในที ดวงตาดำขลับขยายออกกว้าง
"เอ๋...ที่นี่ไม่ใช่จวนของ เ้าหนิงเหอหรอกหรือ หรือข้ามาผิดจวน"
เฟยหลงนั่งด้วยปลายเท้า มือทั้งสองข้างวางค้ำอยู่ระหว่างเข่าตนเองคล้ายท่าแมวยังไงยังงั้น เขาทำหน้านิ่วก่อนจะหันซ้ายทีขวาทีแล้วเอามือขึ้นมาเกาหัวตนเอง เขาจำได้ว่าจวนนี้แหละแต่ทำไมทางเข้าที่เขาเคยมาถึงเปลี่ยนไป
"มีผู้อาศัยที่ท้ายจวนนี้เหรอ ไม่ยักรู้แหะเ้าหนิงเหอไม่เห็นเคยบอก"
ระหว่างที่เฟยหลงกำลังสงสัยอยู่นั้นพี่ใหญ่ของเรือนก็ขยับกิ่งก้านไปมาส่งสัญญาณว่ามีผู้บุกรุก เ้าตัวเล็กลอยออกมาเกาะที่กิ่งใหญ่กิ่งหนึ่งทันทีพร้อมกับจ้องเขม่งไปยังบุคคลบนกำแพง
(มีคนบุกรุก) พี่ใหญ่
(ใครมันกล้าพี่ใหญ่จัดการเลยมั้ย) เ้าตัวเล็ก
(ข้าจะกระชากมันลงมาเอง) เถาวัลย์
(เดี๋ยวข้าไปบอกเ้าซื่อบื่อนั่นเอง) เ้าตัวเล็ก
ในขณะที่เฟยหลงกำลังสงสัย ถึงเขาจะไม่ขยับแต่ประสาทการรับรู้ของเขาแข็งแกร่งยิ่ง เถาวัลย์เลื้อยเข้าหาเฟยหลงอย่างเงียบเชียบคล้ายงูที่จ้องจะตระครุบเหยื่อ เฟยหลงเกร็งฝ่าเท้าและข้อแขน ใบหน้าจากงุนงงเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมตื่นตัวเต็มที่ จังหวะที่เถาวัลย์เข้ามาในระยะที่พอเหมาะมันพุ่งจู่โจมด้วยความรวดเร็ว เฟยหลงที่ระวังตัวอยู่ก่อนก็ถีบตัวเองกระโจนด้วยวิชาตัวเบาทันทีแต่เ้าเถาวัลย์ใช่กระจอกมันส่งเถาวัลย์ออกมาอีกหลายเส้นเมื่อเห็นว่าบุคคลนี้ลบทัน
เฟยหลงหลบหลีกสุดความสามารถเขาอาศัยแสงจันทร์ในการหลบหลีกเถาวัลย์พวกนี้ ในใจร่ำร้องออกมาว่าเขาเจอเข้ากับกับดักอะไร หรือมันคือค่ายกลของพวกลัทธิเต๋า ทำไมร้ายกาจเช่นนี้ ในจังหวะที่เขาพุ่งหลบไปทางต้นไม้ใหญ่ก็คล้ายตาลาย เห็นกิ่งไม้สะบัดใส่เขาทั้งก้าน เขาตาลีตาเหลือกหมุนตัวกลิ้งไปทางขวาทันทีอะไรกันเนี้ยทั้งเถาวัลย์ทั้งต้นไม้ตอนนี้ประสาทของเฟยหลงตื่นตัวเต็มที่ร่ำร้องว่าอันตราย แต่ก่อนที่จะได้คิดหาหนทาง เขาก็ได้ยินเสียงวัตถุแหวกอากาศเข้ามาอย่างรุนแรง
เฟยหลงอ้าปากค้างก่อนจะแหกปากร้องลั่นแล้วรีบเอียงตัวหลบสุดฤทธิ์ ซีซวนพุ่งเข้ามาถึงตัวเฟยหลงก็ออกหมัดประเคนเท้าใส่ทันทีเฟยหลงที่ถูกจู่โจมทั้งสามทาง ก็ออกกระบวนท่าปัดป้องพร้อมใช้วิชาตัวเบาลบหลีก ซีซวนเห็นผู้บุกรุกเก่งกาจเขาะโเข้าไปดึงกระบี่ออกมาจากกำแพง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ ออกกระบวนท่าพยัคฆ์คำรามใส่ผู้บุกรุกทันที
เฟยหลงฝีมือไม่ด้อย แต่เมื่อต้องสู้กับสองสิ่ง หนึ่งคนเช่นนี้เข้าจะหนีก็หนีไม่ได้ หลบก็ลำบาก พอเตะเถาวัลย์ได้กิ่งไม้ฟาด หลบกิ่งไม้ได้กระบี่ฟันใส่หัว ปัดป้องกระบี่ได้ ทั้งเถาวัลย์และกิ่งไม้พุ่งใส่พร้อมกัน อะไรกันเนี้ยยย!! เขาคิดด้วยความหงุดหงิด เ้าตัวเล็กอาศัยที่ผู้บุกรุกไม่ทันตั้งตัวลอยเขาไปเกาะที่ไหล่ก่อนที่จะอ้าปากแล้ว...
"โอ้ยย! พอแล้วไม่สู้แล้ว ไม่สู้แล้วพอ โอ้ยๆๆตัวอะไรกัดคอข้า ข้ายอมแล้วไม่สู้แล้ว "
เฟยหลงร้องลั่นพร้อมกับเอามือปัดไปที่คอที่ถูกกัด เ้าตัวเล็กปล่อยไม่ทันถูกปัดกระเด็นอีกรอบจนตาลาย ซีซวน เถาวัลย์ และพี่ใหญ่เห็นคนนั้นร้องลั่นก่อนจะส่ายมือไปมาพร้อมกับบิดตัวสะบัดหัวไปมาแล้วบอกว่าไม่สู้แล้ว ซีซวนเห็นเ้าตัวเล็กถูกปัดกระเด็นมาเขาก็รีบยื่นมือออกไปรับไว้ทันที จากนั้นไฟในเรือนก็สว่างขึ้นทำให้เฟยหลงที่น้ำตาคลอด้วยความเจ็บเห็นพื้นที่โดยรอบชัดขึ้น
เขามองผู้ชายตรงหน้าตาปริบๆ ก่อนจะหันซ้ายแลขวา เถาวัลย์กับกิ่งไม้หายไปไหนแล้ว เขาหันไปมองต้นไม้ใหญ่ที่เหมือนต้นไม้ธรรมดา เขากลืนน้ำลายก่อนจะขนลุกผีหลอกข้าหรือ หนิงเหมยใเสียงร้องจนสะดุ้งตื่น รั่วซีก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาก็รีบจุดตะเกียงทันทีพร้อมกับแอบแง้มประตูดูก็เห็นพี่ซีซวนกำลังต่อสู้กับใครสักคน
"เกิดอะไนขึ้นรั่วซี" นางถามด้วยความกังวล
"มีคนบุกเข้ามาเ้าค่ะคุณหนู แต่ตอนนี้พี่ซีซวนจัดการแล้วเรียบร้อย"
"พาข้าออกไปดูใครกันที่บุกเข้ามายามค่ำคืนเช่นนี้ เรือนเราออกจะห่างไกลจากเรือนหลัก แปลกจริง"
"เ้าค่ะ"
ทั้งสองคนพากันเดินออกไปดูด้านนอกทันทีพอเดินออกมาด้านนอก ก็เห็นซีซวนกำลังชี้กระบี่พาดคอผู้ชายบนพื้นอยู่ด้วยหน้าตาดุดันพร้อมถามเสียงเข้ม คนบนพื้นก็เอามือกุมคอตนเองทำหน้าอัดอั้นเต็มที่
"เ้าเป็ใครบุกเข้ามาหวังจะทำอะไร"
"ข้าเปล่านะ"
"โกหกจะบอกดีดีหรือให้ข้าทรมานเ้า"
เฟยหลงอ้าปากค้างคับแค้นใจ เขาเป็ถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้นนี้ฝีมือเขาไม่ด้อยแต่ตอนนี้มันชี้ชัดแล้วว่ามีฝีมือก็อาจตายได้ถ้าถูกรุม ฮึ้ย!! แล้วบอกจะทรมานข้า ข้าเป็องค์รัชทายาทนะรู้มั้ยเ้าบ้าเอ้ย
"ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ แค่มาหาเพื่อนเท่านั้น"
"เพื่อนของท่านมีประตูจวนอยู่ด้านหลังเช่นนั้นหรือ"
หนิงเหมยเดินมาห่างประมาณ 5 ก้าว เอ่ยปากถามด้วยความเ็า เฟยหลงพอได้ยินเสียงที่ติดจะเ็าของหญิงสาวปริศนาผู้หนึ่งก็หันสายตาไปมอง งดงามมาก แม้มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงเล็กน้อยและแสงจันทร์เบาบางแต่กลับทำให้ผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์อย่างประหลาด หนิงเหมยสวมเพียงเสื้อคลุมแต่ไม่ได้มัดผมเป็เหตุให้ผมสยายดูงดงามแปลกตา ซีซวนเห็นเช่นนั้นก็เดินไปบดบังสายตาทันทีพร้อมกับทำหน้าดุดันใส่ เฟยหลงเมื่อตกตะลึงไปชั่วครู่ก็ได้สติ
"เ้าคือใคร ชื่อของเ้าคืออะไรหรือแม่นาง"
"-_-" หนิงเหมยเ้าได้ยินที่ข้าถามหรือไม่
"หนอยยเ้า บังอาจ อย่ามามองคุณหนูของข้าแบบนี้นะ ไม่ได้ยินที่ถามหรือไร ประตูจวนอยู่ด้านหลังรึไง ข้าว่าเ้าบุกรุกเข้ามามากกว่า"
รั่วซีกระเด้งตัวออกมาเท้าเอวต่อว่าทันทีที่เห็นสายตาคล้ายคนตกหลุมรักเช่นนั้น ไม่ได้คุณหนูของนางจะโดนมองด้วยสายตาแบบนั้นไม่ได้
"เอ่อ... ข้าเปล่านะ ขะ ข้ามาหาเพื่อนจริงๆอยู่ที่จวนนี้แหละ"
"ใครเล่าเพื่อนท่าน" ซีซวนถามพร้อมยื่นกระบี่เข้าไปใกล้กว่าเดิม
" อย่าเอากระบี่มาใกล้ข้านักซิ เอาออกไปก่อน หนิงเหอ ลู่หนิงเหอ ข้าแอบเข้ามาทางนี้ประจำแต่ก่อนไม่เห็นมีใครอาศัยอยู่ก็เลยถือวิสาสะเข้ามาข้าไม่ได้ตั้งใจ จริงๆ นะไปตามลู่หนิงเหอมาก็ได้บอกเขาว่าเพื่อนเฟยหลงมาหา"
เฟยหลงอธิบายด้วยความรวดเร็วพร้อมกับเอานิ้วดันกระบี่ของซีซวนออกไปทีละนิดๆหนิงเหมยสอดสายตาสำรวจบุคคลตรงหน้าอย่างละเอียดหน้าตาผิวพรรณ และเสื้อผ้าเนื้อดีบ่งบอกว่าต้องเป็คนมีฐานะ อาจจะเป็คุณชายคนหนึ่งแต่สามารถสู้กับเถาวัลย์และพี่ใหญ่ได้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน นางกระซิบให้รั่วซีไปรายงานพี่ใหญ่ที่เรือนหน้า
"เอ่อ..ข้าไม่สู้แล้วยอมแล้วด้วย เอ่อ ยังไงให้ข้าลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ได้หรือไม่ ข้าสัญญาจะไม่ทำอะไรแน่นอนและข้าก็มีแผลด้วย เืข้าจะออกหมดตัวแน่ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้"
หนิงเหมยมองด้วยสีหน้าปลาตายกับลักษณะท่าทางของคนตรงหน้า ซีซวนหมั่นใส้กับท่าทางที่เ้านั่นทำใส่คุณหนูเขาก็เดินดุ่มๆเข้าไปแล้วจับตัวคนยืนขึ้นก่อนจะลงมือค้นตามตัวทันทีว่ามีอาวุธแอบอยู่หรือไม่ก่อนจะหิ้วคอเสื้อพาคนไปวางแหมะลงที่เก้าอี้แล้วโยนผ้าที่เขาหยิบได้จากโต๊ะไปให้ห้ามเื
"โอ้ยเ้าเบาๆได้มั้ยข้าเป็คนนะไม่ใช่สิ่งของโยนเอาๆเบามือน่ะเป็มั้ย"
เฟยหลงบ่นกระปอดกระแปดก่อนะจะนำผ้ามาห้ามเื เอ๊ะผ้านี้ทำไมมีกลิ่นแปลกๆ เขานำมาดมฟุดฟิดก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมแล้วโยนผ้าผืนนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ผ้าปลิวผ่านหน้าหนิงเหมยไปตกด้านหลังนางมองหน้าซีซวนด้วยสายตารู้ทัน ซีซวนทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ นางถอนหายใจก่อนจะเดินไปนำผ้าสะอาดกับน้ำเปล่ามาวางที่โต๊ะ เฟยหลงเห็นเช่นนั้นก็รีบเขยิบเข้าไปใกล้คนงามทันทีพร้อมกับยื่นคอให้ใกล้กับมือนางที่สุด เฟยหลงลอบพิจารนาใบหน้าที่งดงามสบายตาเงียบๆ ทำไมเขาไม่เคยรู้ว่าจวนนี้มีคุณหนูที่งดงามเช่นนี้อยู่ด้วย
"ข้าทำให้ขอรับ ชายหญิงไม่ควรชิดใกล้เกินจำเป็"
"ได้"
"เอ่อ..."
เฟยหลงจะพูดก็ไม่ทันแล้วซีซวนมานั่งประจันหน้าพร้อมกับกระชากคอเสื้อเปิดออกแล้วลงมือทำแผลทันที เขาพูดอะไรไม่ออก หนิงเหมยก็ไม่พูดอะไรนางแค่นั่งรอเท่านั้นเ้าตัวเล็กแอบปีนเข้ามาในอุ้งมือนางนางลูบมันเบาๆ เขาต้องสงสัยแน่กับเื่ที่เกิดขึ้น เดิมทีนางตั้งใจจะบอกรั่วซีกับซีซวนแต่คืนนี้เกิดเหตุขึ้นซีซวนน่าจะรู้แล้วเมื่อถามนางจะบอกแล้วกัน ส่วนบุรุษคนนั้นได้แต่โกหกหน้าตายแล้ว เฮ่อ...
รั่วซีรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังเรือนใหญ่ทันทีด้วยความเร่งรีบเมื่อนางมาถึงเรือนคุณชายใหญ่ก็บอกกล่าวกับยามที่เฝ้าหน้าเรือนทันที ยามได้ยินเช่นนั้นก็เดินเข้าไปรายงานทันที
"คุณชายขอรับมีสาวใช้คนหนึ่งมารายงานว่า คุณชายเฟยหลงมาหารอที่ท้ายจวนขอรับ"
หนิงเหอที่กำลังดูเอกสารงานกองทัพอยู่ได้ยินเช่นนั้นก็แปลกใจเขาขมวดคิ้วก่อนจะใ
"สาวใช้นั่นอยู่ที่ไหน"
"ด้านหน้าขอรับ"
หนิงเหอได้ยินเช่นนั้นเขาก็รีบลุกไปทันที เล่อคังคนข้างกายเห็นเช่นนั้นก็ถือตะเกียงตามเ้านายไปทันที หนิงเหอเดินออกมาด้านนอกก็เห็นสาวใช้ไม่คุ้นหน้ายืนกระสับกระส่ายอยู่ พอนางหันมาเห็นเขาก็รีบคุกเข่า
"เ้าหรือที่เป็คนมารายงาน"
"เ้าค่ะ ที่ท้ายจวนเรือนคุณหนูสาม มีคนคนนึงชื่อว่า เฟยหลงให้มารายงานคุณชายใหญ่ว่าเขามาหาเ้าค่ะ"
"เรือนลู่หนิงเหมยหรือ"
"เ้าค่ะ"
เฮ่อ.. หนิงเหอปวดขมับตุบๆเ้าองค์รัชทายาทเฟยหลงเขาลืมบอกไปว่าท้ายจวนกลายเป็ที่อยู่ของลู่หนิงเหมยไปแล้ว นี่องค์รัชทายาทคงจะแอบเข้ามาอีกแน่ให้ตายเถอะ
"ไปเถอะ"
เขาบอกแค่นั้นก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าออกไป ทั้งสองคนก็รีบตามไปทันที จนเมื่อเดินมาถึงหนิงเหอก็เห็นลู่หนิงเหมยที่นั่งนิ่งกับองค์ครักษ์ข้างตัว เขาไม่สนใจหนิงเหมยที่ทำความเคารพเขา เขาเบนสายตาไปที่องค์รัชทายาทตัวป่วนที่นั่งยิ้มส่งมาให้เขา เขาเดินเข้าไปจะทำความเคารพแต่เขาส่งสัญญาณว่าไม่ต้อง
" แฮ่ม หนิงเหอะพอดีข้ามีเื่จะพูดกับเ้าไปกันเถอะ"
เขารีบเดินไปดึงหนิงเหอออกไปทันทีก่อนที่เ้าตัวจะเปิดเผยฐานะของเขา หนิงเหมยเมื่อเห็นว่าเื่จบลงก็หาวออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปนอน รั่วซีรีบตามไป ซีซวนยืนมองจนนางปิดประตูเรียบร้อย เขาก็หันมามองต้นไม้ใหญ่และเถาวัลย์นั้นทันทีเขามองเงียบๆด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้มก่อนจะะโไปนอนบนกำแพง
ฝั่งเฟยหลงเมื่อมาถึงเรือนหนิงเหอเขาก็พูดเื่ที่จะมาที่จวนพรุ่งนี้และความปลอดภัยระหว่างเดินทาง
"พระองค์ไม่ควรมาด้วยวิธีนะพะย่ะค่ะ"
หนิงเหอบอกด้วยความเบื่อหน่าย
"ข้าไม่รู้ว่ามีคนอยู่ เอ่อ ว่าแต่นางเป็ใครน้องสาวเ้าเหรอ ข้าไม่เคยเห็นเ้าบอกว่ามีน้องสาวสามคน"
หนิงเหอทำหน้าเ็าก่อนจะตอบแบบไม่ใส่ใจ
"ลูกอนุพะยะค่ะ ข้าเลยไม่ได้ให้ความสำคัญ"
" เอ๋ แต่ยังไงก็น้องเ้า เอาแบบนี้พรุ่งนี้เ้าก็ชวนนางไปด้วยนี่คือคำสั่งถ้านางไม่ไปให้อ้างข้า"
"นี่ท่าน!!"
"ตามนี้ ข้าไปละ"
"เดี๋ยว..องค์รัชทายาท...เฟยหลง"
ทำไมเขาต้องให้นางไปด้วยปกติเขาก็ไม่สนใจออกจะรังเกียจนางด้วยซ้ำไป แต่องค์รัชทายาททรงเห็นนางแล้วอยากให้นางไปด้วย นางไปทำอะไรกับพระองค์กันแน่นะ เฮอะงั้นก็เพิ่มนางเสมือนเพิ่มข้ารับใช้ไปด้วยอีกคนก็ได้ หึ
เฟยหลงใช้วิชาตัวเบาเหาะกลับตำหนักบูรพาอย่างอารมณ์ดี ใบหน้างดงามวนเวียนในหัว เขาไม่เคยเห็นใครงดงามสบายตามองแล้วสบายใจเช่นนี้มาก่อนนางช่างดูเฉยชาไม่สนใจอะไรจริงๆ น่าสนใจยิ่งนัก หึหึ เมื่อถึงตำหนักเขาก็เดินเข้าไปด้านในทันที
"องค์รัชทายาท เอ๋ ตายแล้วองค์รัชทายาททรงไปทำอะไรมาพะย่ะค่ะทำไมสภาพ เอ่อ เป็เช่นนี้"
สุ่ยกงกง ขันทีข้างกายเห็นสภาพนายเหนือหัวตนเองก็ลมแทบจับ ทำไมแต่ละวันองค์รัชทายาทถึงขยันก่อเื่ยิ่งนัก เขาแทบจะเอาหัวโขกกำแพงอยู่แล้ว ตงเทียนก็แทบจะตกลงมา สภาพองค์รัชทายาทคล้ายไปฟัดกับใครมานั่นคืออะไรยังมีผู้ไดกำราบองค์รัชทายาทได้อีกหรือ เขามองอย่างกังขา
" อ๋อ นี่น่ะเหรอ ข้าโดนต้นไม้ตบมาน่ะสิและผู้ชายคนหนึ่งเตะมา ตัวอะไรไม่รู้กัดคอข้าด้วย"
"ห้ะ!!"
"โครม!!"
เป็ไปไม่ได้น่า ในที่สุดองค์รัชทายาทก็มีคนที่กำราบท่านได้์ เฟยหลงเห็นสุ่ยกงกงอ้าปากค้าง ตงเทียนที่ตกลงมาจากขื่อ ก็ส่ายหัวก่อนจะหายเข้าไปชำระร่างกาย สุ่ยกงกงพอได้สติก็หันมาถามตงเทียนทันที
"เ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็ทำองค์รัชทายาท"
"ข้าไม่ทราบขอรับ องค์รัชทายาทไม่ให้ข้าไปด้วย"
"แล้วเ้าก็ปล่อยพระองค์ไปคนเดียว จะบ้าเหรอ!!"
"เอ่อ.คราวหน้าข้าจะเกาะพระองค์ไปขอรับ"
"แต่คนนั้นสุดยอดเลยนะที่จัดการพระองค์จนมีสภาพเช่นนี้ได้"
ทั้งสองคนต่างพยักหน้าด้วยความนับถือคนผู้นั้นที่สามารถทำให้องค์รัชทายาทมีสภาพเช่นนี้ได้ ปกติพระองค์จะเป็ผู้แกล้งคนอื่นซะมากกว่า พวกขุนนางก็โดนพระองค์เล่นงานจนหัวหมุนถ้าทรงเอาจริงต้องมีนองเืแน่ แต่วันนี้พระองค์ยับเยินกลับมา์มีตาช่วยให้พระองค์สงบลงสักพักดีจริ
งๆ
เฟยหลงที่ชำระร่างกายเสร็จก็กึ่งนั่งกึ่งนอนบนที่บรรทม ช่างน่าเสียดายเป็แค่ลูกอนุเท่านั้นเฮ่อ แต่เขาซะอย่างกฏเกณฑ์ไม่อยู่ในสายตาข้าอยู่แล้ว รอก่อนเถอะข้าจะทำให้เ้าหันมามองข้ายิ้มให้ข้าสักวัน
ซีซวนที่นั่งพิงกิ่งไม้บนกำแพง ลับกระบี่ใต้แสงจันทร์ คมกระบี่สะท้อนแสงจันทร์เกิดเป็แสงเงาวาววับน่าหวาดเสียวยิ่งนัก