
“เหมือนคนเลยน้ำอบ”
“บ้าเหรอเธอไม่ใช่คนหรือไงที่ผ่าน”
“ก็ไม่เคยได้ใส่แบบนี้ไงสวยนะชุดก็สวยคนก็พอดูได้”พราวนภายิ้มแก้มปริในขณะที่นรารักษ์ก็รีบคว้าข้อมือเพื่อนไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“ทำไมเหรอก็แค่ลองอย่าบอกต้องแต่งหน้านะจะถ่ายรูปหรือไง”
“ต้องถ่ายอยู่แล้วล่ะแต่งหน้าก่อนอย่าถามมาก”
“แต่งก็ต้องล้างหน้าออกอยู่ดีเดี๋ยวเราต้องไปช่วยน้าตุ่นเก็บของที่ครัวว่าแต่แขกมาหรือยัง”
“เพิ่งจะห้าโมงเย็นเองเขามาประมาณหกโมงเย็นแต่เราเสร็จก่อนอยู่แล้วล่ะ”นรารักษ์แต่งหน้าให้เพื่อนและจัดทรงผมเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายรูปพร้อมกับโพสต์ลงอินสตราแกรมอย่างรวดเร็วไม่ทันไรก็มีข้อความเข้ามาทำให้นรารักกดอ่านแล้วพิมพ์ตอบกลับ
‘คนนี้ลูกสาวเ้าของโรงแรมชื่อดังค่ะพี่กันต์ชื่อพราวเพื่อนน้ำอบไงจำได้ไหม’นรารักษ์ยิ้มและก็หวังว่ากันต์กวีจะตอบอย่างที่คาดหวัง
‘สวยมาก’เขาพิมพ์กลับมาทำให้นรารักษ์หันไปมองหน้าเพื่อนอีกครั้งแล้วพิมพ์กลับ
‘จีบไหมคะ’
‘จีบไม่ได้สิต้องหมั้นกันแล้วนี่น้องน้ำอบยอมให้จีบเหรอครับ’
‘ชอบก็จีบไม่ชอบห้ามจีบค่ะเพื่อนรักของน้ำอบ’
‘ไม่จีบหรอกพี่ไม่รู้จักเขา’ กันต์กวีพิมพ์ไปยิ้มไปแล้วหันมามองหน้ามารดาที่มองตนอยู่ไม่ละสายตา
“คุณแม่มองอะไรครับ”
“เมื่อกี้เห็นนะดูรูปใคร”
“เพื่อนน้ำอบครับ”
“ดูได้แต่อย่าสนใจนะลูกหนูน้ำอบมีครบทุกอย่างรูปสวยรวยทรัพย์และที่สำคัญพ่อกับพ่อเขาเป็เพื่อนกัน”
“ผมรู้แล้วครับผมก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับน้องเลยแต่ก็พยายามทำความรู้จักให้มากขึ้น”
“ผู้หญิงสวยๆทำความรู้จักไม่ต้องนานหรอกเดี๋ยวคนอื่นจีบติดก่อน”
“ว่าแต่ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรก็ไม่ต้องหมั้นหรอกมั้งคะคุณรอเด็กๆสนิทกันก่อนไหม” นางกัลยาพูดพลางหันไปมองหน้าสามี
“ทาบทามคือพูดคุยเกริ่นไว้หมั้นไว้ก่อนก็จองตัวไว้แต่ถ้าหากเขาไม่ได้รักกันก็ถอนหมั้นก็ได้นี่ผมอยากได้ลูกสะใภ้คนนี้”
“ค่ะตามใจถ้าลูกไม่ขัดฉันก็ไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว”
“ผมไม่ได้คิดถึงเื่แต่งงานเลยครับถ้าหมั้นเฉยๆผมหมั้นได้แต่ถ้าไม่ใช่ผมถอนหมั้นแน่นอนครับ”
“ทำเป็พูดดีไปทางนั้นจะรับหมั้นแกหรือเปล่าล่ะไอ้กันต์หนูน้ำอบก็ใช่ย่อยนะเห็นแบบนั้นบทจะไม่ยอมก็ไม่ยอมเลยล่ะ”
“ไม่รับก็ไม่เป็ไรผมบอกตามตรงนะครับผมยังเฉยๆกับน้องถ้าทุกคนอยากให้เราหมั้นกันก่อนผมก็จะหมั้นเพื่อความสบายใจ”
“น้องไม่สวยเหรอลูก”
“คุณแม่ครับน้องสวยแต่เราเพิ่งมาเจอกันตอนโตไม่กี่วันเองตอนเด็กๆมันนานเกินที่จะจำความรู้สึกผูกพันเ่าั้ได้”
“งั้นหมั้นจองเพราะเกิดหนูน้ำอบไปคบกับคนอื่นแกจะอด”
“ก็ได้ครับหมั้นจองแต่อนาคตผมไม่รับปากนะครับว่าเราสองคนจะไปกันรอดไหม”
“ไปรอดสิ น้องน่ารักจะตายคบไปสักพักเชื่อแม่ได้แต่งก่อนกำหนดแน่นอน” นางกัลยายิ้มอย่างมีความหวังเพราะเท่าที่มองดูรอบๆตัวมีแค่บุตรสาวของนายนิติพนธ์ที่เหมาะสมกับลูกชายตน
น้าตุ่นเดินยิ้มมาเคาะเรียกสองสาวที่ห้องนอนเมื่อแขกคนสำคัญมาถึง
“มาแล้วค่ะลงไปรับแขกกันนะคะ”
“ค่ะ”นรารักษ์ตอบกลับแล้วหันมามองหน้าเพื่อนสาวแล้วสำรวจอีกครั้งพร้อมกับคว้าข้อมือให้เดินลงไปด้านล่างด้วยกันแต่เมื่อถึงห้องรับแขกก็ทำให้พราวนภาใเล็กน้อยเมื่อมีผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกกำลังมองมายังตนไม่ทันไรกันต์กวีก็เอ่ยขึ้น
“ตัวจริงก็สวยนะน้องน้ำอบเพิ่งลงรูปชุดนี้ไปนี่” เขายิ้มแล้วมองหน้าพราวนภาจนมารดาหยิกที่แขนเขาเพื่อเตือน
“ค่ะ เพื่อนหนูเองค่ะ”นรารักษ์ตอบแล้วยิ้มในขณะที่บิดากับมารดาของนรารักษ์ก็ไม่ได้เอะใจอะไรที่ลูกสาวให้เพื่อนแต่งตัวสวยแล้วลงมานั่งร่วมกันทั้งที่เป็การคุยกันเื่สำคัญ
“ฉันและคุณกัลยาขอทาบทามหนูน้ำอบและอยากให้มีการหมั้นหมายเอาไว้ก่อนเื่แต่งงานเอาไว้เป็เื่อนาคต”
“พวกเราจะไม่บังคับลูกๆนะ”
“ใช่ค่ะเราไม่บังคับแค่จองหากลูกๆไม่้าใช้ชีวิตร่วมกันเราก็ยังเป็เพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ”นางกัลยารีบพูดเสริม
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็อยู่ที่ลูกสาวเราแล้วล่ะ”นางนุศราหันไปมองหน้านรารักษ์พร้อมกับมองหน้ากันต์กวี
“แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่ค่ะหนูยังเรียนไม่จบไม่ได้คิดเื่นี้เลยค่ะ” นรารักษ์ตอบพลางทำท่าเขินอาย
“ผมเหมือนกันครับแล้วแต่คุณพ่อคุณแม่”กันต์กวีเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะไม่กล้าจะเลี่ยงเลยต้องปล่อยเลยตามเลยเพราะคิดว่าหากวันข้างหน้าตนไม่มีใครจริงๆคงรู้สึกรักนรารักษ์ได้ไม่ยากนักเมื่อตอบออกไปเพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้นแต่หัวใจเขากับร้อนระอุเมื่อหันไปสบตากับพราวนภา
“งั้นหมั้นไว้ก่อนงานหมั้นเดี๋ยวบอกอีกทีส่วนเื่แต่งต้องรอเรียนจบนะ”นายนิติพนธ์สรุปให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆแล้วก็เริ่มรับประทานอาหารร่วมกัน
“ไปเดินเล่นดูต้นไม้สิลูก” นางนุศราหันไปบอกลูกสาวหลังจากเห็นว่าอิ่มกันหมดแล้ว
“ค่ะคุณแม่”นรารักษ์หันไปมองหน้าพราวนภาแล้วลุกในขณะที่กันต์กวียังนั่งอยู่ที่เดิมจนนางกัลยาต้องหยิกแขนเขาให้เดินตามสองสาวไป
“ไปสิตามน้องไป”
“ครับ”
นรารักษ์หยุดที่ต้นไม้ที่ปลูกเองพร้อมกับหันมายิ้มเมื่อเห็นกันต์กวีเดินตามมา
“พี่กันต์ ต้นนี้น้ำอบปลูกเองค่ะ”
“ครับสวยเหมือนคนปลูกเลย”
“เราขอตัวนะไปช่วยน้าตุ่น”พราวนภากระซิบเบาๆ
“ไม่ได้เธอเป็ลูกสาวคนรวยนะตอนนี้”นรารักษ์กำชับเพื่อนอีกครั้ง
“เล่นอะไรน้ำอบ”
“ไม่ได้เล่น”นรารักษ์ยืนยันเสียงแข็งทำให้พราวนภาต้องอยู่ฟังสองคนคุยกันด้วยความรู้สึกอึดอัด
“น้องพราวแต่งตัวแบบนี้เป็คนละคนกับคนวันนั้นนะครับ”
“ค่ะ”
“นั่นไงพอแต่งตัวสวยก็เรียบร้อยขึ้นมาเชียว”
“ค่ะ”พราวนภาตอบสั้นๆเพราะเริ่มรู้สึกไม่ชอบสายตาของกันต์กวีที่มองมาแล้วร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
“พราวโสดค่ะพี่กันต์ถ้าไม่ติดว่าจะต้องหมั้นกันน้ำอบจะให้พี่กันต์จีบพราว”
“ไม่” พราวนภาตอบเสียงแข็ง
“นั่นสิพี่ไปบอกเลิกงานหมั้นได้ไหมล่ะน้องน้ำอบ”
“พี่กันต์พูดจริงเหรอคะแต่ถ้าอยากบอกเลิกก็ตามใจพี่กันต์ค่ะ” นรารักษ์รู้สึกเหมือนหายใจติดขัดเมื่อได้ยินเขาบอกแบบนั้นแต่ก็ใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อยเมื่อเขาตอบกลับมา
“พี่ล้อเล่นใครจะบ้าทำแบบนั้นถ้าทำแบบนั้นพี่ก็จะไม่ยอมหมั้นหรอกอีกอย่างหากวันหนึ่งเกิดพี่ชอบเอ่อพราว น้ำอบต้องเสียใจและเกลียดพี่ไปตลอดชีวิตแน่นอน”
“ใช่ค่ะ มีอะไรต้องบอก”นรารักษ์หันไปยิ้มให้เพื่อนสาวแล้วมองหน้ากันต์กวีและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปร่วมกันสามคน
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นพราวนภากดรับสายจากแม่แล้วก็พูดเสียงดังลั่นเมื่อได้ยินแม่บอกบางอย่าง
“แม่รอหนูก่อนนะห้ามเปิดประตูให้ใครหนูจะไปเดี๋ยวนี้เลย”พราวนภากดวางสายหันมาบอกเพื่อนสาวด้วยความใ
“มีอะไร” นรารักษ์จับไหล่เพื่อนเอาไว้
“พวกทวงหนี้บุกมาที่บ้านแม่อยู่คนเดียวมันมาสามคนยืนหน้าบ้านแม่เลยบอกพวกมันว่ารอเราไปจ่ายหนี้”
“เอาไงดีบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อนดีกว่า”
“ที่จริงเรามาวันนี้มีเื่รบกวนคือเรา้าเงินห้าหมื่นแต่ไม่ใช่เ้าหนี้ที่มาหาแม่ตอนนี้นะเป็เงินไปไถ่ตัวพี่ชายเรา”
“ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะแม่เธอกำลังแย่นะไปเลยเดี๋ยวให้น้าเพียรพาไป”
“ไม่ทันหรอกเราต้องไปวินมอเตอร์ไซค์”
“รอเดี๋ยวเราไปขอเงินคุณพ่อก่อนพี่กันต์รบกวนไปเรียกวินตรงหน้าบ้านได้ไหมคะจะมีวิ่งผ่านมาเรื่อยๆ”
“เราวิ่งไปเรื่อยๆดีกว่ารอก็ช้า”
“รอเดี๋ยวนะ”นรารักษ์วิ่งไปหาบิดาพร้อมเล่าคร่าวๆก่อนบิดาจะเดินไปหยิบซองน้ำตาลที่ห้องนอนแล้วส่งให้
“คุณกัลยาให้ไอ้กันต์ไปเป็เพื่อนได้ไหมสงสารเด็กมัน”นายนิติพนธ์ถามพร้อมหันไปมองกันต์กวีที่ยืนรออยู่ด้านหน้าบ้าน
“ได้ค่ะ” นางกัลยาหันมาตอบในขณะที่กันต์กวีก็เริ่มไม่ค่อยชอบใจนักที่นรารักษ์โกหกว่าพราวนภาเป็ลูกคนรวยแต่ทำไมเงินแค่นี้ถึงต้องมายืมเพื่อน
“ผมขับรถไปส่งปากซอยเองครับเจอวินค่อยนั่งไป” เขาเดินมาบอกผู้ใหญ่แล้วคว้าข้อมือของพราวนภาไปที่รถพร้อมกับขับออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อไปถึงปากซอยก็เจอวินมอเตอร์ไซค์เขาขอฝากรถที่ร้านค้าแถวนั้นแล้วนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปคนละคันกับพราวนภา
“ไกลมากนะครับค่ารถเหมานะครับผมจะพาไปทางลัดของพวกวินผีรับรองพอๆกับทางด่วนเลยครับ” วินมอเตอร์ไซค์หันมาบอกกันต์กวีได้แต่พยักหน้า
‘น้องน้ำอบโกหกพี่เพื่ออะไรกัน’