ตอนที่ 9
เ้านี่มัน....โง่งมสิ้นดี (2/2)
ใช่แล้ว นางร้ายกำลังขัดขวางแผนการของมารดา!
ก่อนที่ไป๋อวี้จะเอาตัวรอดจากโชคชะตาได้นางต้องเอาตัวมารดาให้รอดจากความเกลียดชังของไป๋ฮวาคนใหม่เสียก่อนเยวี่ยเหมยไม่รู้ความร้ายกาจของนางเอกข้ามภพ ทั้งนางไม่ได้อยู่ปกป้องมารดาตลอดหากมีวันใดที่ไป๋ฮวาเจ็บแค้นมากขึ้น เยวี่ยเหมยก็จะต้องถูกเอาคืนอย่างสาสมเป็แน่
ปัง ! ปัง ! ปัง !
“คุณหนูรองอยู่ที่นี่ คุณหนูสี่ได้โปรดเปิดประตู”เสี่ยวซีเคาะประตูดังลั่นหลังจากแจ้งข่าวไปเมื่อหนึ่งเค่อที่แล้ว ภายในยังคงเงียบสงบไป๋อวี้พยักหน้าให้สาวใช้เคาะอีกที
ปัง ! ปัง ! ปัง !
“คุณหนูสี่ ได้โปรดเปิดประตูด้วยเ้าค่ะ !”
เสียงด้านข้างในยังคงเงียบกริบ ซึ่งความจริงแล้วหาได้สงบอย่างที่เห็นเสี่ยวซีขยับตัวเอาหูแนบกับประตู ฟังเสียงไปสักพักสาวใช้หมาน้อยที่พยายามกลั้นหัวเราะก็เดินเข้ามากระซิบกับนาง
“เป็เสี่ยวจื่อที่อยู่ในห้องเ้าค่ะนางกระวนกระวายน่าดู”
ไป๋อวี้เหยียดยิ้มพอใจให้สมกับที่สาวใช้ของนางเข้าใจผิดว่าไป๋อวี้จงใจมาก่อกวนไป๋ฮวานางร้ายสาวหันไปกล่าวกับสาวใช้ชั่วคราวสี่คนที่ถูกส่งตัวมารับใช้นางที่วัด
“พังเข้าไป”
“เ้าค่ะ” สิ้นเสียงรับคำทั้งสี่คนออกแรงดันไปสักพักประตูก็เปิดออกเผยให้ภายในเห็นห้องพักที่เล็กและทรุดโทรมกว่าห้องของนางมาก
“คารวะคุณหนูรองเ้าค่ะ” สาวใช้ประจำตัวนางเอกรีบวิ่งมาย่อตัวเบื้องหน้านาง
“น้องสาวของข้าไปไหน” นางแสร้งถามคล้ายไม่เอะใจอันใด
“เอ่อ...”
“ว่าอย่างไร..”
“ข้าอยู่นี่ !” ไป๋ฮวาเดินออกมาจากฉากกั้นด้วยใบหน้าชื้นเหงื่อ
คงใจหายใจคว่ำกันน่าดูเลยสินะ
“อ้าว เม่ยเม่ยอยู่นี่นี่เอง” ไป๋อวี้มองสำรวจไป๋ฮวาั้แ่ศีรษะจดปลายเท้า
นางเอกสาวอยู่ในชุดสีขาวเช่นก่อนหน้านี้ ดูแล้วก็ไม่มีพิรุธอันใดแม้จะรีบวิ่งมาเพียงใดก็ไม่มีอาการหอบ เสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยดีพลาดเพียงอย่างเดียวคือรองเท้านั้นมีเศษดินอยู่มากจนเห็นได้ชัด
หึ ! นางจะแกล้งโง่ไปแล้วกัน
“พี่รองมีธุระอันใดหรือเ้าคะ” น้ำเสียงแข็งกระด้างแตกต่างจากวาจา
“ข้าเพียงติดใจกิริยาของเ้าที่มีต่อหน้าเว่ยหวางจึงมาเพื่อสั่งสอนในฐานะพี่สาว”
ไป๋อวี้สูงกว่าไป๋ฮวาเล็กน้อยนางก้าวเข้าไปประชิดตัวน้องสาวมือเรียวขาวที่ปลายนิ้วยังมีผ้าพันแผลห่อหุ้มไว้เชยคางเรียวแหลมได้รูปของไป๋ฮวาขึ้นสบตาดวงตาหงส์จ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยังคงสงบนิ่งผิดวิสัยที่เคยอ่อนแอขี้ขลาด
“เ้าเป็เพียงลูกอนุชั้นต่ำอย่าริแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อหน้าผู้อื่น เดี๋ยวคนจะหาว่าไม่มีผู้ใดสั่งสอน”ไป๋อวี้เอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาเรียวดั่งตาหงส์สบเข้ากับดวงตาดอกท้อของคนตรงหน้าที่จ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว
ว้าว ! ตายไปหนึ่งชาติแต่ฝีมือการแสดงของนางก็ยังไม่ตก
“ยังไม่รีบขอโทษคุณหนูรองอีก” เสี่ยวซีเอ่ยสำทับเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านั้นยังยืนนิ่งไร้ซึ่งความเคารพอย่างเห็นได้ชัด
“หรือเ้ามารยาทดีแค่ต่อหน้าบุรุษเท่านั้น”
“เ้า !” ไป๋ฮวาพุ่งตัวเข้ามาหานางแต่เสี่ยวจื่อและเสี่ยวเถารีบรั้งตัวคุณหนูของตนเอาไว้
“ข้าทำไม ! ” น้ำเสียงหวานของไป๋อวี้ตะคอกเสียงดังริมฝีปากบางเหยียดยิ้มร้ายกาจ “...ข้าพูดเพียงแค่เ้านี้ยังรับความจริงไม่ได้ข้าว่าสอนวัวสอนควายคงจะเข้าใจง่ายกว่า !”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ !” ไป๋ฮวาสะบัดตัวจากสาวใช้อย่างแรงพุ่งตัวมาที่นางไป๋อวี้ปรายตามองสาวใช้ทั้งสี่ พลันสองในสี่คนก็รีบเข้าไปจับตัวไป๋ฮวาและใช้แรงกดร่างบางให้คุกเข่าลงต่อหน้าไป๋อวี้ สาวใช้อีกสองคนจับตัวสาวใช้ทั้งของไป๋ฮวาเอาไว้อย่างรู้งาน
ช่างเป็ทีมนางร้ายคุณภาพเสียจริง
“หากเ้าทำตัวมีมารยาทกับข้าั้แ่แรกเื่เช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น”
ใบหน้าสวยหวานที่นางแสนเกลียดเงยขึ้น ดวงตาดอกท้อจ้องมองนางอย่างไม่มีทางยอมแพ้แม้ว่าถูกจับตัวไว้แววตาเช่นนี้แหละที่ทำให้ตัวละครชายต่างหลงรักไป๋ฮวาอย่างหัวปักหัวปำ
แต่เวลานี้...ต่อให้ตัวละครชายเ่าั้จะมีมากเท่าใดก็ไม่มีผู้ใดมาช่วยเ้าได้หรอก!
แม้นี้จะเป็การช่วยไป๋ฮวาทางอ้อม แต่การที่ได้รังแกนางเอกผู้ไร้มารยาทก็ถือว่าเป็กำไรของนางร้ายผู้นี้แล้วต่อให้ตอนนี้ไป๋อวี้จะสั่งโบยไป๋ฮวากี่ไม้ โอวหยางเวินโหรวก็ไม่มีทางมาช่วยนางได้ เพราะตอนนี้โชคชะตาได้เปลี่ยนไปแล้ว! แต่นางไม่โบยไป๋ฮวาหรอก...เพราะในวัดในวาเขาว่าห้ามรังแกสัตว์
“ข้ามีทางเลือกให้เ้า...” ไป๋อวี้ยืนหลังตรงปรายตามองสตรีตรงหน้าคล้ายผู้มีอำนาจกำลังมองมดปลวกตัวเล็ก ๆ “..จงเลือกว่าจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมหรือจะงัดข้อกับข้า!”
ไม่ว่าสตรีตรงหน้าจะเป็ผู้ใดมาจากชาติภพไหนแต่หากอยู่ในร่างของไป๋ฮวาผู้มีฐานะต่ำต้อยกว่าไป๋อวี้ อย่างไรก็จะต้องให้ความเคารพแก่นาง ต่อให้ความจริงแล้วไป๋ฮวาจะแสนดีและเก่งกาจเพียงใดแต่ก็ไม่มีสิทธิ์แข็งข้อกับนางผู้เป็คุณหนูรอง !
ผู้ใดดีมา นางดีกลับ
ผู้ใดร้ายมา นางร้ายกลับ
ผู้ใดเสแสร้ง นางจะกระชากหน้ากากมันเอง !
“ปล่อยนาง” ไป๋อวี้ไม่รอคำตอบปล่อยให้ไป๋ฮวาคิดต่อเอง นางไม่้าคำตอบจากปากใครเพราะนางเชื่อคนจากลมปากมามากพอแล้วนางจะเชื่อก็ต่อเมื่อเห็นการกระทำ !
แต่นอกเหนือจากนี้...ขอแกล้งนิด ๆ หน่อย ๆก็แล้วกัน
“นำอาภรณ์ของนางมา”
สาวใช้ทั้งสี่รีบทำตามทันทีไม่นานนักก็มีเสื้อผ้าสีอ่อนลวดลายดอกบัวงดงามอยู่ตรงหน้า แม้เนื้อผ้าและความงดงามของมันจะเทียบไม่ได้กับชุดของนางแต่ก็ถือว่าดีกว่าชุดของสาวใช้ชั่วคราวทั้งสี่คนของนาง
ไป๋อวี้จัดการแบ่งอาภรณ์เนื้อดีให้สาวใช้สี่นางเท่าๆ กัน
“สาวใช้คนใหม่ของเจี่ยเจียไม่มีอาภรณ์ใส่หวังว่าเม่ยเม่ยจะเมตตาบ่าวไพร่บ้าง”
ไป๋อวี้ร้อง หึ ! ออกมาคำหนึ่งแล้วหมุนตัวกลับ
จนแล้วจนรอด....เพราะใบหน้าของไป๋ฮวาทำให้ไป๋อวี้ทำดีกับนางไม่ลงจริงๆ หึ !
“บ่าวดับเทียนนะเ้าคะ”
“อืม”
สิ้นเสียงอนุญาตแสงสว่างภายในห้องพักของไป๋อวี้ก็ดับลงกลายเป็แสงจันทร์ส่องเข้ามาแทนที่ ร่างบางนั่งมองพระจันทร์กลมโตอยู่ริม
หน้าต่างห้องสองมือเล็กกระชับผ้าห่มอุ่นที่คลุมร่างไว้ในใจนึกว่าสิ่งใดกันหนอที่ทำให้นางต้องเป็เช่นนี้
เริ่มจากเื่หลี่เวินโหรวที่นางพยายามจะลืมแต่ก็ลืมไม่ได้....เพียงเห็นใบหน้าของโอวหยางเวินโหรวในภพนี้ไป๋อวี้รู้ตัวดีว่ายังรักเขาอยู่เต็มหัวใจ
การที่นางฆ่าตัวตายไม่ได้หมายความว่านางหมดรักเขาแล้วแต่มันหมายความว่านางหมดหนทางเหนี่ยวรั้งเขาไว้ต่างหาก แม้กระทั่งการตายอันเป็หนทางสุดท้าย...นางก็ยังเหนี่ยวรั้งเขาไว้กับตัวไม่ได้
นางรักเขามากมายเหลือเกิน แต่เขาก็ทำกับนางไว้เ็ปเหลือเกิน
ไหนจะความรู้สึกจากหัวใจของร่างนี้ที่มีให้กับโอวหยางิเซียนทั้งรัก น้อยใจ คาดหวัง เ็ปทุกความรู้สึกนี้ไม่ต่างจากที่นางรู้สึกกับหลี่เวินโหรวเลยแม้แต่น้อย
บางครั้งไป๋อวี้อยากเก็บตัวอยู่ในห้องเงียบๆ ใช้เวลาเยียวยาหัวใจ แต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะตอนนี้นางคือคุณหนูไป๋อวี้ที่มีจุดจบแสนเลวร้ายในขณะที่นางกำลังพยามยามจัดการความรู้สึกไป๋ฮวาก็กำลังดำเนินชีวิตตามซีรีส์ นางไม่อาจยอมอยู่เฉยให้ไป๋ฮวาทำให้ชีวิตนางต้องพบจุดจบเช่นเดิมเด็ดขาด! สุดท้ายในแต่ละวันที่ผ่านพ้นไปไป๋อวี้จึงต้องเก็บความรักและความแค้นทั้งหมดเอาไว้ต่อสู้กับโชคชะตานี้ไปเรื่อยๆ
ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจีก็อย่าได้กลัวไม่มีฟืนเผา* วันนี้นางได้มีชีวิตอีกครั้งย่อมเป็รางวัลที่หาอันใดเปรียบไม่ได้
“เพียงเริ่มต้นใหม่ในชีวิตไป๋อวี้ก็พอ”
น้ำเสียงหวานเอ่ยกับตนเองอย่างแ่เบามือเรียวขาวยื่นมาตรงหน้า ปลายนิ้วที่ถูกพันผ้าขาวปรากฏแสงของมนตราสีแดงที่ค่อย ๆ รวมกันเป็รูปร่างของผีเสื้อสีแดงตัวน้อยและค่อยๆ โผบินจากปลายนิ้วของนางไป
นี่คือวิธีส่งจดหมายมนตราแต่วันนี้นางไม่มีข้อความจะส่งไปให้ผู้ใดจึงมีเพียงผีเสื้อตัวน้อยที่บินเล่นลมอยู่
ปีกบางเล็กพาผีเสื้อสีแดงบินขึ้นสูงไป๋อวี้เงยหน้ามองตามอย่างเพลิดเพลินตรงกลางของดวงจันทร์กลมโตปรากฏผีเสื้อสีชาดโบยบินวนเวียนอยู่เช่นนั้นนางร้ายสาวผลิรอยยิ้มจนเผยให้เห็นลักยิ้มน่ารัก
ใช้มนตราอย่างสิ้นเปลืองไปสักพักเ้าของเสื้อก็ขยับมือเรียวขาวหวังจะสลายมนตรา แต่ขณะนั้นก็มีแสงสีเงินพาดผ่านเข้ามาในสายตานางเมื่อจ้องมองดี ๆ แล้วภาพตรงหน้าคือผีเสื้อสีแดงของนางกำลังบินหยอกล้ออยู่กับผีเสื้อสีเงินปริศนาอันมีฉากหลังเป็ดวงจันทร์กลมโตดวงเดิม
นี่ผีเสื้อมนตราและเป็มนตราสีเงิน !
ั์ตาสีดำขลับเบิกกว้างหันซ้ายหันขวามองหาเ้าของมนตราสีเงินแต่ก็ไม่พบ พอเงยหน้ามองเ้าผีเสื้อมนตราของอีกฝ่ายก็เห็นว่ามันเริ่มออกบินไปแล้ว
ตามไป...ต้องตามไป...
ผีเสื้อมนตราสีแดงโผบินตามผีเสื้อสีเงินของคนแปลกหน้าเช่นเดียวกับร่างอ้อนแอ้นในชุดนอนสีขาวรีบสวมรองเท้าแล้วะโออกไปทางหน้าต่างเตาอุ่นที่กอดอยู่ถูกทิ้งไว้บนเตียงนุ่ม สองขาวิ่งตามผีเสื้อสีเงินอย่างลืมตัว ผ้าห่มผืนใหญ่ถูกทิ้งไว้ในตำแหน่งที่นางเคยอยู่
ไป๋อวี้ไม่รู้ว่าเหตุใดตนจะต้องตามผีเสื้อตัวนี้นางรู้เพียงว่าความรู้สึกบางอย่างเรียกร้องให้นางต้องตามไป
วิ่งมาได้สักพักผีเสื้อสีเงินก็ชะลอความเร็วและบินลงต่ำมือเล็กหมายจะคว้าเอาเผื่อจะรู้เ้าของจากไอมนตราบนตัวผีเสื้อตัวนี้แต่ยังไม่ทันได้เอื้อมมือเข้าใกล้ ผีเสื้อสีเงินก็หายไปพร้อม ๆ กับอะไรบางอย่างััเข้าที่ข้อเท้าในขณะที่นางกำลังจะก้าวเท้าเดินทำให้ร่างบางเสียหลักล้มในทันที
“ดอกกกกกกกกกกกกกก !”
“โอ้ย !”
เป็อีกครั้งที่นางเผลออุทานเป็ภาษาบ้านเกิด ร่างบางหกล้มจนผมเผ้ายุ่งเหยิงนางรีบพยุงตัวขึ้นนั่งและสำรวจตัวเองไป๋อวี้ไม่ได้รับาแใด ล้มไปก็ไม่เจ็บด้วยซ้ำแต่ดูเหมือนพื้นที่นางล้มทับไปต่างหากที่เจ็บกว่า...ได้ยินเสียงร้องโอดโอยเสียงอยู่แ่ๆ ...
แต่เดี๋ยวนะ ! ร้องโอดโอยอย่างนั้นหรือ
“ท่าน !” ั์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างอีกครั้งเมื่อเพ่งมองแล้วพบว่าตนกำลังนั่งทับ‘คน’ อยู่ ! นี่ไม่ใช่พื้นที่ร้องได้แต่คือคนเป็ ๆ ที่ปล่อยให้นางนั่งทับหาได้ผลักไสออกไป
ไม่ใช่เพราะเขาไม่หนักหรือไม่เจ็บอันใด แต่เพราะเขาาเ็จนไม่มีเรี่ยวแรงต่างหาก!
“..มนตรา..สีแดง..” เสียงแหบแห้งของบุรุษทำให้ไป๋อวี้ได้สติร่างบางพาตัวเองลงมาจากหน้าขาของเขาหลังจากล้มลงไปนั่งทับเข้าเต็ม ๆ
“มะ..มนตราของข้าเอง”
นางเอ่ยกับบุรุษตรงหน้าเสียงแ่เบาในหัวคิดทบทวนถึงฉากการพบกันเช่นนี้ของนางร้ายและบุรุษปริศนาตรงหน้า แต่คิดอย่างไร ทบทวนอย่างไรก็ยืนยันว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีในซีรีส์นี่นางมาพบเจอเหตุการณ์ที่เหนือการควบคุมอีกแล้วหรือเนี่ย !
“ใช้มนตราของเ้า..ห้า..ม..เืให้ข้า” น้ำเสียงแหบพร่าอ่อนแรงยังคงพยายามสื่อสารกับนางไป๋อวี้มองรอยเืตามพื้นไล่มาจนถึงาแของบุรุษที่ได้รับาเ็
อาการกลัวเืเริ่มทำให้นางมือสั่น
“ข้า..ข้าทำไม่เป็”
“เ้านี่มัน....โง่งมเสียจริง”
ก็ข้าข้ามภพมาเพื่อเป็นางร้ายสายสวยไม่ใช่นางเอกสายเทพ !
--- จบตอน---
E-Book>> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------
*ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจี ก็อย่าได้กลัวไม่มีฟืนเผาหมายถึง ตราบใดที่ยังมีชีวิต ย่อมต้องมีความหวัง