รุ่งเช้าวันที่สี่ในนครธรณีสามเริ่มต้นด้วยเสียงกึกก้องดังมาจากด้านนอกอาคารก่อนที่แสงอาทิตย์จะขึ้นพ้นขอบฟ้าเต็มที่
จ้าวหานลืมตาขึ้นทันที
เขาไม่ได้หลับลึก ไม่ใช่เพราะกังวล แต่เพราะกายาเหล็กไหลขั้นกลางทำให้ร่างกาย้าการนอนหลับน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เตาปฏิกรณ์ชีวภาพทำงานในระหว่างนอนหลับด้วย ซ่อมแซมและเสริมสร้างโครงสร้างโลหะในเซลล์อย่างต่อเนื่องตลอดคืน
[เ้านายครับ ตรวจพบพลังปราณที่ทรงพลังมากผิดปกติในรัศมีห้าร้อยเมตร กำลังเคลื่อนที่เข้ามาทางถนนสายหลักตรงเข้าหาสาขาหลักตระกูลมู่!]
จ้าวหานลุกขึ้นยืนและก้าวไปที่หน้าต่างในการเคลื่อนไหวเดียว
ถนนด้านหน้าอาคารเริ่มมีคนหลีกทางออกสองข้างอย่างรีบเร่ง พ่อค้าแม่ค้าที่เพิ่งตั้งแผงเก็บของกลับเข้าร้านอย่างรีบร้อน เด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นถูกพ่อแม่ดึงเข้าบ้านทันที
สัญชาตญาณกลัวที่ฝังรากในสัตว์มีชีวิตทุกชนิด
กลางถนนที่ค่อยๆ โล่งขึ้น ชายสามคนเดินมาเคียงกันอย่างสบายๆ ราวกับไม่ใส่ใจว่าทุกคนรอบข้างกำลังหลีกหนี คนกลางสูงใหญ่มีอายุราวสี่สิบห้า ผมดำเกรียมสั้นเหมือนเว่ยกัง แต่ตรงนั้นความคล้ายคลึงสิ้นสุดลง รูปร่างของเขาพิสูจน์ว่าไม่เคยห่างจากสนามรบมาตลอดชีวิต คมดาบยาวสีดำสนิทพาดขวางหลังอยู่อย่างสะดวกสบาย ราวกับว่ามันเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
สองคนข้างๆ ก็ไม่ได้ด้อยกว่ากัน ทั้งสองสวมชุดคลุมสีเทาเข้มที่สะอาดหมดจดแต่มีรอยสึกหรอในจุดที่บ่งบอกว่าเคยรับแรงกระแทกมาหลายครั้ง
[สามคน ทองคำเขียวขั้นปลายทั้งหมด คนกลางนั้น...!] ศูนย์หยุดชั่วขณะซึ่งผิดปกติมาก [ผมไม่สามารถประเมินระดับที่แน่นอนได้ครับเ้านาย คลื่นพลังงานปราณของเขามีความซับซ้อนในแบบที่ผมไม่เคยพบมาก่อน น่าจะอยู่ระหว่างทองคำเขียวขั้นปลายกับขั้นิญญาก่อกำเนิด!]
จ้าวหานขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ทหารรับจ้างธรรมดาที่มู่ฉางหยวนส่งมาอีกต่อไป
เขากดรอยสักมิติที่แขนขวา
เว่ยกังพบจ้าวหานที่บันไดหน้าอาคารโดยที่ปืนมหาประลัยอยู่ในอ้อมแขนซ้ายและเข็มนาโนเชื่อมต่อกับไหล่เรียบร้อยแล้ว ผู้บัญชาการผมเกรียนรีบเดินเข้ามา
"ท่านเห็นพวกเขาแล้วใช่ไหม?"
"ใช่" จ้าวหานตอบ "รู้จักไหม?"
เว่ยกังจ้องมองสามร่างที่กำลังเดินเข้ามาจากปลายถนน "ตราสัญลักษณ์บนเข็มกลัดเสื้อของคนกลาง... นั่นคือ 'สำนักอสุรีดาบดำ' ครับ" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น "หนึ่งในสำนักดาบที่โหดร้ายที่สุดในสามอาณาจักร รับงานฆ่าคนเป็หลัก ไม่เคยล้มเหลว... และไม่เคยถูกจ้างด้วยราคาถูกๆ"
"เท่าไหร่ถึงจะจ้างได้?"
"ล้านหินปราณระดับสูงขึ้นไป" เว่ยกังตอบ "มู่ฉางหยวนทุ่มทุนมากกว่าที่คาด"
[เ้านายครับ บวกกับค่าจ้างสมาคมงูเงี้ยวเขี้ยวหักสองแสนด้วย รวมแล้วทรัพย์สินที่เขาโอนออกไปจากบัญชีตระกูลน่าจะไม่ใช่แค่ลงทุนธุรกิจ แต่เตรียมไว้สำหรับแผนนี้ด้วย!]
ชายสามคนหยุดอยู่ตรงหน้าประตูอาคาร ห่างออกไปประมาณสิบห้าเมตร คนกลางเงยหน้าขึ้นมองจ้าวหานที่ยืนอยู่บนบันได สายตาของเขาเ็าและตรวจสอบอย่างมืออาชีพ
"ข้าคือ 'ฮั่วเซ่า' แม่ทัพดาบของสำนักอสุรีดาบดำ" เขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ข้ามาตามสัญญาว่าจ้างเพื่อจัดการบุตรสาวของตระกูลมู่และผู้คุ้มกัน"
"ตรงดีนะ" จ้าวหานพูดเรียบๆ "ข้าชอบคนที่ไม่เสียเวลา"
"ข้าถามตรงๆ เช่นกัน..." ฮั่วเซ่ายกมือขึ้นทำสัญญาณหยุดลูกน้องสองข้าง "ข้าได้รับรายงานเกี่ยวกับอาวุธประหลาดและกายาที่ผิดปกติของเ้า ก่อนที่เราจะเริ่ม ข้า้าประเมินก่อน"
"ประเมินอย่างไร?"
"เ้าออกมาข้างหน้าคนเดียว ข้าสู้กับเ้าหนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าเ้าชนะ ข้าจะยกเลิกสัญญาและออกไป" ฮั่วเซ่าพูดพลางดึงดาบยาวสีดำออกจากฝักบนหลัง "ถ้าข้าชนะ คนในอาคารนั้นจะออกมาโดยสงบ"
เว่ยกังที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้าวหานพูดเบาๆ "เป็กับดัก ถ้าท่านออกไป สองคนข้างๆ เขาจะเข้าจู่โจมอาคาร"
"ข้ารู้" จ้าวหานตอบเงียบๆ ก่อนจะเปิดเสียงพูดกับฮั่วเซ่า "ข้าตกลง แต่ถ้าสองคนข้างท่านขยับเข้ามาในอาคารขณะที่ท่านสู้กับข้า สัญญาจะถือว่าโมฆะ และข้าจะจัดการทั้งสามคนพร้อมกันแทน"
ฮั่วเซ่าจ้องตาเขาอยู่ครู่ แล้วก็หันไปพูดสั้นๆ กับลูกน้องสองข้าง "รอตรงนี้"
จ้าวหานก้าวลงมาจากบันไดสู่ถนนที่โล่งกว้าง ฝีเท้าหนักแน่นทุกก้าว รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏบนหินปูถนนเมื่อน้ำหนักมวลสารกระทบพื้น
ฮั่วเซ่าออกมายืนตรงข้ามในระยะสิบเมตร ดาบดำในมือเขาดูดกลืนแสงเช้าแทนที่จะสะท้อน พลังปราณของเขาแผ่ออกมาเบาๆ แต่ความหนาแน่นของมันทำให้อากาศในบริเวณดูหนักผิดปกติ
"ข้าจะเริ่ม" ฮั่วเซ่าพูด
ซวบบบบบบ!
เขาเคลื่อนไหวเร็วจนตาเปล่าแทบไม่อาจติดตาม ดาบดำวาดส่วนโค้งพุ่งเข้าตัดที่บริเวณเอวของจ้าวหาน
เคร้งงงงงงง!
จ้าวหานรับคมดาบด้วยท่อนแขนซ้ายโดยไม่หลบ แต่แทนที่แรงสะท้อนจะผลักดาบออกไปตามปกติ คมดาบกลับ ไม่กระเด้งออก แต่ กดลง แน่นขึ้น พลังปราณในดาบนั้นต่างออกไปจากที่เคยเจอมา มันไม่ะเิออก แต่หมุนวนดูดกลืนความต้านทาน
[เตือน! ดาบนี้มีพลังปราณแบบ 'กลืนกิน' ครับเ้านาย ถ้าัันานเกินไปมันอาจกัดกร่อนโครงสร้างเหล็กไหล!]
จ้าวหานถอนแขนออกรวดเร็ว รอยขาวจางบนท่อนแขนลึกกว่าปกติเล็กน้อย แต่กายาเหล็กไหลฟื้นตัวและปิดรอยนั้นภายในสองวินาที
"น่าสนใจ..." เขาพึมพำ
ฮั่วเซ่ายกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นใครที่รับคมดาบของเขาแล้วยังพูดได้
"ดาบนี้เรียก 'อสุรีกลืนแสง' ผ่านการเผาในเตาอสูรามาเจ็ดสิบวัน" เขาอธิบายอย่างมืออาชีพ "มันกัดกร่อนทุกสิ่งที่ัั รวมถึงกายาโลหะ"
"ขอบคุณที่แจ้ง" จ้าวหานตอบพลางยกปืนมหาประลัยขึ้น "ข้าก็มีของที่กัดกร่อนทุกสิ่งเช่นกัน"
ฮั่วเซ่ามองปืนสีดำนั้น แล้วก็โจมตีต่อไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ
ฟรึ้ดดดดด!
คราวนี้เขาไม่ได้ฟาดตรงๆ แต่วาดดาบเป็ลวดลายที่ซับซ้อน ฟาดเฉี่ยวไปรอบตัวจ้าวหานพร้อมกับปล่อยพลังปราณกลืนกินออกมาเป็ชั้นๆ รอบคม
จ้าวหานถอยหลังสองก้าว ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเขาต้องคิดก่อนโต้ตอบ ดาบอสุรีกลืนแสงนั้นอันตรายเกินกว่าจะรับด้วยท่อนแขนต่อไปเรื่อยๆ
[เ้านายครับ ถ้าใช้บาเรีย Solar Flare Dome ความร้อนสูงจากบาเรียระดับ 2 น่าจะต้านทานพลังปราณกลืนกินได้ครับ!]
'ทำได้ แต่จะเปิดเผยว่าข้ายิงระดับ 2 ได้แล้ว ยังไม่้า'
เขาตัดสินใจอีกทาง ย่อตัวลงต่ำเมื่อดาบฟาดผ่านที่หัวในครั้งถัดไป แล้วยิงะุระดับ 1 แบบ Micro-Burst จากฝ่าเท้าเพื่อดีดตัวออกข้าง
เปรี้ยงงงง!
แรงะเิขนาดจิ๋วจากฝ่าเท้าส่งให้ร่างของจ้าวหานพุ่งออกด้านข้างอย่างรวดเร็วจนฮั่วเซ่าต้องหมุนตัวตาม
ปัดดดดด!
ดาบฟาดพลาดครั้งแรก
ฮั่วเซ่าปรับท่าอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าหาจ้าวหานอีกครั้งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น ดาบดำวาดลวดลายต่อเนื่องสามท่า
เคลั้งงง! เคลั้งงง! ซวบบบ!
จ้าวหานรับสองท่าแรกด้วยท่อนแขนและดึงออกทันก่อนพลังกลืนกินจะซึมลึกเกินไป ท่าที่สามเฉียดผ่านไหล่ตัดเนื้อเยื่อผิวนอกออกไปเล็กน้อย โลหะชีวภาพชั้นในรั้วไม่ให้เข้าถึงกล้ามเนื้อหลัก แต่ความเ็ปเบาๆ จากพลังกลืนกินก็ทำให้เขาขมวดคิ้ว
ฮั่วเซ่าเห็นสายเืสีเข้มกว่าปกติออกมาจากรอยบาดนั้น เขาหยุดโจมตีชั่วขณะ
"เืของเ้าสีแปลกมาก..."
"เหล็กไหล" จ้าวหานพูดพลางใช้นิ้วปาดเืออกมาดู สีแดงเข้มอมดำนั้นหายไปในสี่วินาทีเมื่อรอยบาดปิดตัวเอง
ฮั่วเซ่าจ้องมองรอยปิดที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา "กายาชนิดนี้ข้าไม่เคยเห็น..."
"ข้าก็ไม่เคยเจอดาบแบบนั้นเช่นกัน" จ้าวหานพูดพลางยกปืนขึ้นอีกครั้ง "เราสองคนต่างมีอาวุธที่ผิดปกติพอๆ กัน"
ฮั่วเซ่ากำดาบแน่นขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่วาดลวดลายแต่โจมตีตรงๆ ด้วยความเร็วสูงสุด
ฉวาดดดดดด!
จ้าวหานไม่หลบ เขาก้าวเข้าหาแทน ยกปืนมหาประลัยขึ้นกั้นคมดาบด้วยลำกล้องตรงๆ
ป้านงงงงงงง!
ดาบอสุรีกลืนแสงกระทบลำกล้องปืนมหาประลัย แทนที่จะเกิดแรงสะท้อน กลับเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครคาดไว้
พลังปราณกลืนกินของดาบชนกับพลังงานไอโซโทปที่สะสมอยู่ในลำกล้องปืนซึ่งเชื่อมต่อกับเตาปฏิกรณ์ชีวภาพ ทั้งสองพลังงานปะทะกันชั่วเสี้ยววินาที
บูมมมมม!
การะเิระดับต่ำพุ่งออกมาจากจุดััทั้งสองข้างที่ผลักออกจากกัน ฮั่วเซ่าถูกแรงดันอากาศผลักถอยหลังสี่ก้าว ดาบในมือสั่นะเือย่างรุนแรงจนเขาต้องใช้มือทั้งสองข้างรั้ง
จ้าวหานก็ถูกผลักถอยหลังสามก้าวเช่นกัน เตาปฏิกรณ์ชีวภาพส่งเสียงครางต่ำผิดปกติ
[เตือน! พลังปราณกลืนกินจากดาบนั้นกัดเข้าไปในแกนลำกล้องปืนเล็กน้อยครับเ้านาย! ปืนมหาประลัยสามารถซ่อมแซมตัวเองได้แต่ต้องใช้เวลา ห้ามให้ดาบนั้นััลำกล้องโดยตรงอีก!]
ฮั่วเซ่ามองดูดาบในมือของตัวเอง รอยร้าวบางๆ ปรากฏขึ้นบนผิวดาบสีดำตรงจุดที่กระทบกับปืน
"อาวุธของเ้า..." เขาพูด "มันตอบโต้ด้วยพลังงานที่ข้าไม่เคยััมาก่อน"
"เรียกมันว่าปรมาณู" จ้าวหานตอบ
ฮั่วเซ่าไม่เข้าใจคำนั้น แต่เขาเข้าใจความหมายเื้ั เขาก้าวถอยหลังออกมาอีกก้าวและเปลี่ยนท่า
"สำนักอสุรีดาบดำมีวิชาลับสำหรับศัตรูที่กายาแข็งแกร่ง..." เขาพูดพลางหมุนตัวดาบขึ้นเหนือหัว พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง
วิ้งงงงงงง!
แสงสีดำพุ่งออกมาจากคมดาบ ไม่ใช่แค่แสงสะท้อน แต่เป็พลังงานปราณที่ถูกบีบอัดจนดำสนิท มันพุ่งออกมาเป็รูปร่างของดาบจำลองขนาดเท่าตัวจริงลอยอยู่กลางอากาศ
จากนั้นดาบจำลองสีดำนั้นก็พุ่งเข้าหาจ้าวหาน
[นั่นคือ 'ดาบิญญากลืนแสง' ครับเ้านาย รูปแบบการโจมตีทางปราณิญญา ถ้ากายาเหล็กไหลขั้นกลางรับมันตรงๆ พลังกลืนกินจะซึมเข้าโครงสร้างโลหะได้ลึกกว่ามาก!]
จ้าวหานไม่รับมัน เขาก้าวออกข้างและยิง Micro-Burst จากฝ่าเท้าอีกครั้ง
เปรี้ยงงง!
ดีดตัวออกไปด้านข้างได้พอดี ดาบิญญาสีดำพุ่งทะลุผ่านจุดที่เขายืนอยู่แล้วปักลงบนถนนหินด้านหลัง
ตูมมมม!
หินปูถนนในรัศมีหนึ่งเมตรแตกละเอียดเป็ผงสีเทา พลังกลืนกินดูดกลืนมวลหินจนเกิดหลุมตื้นๆ
"วิชาดีนะ" จ้าวหานยอมรับพลางเลือกตำแหน่งยืนใหม่
ฮั่วเซ่าเรียกดาบิญญากลับมาแล้วส่งออกไปอีกครั้ง คราวนี้สองลำพร้อมกัน
ฉวาดดดด! ฉวาดดดด!
จ้าวหานหันไปมองดาบิญญาสองลำที่กำลังพุ่งเข้ามาจากคนละมุม สมองของเขาประมวลผลในเสี้ยววินาที
"ศูนย์... ระดับ 1 Hyper-Concentrated Pulse ยิงดาบิญญาทั้งสองลำพร้อมกัน"
[รับทราบครับ! กำลังล็อกเป้าหมายสองจุด...!]
วิ้งงงง!
แสงสีม่วงเข้มเล็กจิ๋วสองลำพุ่งออกจากปากกระบอกปืนในเสี้ยววินาทีต่างกัน
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ลำแสงปรมาณูทะลวงดาบิญญาสีดำทั้งสองลำ พลังงานสองประเภทชนกัน และคราวนี้พลังปรมาณูชนะ ดาบิญญาแตกสลายออกเป็อนุภาคพลังปราณกระจายไปทุกทิศ
ฮั่วเซ่าถึงกับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวจากความใ
"ดาบิญญาของข้า..." เขาพูดเบาๆ "ถูกทำลายด้วยอะไร?"
"ปรมาณู" จ้าวหานพูดซ้ำ
ความเงียบผ่านไปสามวินาที
ฮั่วเซ่าเงยหน้าขึ้นมองจ้าวหานด้วยสายตาที่ประเมินใหม่ทั้งหมด เขาเป็นักรบที่ผ่านโลกมามาก เขารู้ว่าเมื่อไหรที่ควรหยุด
"ข้าสู้ไม่ชนะ..." เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา "กายาของเ้าและอาวุธนั้นอยู่นอกเหนือทุกสิ่งที่ข้าเคยเตรียมไว้รับมือ"
จ้าวหานไม่ตอบ รอให้อีกฝ่ายพูดต่อ
"ข้าจะคืนค่าจ้างบางส่วนให้ผู้ว่าจ้าง" ฮั่วเซ่าเก็บดาบกลับเข้าฝัก "และยกเลิกสัญญา สำนักอสุรีดาบดำไม่รับงานที่เสี่ยงสูญเสียสมาชิกโดยไม่จำเป็" เขาหยุดนิ่งครู่หนึ่ง "แต่ข้าต้องรู้ชื่อของเ้า เพื่อที่สำนักของข้าจะได้หลีกเลี่ยงในงานถัดไป"
"จ้าวหาน" เขาตอบสั้นๆ
ฮั่วเซ่าจดจำชื่อนั้นไว้ในใจ ก่อนจะหันไปสองคนข้างๆ แล้วเดินจากไปตามถนนที่โล่งกว้าง ไม่รีบร้อน ไม่หันกลับมามอง
เว่ยกังมายืนข้างจ้าวหานเมื่อสามร่างหายเข้าไปในตรอก
"ข้าทำงานมาสามสิบปี" ผู้บัญชาการพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหนื่อยแต่ก็มีความเคารพอยู่ในนั้น "ไม่เคยเห็นใครทำให้แม่ทัพดาบของสำนักอสุรีดาบดำถอยหลังได้"
"ข้าแค่มีอาวุธที่พวกเขาไม่รู้จัก" จ้าวหานพูดพลางมองรอยแตกร้าวบนถนนที่ดาบิญญาทิ้งไว้
"ไม่ใช่แค่นั้นครับ" เว่ยกังส่ายหัว "ท่านรู้ว่าต้องหลบเมื่อไหร่ และรู้ว่าต้องตั้งรับเมื่อไหร่ นั่นคือสิ่งที่ฝึกกันไม่ได้"
จ้าวหานเก็บปืนกลับเข้ามิติส่วนตัวแล้วเดินกลับขึ้นบันได
มู่รุ่ยเสวี่ยยืนรออยู่หน้าประตู ใบหน้าของเธอยังคงสงบแต่มือที่กำชายชุดคลุมแน่นบอกว่าเธอเฝ้าดูการต่อสู้ทั้งหมดจากในอาคาร
"ท่านาเ็หรือเปล่าคะ?" เธอถามเมื่อเขาเดินผ่านมา
จ้าวหานยกแขนซ้ายขึ้นให้ดู รอยตื้นๆ ที่ดาบอสุรีกลืนแสงทิ้งไว้ปิดตัวเองไปหมดแล้ว
"เสร็จแล้ว"
มู่รุ่ยเสวี่ยมองรอยที่หายไปนั้นอยู่ครู่ "ข้าบอกท่านอยู่เสมอว่าควรบอกล่วงหน้าเมื่อมีอันตรายเข้ามา..."
"ถ้าบอกล่วงหน้า แม่นางมู่จะกังวลและทำงานได้น้อยลง" จ้าวหานตอบตรงๆ "ข้าคิดว่าประสิทธิภาพงานของท่านสำคัญกว่า"
"ท่านช่างมีเหตุผลแปลกๆ เสมอเลยนะคะ" นางพูดพลางถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ไม่ได้โกรธ
[เ้านายครับ ผมวิเคราะห์พลังงานจากการปะทะกับดาบอสุรีกลืนแสงเสร็จแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ พลังปราณกลืนกินจากดาบนั้นมีส่วนประกอบที่คล้ายกับอักขระในแผ่นโลหะโบราณของเราครับ!]
จ้าวหานนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักหลังจากรับประทานอาหารเช้า แผ่นโลหะวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า
'คล้ายในแง่ไหน?'
[โครงสร้างพลังงานระดับอะตอมครับ มันไม่ใช่ประเภทเดียวกัน แต่มี 'รากฐาน' ร่วมกัน ราวกับว่าทั้งสองมาจากแหล่งที่มาเดียวกันในยุคา!]
จ้าวหานพิจารณาข้อมูลนี้ ดาบอสุรีกลืนแสง แผ่นโลหะโบราณ อักขระที่กล่องมรดกบรรพชนของตระกูลมู่ฝากไว้ในระบบประสาทเขา และ 'จุดที่ดาวตกในสมัยา' ที่แผ่นโลหะบอกเป็นัย
สิ่งเหล่านี้เชื่อมกันอยู่
แต่ด้ายที่ร้อยทุกอย่างเข้าหากันนั้น เขายังมองไม่เห็นปลายข้างหนึ่ง
จ้าวหานวางฝ่ามือลงบนแผ่นโลหะ ปล่อยความร้อนจากเตาปฏิกรณ์ออกมาเบาๆ ลวดลายเรืองแสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
[กำลังอ่านครับเ้านาย... พิกัดที่ชัดเจนกว่าเดิมปรากฏขึ้นมา แต่ยังไม่ครบถ้วน ยัง้าชิ้นส่วนอื่นอีก... แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนแล้วครับ จากทิศทางที่แผ่นนี้ระบุ ปลายทางนั้นอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครธรณีสาม ลึกเข้าไปในเขตดินแดนที่เรียกว่า 'ทะเลทรายดาวดับ'!]
ทะเลทรายดาวดับ
จ้าวหานเคยได้ยินชื่อนั้นจากความทรงจำของร่างเดิมบ้าง เป็เขตแห้งแล้งขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเทียนหยวน ที่ซึ่งผู้ฝึกตนหลายคนเดินทางเข้าไปเพื่อหาสมบัติหรือฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย และไม่ใช่น้อยคนที่ออกมาไม่ได้
แต่นั่นยังเป็เื่ของอนาคต
ตอนนี้ที่นครธรณีสาม มู่ฉางหยวนยังไม่ยอมแพ้อย่างสมบูรณ์ สำนักอสุรีดาบดำถอนตัวไปแล้ว แต่คนที่จ่ายเงินให้พวกเขายังอยู่ในเมืองเดียวกัน และการตรวจสอบบัญชีอย่างเป็ทางการของสภาคณะผู้าุโกำลังจะเริ่มต้นในสัปดาห์นี้
ยังมีสิ่งที่ต้องทำก่อน
จ้าวหานเก็บแผ่นโลหะกลับเข้ามิติส่วนตัว ลุกขึ้น และเดินออกไปบอกคนรับใช้ว่า้าอาหารว่างก่อนมื้อกลางวัน
เตาปฏิกรณ์ชีวภาพส่งสัญญาณตอบรับอย่างพึงพอใจ