ทั้งสองคนต่างจ้องตากันโดยที่พิชญาเป็ฝ่ายยืนจ้องและนัทธมนเป็ฝ่ายนั่งจ้องอยู่ที่โต๊ะสำหรับเขียนหนังสือโดยไม่วางตาและไม่มีใครละสายตาจากใครคนใดคนนึงก่อนเลย จนกระทั่งนัทธมนได้พูดบแกกับพิชญาขึ้นมาว่า
“ถ้าอยากให้เริ่มต้นใหม่....! ก็ได้..!! แต่..ถ้าจะขอให้ทำเป็ลืมเื่นั้นฉันคงทำให้ไม่ได้”
เมื่อได้ฟังคำตอบนั้นพิชญาก็รีบเผยใบหน้ายิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ได้ก็ไม่เป็ไร..อดีตฉันมันลบล้างไม่ได้ จะทำได้ก็แต่การเริ่มต้นใหม่เมื่อมีโอกาส”
เช้าวันรุ่งขึ้น..
นัทธมนลืมตาตื่นจากที่นอนแต่กลับไม่พบใครอยู่ในห้อง ทั้งที่เมื่อคืนให้พิชญานอนด้วย แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมากลับไม่พบเธอเลย จึงลุกจากเตียงแล้วเดินตามหาไปทั่วห้อง ทั้งออกไปถามหาคนข้างล่างก็ไม่เจอ
“อีเด็กเปรตนี้มันหายหัวไปไหนของมันอีกแล้ววะเนี่ย”
กล่าวจบก็เหลียวมองไปรอบๆบ้านของตน
“แล้วพ่อกับแม่จะกลับมาจากต่างจังหวัดรึยังนะ”
.
.
ร่างสูงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ด้วยสายตานิ่งเฉยก่อนจะหยุดยืนที่ใจกลางบ้าน
ชายวัยกลางคนร่างสูงรีบเดินลงมาจากบันไดบ้านด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูวิตกกังวลก่อนจะหยุดยืนมองลงมาที่หญิงสาวร่างสูงคนหนึ่งที่หยุดยืนอยู่ตรงใจกลางบ้านแล้วรีบเดินลงมาจากบันไดเดินมุ่งตรงเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นในทันที
“เอิร์ท..!”
เพรี๊ยะะะ!!
เสียงฝ่ามือหนาของชายวัยกลางคนคนนี้ตกกระทบลงสู่ใบหน้าสวยของหญิงสาวผู้นั้นอย่างเต็มแรงจนร่างนั้นถึงขั้นเซถลาจนแทบจะยืนไม่อยู่เลยทีเดียว
“แกทำแบบนี้ทำไม แกจอดรถทิ้งไว้อยู่บนสะพาน ไหนจะรองเท้าข้างนึงของแกที่อยู่บนสะพานนั่นอีก ฉันคิดว่าเป็แกจะโดดสะพานตายไปแล้วซะอีก ทำไมแกต้องทำแบบนี้ แกคิดจะฆ่าตัวตายทำไม แกรู้มั้ยว่าทำให้คนอื่นตามหาแกไปทั่ว..”
“เสียใจที่ลูกคนนี้ยังไม่ตายย..!”
เธอมองผู้เป็พ่อด้วยสายตาที่ช่างแข็งกระด้าง
“ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น”
“ไม่เคยคิดเพราะกำลังคิดอยู่..! ก็เป็ป๊าเองไม่ใช่หรอ ที่เป็คนบอกกับฉันว่าให้ฉันรีบๆตายๆไปซะได้ก็ดี..จะได้ไม่ทำเื่ปวดหัวกับคนอย่างฉันอีกอ่ะ”
กล่าวด้วยถ้อยคำน้ำเสียงอันเรียบเฉยถูกกลั่นกรองออกมาจากปากของพิชญา แต่ถึงอย่างนั้นตัวเธอเองก็ยังคงพยายามเก็บกั้นความรู้สึกอัดอั้นอึดอัดภายในใจเอาไว้ในใจอยู่ไม่น้อย
“ฉันพูดประชดแก..ฉันไม่เคยอยากให้แกตายเลยสักครั้งเดียว”
กล่าวพร้อมกับน้ำเสียงที่ใช้อารมณ์เข้าไป
“คำพูดคำนึง..ถึงจะไม่ได้ตั้งใจจะพูดมันออกมา หรือเป็การพูดประชดอีกฝ่ายนึง แต่มันก็สามารถเปลี่ยนความคิดหรือชักจูงคนคนนึงให้สามารถทำตามในสิ่งที่คนพูด้าอยากให้ผู้ฟังเป็ไปตามคำพูดนั้นได้ เชิญป๊าอยู่กับงานของป๊าไปเถอะ ไม่สิ! ฉันน่าจะพูดว่าอยู่กับเลขาของป๊าซะมากกว่านะป๊า..”
จ้องหน้าผู้เป็พ่อด้วยสายตาที่เ็าก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความเอือมละอายภายในใจ
“เอิร์ท..! แกอย่าเอาเื่ของป๊าไปโยงกับเื่ของแกตอนนี้ เรากำลังคุยคนละเื่กัน..ที่ป๊าโมโหแก ต่อว่าแกมันเป็เพราะอารมณ์ชั่ววูบและความวู่วามจนเกินไปก็เท่านั้น ป๊าพยายามติดต่อแกไปหลายสายแต่แกก็ไม่ยอมรับสาย แล้วที่ป๊าเอาแต่ทำงานป๊าก็ทำเพื่อครอบครัว เพื่อแกเพื่อน้องของแกทั้งนั้น ทำเพื่อให้ทุกคนได้อยู่อย่างสุขสบายกันไง อยากได้อะไรก็จะได้หมด ไม่ต้องไปขวนขวายเพื่อให้ได้มันมาเหมือนคนอื่นให้ยากลำบาก”
สิ้นเสียงนั้นพิชญาก็มองตาผู้เป็พ่อโดยไม่วางตา
“ใช่..! ป๊าทำเพื่อให้ครอบครัวมีครบทุกอย่าง ไม่ต้องลำบากเหมือนใครหลายๆคนด้วย แต่ป๊าเคยรู้บ้างมั้ย ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ฉัน้าเลยสักอย่าง”
เธอพูดกระแทกเสียงเพื่อเป็การย้ำในถ้อยคำสุดท้าย
“ถ้าไม่้า แล้วแก้าอะไร”
เขาถามด้วยความอยากรู้เพราะไม่เข้าใจและไม่อาจจะคาดเดาความคิดในสิ่งที่ลูกสาวจะสื่อถึงตนได้
“ความรักไง ความรักความอบอุ่น ความห่วงใยจากป๊า อ้อมกอดที่อบอุ่นจริงๆจากป๊า มันคือสิ่งเดียวที่ฉันโหยหาและ้าจากป๊ามาตลอด จนกระทั่งวันนี้ฉันก็ยัง้ามัน..ขอแค่นี้ ป๊าจะมอบมันให้ลูกที่ป๊ามองว่ามันเป็คนที่ไม่เอาไหนคนนี้สักครั้งนึงจะได้มั้ย”
พิชญากล่าวทุกประโยคทุกถ้อยคำด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา
ผู้เป็พ่อยืนจ้องหน้าลูกสาวก่อนจะเดินเข้าหาลูกสาวให้ใกล้ขึ้นกว่าเดิมแล้วจากนั้นก็เข้าสวมกอดเธอเอาไว้
พิชญาที่ได้รับอ้อมกอดจากผู้เป็พ่อที่ตัวเองรอคอยมันมาสุดแสนจะยาวก็ค่อยๆหลั่งน้ำตาออกมา และยกแขนขึ้นกอดตอบรับอ้อมกอดของผู้เป็พ่อ เพราะในที่สุดตัวเองก็ได้รับอ้อมกอดนี้สักที ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากผู้เป็พ่อที่ก็น้ำตาไหลออกมาเฉกเช่นเดียวกัน
“ป๊าขอโทษ..!! ทำไมป๊าจะไม่รักแก ทำไมจะไม่ห่วงใยแก ป๊ารักป๊าห่วงแกมาตลอด เวลาแกออกไปไหนตอนกลางคืนป๊าก็ให้คนแอบติดตามแกไปห่างๆตลอด เพราะป๊ากลัวแกจะเป็ไรขึ้นมาจะได้ช่วยทัน ป๊าขอโทษจริงๆที่ไม่เคยแสดงความรักให้แกได้เห็นเลยสักครั้ง ป๊าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้แกเป็แบบนี้ ขอโทษที่ละเลยแก ขอโทษ ป๊าขอโทษ..”
เมื่อกล่าวจบประโยคก็ถอนกอดออกจากลูกสาวแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นจับไหล่เธอพร้อมกับพูดต่ออีกว่า
“แกอย่าทำแบบนี้อีกนะ แกต้องอยู่กับป๊าสิเอิร์ท..ป๊ารักแกที่สุดเลยนะ คราวหน้าคราวหลังอย่าทำตามที่ป๊าพูดอีกนะ ยกโทษให้ป๊าได้มั้ยลูก..”
“....ค่ะ!! เอิร์ทยกโทษให้แล้วเอิร์ทก็ต้องขอโทษป๊าด้วยเหมือนกันสำหรับทุกเื่ที่ผ่านมา”
พิชญาที่ััได้ถึงความรู้สึกที่จริงใจแล้วอยากขอโทษเธอจริงๆ เธอจึงยกโทษให้กับผู้เป็พ่อและกล่าวคำขอโทษกลับคืนไปด้วยเช่นกัน
“ที่จริงก็เกือบจะโดดไปแล้ว แต่..มีคนเข้ามาฉุดรั้งเอาไว้”
“ใครกัน..”
“อดีตคู่หมั้น..”
“อ้าาห์ โชคดีแล้วนะลูกที่พี่เค้าช่วยลูกป๊าไว้ได้ทัน ขอบคุณมากเลยจริงๆ แล้วใครว่าอดีตกันล่ะ เอิร์ทกับลูกเพื่อนพ่อก็ยังคงเป็คู่หมั้นกันอยู่ ยังไงเราก็ได้ถอนหมั้นหรอก”
“ไม่ป๊า..!! เอิร์ทอยากเอาชนะใจเธอด้วยตัวเอิร์ทเอง ไม่ใช่เพราะการถูกบังคับให้หมั้นแล้วแต่งงานกัน ถ้าไม่รักกันเอิร์ทก็ไม่แต่งถ้าเป็ฝ่ายที่รักเค้าอยู่ฝ่ายเดียว แต่เค้าไม่ได้รักเราเลยมันจะไปมีประโยชน์อะไร จะมีความสุขได้ยังไง พลางแต่จะมีแต่ความเ็ปซะมากกว่าด้วยซ้ำ..”
“พี่เอิร์ทททท..!!”
เสียงของเด็กชายวัย 9 ขวบร้องเรียกชื่อของพี่สาวลงมาจากบันไดบ้านวิ่งเข้ามาหา
“ทำไมเมื่อวานคิณไม่เห็นพี่เอิร์ทกลับบ้านเลยล่ะครับ พี่เอิร์ทหายไปไหนมาอ่ะครับ”
“เปล่าครับ..! พี่ไม่ได้หายไปไหน แค่ไปทำงานบ้านเพื่อนเลยไม่ได้กลับบ้านครับ”
เธอย่อเข่านั่งลงบอกกับน้องชาย
“งั้นหรอครับ”
“แล้วนี่คิณจะไปโรงเรียนแล้วหรอ ถึงได้ลงมาแต่เข้าเลย”
“ครับบ!! แล้วพี่เอิร์ทล่ะ ไม่ไปโรงเรียนหรอครับวันนี้ ทำไมถึงไม่รีบไปแต่งตัวล่ะ”
“ไป!! แต่จะไปสายหน่อย”
กล่าวจบก็ลุกขึ้นยืน
“ขอตัวขึ้นไป้าก่อนนะป๊า..”
เธอกล่าวคำขอตัวก่อนจะรีบขึ้นไปชั้นบนของบ้าน