ตอนที่ 8
เรียกฉันว่าพี่คาร์ตันสิ
เฮ้อให้ตายสิ! คุณคาร์ตันเล่นอะไรของเขากันแน่เนี่ย
หลังจากที่นาซึมะเป็อิสระจากคาร์ตันที่ยอมปล่อยตัวแล้วยอมไปอาบน้ำแต่โดยดีตัวเขาก็ต้องมานั่งสงบสติอารมณ์ตัวเอง นั่งท่อง ยุบหนอ พองหนอ อยู่ในใจ
แต่ให้ตายสิ! ถึงใจจะสงบแต่อย่างอื่นมันไม่ยอมสงบตามใจเลยอะ Y_Y ไม่คิดเลยว่าคุณคาร์ตันจะเป็คนแบบนี้ภายนอกต่อหน้าคนอื่นดูเป็คนเ็า ดุๆจนไม่น่าเข้าใกล้ แต่นี่มันอะไรกันเหรอครับ?ทำไมเวลาอยู่กับตัวเองแล้วคุณคาร์ตันถึงได้กลายร่างเป็คนขี้แกล้งแบบนี้ไปได้ล่ะงื้อ >_<
นาซึมะตัดสินใจลุกจากที่นอนแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วเลือกหยิบชุดที่จะใส่นอนคืนนี้ขึ้นมาถือไว้ในมือ พร้อมผ้าเช็ดตัว ว่าแต่เหมือนจะลืมอะไรไปหรือเปล่านะงื้ม ยืนคิดแป๊บนึ่ง
“._.?”
“…”
“O[]O!!!”
ใช่แล้ว! ลืมหยิบสมุดที่เขียนนิยายเื่ใหม่วันนี้มานี่น่า! สงสัยจะลืมไว้บนโต๊ะในห้องอาหารแน่ๆเลย แต่ โอ๊ย โชคดีนะที่เขียนทุกอย่างเป็ภาษาไทยนะถ้าเป็ภาษาอังกฤษ ทุกคนคงจะรู้แน่ๆเลย >_< ว่าแล้วต้องรีบไปหามาเก็บไว้ก่อนจะดีกว่า!
นาซึมะรีบเอาเสื้อผ้าที่อยู่ในมือเอาไปวางไว้บนเตียงนอนก่อนรีบหันหลังเพื่อก้าวเดินไปทางประตูห้องนอนแต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างนาซึมะสำหรับเวลานี้
เพราะแค่กำลังจะเดินตรงไปที่ประตูห้องนอนจู่ๆประตูห้องน้ำก็ดันเปิดขึ้นมาแล้วร่างที่มีหยดน้ำที่เกาะแพรวพราวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอยู่ต่อหน้าต่อตาของนาซึมะ
ว้าวว *O* ดูนั่นสิ!ทุกค๊นนน เอ๊ย! ไม่ใช่!
“นั่นนายจะไปไหน”
“อะ เอ่อ ผมลืมของไว้ที่ห้องอาหารนะครับ พอดีพึ่งนึกออก ก็เลย..”
“จะไปเอาสินะ”
“คะ ครับ”
ตามองตาสายตาก็จ้องมองกัน แล้วเพียงสบตาเท่านั้น ฉันก็อบอุ่นหัวจายยยย
ม่ายช่ายแร้ววว
ในที่สุดนาซึมะก็เลือกที่จะไม่สนใจรูปร่างอันเปล่งประกายนั่นของคุณคาร์ตันเลยเลือกที่จะหันหลังแล้วเดินตรงไปที่ประตูทันที
“ใครอนุญาตให้นายไป”
“นี่คุณ! ผมแค่จะออกไปเอาของแล้ว ก็กลับมานะครับไม่ได้คิดจะหนีสักหน่อย” ถึงก่อนหน้าหน้านี้จะคิดก็เถอะ
“มันก็ไม่แน่หรอก นายไปอาบน้ำเถอะเดียวฉันไปเอาให้”
“แต่!”
“…”
“โอเค ครับ”
ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมแต่โดยดีพอคิดอีกด้านมันก็ดีเหมือนกันนะ
‘เขาไปเอาของให้ ส่วนผมก็จะได้ช่วย..’
เอิ่มหมายถึงปลดปล่อยตัวเองในตอนที่เขาไม่อยู่ได้อย่างสะดวกนะครับ แฮะๆ
นาซึมะเดินกลับไปหยิบเสื้อผ้าแล้วเดินตรงเข้าห้องน้ำไปทันที โดยที่ไม่ได้นึกจะสนใจร่างสูงอีก เพราะยิ่งสนก็ยิ่งมีอารมณ์เป็อะไรที่น่าอับอายมากสำหรับตัวนาซึมะเอง พูดแล้วอยากจะร้องไห้เลย
….
….
หลังจากที่นาซึมะเดินลับหายเข้าห้องน้ำไปแล้วคาร์ตันก็จัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินตรงไปที่โทรศัพท์ที่ตั้งไว้ในห้องสงสัยกันใช่ไหมทำไมไม่ใช้โทรศัพท์ส่วนตัวโทรไปหา นั่นก็เพราะที่นี่คือบ้านไม่ใช่ข้างนอกเพราะฉะนั้นใช้โทรศัพท์โทรเข้าไปที่ส่วนห้องครัวก็พอแล้ว
ตู๊ด ตู๊ด
เสียงรอสายดังอยู่ไม่นานปลายสายก็กดรับแล้วกรอกเสียงลงมา
(เรเน่รับสายค่ะ)
“เรเน่ เธอเห็นของที่คาดว่าจะเป็ของนาซึมะตั้งลืมไว้ที่ห้องอาหารบ้างหรือเปล่า”
(คิดว่ามีคะบอสเป็สมุดหนึ่งเล่มกับกระเป๋าดินสอนะคะ)
“อืม เดียวฉันออกไปเอา เธอเอามาตั้งไว้ที่ห้องรับแขกให้หน่อยละกัน”
คาร์ตันวางหูโทรศัพท์ลงแล้วหันไปมองทางประตูห้องน้ำก่อนจะเดินออกจากห้องไปใช้เวลาไม่นานคาร์ตันก็ได้ของที่นาซึมะลืมเอาไว้ก่อนจะตรงกลับห้องทันที
ตอนนี้คาร์ตันเริ่มสงสัยตัวเองแล้วสิว่าทำไมต้องออกมาเอาให้ด้วยธุระก็ไม่ใช่สักหน่อย
คาร์ตันส่ายหัวให้กับการกระทำแปลกๆของตัวเองแล้วเปิดประตูเดินเข้าห้องไป เอาสิ่งที่ถืออยู่ไปวางไว้บนโต๊ะให้ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน
“อ๊ะ อ๊า!”
หืมม O_o? เสียงเมื่อกี้มันอะไรนะ
คาร์ตันหันไปมองทางที่มาของเสียงทันทีไม่ใช่ที่ไหนหรอกครับภายในห้องน้ำนั่นคงจะมีมหกรรมความเสียวด้วยตัวเองอยู่เป็แน่
คาร์ตันกระตุกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากทันทีกับสิ่งที่ได้ยินทุกคนคงคิดว่าคนอย่างคาร์ตันคงไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับผู้ชายหรอกเพราะที่ผ่านๆมาก็ฟันผู้หญิงมาตลอด
แต่แล้วยังไงไม่อยากจะบอกเลยว่ากับนาซึมะดูเหมือนจะเป็ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็เสียงกลิ่นกายหอมๆของนาซึมะมันมีผลกับร่างกายอย่างไม่เคยเจอมาก่อนเลย อ่า จะว่าไปแล้ว
ชักอยากจะตะครุบนาซึมะมากินซะเดียวนี้เลยแฮะว่าแล้วก็ปิดไฟพลางนอนรอเหยื่อดีกว่า ถึงร่างกายจะเหนื่อยและ้าพักผ่อนแต่ปากท้องก็ต้องมาก่อนสิจริงไหม?
….
….
หลังจากที่ใช้เวลาอาบน้ำและโลกสวยด้วยมือเราไปแล้วนาซึมะก็แต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำทันที
“หืม”
นาซึมะยืนนิ่งอยู่กับที่เนื่องจากที่เปิดประตูแล้วก็ดันมาปะทะกับความมืดภายในห้องพร้อมแอร์ที่เย็นฉ่ำจนร่างกายต้องสั่นสะท้านเฮือกๆในทันที
นาซึมะมองฝ่าความมืดที่ปกคลุมห้องอยู่สักพักจนสายตาปรับให้ชินกับความมืดสลัวๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะมืดอะไรขนาดนั้น เพราะแสงสว่างจากพระจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่มีผ้าม่านปิดเอาไว้แต่ก็ยังพอมีแสงหลุดลอดเข้ามานำทางให้อยู่ดี
นาซึมะปิดประตูปิดไฟห้องน้ำแล้วเดินช้าๆเข้าไปที่เตียงนอนแถมยังต้องเดินอ้อมขึ้นไปนอนอีกฝั่งหนึ่งของเตียงแทน เพราะทางฝั่งที่ใกล้ที่สุดโดนร่างสูงของเขายึดไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
นาซึมะค่อยๆดึงผ้าห่มขึ้นเบาๆแล้วสอดตัวเองเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างช้าๆเพราะเกรงว่าจะไปปลุกคุณคาร์ตันอย่างไม่ตั้งใจ พอหัวถึงหมอนได้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หมับ!
“อะ อุ๊บส์!” นาซึมะยกมือขึ้นมาปิดปากทันทีเพราะจู่ๆก็มีวงแขนมาคว้าหมับแล้วดึงตัวเข้าไปกอดอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเผลอหลุดเสียงออกมา บ้าจริง!
นาซึมะพยายามสงบสติของตัวเองแล้วดึงแขนเขาออกช้าๆ บอกเลยว่า ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกจริงๆเอาง่ายๆคือไม่ชิน -////-
“อ๊ะ!! อื้ออ!” แต่คราวนี้สะดุ้งสุดตัวเลยครับเมื่อคนที่คิดว่าหลับไปแล้วในตอนนี้เขากำลังกอบกุมส่วนล่างของเอาไว้ โอ้ ไม่นะ!มันพึ่งจะสงบลงไปเองนะเว้ยย!
“หอมจัง ชักจะหิวแล้วสิ” เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพร้อมััอันเปียกชื้นที่แตะลงบนหลังคอให้ขนลุกเล่นอีก
“คะ คุณ”
“เรียกฉันว่าพี่คาร์ตันสิ”
“เอ๊ะ? ” นาซึมะพลิกตัวหันไปหาคุณคาร์ตันเพราะััได้ถึงอะไรบางอย่างจากน้ำเสียงและคำพูดนั้นของเขา
เรามองสบตากันท่ามกลางความมืดฝ่ามือหนาเลื่อนมาบีบขยำที่สะโพกอย่างแรงเพื่อเรียกสติ
“อะ อื้ออ”
“เรียกสิ”
นะนี่มันบรรยากาศอะไรเนี่ยยย >< มันชวนเสียตัวสุดๆเลยไม่ใช่เหรอ!งื้ออออ เดียวก็จับกินซะหรอกครับ!
“พะ อื้มม” พอนาซึมะกำลังจะพูดริมฝีปากที่ร้อนผ่าวก็แนบลงมาทันที ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากแล้วกวาดต้อนลิ้นเล็กน่าเอ็นดูไปมาแล้วพลิกร่างกายขึ้นมาคร่อมร่างของนาซึมะเอาไว้ทันทีก่อนจะ ผละ ริมฝีปากออกอย่างช้าๆ
“เรียกสิ”
“พะ พี่คาร์ตัน ><” โอ๊ยยยสุดท้ายก็คล้อยตามไปจนได้ ว่าแต่มันมาถึงตรงนี้ได้ยังไงเนี่ย
“หึ เด็กดี”
“อ๊าส์!!” ให้ตาย! คุณคาร์ตันกัดคอลงมาเต็มแรงเลยอะ!
….
….