๖
เหตุการณ์เมื่อคืนผมไม่สามารถลืมเลือนได้จริงๆ มันคือจูบแรกของผมพูดแล้วก็อาย อายุเกือบจะสามสิบแต่ยังบริสุทธิ์ั้แ่หัวจรดเท้าไม่เคยมีใครได้ผ่านเข้ามาอาณาบริเวณอันหวงแหนของผมแม้แต่คนเดียวไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครผ่านเข้ามาขายขนมจีบให้ผม แต่ผมเลือกเพราะคนที่จะมาเป็แม่ของลูก เธอต้องเพียบพร้อมทุกอย่างทั้งความคิด หน้าที่การงานและความมั่นคงในชีวิต ซึ่งเป็สิ่งที่สำคัญมาก ผมปติยานกับตัวว่าผมจะมีเมียเดียว จะไม่เดินตามรอยเตี่ยเด็ดขาด
วันนี้เป็วันหยุดของผมมะพร้าวบอกผมว่าทางผับมีวันหยุดให้ผมทุกวันจันทร์มันช่วยทำให้ผมหายใจได้อย่างเต็มปอด เพราะไม่ต้องไปเจอกับไอ้มาเฟียเ็านั่น วันหยุดทั้งทีนอกจากการนอนทั้งวันของผมแล้วยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบทำนั่นคือการออกไปล่าหาซื้อตุ๊กตา ในห้องนอนผมเต็มไปด้วยตุ๊กตาทั้งที่ซื้อเองและแฟนคลับเอาให้
ผมรีบตื่นจากความมโนพร่ำเพ้อแล้วลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวทันทีเพื่อที่จะไปตามหาตุ๊กตาตัวใหม่มาสะสมไว้ในห้อง ที่ที่ผมชอบไปที่สุดนั่นก็คือห้างไหนก็ได้ที่มีตู้หยอดเหรียญจับตุ๊กตา และคนชำนาญในการคีบตุ๊กตาออกจากตู้ให้ผมนั่นก็คือเฮียใหญ่
“ไม่ไป”
เฮียใหญ่ปฏิเสธเสียงแข็งในขณะที่กำลังนั่งตรวจการบ้านเด็กๆ อยู่ วันนี้เป็วัดหยุดชดเชย เฮียใหญ่จึงไม่ไสอน
“เฮียนานๆ ทีผมจะมีวันหยุดพักผ่อน”
“แต่เฮียไม่ว่าง”
ก้มหน้าตอบพร้อมกับตรวจการบ้านต่อ
“บีเอ็มดับเบิ้ลยูจี ๓๑๐ จีเอส ปี ๒๐๑๗ ตัวใหม่ล่าสุด ๑ คัน”
“เฮียไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเล็กนั่งรอตรงนี้นะ นั่งรอดี ๆ อย่าให้ได้รับาเ็ตรงไหนล่ะ”
พอได้ยินว่าจะซื้อมอเตอร์ไซต์รุ่นใหม่ของบีเอ็มให้หน่อยเฮียแทบไม่ต้องคิดอะไรรีบกุลีจุจอไปเปลี่ยนซื้อผ้าทันทีผมรู้ว่าเฮียใหญ่ชอบรถมอเตอร์ไซต์เป็ชีวิตจิตใจผมจึงงัดจุดอ่อนเฮียมาแต่ว่าแค่ไปจับตุ๊กตาในตู้หยอดเหรียญผมถึงขั้นลงทุนซื้อรถคันละเกือบล้านให้เฮียเลยเหรอคิดแล้วมันคุ้มกันไหมเนี่ย กว่าจะได้เงินแต่ละบาทต้องแหกปากร้องเพลงไม่รู้ตั้งกี่เพลงนอกจากจะเอาเสียงแลกเงิน และ่นี้ยังต้องเอาตัวเข้าแลกเงินอีก
ความคิดที่ว่าเอาตัวแลกเงินภาพมาเฟียโรคจิตก็ลอยย้ำวนเวียนเข้ามาอยู่ในโสตประสาทของผมโดยเฉพาะตอนที่เขาจูบผม นี่กะจะตามหลอกหลอนผมไม่เลิกเลยใช่ไหม
“ไปกันเถอะเล็กน้องรัก”
ผมนั่งคิดเื่ไอ้มาเฟียอยู่สักพักเฮียใหญ่ก็มาพอดีผมลุกเดินตามเฮียใหญ่ออกไปเพื่อที่จะไปตามล่าหาตุ๊ตา
“ที่มีอยู่ก็เต็มห้องแล้วนะเล็กเฮียว่าต้องต่อเติมบ้านเพื่อเก็บตุ๊กตาของเล็กแล้วล่ะ”
เฮียใหญ่หันมาพูดกับผมขณะที่ขับรถไปด้วย
“ก็คนมันชอบ”
“ชอบั้แ่เล็กจนโตเลยแต่ไม่เป็ไรเพื่อเล็กเฮียทำให้ได้ทุกอย่าง”
“เพื่อผมหรือเพื่อรถเฮียพูดตรงๆ”
“ความจริงก็เพื่อรถนั่นล่ะ”
“ว่าละไอ้เฮียเห็นแก่ได้”
“แต่เล็กเป็คนบอกว่าจะซื้อให้เฮียเองนะเฮียไม่ได้ร้องขอ...” เฮียใหญ่นิ่งไปชั่วครูก่อนที่จะพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอีกครั้ง“ความจริงแล้วเฮียรักเล็กมากกว่ารถ แต่รถมันก็เป็สิ่งที่เฮียอยากได้”
“เอาที่เฮียสบายใจ”
ความจริงผมก็รู้อยู่แล้วว่าเฮียใหญ่กับเฮียรองรักผมมากอาจจะเป็เพราะว่าผมเป็น้องคนสุดท้อง เลยได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพี่ ๆเป็อย่างดี
อย่างที่ผมเคยบอกว่าชีวิตตอนผมเป็เด็กๆ ไม่ได้สุขสบายแต่ก็ไม่ทุกข์ถนัด พวกเราใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ด้วยเงินของเตี่ยที่หามาจุนเจือทั้งเงินเดือนและเงินที่ได้จากการที่เตี่ยไปบริหารสมอง วันนี้ผมมีเงิน มีมากพอที่จะซื้ออะไรก็ได้ตามแต่ที่ตัวเอง้า ผมจึงแจกจ่ายความสุขให้กับคนที่ผมรักไม่ว่าจะเป็เตี่ย แม่ พี่ชายทั้งสอง้าอะไรผมก็หามาให้จนได้
“เฮียมันอยู่ชั้นไหนผมจำไม่ได้”
ตอนนี้เราสองคนอยู่ห้างชื่อดังกลางกรุงฯผมถามเฮียใหญ่ขณะที่เราสองคนกำลังเดินเข้ามาในห้างนานแล้วที่ผมไม่ได้มาเดินในห้างเพราะมัวแต่ทำงานหาเงิน
“เดี๋ยวเฮียพาไป”
เฮียใหญ่เข้ามาโอบไหล่ผมแล้วเดินพาไปยังจุดหมายผมตัวเตี้ยกว่าเฮียใหญ่ ตัวสูงเท่าไหล่เอง ส่วนเฮียรองตัวเท่าเฮียใหญ่
“คุณตี๋เล็ก”
เสียงใครบางเรียกผมผมหันไปมองตามต้นเสียงนั้นทันที
“อ้าวมะพร้าว”
ผมกล่าวทักทายมะพร้าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแม้ว่าเมื่อคืนเขาจะอุ้มผมไปให้มาเฟียนั่นก็ตามแต่ผมเชื่อว่ามะพร้าวไม่ได้ตั้งใจทำ
“บังเอิญจังเลยนะครับที่เจอคุณตี๋เล็ก”
มะพร้าวพูดพร้อมกับมองคนที่กำลังโอบไหล่ผมอยู่
“นี่พี่ชายผมเฮียใหญ่”
“สวัสดีครับ”
เฮียใหญ่พยักหน้ารับคำทักทายของมะพร้าว
“แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอ”
มะพร้าวเคยเล่าให้ผมฟังว่าเขาต้องดูแลและจัดการทุกอย่างภายในผับรวมถึงการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของผับด้วย เพราะมาเฟียโรคจิตนั่นไว้ใจมะพร้าวที่สุด
“วันนี้นายท่านให้ผมหยุด”
“แล้วใครดูแลผับ”
“นายท่านครับ”
“ห๊ะ...ไอ้มาเฟียนั่นนะดูแลผับ”
“ใช่ครับปกตินายท่านก็ทำเองยู่แล้วแต่พอมีผมเข้ามาช่วยทำงานนายท่านก็มอบหน้าที่ทุกอย่างให้ผมจัดการ”
ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาจะทำอะไรด้วยตัวเองเป็ทั้ง ๆ ที่เงินตราก็มีมากมายน่าจะจ้างให้คนมาดูแลสักสิบยี่สิบคนเขาก็ยังจ่ายไหว
ลึกลับเ็า เงียบขรึม คนอะไรจะน่ากลัวได้ขนาดนี้ !
“อ้อ...ไม่มีอะไรละถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะ”
“ครับ”
“ไปกันเถอะเฮีย”
เฮียใหญ่โอบไหล่ผมเดินไปและมุ่งหน้าไปทางตู้ตุ๊กตาหยอดเหรียญ
ผมแลกเหรียญมาหยอดตู้เพื่อที่จะให้เฮียจับตุ๊กตาออกมาจากตู้ให้ผมเพราะถ้าให้ผมจับหมดเป็หมื่นก็คงได้ไม่กี่ตัว
“เอาตัวนั้นเลยเฮีย”
“ตัวนั้นด้วย”
“นั่นด้วย”
“และนั่นด้วย”
ผมเฮียใหญ่ว่าอยากได้ตัวไหนบ้างเฮียใหญ่ก็เอาให้ผมได้หมดทุกตัว ตอนนี้ตุ๊กตาที่ได้มากองอยู่ตรงหน้าผมเต็มไปหมด ผมสังเกตเ้าของร้านมองมาทางผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่คงจะเป็กังวลว่า ถ้าเฮียใหญ่จับออกมาหมดตู้ก็คงเจ้งแน่
“พอเถอะเฮีย แค่นี้ก็มากพอแล้วเ้าของร้านปาดเหงื่อแล้วเห็นไหม”
เฮียใหญ่หันมายิ้มให้ผมด้วยความภาคภูมิใจ
“งั้นก็ไปกันเถอะ”
ผมซื้อตระกล้าอันใหญ่แล้วเอาตุ๊กตาเข้าใส่ถืออกจากร้านมาด้วยดีใจ
“อ้าวน้องใหญ่ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“บังเอิญจังเลยนะพี่หมอ”
ผมกล่าวทักทายคนที่อยู่ตรงหน้าผมซึ่งคนที่อยู่ตรงหน้าผมเป็หมอศัลยกรรม มีคลินิกอยู่ในห้างแห่งนี้และเป็คลินิกที่ผมใช้บริการอยู่เป็ประจำ ด้วยความที่เป็ศิลปินที่มีชื่อเสียง(ยู่บ้าง) จึงต้องดูแลตัวเองเป็อย่างดี โดยเฉพาะใบหน้าที่ผมต้องใช้ทำมาหารับประทาน
“แล้วนี่ทำยังไงถึงได้มาเดินเล่นที่ห้างได้เพราะปกตินักร้องคิวทองอย่างน้องเล็กไม่ค่อยว่าง”
“่นี้พักผ่อนครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยมาเจอน้องเล็กพอดีพี่กะว่าจะบอกน้องเล็กอยู่เหมือนกัน พอดีทางคลินิกจัดทำโปรคืนกำไรให้ลูกค้าน่ะ พี่จัดฉีดโบท็อกซ์ฟรีให้กับลูกค้าประจำหนึ่งในนั้นก็มีน้องเล็กด้วยนะ”
แค่คำว่าฟรีผมก็พร้อมยอมพลีให้หมอจิ้มเข็มลงหน้าแล้วล่ะ
“ถ้าอย่างไปกันเลยพี่หมอผมพร้อมพร้อมมากด้วย”
“ตามพี่มา”
ผมตามพี่หมอไปอย่างว่าง่ายไม่นานก็มาถึงคลินิก
“เฮียนั่งอยู่ตรงนี้นะแป๊บเดียวเดี่ยวผมออกมา ขอเสริมหล่อแป๊บ”
ผมเข้าไปขึ้นเขียงฉีดโบท็อกซ์โดยมีพี่หมอฉัตรคนสนิทฉีดให้ ที่สนิทกันเพราะผมมาใช้บริการที่นี่เป็ประจำ ส่วนมากก็มีแค่โบท็อกซ์กับฉีดสิว ความดูดีส่วนอื่นๆ คือเตี่ยกับแม่ให้มาทั้งผิวขาว ๆ กับหน้าหล่อ ๆ และจมูกที่โด่งเป็สันเรียวเล็กรับกับริมฝีปากบางอมชมพู
ตอนนี้พี่หมอทายาชาตรงจุดที่จะฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดความเจ็บ
“นี่เป็โบท็อกซ์ยี่ห้อใหม่ที่พี่เพิ่งสั่งมาเห็นผลเร็วกว่าโบท็อกซ์ตัวอื่น ๆ”
“บวมนานไหมอะครั้งที่แล้วเกือบอาทิตย์กว่าจะหายบวม”
“ตัวนี้จะไม่บวมมากอาจจะมีบ้างเล็กน้อย”
คนพูดเริ่มลงมือจิ้มเข็มลงบนใบหน้าผมใช้เวลาไม่นานก็ฉีดโบท็อกซ์เพื่อให้หน้าเรียวเล็กของผมก็เสร็จ
“ขอบคุณนะครับพี่หมอไว้มีเวลาว่างผมจะมาใช้บริการอีก”
“ด้วยความยินดีครับน้องเล็ก”
การฉีดโบท็อกซ์วันนี้ทำไมผมรู้สึกแปลกๆ เพราะว่ามันเจ็บกว่าทุกครั้ง ปกติมันไม่เจ็บขนาดนี้ แต่ก็คงไม่เป็อะไรหรอก(มั้ง)คงเป็เพราะเปลี่ยนยี่ห้อใหม่
“เฮียกลับกันเถอะ”
เฮียใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงโซฟารีบลุกขึ้นทันทีคงเป็เพราะเฮียเริ่มเบื่อหน่ายกับผมแล้วเหมือนกัน แต่ที่ต้องจำใจตามใจผมก็เพราะเพื่อรถบีเอ็มคันใหม่ล่าสุด
“อยากได้ยินคำนี้มานานละ”
“แค่นี้ทำเป็บ่น ยังไมคุ้มกับรถคันใหม่ที่จะซื้อให้เลยนะ”
“ถ้าเล็กจะคืนคำไม่ซื้อให้เฮียก็ได้นะ”
“โธ่เฮีย...ก็แค่พูดเล่นเฉย ๆเฮียก็รู้ว่าเล็กรักเฮียแค่ไหน”
ผมเห็นเฮียใหญ่แอบยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไรออกมา
ก็ผมมีพี่ชายแท้ ๆร่วมสายเืเดียวกันอยู่แค่สองคนผมจะไม่รักได้ไงล่ะ
ตอนนี้ในอ้อมอกผมมีตระกล้าตุ๊กตาที่เฮียใหญ่จับมาจากตู้ให้ผมอยู่อย่างมากมาย ผมจะเก็บไปไว้ที่ห้องนอนให้มันกองท่วมหัวผมเลยคอยดูก็แล้วกัน !
วันนี้คงเป็อีกหนึ่งวันที่ผมรู้สึกสงบและรู้สึกสบายหูสบายตาที่ไม่ได้เจอกับไอ้มาเฟียโรคจิตนั่น แต่อีกความคิดหนึ่งที่แล่นเข้ามาในหัวสมองผมก็คือทำไมผมถึงคิดแต่เื่ที่มันจูบผมนะ ทั้งที่ผมพยายามจะไม่คิด แต่ภาพพวกนั้นมันก็วนเวียนเข้ามาในหัวผมตลอดเวลา
แต่ทว่าตอนนี้ทำไมผมถึงปวดแก้มมากๆ ปวดมากจริง ๆ แบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน...หวังว่าโบท็อกซ์คงจะไม่ทำพิษนะ !