หลังจากนั้นไม่นาน การฟ้องร้องเพื่อขอหย่าขาดจากความเป็สามีภรรยาระหว่างเธอกับคริสโตเฟอร์ก็ถูกส่งไปศาล แต่แอ๊บบี้ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพ่อไม่เคยเห็นด้วยกับการหย่าร้างของเธอในครั้งนี้เลย เธอกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง สํานึกถึงความตึงเครียดที่เกิดอยู่ระหว่างตัวเองกับบิดาและตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะต้องแก้ปัญหานี้ให้ตก
เพียงแต่ว่าเธอไม่มีโอกาส และเมื่อมาถึงเวลานี้พ่อก็ตายไปแล้ว เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เธอรู้สึกตีบตันขึ้นมาในลําคอ หยาดน้ำใสๆ เอ่อท้นขึ้นในดวงตา
เลยจากหน้าต่างรถด้านหลังออกไปแอ๊บบี้มองเห็นราเชล ฟาร์กําลังยืนอยู่ระหว่างหลุมฝังศพ คําถามหนึ่งได้เกิดขึ้นในใจนาทีนั้นว่า หรือว่าพ่อเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นมาแล้วในอดีต? เป็ไปได้ไหมที่ราเชล ฟาร์คือผลพวงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งกระนั้น? หรือว่าสิ่งที่เธอเคยคิดว่ามันไม่น่าจะเป็ความจริงมันได้กลับกลายเป็ความจริงที่ประจักษ์ชัดอยู่กับสายตาในวันนี้แล้ว? .
มีความทรงจําหลากหลายที่เกือบลืมไปแล้วกลับต่อเนื่องกันเข้ามา คล้ายเป็เครื่องยืนยันว่ามันไม่น่าจะเป็เหตุบังเอิญได้เสมอไป เธอคิดไปถึงการทะเลาะทุ่มเถียงกันระหว่างพ่อกับแม่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง การที่พ่อต้องเดินทางไปลอสแองเจลิสอยู่เสมอๆ ปีละสี่ห้าครั้ง สายตาของพ่อยามที่มองดูเธอเหมือนกําลังมองดูใครอีกคนหนึ่งอยู่ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เธอไม่เคยคิดว่ามันเป็ชิ้นส่วนที่สักวันหนึ่งจะนําเข้ามาต่อให้กลายเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาได้ แต่วันนี้มันเป็ขึ้นมาแล้วจริงๆ
ถ้าเช่นนั้น ก็หมายความว่า การที่พ่อทําตัวเป็สามีและพ่อที่ดีมาโดยตลอดเป็การแสดงละครฉากหนึ่งเท่านั้นนะสิ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาพ่อยังมีลูกลับๆ อีกคนหนึ่งที่แอบซ่อนไว้ที่แคลิฟอร์เนียเช่นนั้นใช่หรือไม่?
ขณะแอ๊บบี้จ้องมองราเชลอยู่นั้น เธอกําลังต่อสู้กับความรู้สึกปวดร้าวเมื่อคิดว่าพ่อทรยศหักหลังเธอกับแม่มาโดยตลอด และเมื่อพิจารณาดูความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างตัวเองกับผู้หญิงคนนั้นไม่ว่าจะเป็สีผม รูปหน้าดวงตาคู่สีฟ้าเข้ม มันบ่งบอกว่ามาจากพ่อพันธุ์เดียวกันอย่างที่เบนชอบพูดอยู่เสมอเวลาที่เขาผสมม้ารุ่นใหม่ออกมาเพียงแค่มองดูก็รู้ได้ทันทีว่าม้าตัวนั้นมาจากพ่อพันธุ์ตัวไหน
มีความรู้สึกคล้ายกับว่า บัดนี้ โลกของเธอพลิกคว่ำลงและสั่นะเืขึ้นมาอย่างรุนแรง ทุกสิ่งทุกอย่างที่แอ๊บบี้เคยเชื่อมั่นเสมอมาว่าจะต้องเป็ความจริง บัดนี้ มันมีคําถามเกิดตามมาแล้ว แอ๊บบี้เคยภาคภูมิใจเสมอว่าเธอรู้จักพ่ออย่างทะลุปรุโปร่ง แต่พอมาถึงเวลานี้มันดูราวกับว่าเขาเป็เพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น ทําให้เกิดคําถามตามติดมาอีกว่าพ่อเคยคิดรักใคร่ในตัวแม่จริงๆ หรือเปล่า? แล้วเธอล่ะ? เธอเกลียดชังคําถามทํานองนี้นัก ทั้งความสงสัยและความทรงจําทั้งหลาย เมื่อรวมตัวกันเข้าก็กลายเป็คําถามที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะตอบได้ขึ้นมาแล้วจริงๆ
“แอ๊บบี้ ดูนั่นสิ” เสียงแม่ของเธอร้องขึ้น แต่มีอิทธิพลพอจะทําให้แอ๊บบี้ตัวแข็งไปได้ทันที แน่ใจอย่างที่สุดว่าแม่จะต้องเห็นราเชล ฟาร์เข้าแล้ว “นั่นเลน แคนฟิลด์ใช่ไหมลูก?”
อาจจะเป็เพราะเธอหมกมุ่นอยู่กับเื่ของราเชลเพียงคนเดียว แอ๊บบี้จึงมิได้ให้ความสนใจกับผู้ชายคนที่หล่อนผู้นั้นกําลังยืนคุยอยู่ด้วย และเขาก็เป็เลน แคนฟิลด์เพื่อนสนิทที่สุดของพ่อจริงๆ เธอไม่ได้พบเขาั้แ่วันแต่งงานเมื่อหกปีก่อนอีกเลย แต่ดูเหมือนเขาไม่เปลี่ยนไปเท่าไรนัก ยังคงเป็บุรุษเ้าเสน่ห์มีพลังอํานาจกระจายอยู่รอบเรือนกายท่าทางสุขมเยือกเย็นแม้ในท่ามกลางแสงแรงร้อนของดวงอาทิตย์ยามบ่าย ถ้ามีอะไรสักอย่างที่เปลี่ยนไปก็เห็นจะเป็สีผมซึ่งเป็สีเทาเงินอยู่เสมอแต่ขณะนี้ ดูเหมือนจะมีสีขาวเพิ่มขึ้น และทําให้เป็ประกายสีเงินระยับตา
แต่เขากําลังพูดเื่อะไรอยู่กับราเชล ฟาร์กันแน่? เขารู้จักหล่อนอย่างนั้นหรือ? ท่าทางที่เขาแสดงอยู่บอกว่ามันเป็เช่นนั้น ถ้าทั้งหมดนี่เป็ความจริง เป็ไปได้หรือไม่ที่พ่อเปิดเผยความลับเื่นี้ให้เลน แคนฟิลด์ฟัง? และเหตุผลดังกล่าวดูจะใกล้เคียงกับความจริงอย่างมากเสียด้วยเมื่อแอ๊บบี้นึกขึ้นมาได้ว่าพ่อของเธอแต่งตั้งเลน แคนฟิลด์เป็ผู้ดูแลเกี่ยวกับพินัยกรรมและทรัพย์สินมรดกทั้งหมด
“เลนจริงๆ ด้วย” บ๊าบส์กดสวิตช์ตรงเท้าแขนเพื่อเปิดหน้าต่างออโตเมติคออก ในที่สุด บานกระจกก็เลื่อนลง ความร้อนที่ประสมอยู่ด้วยความชื้นของยามบ่ายแห่งเดือนมิถุนายนพรูพรั่งเข้ามาในรถ “เลนคะ...เลน แคนฟิลด์”
เมื่อได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเรียกชื่อ เลนหันมามองและรีบเดินเข้ามาทักทาย
“บ๊าบส์ ผมเสียใจจริงๆ ไม่สามารถปลีกตัวมาได้เร็วกว่านี้เลย ผมติดประชุมอยู่ในซาอุดิ อารเบีย ไม่รู้เลยว่ามี...เอ่อ...อุบัติเหตุเกิดขึ้น เพิ่งมารู้เมื่อตอนค่ำวานนี้เลยรีบมาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้นี่แหละ” เขาจับมือภรรยาม่ายของดีนไว้อย่างเห็นใจ
“แค่คุณมาฉันก็ดีใจแล้วค่ะ ดีนน่ะเขาถือว่าคุณเป็เพื่อนคนเดียวของเขาก็ว่าได้ แต่คุณคงรู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เขามีต่อคุณอยู่แล้วละนะ” บ๊าบส์กกกอดมือเพื่อนสนิทของสามีไว้ “คุณจะตามไปที่บ้านด้วยใช่มั้ยคะนี่?”
“ไปสิ ขอเวลาผมสักครู่เท่านั้น”
ขณะที่เขาเดินผละจากไปนั้น แอ๊บบี้ให้สงสัยว่าเขาจะตามราเชลไปหรือเปล่า แต่มิได้เป็เช่นที่เธอคิดเพราะเขาเดินตรงไปที่รถลิมูซีนคันสีดําซึ่งจอดอยู่ห่างจากคนอื่นออกไปและสั่งเสียอะไรบางอย่างกับคนขับ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับมา แอ๊บบี้มึนชาไปหมด ไม่อยากเชื่อเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นแล้วในวันนี้เลย
เมื่อเลน แคนฟิลด์ขึ้นมานั่งในที่นั่งตอนหลังที่อยู่ตรงข้ามกับที่นั่งของบ๊าบส์แล้ว แอ๊บบี้สังเกตเห็นสายตาของเขาที่มองเธอคล้ายจะพินิจพิจารณาทุกองค์ประกอบของใบหน้าและเปรียบเทียบกับราเชลอยู่ในใจ ท่าทางของเขามิได้บอกความแปลกใจเลยเมื่อเห็นความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างเธอทั้งสอง หมายความว่าเขาต้องคาดคิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องเป็เช่นนั้น
“คืนนี้คุณจะอยู่ทานอาหารค่ำกับเราด้วยมั้ยคะ เลน? สามีภรรยาแรมเซย์กับโคลส์ก็จะอยู่ แล้วยังมีอีกหลายคนที่รับปากว่าจะมาร่วมทานอาหารกับเรา และเราอยากให้คุณอยู่ด้วยจริงๆ ค่ะ” บ๊าบส์เชื้อเชิญและยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในตอนท้าย
“ที่จริงผมเองก็อยากอยู่มากเลย” เลนมองหน้าภรรยาม่ายของดีน อดรู้สึกชื่นชมมิได้ที่ว่าแม้เธออยู่ในวัยสี่สิบแปดแล้วก็ยังรักษาความงามไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย “แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ผมต้องขอตัวกลับก่อน คืนนี้ผมต้องรีบกลับเข้าไปในเมือง ยังมีเื่งานต้องสะสางต่อ”
“ฉันเข้าใจค่ะ” บ๊าบส์พยักหน้ารับแต่น้ำเสียงเครือลง ท่าทางของเธอเหมือนจะหลั่งน้ำตาออกมา แต่พยายามระงับสติอารมณ์ของตนเองไว้อย่างสุดความสามารถและหันมาทางลูกสาว “เมื่อวันที่พ่อกับแม่แต่งงาน เลนเป็เพื่อนเ้าบ่าวให้ แต่แม่คิดว่าหนูเองคงรู้เื่นี้แล้วบ้างละนะ แอ๊บบี้”
“ค่ะแม่”
“ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะลืมวันนั้นได้เลย” บ๊าบส์ถอนหายใจออกมาเบาๆ จมูกแดงก่ำขึ้นมาอีก “คุณจําเื่ที่เครื่องยนต์ของเรามันไม่ยอมติดวันนั้นได้มั้ยคะ แล้วดีนต้องแก้เครื่องอยู่ตั้งเกือบชั่วโมง เสื้อชุดทักซิโด้เปื้อนน้ำมันทั้งตัว และฉันเพิ่งรู้ว่าเราจะต้องเดินทางไปฮันนีมูนกันด้วยรถคันนั้น ไม่ว่าเขาพยายามสักแค่ไหนเครื่องก็ไม่ยอมติดอยู่ดี”
“ผมคิดว่ามันมีบางตอนที่ขาดหายไปนะ บ๊าบส์” เลนตอบยิ้มๆ เมื่อนึกถึงว่าเขากับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งมีเจตนาทําให้เครื่องยนต์เกิดเสียขึ้นมาในวันนั้นอย่างไร
“ฉันไม่สงสัยหรอกค่ะ” บ๊าบส์เปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ประกายแห่งความสุขฉายวาบขึ้นในดวงตาเมื่อคิดถึงความหลังครั้งกระนั้น “แล้วคุณก็ยังให้เราขอยืมรถคุณมาใช้ด้วย”
“ใช่” เขาตอบรับเสียงดังขณะที่จิตใจหวนรําลึกกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีแล้วนั้น