เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งอยู่บนรถประจำทาง เสียงปลายสายเป็รุ่นพี่สาว y ที่คุ้นเคยกันดีโทรมาชวนเธอไปร่วมงานจัดดอกไม้ที่เมืองนอก ค่าแรงต่องานทำใหเธอตาลุกวาว และไม่ต้องจ่ายค่าอะไรเพราะทางผู้ว่าจ้างจัดการให้ทั้งหมด
"ขอบคุณค่ะพี่บอส ณดา พึ่งไปสมัครงานที่โรงแรมมาค่ะ กำลังจะกลับบ้าน" หากยังไม่ได้งานทำก็คงต้องทำงานกับทีมฟรีแลนซ์ของรุ่นพี่เธอไปก่อน หญิงสาวพึ่งเรียนจบคหกรรมศาสร์ เป็บัณฑิตหมาดๆ ร่อนใบสมัครไปหลายที่แต่ยังไร้วี่วาว งานสมัยนี้หายากจริงๆ
เธอรับจ๊อบทำงานนี้มาั้แ่สมัยเรียนครบเครื่องเื่ฝีมือแต่ขาดโอกาส แล้วใครจะหยิบยื่นให้หนอ เธอถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ยังชื่นใจหากไปรับงานครั้งนี้ เธอคงได้เงินก้อนเล็กๆ ก้อนนึงกลับมาแน่นอน แต่เงินจำนวนนี้มันก็เยอะสำหรับเธอทีเดียว
เมื่อทีมงานของเธอมาถึงเมืองค่อนานแดนดินถิ่นทะเลทราย บรรดารุ่นพี่สาว y ต่างก็ต้องแอ๊บแมน เพราะประเทศแถบนี้เขาถือชายจริงหญิงแท้ ค่อนข้างเข้มงวดในวัฒนธรรม ดังนั้นจึงต้องสำรวมระวังเป็อันมาก นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้มาเยือนต่างแดนมาแทนรุ่นพี่อีกคนที่ติดธุระเธอจึงได้จับพลัดจับผลูมา
พวกเธอได้รับการต้อนรับอย่างดีมีสารถีขับรถมารับหลายคัน มุ่งตรงไปที่บ้านพักหลังหนึ่งที่ดูโอ่อ่าทันสมัยแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็ชาวอาหรับ ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่พักตามที่จัดสรรรายชื่อกันไว้แล้ว รุ่นพี่สาว Y ก็นัดแนะทุกคนว่าคืนนี้พวกเธอจะพากันออกไปท่องราตรีชมเมือง
"นี่พวกหล่อนๆ ใครขึ้นรถคันไหนก็นั่งคันนั้นประจำนะยะ จะได้ง่ายต่อการ มู๊ฟ ใครนั่งกับใคร ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ นี่เป็ข้อปฏิบัติ" รุ่นพี่พูดจบทุกคนก็รับทราบปฏิบัติตามเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
"ครับ/ค่ะ พี่บอส"
ณดา หญิงสาวผู้มาเยือนดินแดนทะเลทรายครั้งแรก ตื่นตาตื่นใจกับการนั่งรถชมเมืองในค่ำคืนนี้อย่างมาก รุ่นพี่ผู้หญิงที่นั่งโดยสารมากับเธอชี้ชวนให้ดูสถานที่ต่างๆ ให้คำแนะนำนี่นั่น
ไนท์ไลฟ์สไตล์ของค่ำคืนนี้คือตลาดน้ำท่าเรือค่อนาน ซึ่งเป็ตลาดพื้นเมืองโบราณที่มีคลองอันคดเคี้ยว สไตล์อาหรับผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกกลางแบบดั้งเดิม ซึ่งมีร้านค้าต่างๆ รถเข็น แผงลอย ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร สถานบันเทิง แสงไฟจากร้านค้าต่างๆ ส่องกระทบสะท้อนแสงละมุนละไมสวยงามในยามค่ำคืนบางอย่างก็ดูคล้ายตลาดน้ำในเมืองไทยอยู่บ้าง
ร้านค้าที่นี่จะเปิดั้แ่10.00-23.00น. ร้านอาหารเปิด 08.00-02.00 น.
บรรดารุ่นพี่สาว Y ซี๊ดปากอยากขย้ำหนุ่มหล่อเครารำไรนักท่องราตรีในคืนนี้นักแต่พวกเธอก็ต้องเก็บอาการไว้
"อร๊าย! ผู้ที่นี่น่ากินจริงๆ หล่อล่ำบึ๊ก"
1 ในสาว Y กระซิบบอกเพื่อน
"เก็บอาการค่ะแม่ เดี๋ยวผู้ ใ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น" อีกคนกระซิบบอกแล้วต่างก็พากันแอ๊บแมนต่อ เพราะทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้นอกจากแอบจิกเบาๆ สาวๆ พากันแอบขำกับท่าทีของพวกเธอ จากนั้นรุ่นพี่ก็พาไปทานอาหารร้านประจำที่มาเมืองนี้ทีไรก็ต้องแวะมาทานทุกที
"ร้านนี้อร่อยมากกกขอบอก"รุ่นพี่ที่ชื่อบอส การันตีลากเสียงยาวเช่นนั้นก็พากันเข้าไปนั่ง ซึ่งเป็ร้านอาหารเล็กๆ อยู่ติดคลอง
แต่ละคนต่างคุ้นเคยกันดีกับอาหารอาราเบียนรุ่นพี่สาว Y สั่งพวกเคบับแกะ ซุปหางวัว ฯลฯ แต่ณดา เธอไม่เคยทานมาก่อนจึงขอทานแบบกึ่งๆ เธอสั่งข้าวหมกลอบเตอร์ สาวๆ หลายคนที่กลัวอ้วนก็ทานสลัดแบบอาราเบียน เมื่อทุกคนทานเสร็จก็ต้องพากันรีบกลับไปพักผ่อนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้พวกเธอก็ต้องจัดเตรียมงานกันแล้ว
ใน่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ประเทศแถบทะเลทรายอยู่ใน่ฤดูหนาวอูณหภูมิอยู่ที่ 17-30 องศาเซลเซียสกำลังพอดีๆ ไม่ถึงกับร้อนหรือหนาวมากเกินไป จึงเหมาะแก่การจัดงานสวนดอกไม้กลางทะเลทราย ชื่องานค่อนานฟลาวเวอร์เซนเตอร์ เมืองค่อนานเป็เมืองท่า ไม่ได้อยู่ในทะเลทราย ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว ระหว่างสองข้างทางจะมีต้นไม้เขียวขจีโดยไม่ปล่อยให้สองข้างทางแห้งแล้งมีสวนพรรณไม้ต่างๆ มีน้ำพอที่จะรดพืชพรรณได้ตลอดปีโดยมีการจัดระบบการบำบัดนำเสียให้เป็น้ำดี และในยามนี้เมืองค่อนานยังได้จัดงานแสดงดอกไม้จากทุกทั่วมุมโลกหลากหลายสีสันพรรณแปลกตาเเละเน้นความคงทน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและความสนใจของนาๆประเทศให้รู้จักเมืองค่อนานมากขึ้นซึ่งจะมีผลต่อการลงทุนของนักธุรกิจในภายภาคหน้า
ทีมฟรีแลนซ์จากเมืองไทยมีประมาณ10คนทั้งชายไม่จริงและหญิงแท้ที่มากประสบการณ์ซึ่งมาจัดงานนี้ทุกๆ ปี โดยการว่าจ้างของเ้าของสวนกล้วยไม้ผู้ส่งออกรายใหญ่ของไทยที่ส่งกล้วยไม้และพรรณไม้ต่างๆ มาแสดงยั่วตาล่อใจบรรดาเศรษฐีบ่อน้ำมัน ดอกไม้ที่นี่ราคาสูงมาก หากได้รับออเดอร์ก็รายได้มหาศาลทีเดียว อัญมณีล้ำค่าที่มาในรูปแบบของธรรมชาติใครจะคิดว่าดอกไม้จะมีราคาเพียงนี้และมีการแข่งขันกันกับประเทศต่างๆ ที่เป็คู่แข่งสำคัญเช่น เคนยา แอฟริกาใต้ ที่กล้วยไม้สวยและคงทนแข็งแรง จะว่าไปแล้วทุกประเทศที่มาร่วมแสดงในงานนี้ต่างก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเพราะพรรณไม้แต่ละที่แตกต่างกันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทางจีนนี่ก็เป็ผู้ส่งออกดอกไม้รายใหญ่ของเอเชียเช่นกันแต่พรรณไม้จะคนละแบบกับไทย
ดอกพีทูเนีย มาร์กาเรต เวอร์บีน่า ดัสตี้มิลเลอร์ จะเป็ที่นิยมในประเทศแถบนี้มากอาจเพราะมีความคงทนนั่นเอง สังเกตุดูจากโครงงานของประเทศต่างๆ ก็จะมีดอกไม้เหล่านี้อยู่ด้วย บ้างใช้เป็ดอกหลักแบบเป็กลุ่มให้ดูเป็ทุ่งเป็สวนไปเลยบ้างก็ทำเป็ดอกไม้แซม ณดาได้เห็นดอกไม้แปลกๆ มากมายเธอตื่นตาตื่นใจเป็อย่างมาก แต่ละซุ้มโครงงานของแต่ละประเทศเมื่อรวมกันแล้วดูงดงามราวกับสรวง์ ทีมฟรีแลนซ์จากไทยจัดแบบพรีเวดดิ้งงานแต่งราวสรวง์บนทะเลทรายที่โดดเด่นด้วยกล้วยไม้ประดับประดาด้วยดอกไม้แซมอื่นๆ ดูหวานโรแมนติกเป็อย่างมาก
แอบไปเมียงมองดูหลายซุ้ม บ้างก็จัดเป็แบบตัวหนังสือข้อความต่างๆ บ้างก็ทำเป็ซุ้มโค้งซ้อนกัน บ้างก็ทำเป็ต้นไม้ บ้างทำเป็สวน บ้างทำเป็บ้านหรือกระท่อม บ้างจัดเป็สแตน ฯลฯ ซึ่งนักจัดดอกไม้มืออาชีพได้จัดวางโครงสร้างองค์ประกอบต่างๆ ทางศิลปะของไลน์เส้น รูปทรง พื้นผิว และสีสันดอกไม้ด้วยเทคนิคต่างๆ ซึ่งประยุกต์เข้ากับสถานที่เป็จุดนำสายตา
กว่าจะจัดเสร็จก็ใช้เวลาเป็วันล่วงไปอีกจนถึง่เช้าของอีกวัน นักจัดดอกไม้เก็บกวาดสถานที่และพักผ่อนหลังอดหลับอดนอนมาหลายชั่วโมง ก่อนจะมีการเปิดงานอย่างเป็ทางการ
งานนี้ทุกคนในทีมผลัดกันไปอยู่ประจำซุ้มของตนเองเพื่อต้อนรับแจกนามบัติของสวนกล้วยไม้และถ่ายรูปตอบคำถามเกี่ยวกับดอกไม้การดูแลรักษาต่างๆให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวชม งานจัดอยู่อีกนานเป็อาทิตย์หรืออาจลากยาวไปกว่านั้น ต้องคอยซ่อมแซมดูแลดอกไม้ให้สดอยู่เสมอ หลังจากนั้นหากรื้อซุ้มต่างๆออกไปก็จะเปิดให้ชมสวนพรรณไม้แทน
ณ เมืองค็อลลาซ ซึ่งมีภูมิประเทศตั้งอยู่ในทะเลทรายโดยแท้ มีชีคหนุ่มปกครองและมีทรัพยากรธรรมชาติบ่อน้ำมันดิบสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยมหาศาลเป็อย่างมาก
"ท่านชีคครับ ท่านหญิงฮัลวามาขอพบ" ฮาติม องครักษ์ฝ่ายขวาคนนึงเข้ามารายงานขณะที่ชีค ฟาอิด ที่อยู่ในชุดโต๊ปสีขาว กำลังอ่านหนังสือเพลินๆ อยู่ เขาพยักหน้าเป็การอนุญาต ท่านหญิงฮัลวาสาวน้อยวัย 15 อยู่ในชุดมาสตาดหรูหรารีบวิ่งเข้ามา
"ท่านพี่ฟาอิดคะ ท่านพี่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานค่อนานฟลาวเวอร์เซนเตอร์ในปีนี้บ้างรึเปล่าคะ" สาวน้อยผู้มีรอยยิ้มสดใส ถามด้วยท่าทางตื่นเต้นมีความหวังบางอย่าง ฟาอิดเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองหน้าน้องสาว
"ทำไมรึ น้องหญิง"
"น้องอยากไปดูงานแสดงดอกไม้ค่ะท่านพี่ คงจะสวยงามมากๆ เลยละค่ะ" สาวน้อยยังคงออดอ้อนทั้งท่าทางและน้ำเสียง เขามองน้องสาวอย่างเอ็นดู และนึกย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนตอนบิดามารดาของเขาชีคฮะมีสและพระชายาอัลมาส ได้รับเชิญไปร่วมงานค่อนานฟลาวเวอร์เซนเตอร์ ซึ่งมารดาของเขาชื่นชอบดอกไม้เป็อันมาก โดยเฉพาะกล้วยไม้ซึ่งเป็ดอกไม้โปรด มารดาของเขาพยายามปลูกและซื้อมาจากงานนี้มากมายรวมทั้งดอกไม้อื่นๆ แต่มันก็ตายหมดอาจเพราะค็อลลาซเป็ทะเลทรายอากาศร้อนมากจนไม่มีพรรณไม้ใดอยู่รอด นอกจากต้นปาล์มที่ปลูกเรียงรายอยู่ตามข้างทาง
เกิดอะไรขึ้นเมื่อครั้งสุดท้ายที่บิดามารดาของเขาเดินทางไปร่วมงาน ขณะที่กำลังพ้นเขตทะเลทรายค็อลลาซเข้าสู่เมืองท่าค่อนานซึ่งเป็รอยต่อระหว่าง 3 เมืองคือ ค็อลลาซ ค่อนาน ดิลฮาม บิดามารดาของเขาก็ถูกลอบสังหารทั้งแม่นมที่ร่วมเดินทางไปในครั้งนั้นด้วย เหตุการณ์ครั้งนั้นมันะเืใจฟาอิดเป็อย่างมาก นึกถึงความหลังแล้วฟาอิดก็ถอนหายใจเบาๆ
"ท่านพี่ว่าอย่างไรคะ น้องขออนุญาตไปงานนี้นะคะ นะคะท่านพี่"สาวน้อยออดอ้อน
"เอางี้ไหมล่ะ น้องชอบดอกไม้อะไรก็บอกพี่มา แล้วพี่จะให้คนไปซื้อมาให้" ฟาอิดเอาใจน้องสาว แต่เขาจะไม่ปล่อยท่านหญิงฮัลวาไปที่นั่นแน่นอน เขาจะปกป้องน้องสาวจะไม่ยอมให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม ไม่เด็ดขาด ฮัลวาจะต้องอยู่แต่วังนี้เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย
"น้อง้าไปชมด้วยตนเองค่ะ น้องอยากเห็นที่เขาร่ำลือกันว่า ค่อนานงดงามราว์"ท่านหญิงฮัลวาดวงตาเป็ประกายด้วยความหวังที่จะได้ไปที่นั่น
"พี่ไม่อนุญาต"ฟาอิดพูดพร้อมกับหันไปสนใจหนังสือในมือต่อ
"ท่านพี่ใจร้าย"ท่านหญิงฮัลวาตัดพ้อ กระฟัดกระเฟียดกระทืบเท้าก่อนวิ่งออกจากห้องนั้นไป โดยมีพี่เลี้ยงวิ่งตามไปติดๆ ฟาอิดส่ายหน้า
"นี่ถ้าท่านแม่หรือแม่นมยังอยู่คงมีผู้อบรมกิริยามารยาทให้กับน้องมากกว่านี้"ฟาอิดพึมพำเบาๆ เ้าหญิงฮัลวาไม่รู้หรอกว่าพี่ชายรักและเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอแค่ไหน ตอนที่บิดามารดาถูกลอบสังหาร เ้าหญิงฮัลวาอายุเพียง 10 ขวบ ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วนเขาไม่ได้อยู่ที่เมืองนี้
ท่านหญิงฮัลวายืนร้องไห้ซิกๆ อยู่ริมหน้าต่างโดยมี นูรีน พี่เลี้ยงคอยปลอบใจ
"พี่หนูรีน ดูสิ ท่านพี่ฟาอิดใจร้ายมาก เผด็จการที่สุด นอกจากไปเรียนแล้วก็ไม่เคยให้เราได้ออกไปไหนเลย อยู่แต่ในปราสาทนี้ มองออกไปเห็นแต่ต้นปาล์มกับทะเลทราย"ท่านหญิงฮัลวาร่ายยาว ตัดพ้อต่อว่าพี่ชาย
โดย นาลินญา วธ.