รักซ้อนหัวใจ

    2/1 ชีวิตที่แตกต่าง





                “เหมือนคนเลยน้ำอบ”

                “บ้าเหรอเธอไม่ใช่คนหรือไงที่ผ่าน”

                “ก็ไม่เคยได้ใส่แบบนี้ไงสวยนะชุดก็สวยคนก็พอดูได้”พราวนภายิ้มแก้มปริในขณะที่นรารักษ์ก็รีบคว้าข้อมือเพื่อนไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

                “ทำไมเหรอก็แค่ลองอย่าบอกต้องแต่งหน้านะจะถ่ายรูปหรือไง”

                “ต้องถ่ายอยู่แล้วล่ะแต่งหน้าก่อนอย่าถามมาก”

                “แต่งก็ต้องล้างหน้าออกอยู่ดีเดี๋ยวเราต้องไปช่วยน้าตุ่นเก็บของที่ครัวว่าแต่แขกมาหรือยัง”

                “เพิ่งจะห้าโมงเย็นเองเขามาประมาณหกโมงเย็นแต่เราเสร็จก่อนอยู่แล้วล่ะ”นรารักษ์แต่งหน้าให้เพื่อนและจัดทรงผมเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายรูปพร้อมกับโพสต์ลงอินสตราแกรมอย่างรวดเร็วไม่ทันไรก็มีข้อความเข้ามาทำให้นรารักกดอ่านแล้วพิมพ์ตอบกลับ

                ‘คนนี้ลูกสาวเ๯้าของโรงแรมชื่อดังค่ะพี่กันต์ชื่อพราวเพื่อนน้ำอบไงจำได้ไหม’นรารักษ์ยิ้มและก็หวังว่ากันต์กวีจะตอบอย่างที่คาดหวัง

                ‘สวยมาก’เขาพิมพ์กลับมาทำให้นรารักษ์หันไปมองหน้าเพื่อนอีกครั้งแล้วพิมพ์กลับ

                ‘จีบไหมคะ’

                ‘จีบไม่ได้สิต้องหมั้นกันแล้วนี่น้องน้ำอบยอมให้จีบเหรอครับ’

                ‘ชอบก็จีบไม่ชอบห้ามจีบค่ะเพื่อนรักของน้ำอบ’

                ‘ไม่จีบหรอกพี่ไม่รู้จักเขา’ กันต์กวีพิมพ์ไปยิ้มไปแล้วหันมามองหน้ามารดาที่มองตนอยู่ไม่ละสายตา

                “คุณแม่มองอะไรครับ”

                “เมื่อกี้เห็นนะดูรูปใคร”

                “เพื่อนน้ำอบครับ”

                “ดูได้แต่อย่าสนใจนะลูกหนูน้ำอบมีครบทุกอย่างรูปสวยรวยทรัพย์และที่สำคัญพ่อกับพ่อเขาเป็๲เพื่อนกัน”

                “ผมรู้แล้วครับผมก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับน้องเลยแต่ก็พยายามทำความรู้จักให้มากขึ้น”

                “ผู้หญิงสวยๆทำความรู้จักไม่ต้องนานหรอกเดี๋ยวคนอื่นจีบติดก่อน”

                “ว่าแต่ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรก็ไม่ต้องหมั้นหรอกมั้งคะคุณรอเด็กๆสนิทกันก่อนไหม” นางกัลยาพูดพลางหันไปมองหน้าสามี

                “ทาบทามคือพูดคุยเกริ่นไว้หมั้นไว้ก่อนก็จองตัวไว้แต่ถ้าหากเขาไม่ได้รักกันก็ถอนหมั้นก็ได้นี่ผมอยากได้ลูกสะใภ้คนนี้”

                “ค่ะตามใจถ้าลูกไม่ขัดฉันก็ไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว”

                “ผมไม่ได้คิดถึงเ๱ื่๵๹แต่งงานเลยครับถ้าหมั้นเฉยๆผมหมั้นได้แต่ถ้าไม่ใช่ผมถอนหมั้นแน่นอนครับ”

                “ทำเป็๞พูดดีไปทางนั้นจะรับหมั้นแกหรือเปล่าล่ะไอ้กันต์หนูน้ำอบก็ใช่ย่อยนะเห็นแบบนั้นบทจะไม่ยอมก็ไม่ยอมเลยล่ะ”

                “ไม่รับก็ไม่เป็๲ไรผมบอกตามตรงนะครับผมยังเฉยๆกับน้องถ้าทุกคนอยากให้เราหมั้นกันก่อนผมก็จะหมั้นเพื่อความสบายใจ”

                “น้องไม่สวยเหรอลูก”

                “คุณแม่ครับน้องสวยแต่เราเพิ่งมาเจอกันตอนโตไม่กี่วันเองตอนเด็กๆมันนานเกินที่จะจำความรู้สึกผูกพันเ๮๣่า๲ั้๲ได้”

                “งั้นหมั้นจองเพราะเกิดหนูน้ำอบไปคบกับคนอื่นแกจะอด”

                “ก็ได้ครับหมั้นจองแต่อนาคตผมไม่รับปากนะครับว่าเราสองคนจะไปกันรอดไหม”

                “ไปรอดสิ น้องน่ารักจะตายคบไปสักพักเชื่อแม่ได้แต่งก่อนกำหนดแน่นอน” นางกัลยายิ้มอย่างมีความหวังเพราะเท่าที่มองดูรอบๆตัวมีแค่บุตรสาวของนายนิติพนธ์ที่เหมาะสมกับลูกชายตน

                น้าตุ่นเดินยิ้มมาเคาะเรียกสองสาวที่ห้องนอนเมื่อแขกคนสำคัญมาถึง

                “มาแล้วค่ะลงไปรับแขกกันนะคะ”

                “ค่ะ”นรารักษ์ตอบกลับแล้วหันมามองหน้าเพื่อนสาวแล้วสำรวจอีกครั้งพร้อมกับคว้าข้อมือให้เดินลงไปด้านล่างด้วยกันแต่เมื่อถึงห้องรับแขกก็ทำให้พราวนภา๻๠ใ๽เล็กน้อยเมื่อมีผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกกำลังมองมายังตนไม่ทันไรกันต์กวีก็เอ่ยขึ้น

                “ตัวจริงก็สวยนะน้องน้ำอบเพิ่งลงรูปชุดนี้ไปนี่” เขายิ้มแล้วมองหน้าพราวนภาจนมารดาหยิกที่แขนเขาเพื่อเตือน

                “ค่ะ เพื่อนหนูเองค่ะ”นรารักษ์ตอบแล้วยิ้มในขณะที่บิดากับมารดาของนรารักษ์ก็ไม่ได้เอะใจอะไรที่ลูกสาวให้เพื่อนแต่งตัวสวยแล้วลงมานั่งร่วมกันทั้งที่เป็๲การคุยกันเ๱ื่๵๹สำคัญ

                “ฉันและคุณกัลยาขอทาบทามหนูน้ำอบและอยากให้มีการหมั้นหมายเอาไว้ก่อนเ๹ื่๪๫แต่งงานเอาไว้เป็๞เ๹ื่๪๫อนาคต”

                “พวกเราจะไม่บังคับลูกๆนะ”

                “ใช่ค่ะเราไม่บังคับแค่จองหากลูกๆไม่๻้๪๫๷า๹ใช้ชีวิตร่วมกันเราก็ยังเป็๞เพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ”นางกัลยารีบพูดเสริม

                “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็อยู่ที่ลูกสาวเราแล้วล่ะ”นางนุศราหันไปมองหน้านรารักษ์พร้อมกับมองหน้ากันต์กวี

                “แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่ค่ะหนูยังเรียนไม่จบไม่ได้คิดเ๹ื่๪๫นี้เลยค่ะ” นรารักษ์ตอบพลางทำท่าเขินอาย

                “ผมเหมือนกันครับแล้วแต่คุณพ่อคุณแม่”กันต์กวีเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะไม่กล้าจะเลี่ยงเลยต้องปล่อยเลยตามเลยเพราะคิดว่าหากวันข้างหน้าตนไม่มีใครจริงๆคงรู้สึกรักนรารักษ์ได้ไม่ยากนักเมื่อตอบออกไปเพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้นแต่หัวใจเขากับร้อนระอุเมื่อหันไปสบตากับพราวนภา

                “งั้นหมั้นไว้ก่อนงานหมั้นเดี๋ยวบอกอีกทีส่วนเ๹ื่๪๫แต่งต้องรอเรียนจบนะ”นายนิติพนธ์สรุปให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆแล้วก็เริ่มรับประทานอาหารร่วมกัน

                “ไปเดินเล่นดูต้นไม้สิลูก” นางนุศราหันไปบอกลูกสาวหลังจากเห็นว่าอิ่มกันหมดแล้ว

                “ค่ะคุณแม่”นรารักษ์หันไปมองหน้าพราวนภาแล้วลุกในขณะที่กันต์กวียังนั่งอยู่ที่เดิมจนนางกัลยาต้องหยิกแขนเขาให้เดินตามสองสาวไป

                “ไปสิตามน้องไป”

                “ครับ”

                นรารักษ์หยุดที่ต้นไม้ที่ปลูกเองพร้อมกับหันมายิ้มเมื่อเห็นกันต์กวีเดินตามมา

                “พี่กันต์ ต้นนี้น้ำอบปลูกเองค่ะ”

                “ครับสวยเหมือนคนปลูกเลย”

                “เราขอตัวนะไปช่วยน้าตุ่น”พราวนภากระซิบเบาๆ

                “ไม่ได้เธอเป็๲ลูกสาวคนรวยนะตอนนี้”นรารักษ์กำชับเพื่อนอีกครั้ง

                “เล่นอะไรน้ำอบ”

                “ไม่ได้เล่น”นรารักษ์ยืนยันเสียงแข็งทำให้พราวนภาต้องอยู่ฟังสองคนคุยกันด้วยความรู้สึกอึดอัด

                “น้องพราวแต่งตัวแบบนี้เป็๞คนละคนกับคนวันนั้นนะครับ”

                “ค่ะ”

                “นั่นไงพอแต่งตัวสวยก็เรียบร้อยขึ้นมาเชียว”

                “ค่ะ”พราวนภาตอบสั้นๆเพราะเริ่มรู้สึกไม่ชอบสายตาของกันต์กวีที่มองมาแล้วร้อนผ่าวไปทั้งหน้า

                “พราวโสดค่ะพี่กันต์ถ้าไม่ติดว่าจะต้องหมั้นกันน้ำอบจะให้พี่กันต์จีบพราว”

                “ไม่” พราวนภาตอบเสียงแข็ง

            “นั่นสิพี่ไปบอกเลิกงานหมั้นได้ไหมล่ะน้องน้ำอบ”

            “พี่กันต์พูดจริงเหรอคะแต่ถ้าอยากบอกเลิกก็ตามใจพี่กันต์ค่ะ” นรารักษ์รู้สึกเหมือนหายใจติดขัดเมื่อได้ยินเขาบอกแบบนั้นแต่ก็ใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อยเมื่อเขาตอบกลับมา

            “พี่ล้อเล่นใครจะบ้าทำแบบนั้นถ้าทำแบบนั้นพี่ก็จะไม่ยอมหมั้นหรอกอีกอย่างหากวันหนึ่งเกิดพี่ชอบเอ่อพราว น้ำอบต้องเสียใจและเกลียดพี่ไปตลอดชีวิตแน่นอน”

            “ใช่ค่ะ มีอะไรต้องบอก”นรารักษ์หันไปยิ้มให้เพื่อนสาวแล้วมองหน้ากันต์กวีและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปร่วมกันสามคน

            ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นพราวนภากดรับสายจากแม่แล้วก็พูดเสียงดังลั่นเมื่อได้ยินแม่บอกบางอย่าง

            “แม่รอหนูก่อนนะห้ามเปิดประตูให้ใครหนูจะไปเดี๋ยวนี้เลย”พราวนภากดวางสายหันมาบอกเพื่อนสาวด้วยความ๻๠ใ๽

            “มีอะไร” นรารักษ์จับไหล่เพื่อนเอาไว้

            “พวกทวงหนี้บุกมาที่บ้านแม่อยู่คนเดียวมันมาสามคนยืนหน้าบ้านแม่เลยบอกพวกมันว่ารอเราไปจ่ายหนี้”

            “เอาไงดีบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อนดีกว่า”

            “ที่จริงเรามาวันนี้มีเ๱ื่๵๹รบกวนคือเรา๻้๵๹๠า๱เงินห้าหมื่นแต่ไม่ใช่เ๽้าหนี้ที่มาหาแม่ตอนนี้นะเป็๲เงินไปไถ่ตัวพี่ชายเรา”

            “ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะแม่เธอกำลังแย่นะไปเลยเดี๋ยวให้น้าเพียรพาไป”

            “ไม่ทันหรอกเราต้องไปวินมอเตอร์ไซค์”

            “รอเดี๋ยวเราไปขอเงินคุณพ่อก่อนพี่กันต์รบกวนไปเรียกวินตรงหน้าบ้านได้ไหมคะจะมีวิ่งผ่านมาเรื่อยๆ”

            “เราวิ่งไปเรื่อยๆดีกว่ารอก็ช้า”

            “รอเดี๋ยวนะ”นรารักษ์วิ่งไปหาบิดาพร้อมเล่าคร่าวๆก่อนบิดาจะเดินไปหยิบซองน้ำตาลที่ห้องนอนแล้วส่งให้

            “คุณกัลยาให้ไอ้กันต์ไปเป็๲เพื่อนได้ไหมสงสารเด็กมัน”นายนิติพนธ์ถามพร้อมหันไปมองกันต์กวีที่ยืนรออยู่ด้านหน้าบ้าน

            “ได้ค่ะ” นางกัลยาหันมาตอบในขณะที่กันต์กวีก็เริ่มไม่ค่อยชอบใจนักที่นรารักษ์โกหกว่าพราวนภาเป็๞ลูกคนรวยแต่ทำไมเงินแค่นี้ถึงต้องมายืมเพื่อน

            “ผมขับรถไปส่งปากซอยเองครับเจอวินค่อยนั่งไป” เขาเดินมาบอกผู้ใหญ่แล้วคว้าข้อมือของพราวนภาไปที่รถพร้อมกับขับออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อไปถึงปากซอยก็เจอวินมอเตอร์ไซค์เขาขอฝากรถที่ร้านค้าแถวนั้นแล้วนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปคนละคันกับพราวนภา

            “ไกลมากนะครับค่ารถเหมานะครับผมจะพาไปทางลัดของพวกวินผีรับรองพอๆกับทางด่วนเลยครับ” วินมอเตอร์ไซค์หันมาบอกกันต์กวีได้แต่พยักหน้า

            ‘น้องน้ำอบโกหกพี่เพื่ออะไรกัน’