บทที่ 18 คนลึกลับในกระท่อมไม้ไผ่
ในตรอกเล็กๆ มีคนชราลึกลับอาศัยอยู่ ได้ยินว่ามาถึงเมืองผู่ซีเมื่อห้าปีก่อนแทบไม่ออกจากบ้าน และแทบไม่มีใครเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา
หานซานกล่าวข้อมูลคร่าว ๆ ออกมา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ความจริง หลินผิงเหยียนสามารถไปสืบความจริงได้
เมื่อมาถึงสุดตรอกเล็ก ๆ ด้านในมีกระท่อมหญ้าคาหลังหนึ่ง ประตูบ้านปิดสนิท ในลานมีฟืนวางอยู่มากมาย ดูเหมือนจะเป็ที่อยู่อาศัยของคนธรรมดา ไม่มีคลื่นพลังิญญาเลย
‘ผู้เยียวยาในตำนานจะอาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้หรือ?’
ทุกคนพึมพำในใจ
เดินมาถึงหน้าประตู หานซานก้มคำนับก่อน แล้วเอ่ยปากพูดว่า “มีใครอยู่หรือไม่?” เมื่อได้ยินว่ามีคนมา เสียงวุ่นวายก็ดังขึ้นจากในกระท่อม
ชายชราคนหนึ่งผลักประตูออกมา ใบหน้าเผยความหวาดกลัว
ต่อมา ชายชราพบว่าหานซานและคนอื่นๆ แต่งกายไม่ธรรมดา จึงคุกเข่าลงทันทีแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ข้าเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา จ่ายหินิญญาไม่ไหวหรอก ขอท่านอย่าได้ไล่ข้าออกจากเมืองเลย” แน่นอนว่าชายชรานึกว่าหานซานและคนอื่น ๆ เป็ทหารรักษาการณ์ จึงใกลัวจนตัวสั่น เห็นได้ชัดว่าเขาเป็เพียงชายชราธรรมดา ไม่มีพลังเวทย์แม้แต่น้อย
เห็นชายชราคุกเข่าลง เฉินชิงหยวนและคนอื่น ๆ ก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย มองหานซานด้วยสายตาประหลาด นี่มันแปลกเกินไปแล้ว
“ขออภัยที่รบกวน” สีหน้าของหานซานเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาหมุนตัวเดินจากไปทันที
แม้ว่าผู้เยียวยาจะต่ำต้อยเพียงใด ก็ไม่มีทางที่จะคุกเข่าต่อหน้าผู้อื่น เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายแรกของหานซานถูกขีดฆ่าออกไปแล้ว
หลังจากออกจากตรอกเล็กๆ เฉินชิงหยวนล้อเลียนว่า “เหล่าหาน ฝีมือในการสืบหาข่าวสารไม่เลวเลยนะ!”
“อย่ามาพูดจาประชดประชันน่า! ข้ายังมีคนอื่นอีก!” สีหน้าของหานซานหม่นลงก่อนจะคำรามอย่างเ็า
หลังจากนั้น เฉินชิงหยวนและคนอื่น ๆ ก็ได้พบกับตัวละครหลากหลายรูปแบบ
มีช่างตีเหล็กร่างกายกำยำเดินเข้ามา ถามว่า้าอาวุธหรือไม่? ตัวเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อ
มีหญิงชราขายสมุนไพร ใบหน้าอัปลักษณ์ ไม่มีฟันแม้แต่ซี่เดียวในปาก ิัเหี่ยวย่นและดำคล้ำ
ยังมีคนเร่ร่อนเดินไปมาตามถนนอีกด้วย
โดยสรุปแล้ว เฉินชิงหยวนได้พบกับตัวละครแปลกประหลาดมากมาย ครึ่งหนึ่งเป็ผู้ลักลอบเข้าเมือง เข้ามาด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง จึงดูลึกลับ อีกครึ่งหนึ่งเป็คนที่เพิ่งเข้าเมืองมาไม่กี่ปี จึงค่อนข้างแปลกหน้า
แม้ว่าคนเหล่านี้จะมีพลังมากมาย แต่แข็งแกร่งที่สุดก็เพียงแค่ขอบเขตจินตันไม่เกี่ยวข้องกับผู้เยียวยาแม้แต่น้อย
“พี่หาน ท่านมั่นใจหรือว่าวิธีนี้จะได้ผล?” หลินผิงเหยียนที่เงียบมาตลอด อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
“อย่างไรก็ต้องกรองทีละคน อย่าได้ร้อนใจไป ยังมีอีกสองสามคน” หานซานพูดอย่างเก้อเขินเล็กน้อย
ค้นหามาห้าวัน ตัดออกไปสิบหกคน
วันนี้ หานซานนำทางอีกครั้ง มาถึงปลายถนนทางใต้ที่ค่อนข้างห่างไกลผู้คน ที่นี่แทบไม่มีผู้คนผ่านไปมา แต่ทิวทัศน์งดงาม น้ำใสราวกับฤดูใบไม้ร่วง ใบหลิวโบกสะบัดตามลมงดงาม
กระท่อมที่ดูเหมือนเป็บ้านของชาวบ้านทั่วไป สร้างจากไม้ไผ่สีเขียว ในสวนปลูกแตงกวา ผลไม้ และผักมากมาย ราวกับเป็สวน์ ด้านซ้ายของประตูไม้ไผ่มีแผ่นไม้แขวนอยู่ มีข้อความเขียนไว้ว่า ‘เพราะมีคำหมั้นสัญญา จึงต้องรอจนเวลาพานให้พบ’
เฉินชิงหยวนครุ่นคิดอย่างละเอียด ประโยคนี้อธิบายได้เป็คำพูดว่า ‘โชคชะตา’ นั่นเอง
เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉินชิงหยวนรู้สึกว่าหานซานทำได้ดีพอสมควรแล้ว ต้องถึง่สำคัญแน่นอน ในสายตาของเฉินชิงหยวน ที่นี่คือการวางแผนที่แท้จริงของหานซาน ทุกอย่างที่ทำมาก่อนหน้านี้เป็เพียงการปูทาง เพื่อให้หลินผิงเหยียนเข้าใจถึงความยากลำบากในการค้นหาผู้เยียวยา ว่าไม่ใช่เื่ง่ายๆ
จะหลอกตาหลินผิงเหยียนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าการวางแผนของหานซานจะชาญฉลาดแค่ไหน อย่างน้อยก็ต้องหาผู้ที่มีวิชาสูงกว่าหลินผิงเหยียนมากมาช่วยแสดง!
หานซานเดินไปเคาะประตู เสียงดังขึ้นเล็กน้อย “มีใครอยู่ในบ้านหรือไม่? พวกข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย” ผ่านไปนานมาก ทุกคนไม่ได้รับการตอบรับใดใดเลย
“มีใครอยู่หรือไม่?” หานซานร้องถามอีกครั้ง ท่ามกลสงผืนฟ้าและแผ่นดินยังคงเงียบสงบ หานซานจึงต้องใช้เทวะญาณสำรวจ
การสำรวจด้วยญาณเทวะ เป็การง่ายที่จะทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ ดังนั้นหานซานที่ร้องเรียกหลายครั้งก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตอบรับ จึงทำเช่นนี้
ตูม!
เมื่อญาณเทวะของหานซานกำลังจะสำรวจเข้าไปในประตู ก็ถูกกฎที่น่ากลัวตัดขาด ร่างกายของเขาถอยหลังไปหลายก้าว มุมปากมีเืไหลออกมาพลางไอเบา ๆ
“แค่ก”
เส้นสายแห่งญาณเทวะถูกตัดขาด หานซานได้รับผลกระทบย้อนกลับ จึงได้รับาเ็เล็กน้อย
“ท่านพี่หาน”
“เหล่าหาน เ้ามิเป็ไรใช่หรือไม่?!” เฉินชิงหยวนและหลินผิงเหยียนรีบเข้ามาประคอง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ในขณะที่หลินผิงเหยียนหันหน้าไปทางอื่น เฉินชิงหยวนและหานซานสบตากัน แววตาฉายแววชื่นชม เล่นละครเต็มรูปแบบ ยอมเจ็บตัวเพื่อหลอกหลินผิงเหยียน หานซาน! เ้านี่สุดยอดจริง ๆ !
หานซานไม่เข้าใจความคิดของเฉินชิงหยวน เขาตอนนี้งุนงงสับสน ไม่ทันสังเกตเห็นกำแพงรอบ ๆ ลานบ้าน หากรู้ล่วงหน้า คงไม่กล้าใช้ญาณเทวะสำรวจ ความรู้สึกเ็ปนั้นไม่สบายเลยจริง ๆ
“ไม่เป็ไร” หานซานปรับลมหายใจ สงบปราณและเืที่ปั่นป่วนภายในร่างกาย และหลังจากที่ฟื้นตัว หานซานจ้องมองกระท่อมไม้ไผ่ สีหน้าตึงเครียด กล่าวเบาๆ ว่า “ที่นี่อาจเป็ที่อยู่ของผู้ยิ่งใหญ่บางท่าน ระวังการกระทำ อย่าไปล่วงเกินท่าน”
“หรือว่าจะเป็ผู้เยียวยาในตำนานจริงๆ?” หลินผิงเหยียนค่อนข้างตื่นเต้น หันไปมองเฉินชิงหยวน หากพบผู้เยียวยา อาการาเ็ของท่านผู้าุโก็มีโอกาสฟื้นตัว
เฉินชิงหยวนบ่นในใจ รู้สึกว่าตนเองประเมินความสามารถของหานซานต่ำไป หลังจากนี้ต้องเลี้ยงเหล้าหานซานสักมื้อแน่นอน “ไม่ถึงหนึ่งเดือนก็สร้างดินแดนอันลึกลับเช่นนี้ได้ ไม่ธรรมดาเลย” ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของเฉินชิงหยวน ก็มองไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ ของกระท่อมไม้ไผ่
“ข้าน้อยหานซาน เป็ศิษย์สืยทอดของแดนศักดิ์สิทธิ์น่ายเชียนหลาน เมื่อครู่ล่วงเกินโดยไม่ได้ตั้งใจ ขอท่านอาจารย์โปรดอภัย” หานซานคำนับไปทางกระท่อมไม้ไผ่ เปิดเผยที่มาของตนเอง เพื่อให้อีกฝ่ายระงับอารมณ์
“มาที่นี่ทำไม?” เสียงที่ผ่านการปรับแต่งด้วยเคล็ดวิชาพิเศษดังออกมาจากในห้อง จนแยกไม่ออกว่าเป็ชายหรือหญิง
“มิตรสหายผู้หนึ่งของข้าได้รับาเ็สาหัส จึงอยากขอให้ท่านผู้เยียวยารักษา ข้าน้อยขอถามว่าท่านผู้าุโว่าคือผู้เยียวยาใช่หรือไม่?”
เมื่อเสียงดังออกมา หานซานรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันน่ากลัว ทำให้ร่างกายแทบขยับไม่ได้ ราวกับมีูเานับพันกดทับไหล่ เขาจึงกล่าวด้วยความใจกล้า
เฉินชิงหยวนและหลินผิงเหยียนโค้งตัวเล็กน้อย ไม่กล้าล่วงเกิน นานผ่านไป ไม่มีเสียงใดดังออกมาจากในห้อง
ทุกคนไม่รู้สาเหตุ ได้แต่รอคอย
เวลาผ่านไปถึงหนึ่งชั่วยาม หานซานหมดความอดทน หันไปมองเฉินชิงหยวนและหลินผิงเหยียน กล่าวเบาๆ ว่า “ข้าว่าท่านผู้นี้อาจจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่หลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ผู้เยียวยา พวกเราควรจะไปก่อนดีหรือไม่? อย่างไรก็ยังมีผู้ต้องสงสัยอีกสองสามคน”
เฉินชิงหยวนมองหานซานปราดหนึ่ง คิดในใจว่า
‘ถอยเพื่อที่จะรุก ทำท่าลึกลับ กลยุทธ์นี้ไม่เลวเลยนะ!’
“ข้าเคยได้ยินมาว่าอุปนิสัยของผู้เยียวยานั้นแปลกประหลาดยิ่งนัก ที่แห่งนี้ตั้งค่ายกลชนิดพิเศษเอาไว้ หากยังไม่ได้ยืนยันตัวตนของเขา เราก็ไม่ควรจากไปเช่นนี้”หลินผิงเหยียนไม่อยากปล่อยโอกาสใด ๆ ไป อยากจะรออีกสักครู่
“ไม่ไปกันจริง ๆ หรือ?” ขณะที่กล่าวประโยคนี้ หานซานมองเฉินชิงหยวนตลอด
“ไม่ควรละทิ้งง่าย ๆ รออีกสักครู่เถอะ!” เฉินชิงหยวนกล่าวอย่างจริงจัง
"ก็ได้!" หานซานได้แต่ขบกรามอดทน
หลังจากรออีกสองชั่วยาม ราตรีก็มาเยือน ดวงจันทร์เต็มดวงได้เผยโฉมออกมาแล้ว ในขณะนี้เอง เสียงที่ไม่มีทัง้ความเศร้าและก็ไร้ซึ่งความสุขได้ดังขึ้น จากนั้นก็มีแสงวับวาวจับอยู่ที่ตัวของเฉินชิงหยวน “ให้คนนี้อยู่ต่อ คนอื่นๆ ไปได้แล้ว!”
ในชั่วพริบตา หานซานและหลินผิงเหยียนถูกพลังอันอ่อนโยน ผลักให้ไปอยู่ไกล ๆ ไม่อาจเข้าใกล้กระท่อมไผ่ได้อีก