เรนิสคิดว่าทุกหมู่บ้านควรเจรจาแลกเปลี่ยนของและซื้อขายกันอย่างเมืองสองและสามก็มีไหมทอแล้ว เมืองสี่ก็มีหนังสัตว์เนื้อสัตว์การขายของข้ามเมืองเป็การกระตุ้นเศรษฐกิจได้เหมือนกันนะแต่เอาไว้เขาไปเจอเ้าเมืองครบ 12 คนก่อนล่ะกัน
เรนิสให้รินส่งจดหมายไปให้ที่ราชวังถามความสมัครใจ 7 คนว่าใครจะมาเป็หมอที่นี่ ถ้าถามว่าทำไมไม่ใช่ 5 คนล่ะคงต้องบอกว่าเขาจะแบ่ง 5 คนไปให้เมืองสี่และเมืองสองกับสามก็มีอีก 2คนที่เขาเอามาให้ ยังไงเมืองนี้คนป่วยก็น้อยกว่าอีกเมือง เขาไม่ต้องใช้คนมากอีกทั้ง 2 คนนี้ยังสามารถรับศิษย์เพื่อเพิ่มหมอลดภาระตัวเองได้อีก จริง ๆ เรนิสแค่ส่งคนมาสอนและให้ความรู้พวกชาวบ้านเมื่อครบ 1 ปีก็เรียกตัวกลับเว้นแต่เ้าตัวอยากอยู่ต่อ
เมืองสี่น่ะนั่นอาการหนักเลยนอกจาก้าหมอแล้ว ความรู้ สุขอนามัย และอีกมากมายก็้าคนมีความรู้มาสอนโอเมก้าทั้ง 5 คนนั้นก็ทำได้หลายอย่างทั้งความรู้ วิชาการแพทย์และอีกมากมายแต่ก็ยังไม่เท่าเรนิสที่ได้รับความรู้มากมายจากพระเ้าที่สำคัญเขาสอนไม่หมดเพราะเวลามีจำกัดเรนิสจึงต้องไปด้วยตัวเอง
อา..ใช่ทั้งสองเมืองมีชื่อแล้วนะเมืองสองมีชื่อว่าไอรอนฮิล ส่วนเมืองสามมีชื่อว่าแพรไหมทอง ชื่อเพราะทั้งนั้นแถมหลายวันมานี้เรนิสฝึกคนในเมืองที่้าเป็ตำรวจจนได้มา10 คนแหนะ สถานีตำรวจก็สร้างเสร็จแล้วด้วยพลังเวทธาตุไม้ของเรนิส
“หลังจากที่ข้าไปเจรจาเมืองสี่สำเร็จแล้วคงมีหนังสัตว์ส่งมาทีนี้พวกเ้าก็สามารถทำขายได้ทั้งในอาณาจักรเราและนอกอาณาจักรได้”
“ขอบพระคุณมากครับองค์ราชินี”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกที่ข้าทำก็เพื่ออาณาจักรเราทั้งนั้น”
“ฮือ องค์ราชินี”
“ฮึกมาเยี่ยมพวกเราบ่อย ๆนะคะ”
“ข้าไม่อยากให้ท่านไปเลยพวกเราคิดถึงท่าน แงงง”
เมื่อเห็นน้ำตาของเด็กในหมู่บ้านเรนิสก็เริ่มใจอ่อนแต่ก็ต้องหักดิบ เขาอยู่หมู่บ้านนี้นานเกินไปแล้ว!! “ข้าจะกลับมาเยี่ยมบ่อย ๆ ดีไหม”
เด็ก ๆพยักหน้าหงึกๆ “สัญญานะครับ/คะ”
“อืม สัญญา”
หลังจากล่ำรากันเสร็จเรนิสกับรินก็ออกเดินทางไปเมืองสี่ทันที
“หลังจากเสร็จธุระที่เมืองสี่ท่านจะกลับราชวังเลยไหมครับ”รินถาม
“คงจะกลับเลยนั่นแหละข้ามีเื่ต้องจัดการต่ออีก”
หลังจากใช้เวลา3 ชั่วโมงเต็ม เรนิสและรินก็มาถึงเมืองสี่...ที่มันดูไม่เหมือนเมืองขอเรียกว่าป่าล่ะกัน
เรนิสมองสำรวจบริเวณรอบๆพบว่ามันมีแต่ป่าเป็ส่วนใหญ่จริง ๆนั่นแหละ แถมเล็กจนเรียกว่าเมืองไม่ได้เรียกว่าหมู่บ้านจะดีกว่า คงเพราะคนเกิดน้อยกว่าคนตายผู้คนมีผิวคล้ำเป็ส่วนใหญ่และใส่เสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์
“นั่นใครน่ะ”
เรนิสหันตามเสียงเรียกพบผู้ชายตัวใหญ่ผิวสีเข้มเปลือยหน้าอก ท่อนล่างสวมกางเกงที่ทำจากหนังสัตว์ตามตัวมีรอยแผลเต็มไปหมด และที่สำคัญหล่อมาก แค่ก!! เขามองเรนิสด้วยสายตาไม่เป็มิตรเท่าไหร่แต่พอรู้ว่าเป็โอเมก้าก็ลดความระแวงลง
เรนิสสูงแค่หัวไหล่เขาเองถึงจะเป็อัลฟ่าแต่ไม่เคยเห็นใครตัวใหญ่เท่านี้มาก่อนเลย
“ข้าเป็ราชินีมาดูความเป็อยู่ของที่นี่”
เมื่อได้ยินเรนิสตอบคนตรงหน้าก็เลิกคิ้วเล็กน้อย เรนิสไม่แปลกใจกับปฏิกิริยานี้พวกเขาอยู่แต่ในป่าแถมโดนตัดหางปล่อยวัดจากาาองค์ก่อนจะรับรู้ข่าวสารจากภายนอกได้ยังไง
“เหอะ! อาณาจักรเราตกต่ำถึงขั้นมีราชินีเป็โอเมก้าแล้วสินะ”
“นี่เ้า!!” เมื่อได้ยินคำตอบ รินก็โกรธมากและง้างมือเตรียมจะตบแต่เรนิสกันไว้ก่อนตอนนี้เราต้องคุยกันแบบสันติ พวกเขาถูกปลูกฝังแบบนี้มาเป็ร้อย ๆปีจะให้เปลี่ยนง่ายๆก็ยังไงอยู่ สิ่งสำคัญคือการกระทำ ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ถ้าล้ำเส้นเรนิสก็ไม่คิดจะปล่อยแน่นอน
“เ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะข้าไม่สนใจ ใครจะขึ้นมาปกครองชีวิตพวกเราก็ไม่ต่างจากเดิมขอแค่อย่ามาระรานพวกเราก็พอ ต่างคนต่างอยู่”เมื่อชายคนนั้นพูดจบก็เดินหันหลังหายเข้าไปในป่า
เรนิสขมวดคิ้วเขาก็อยากทำแบบนั้นอยู่หรอก ถึงป่านี้จะไม่ใช่ที่เดียวที่ประเทศโซฟิโอล่ามีแต่มันก็ใกล้จะเมืองไอรอนฮิลและแพรไหมทองที่สุดและใช่ว่าเขาจะใจดำพอที่จะทิ้งคนในเมืองนี้ที่ไม่มีทั้งหมอ ความรู้ และอื่น ๆให้ตายไปได้ตอนนี้เขาคือราชินี ถ้าไม่มีหน้าที่นี้อยู่บนบ่า เมื่อเรนิสได้ฟังคำดูถูกพวกนั้นเขาอาจจะเลิกสนใจคนที่นี่ไปเลยก็ได้แต่ตอนนี้มันทำไม่ได้น่ะสิ ได้เงินภาษีมาแล้วก็ต้องทำงานให้คุ้ม!!
แต่คนเมืองนี้ไม่จ่ายภาษีมา3 ปีแล้วนะ...ก็โน้มน้าวให้จ่ายสิ!!
เรนิสกับรินเดินสำรวจรอบๆ เล็กจริง ๆนั่นแหละ หนึ่งกระโจมก็หนึ่งครอบครัวบางคนอยู่คนเดียวเพราะครอบครัวตายหมด หรือไม่มีั้แ่แรก เมื่อลองนับกระโจมดูคร่าวๆ ยังมีแค่ 30 กระโจมเอง
เรนิสเดินเรื่อยเปื่อยไปสักพักเขาก็จะเจอกับคนคุ้นตาห้อยต่องแต่งอยู่บนตาข่ายดักจับสัตว์สองคนนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่คิวรันกับเบริเวอร์!!!
ไปห้อยอยู่บนนั้นได้ยังไงน่ะที่สำคัญ คนที่นี่เดินผ่านไปผ่านมาแบบไม่ช่วยอะไรเลยจริงเหรอ ถึงที่ผ่านมาตอนที่เขาเดินอยู่ในหมู่บ้านจะไม่มีใครสนใจพวกเราเลยก็เถอะราวกับว่า...พวกเขาทำเหมือนเราเป็ธาตุอากาศ?
“องค์ราชินีช่วยด้วยครับ!!”เบริเวอร์ร้องลั่นพร้อมดิ้นไปมาเมื่อเห็นหน้าเรนิส
“พวกเราติดอยู่นี่มา 2วันแล้ว พวกเขาเดินผ่านโดยไม่ช่วยพวกเราเลย”คิวรันกล่าวเขาดูอ่อนแรงจนไม่มีแรงดิ้นเหมือนเบริเวอร์ ก็นะหมอนั่นดูเอนเนอจี้ล้นเหลือจริง ๆ
เรนิสใช้มีดตัดเชือกออกจนทั้งสองร่วงลงมา
“ว่าแต่ทำไมคิวรันมีเวทลมแล้วไม่ใช้ลมตัดเชือกล่ะ”
“ก็ข้าใช้พลังเวทหมดไปกับการสู้กับสัตว์ในป่านี้น่ะสิครับแต่ละตัวดุ ๆกันทั้งนั้น พอจะเดินกลับก็โดนกับดัก พอพลังเวทหมดแล้วไม่ได้กินข้าวพลังเวทก็ไม่ฟื้นฟูน่ะครับ”
เรนิสพยักหน้าเข้าใจสัตว์ในโลกนี้ออกจะต่างจากโลกเก่าไปซักหน่อย มันดุร้ายและแข็งแรงมากถึงได้มีคนเสียชีวิตจากสัตว์พวกนี้ปีล่ะหลาย ๆคน แม้แต่ประเทศใหญ่ ๆยังมีผู้เสียชีวิตจากสัตว์ป่าเป็จำนวนมากเลยประเทศเล็ก ๆแบบนี้ไม่ต้องพูดถึง
“พวกเราอยู่ที่นี่มาสองอาทิตย์กว่าๆพอจะรู้ว่าถึงจะไม่มีเ้าเมืองที่เป็ขุนนางอยู่ที่เมืองไม่สิหมู่บ้านนี้แต่ก็มีหัวหน้าที่พวกเขาแต่งตั้งเองขึ้นมาชื่อว่า มารันเขาไม่ได้บอกอะไรพวกข้าหรอก ข้าแค่ได้ยินมาตอนที่พวกเขาคุยกัน”พวกเขาไม่เคยเจอหัวหน้าหมู่บ้านแบบจะ ๆหรอก แค่แอบฟังอยู่หลังต้นไม้เท่านั้นเองใครจะไปกล้าเสนอหน้าล่ะ เ้าบ้านไม่ต้อนรับ คนในหมู่บ้านทำเหมือนพวกเขาเป็อากาศสองอาทิตย์มานี้คิวรันและเบริเวอร์อยู่แค่บริเวณป่ารอบนอกเท่านั้น
“เราต้องหาทางคุยกับหัวหน้าของที่นี่”
“องค์ราชินีจะทำยังไงครับ”มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะยอมคุยด้วยเพราะหลายวันมานี้คิวรันและเบริเวอร์ก็เคยพยายามคุยกับพวกเขาแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จถูกเมินเป็ธาตุอากาศ...
เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไงเอาเป็ว่ารอสังเกตการณ์ก่อน หมู่บ้านนี้มีสิ่งที่ขาดแคลนชัดเจนคือหมอยังไม่ทันขาดคำเรนิสก็เห็นชาวบ้านแบกชายร่างใหญ่มาด้วยท่อนไม้ขนาดแบนเืท่วมตัวเต็มไปหมด ตามตัวมีรอยกัดและเนื้อแหว่งที่บริเวณขา
ชาวบ้านเริ่มกระซิบกระซาบ
“าเ็ขนาดนี้เขาต้องตายแน่ ๆ”
“เขาไม่รอดหรอก เืออกเยอะขนาดนั้น”
“ทำไงดี เขาเป็ตัวหลักในการออกไปหาอาหารด้วย”
“ใช่ ๆถ้าไม่มีเขาคนที่ต้องออกไปก็เหลือแค่หัวหน้าหมู่บ้านน่ะสิแล้วแบบนี้เขาจะไหวเหรอ”
เรนิสขมวดคิ้วถึงแผลมันจะใหญ่แต่ถ้ารักษาดีๆมันรักษาให้หายได้นะ
“แบกเขากลับไปที่บ้านเถอะ ให้ครอบครัวได้ร่ำราก่อนที่เขาจะจากไปในคืนนี้”ชายคนที่เรนิสเจอก่อนเข้าหมู่บ้านพูดขึ้น
“ครับหัวหน้าหมู่บ้าน”
ออหมอนี่เป็หัวหน้าหมู่บ้านนี่เอง...
“เดี๋ยว!!”เรนิสร้องห้ามก่อนที่เขาจะแบกร่างชายคนนั้นไปชาวบ้านชะงักชั่วครู่ก่อนที่จะเดินต่อ พวกเขาไม่จำเป็ต้องฟังคำสั่งของคนแปลกหน้า
“ข้าสามารถรักษาเขาได้ ขอแค่ยอมให้ข้าเจรจา”
“แล้วถ้าเ้าทำเขาตาย?”หัวหน้าหมู่บ้านเลิกคิ้วถาม
“ข้าจะชดใช้ พวกเ้าเรียกร้องอะไรข้าจะหามาให้ แต่ข้ารับรองว่าเขาจะหาย” เรนิสมีเวทแสงความจริงไม่ต้องมีความรู้ทางแพทย์ด้วยซ้ำเอาจริง ๆ...
“ถ้าเขาหาย ข้าจะยอมคุยกับเ้า”หัวหน้าหมู่บ้านตอบ แม้ในใจจะไม่เชื่อแต่เพื่อชีวิตของคนในหมู่บ้าน เขาจำเป็ต้องลดทิฐิลงส่วนหนึ่ง
ไม่รอช้า เรนิสเดินเข้าไปกลางดงชาวบ้านเขาแผ่เวทแสงไปที่ร่างของชายเืท่วม แสงสีทองคลุมทั้งร่างกาย าแตามตัวทั้งรอยแผลใหม่และเก่าค่อยๆหายไป ชายเืท่วมที่ตอนนี้เืไม่ท่วมแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นพลางสำรวจร่างกายตัวเอง
“ขะ ข้า ยังไม่ตาย ได้ยังไงกัน หรือนี่จะพรจาก์”
“์บ้านเ้าสิ พลังเวทข้า!”เรนิสกอดอกหน้าบึ้ง
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายจบลงเรนิสก็ถูกเชิญมานั่งอยู่ในกระโจมส่วนกลางหรือจะเรียกภาษาทั่วไปว่าห้องประชุมนั่นแหละ
“ว่าเื่ที่เ้าจะพูดมาสิ ข้ามีเวลาไม่มาก”ชายผิวเข้มเอ่ยเอ้ะ หรือจะเรียกว่าหัวหน้าหมู่บ้านดี
“ก่อนอื่นเ้าแนะนำตัวก่อนสิ เ้าชื่ออะไร อ่อส่วนข้าเรนิสเกรย์เวล เป็ราชินีองค์ใหม่”
“ข้าชื่อมารัน เป็หัวหน้าหมู่บ้านของที่นี่ เอาล่ะพูดธุระของเ้ามาได้แล้ว”
“ข้าอยากให้พวกเ้าจ่ายภาษี อ๊ะๆ อย่าพึ่งทำหน้าแบบนั้นสวัสดีการที่เ้าจะได้รับจะเหมือนกับหมู่บ้านอื่น ๆ นั่นคือเ้าจะได้หมอ การศึกษาและสวัสดิการยิบย่อยอีกมากมายในอนาคตที่ข้าจะทำ”
“ถ้าข้าไม่ตกลง”
“เ้าก็จะไม่ได้รับในส่วนนั้นแน่นอนว่าพวกเราจะไม่ส่งคนมาระรานพวกเ้าเหมือนาาองค์ก่อนพวกเ้าจะอยู่ในประเทศนี้ได้เหมือนเดิมเป็ประชาชนของประเทศโซฟิโอล่าไม่มีใครสามารถไล่พวกเ้าไปได้แค่จะไม่มีสวัสดิการหลวงเท่านั้น แต่คิดดี ๆนะ คนในหมู่บ้านเ้าตายเยอะทุกปีเลยนิ”
มารันทำหน้าเครียดมันดูง่ายไป เป็ไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่มาระรานเลยหากไม่จ่ายภาษี ถึงจ่ายสวัสดิการดี ๆแบบนั้นต้องจ่ายแพงแค่ไหน แล้วจะดีแบบนี้ไปได้ซักกี่ปี?
“ข้าพอจะเดาความคิดเ้าถูกนะ ข้าร่างสัญญามาเรียบร้อยแล้วหากข้าให้สวัสดิการไม่ตรงกับที่กล่าวมาเ้าสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อและมีค่าผิดสัญญาให้สัญญามีผล 3 ปี ในระยะ 3 ปีนี้ถ้าเ้าเซ็นสัญญาก็ต้องจ่ายภาษีไป 3ปีพร้อมรับสวัสดิการของหลวง
หากเซ็นแล้วไม่พอใจกับสิ่งที่ได้รับอยากไม่จ่ายภาษีขึ้นมา เ้าต้องจ่ายให้ครบ 3 ปีตามสัญญาก่อนพอครบแล้วสัญญาจะยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ แล้วข้าจะมาถามใหม่ ถ้าพอใจเ้าจะได้สวัสดีการนี้ไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่พอใจ เราจะต่างคนต่างอยู่
เมื่อมารันคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาก็พยักหน้ายอมรับ สัญญาที่ว่ามามันดูดีทีเดียว ถ้าทางฝ่ายนั้นผิดสัญญาพวกเรายังได้ค่าผิดสัญญาอีกจำนวนมหาศาลคิดดูแล้วการเซ็นสัญญาครั้งนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร
“ยังดีที่ข้าเป็คนเดียวในหมู่บ้านที่อ่านหนังสือออก”ว่าแล้วมารันก็ดึงกระดาษในมือเรนิสไปเซ็น
เรนิชขมวดคิ้ว...คนเดียวในหมู่บ้านที่อ่านหนังสือออก? “…”คงต้องรีบสร้างโรงเรียนแล้วล่ะ
“อ้ะ เกือบลืมไป ตอนนี้พวกเ้าไม่มีเงินจ่ายภาษีใช่ไหม”
“มันก็ใช่ ตอนนี้ยังไม่มี”
“เ้าขายหนังสัตว์กับเนื้อสัตว์ให้เมืองไอรอนฮิลและแพรไหมทองสิเ้าจะได้มีเงินมาจ่ายภาษี”
“เมืองไอรอนฮิล แพรไหมทอง?”
“อดีตเมืองสองกับสามน่ะ ตอนนี้มีชื่อใหม่แล้ว หมู่บ้านเ้าก็ด้วยมีชื่อในใจรึเปล่า หรือตั้งกันเองไปแล้ว”เรนิสจะไม่แปลกใจเลยถ้าพวกเขาคิดชื่อเองไปแล้วเพราะถ้าเปรี้ยวขนาดไม่ยอมจ่ายภาษีมา 3 ปีถ้ามีอะไรมากกว่านี้ก็ไม่แปลกแล้วล่ะ
“แล้วข้าจะเดินทางไปยังไง”
“…” ดูเหมือนต้องสอนั้แ่เวทลม ใช่สิ!ไม่เคยอยู่หมู่บ้านไหนแค่วันสองวันอยู่แล้ว///ซับน้ำตา