จวนเซี่ยกั๋วกงอยู่อีกฟากฝั่งของเมืองหลวงต้องนั่งรถม้าผ่านใจกลางเมืองจึงต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางพอสมควร เสี่ยวเหลียนกำลังนั่งขมวดคิ้วด้วยความกังวลอยู่ตรงหน้า แต่อู๋ฟางเหนียงกลับไม่ได้รู้สึกกังวลใดๆ นางตั้งใจเอาไว้แล้วว่าตอนขากลับนางจะติดสินบนคนขับรถให้ไปส่งนางยังจุดใกล้เคียงกับร้านค้าของตนเอง ขอแค่มีเงินนางก็ไม่กังวลว่าจะซื้อคนมาเป็ของตนเองไม่ได้ ยิ่งผู้คนในจวนไหวอันโหวแห่งนี้แค่นางมีเงินมากพอก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะไม่มีคนของตน
“คุณหนูหากถึงจวนเซี่ยกั๋วกงแล้วก็ยิ่งยากที่พวกเราจะหนีออกนอกจวนได้นะเ้าคะ” เสี่ยวเหลียนพูดพลางขมวดคิ้ว
จวนเซี่ยกั๋วกงนอกจากจะมีการคุ้มกันอย่างหนาแน่นแล้ว ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เคยเรียนวรยุทธ์กับนางก็ล้วนแล้วแต่ทำงานที่นั่น ตัวนางนั้นหากเทียบกับบรรดาศิษย์ในสำนักแล้วนับว่ามีความสามารถธรรมดา หากไม่เพราะตอนเด็กนางมีหน้าตาสะอาดสะอ้านและอยู่ในวัยเดียวกันกับอู๋ฟางเหนียงนางก็คงจะไม่ได้ถูกส่งมาอยู่ข้างหายของอู๋ฟางเหนียง แถมพอย้ายมาอยู่จวนไหวอันโหวแล้วนางก็แทบจะไม่ได้ฝึกฝนและร่ำเรียนเพิ่มอีกเลย หากจะให้นางพาอู๋ฟางเหนียงหลบหนีออกจากจวนเซี่ยกั๋วกงก็นับว่าเป็เื่ที่เกินความสามารถของนางแล้ว
“ผู้ใดว่าข้าจะลักลอบหลบหนีจากจวนเซี่ยกั๋วกงกันเล่า เอาไว้ตอนขากลับพวกเราก็แค่ใช้เ้าสิ่งนี้เพียงเท่านั้น” อู๋ฟางเหนียงเอ่ยพลางชูถุงเงินอันหนักอึ้งให้สาวใช้ของนางดู เสี่ยวเหลียนที่่นี้ได้มีโอกาสทำเื่เหลวไหลร่วมกับอู๋ฟางเหนียงอยู่บ่อยครั้งก็สามารถเข้าใจได้ในทันที
“ที่แท้บ่าวก็ยังต้องพัฒนาอีกมาก ถึงจะคิดตามคุณหนูของบ่าวได้ทัน” เสี่ยวเหลียนเอ่ยออกมาพลางพยักหน้าชื่นชม ส่วนอู๋ฟางเหนียงก็แค่เพียงแค่นหัวเราะออกมาแล้วหันไปแอบแง้มผ้าม่านเพื่อดูทิวทัศน์ข้างนอกรถม้า
เมื่อถึงจวนเซี่ยกั๋วกงก็เห็นว่าหมัวมัวข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซี่ยและหมัวมัวข้างกายของเซี่ยฮูหยินยืนรออยู่หน้าประตูจวนแล้ว อู๋ฟางเหนียงลงจากรถม้าภายใต้การประคองของเสี่ยวเหลียน หมัวมัวทั้งสองรีบมาคารวะต้อนรับในทันที
“ลำบากหมัวมัวทั้งสองแล้ว” อู๋ฟางเหนียงเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม หมัวมัวทั้งสองรีบเอ่ยถ้อยคำปฏิเสธเป็พัลวันพลางช่วยกันเชื้อเชิญนางเข้าไปข้างในบอกกับนางว่าพอฮูหยินผู้เฒ่าและเซี่ยฮูหยินรู้ว่านางจะมาเยี่ยมเยียนที่จวนพวกนางก็ตั้งตารอนางั้แ่เช้าแล้ว อู๋ฟางเหนียงจึงได้เดินเข้าจวนไปภายใต้การนำทางของหมัวมัวาุโทั้งสอง
“หลานอกตัญญูฟางเหนียงขอคารวะท่านยายและท่านป้าสะใภ้เ้าค่ะ” อู๋ฟางเหนียงเอ่ยพลางย่อกายคารวะด้วยท่วงท่าสง่างามและนอบน้อม ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซี่ยและเซี่ยฮูหยินต่างพากันยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
"ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่เดือน คิดไม่ถึงว่าไม่เพียงฟางเหนียงจะโตขึ้น ท่วงท่ากิริยาก็สง่างามมากขึ้นกว่าในกาลก่อนมาก หากไม่รู้มาก่อนป้าก็คงจะหลงเข้าใจว่าเ้าได้มีโอกาสเข้าไปร่ำเรียนกิริยาจากหมัวมัวาุโในวังเลยอย่างแน่นอน มาสิ! เ้าเข้ามาใกล้ๆ ให้ท่านไร้ความสามารถเ้าดูหน่อย"
เซี่ยฮูหยินผู้นี้เป็สตรีที่มาจากสกุลต่งมารดาของนางคือท่านหญิงเพราะมีเชื้อสายจากราชวงศ์นางจึงได้เป็คนที่ถือสาเื่มารยาทมากพอสมควร นางเป็มารดาของบุตรชายสามคนและมีบุตรชายภายใต้ชื่อนางอีกสองคน คนสกุลเซี่ยรุ่นลูกของนางจึงยังไม่มีสตรีถือกำเนิดเลยสักคน แม้แต่บ้านรองและบ้านสามที่แยกบ้านไปแล้วก็ยังไม่มีโอกาสได้อุ้มชูเด็กผู้หญิง อู๋ฟางเหนียงจึงนับๆ ได้ว่าเป็หลานสาวต่างสกุลที่ทุกคนในสกุลเซี่ยต่างมอบความรักและความเอ็นดูมากเป็พิเศษ เพราะในรุ่นของนางสำหรับสกุลเซี่ยในตอนนี้ยังไม่มีเด็กสาวสักคนในสกุล
“เยว่เลี่ยง…ไม่ใช่สิ เ้าคือฟางเหนียง อืม ยิ่งเติบใหญ่ก็ยิ่งงดงามเหมือนดั่งมารดาของเ้า” ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซี่ยเอ่ยพลางจ้องมองอู๋ฟางเหนียงด้วยดวงตาที่เอ่อคลอดไปด้วยหยาดน้ำตา
“ท่านยาย..” อู๋ฟางเหนียงที่ขยับตัวเข้าไปเอ่ยเรียกยายของตนพลางก้มหน้าลง
“เสียดายที่วันนี้มารดาของเ้าไม่ได้อยู่เลี้ยงดูเ้า ได้ยินป้าสะใภ้ของเ้าบอกว่าความเป็อยู่ของเ้าภายในจวนไม่ค่อยจะดีนัก แม้กระทั่งเจ็บไข้ก็ยังต้องให้สาวใช้มาขอความช่วยเหลือที่นี่ มารดาเลี้ยงก็ช่างเถอะจะให้นางดีต่อเ้าเหมือนมารดาแท้ๆ ได้อย่างไร แต่บิดาและพี่ชายของเ้านี่สิ ไม่รู้ว่าจิตใจของพวกเขาทำด้วยอะไรเหตุใดจึงได้ละเลยสายเืของตนเองได้เช่นนี้” เซี่ยฮูหยินเอ่ยพลางดึงมือของนางไปเกาะกุมด้วยความสงสาร
ในขณะที่ท่านยายของนางด่าบิดาและพี่ชายของนางด้วยวาจา ส่วนอู๋ฟางเหนียงนั้นก็ได้แต่ด่าบิดาและพี่ชายอยู่ในใจ สำหรับนางแล้วนางคิดว่าเื่เช่นนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับจิตใจของพวกเขาหรอก แต่น่าจะเป็เพราะสมองของพวกเขาต่างหากที่มีปัญหา สตรีคลอดบุตรธรรมดาแล้วก็ดั่งกับก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าประตูนรกแล้ว หากไม่อยากให้มารดาของนางตายจริงพวกเขาก็ไม่ควรให้มารดาคลอดนางั้แ่แรก หากกำจัดนางไปเสียั้แ่ตอนที่นางยังเด็กไม่แน่ว่าบุญคุณความแค้นในชาติที่แล้วของนางอาจจะไม่ได้มีมากมายเท่าในยามนี้ก็เป็ได้
“ท่านแม่นานๆ ครั้ง ฟางเหนียงจะได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนท่าน วันนี้พวกเราอย่าได้พูดถึงเื่ที่ทำให้หดหู่ใจอีกเลยเ้าค่ะ” เซี่ยฮูหยินเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นางหันไปปรบมือส่งสัญญาณให้สาวใช้ยกหีบใส่เครื่องประดับและหีบใส่เครื่องแต่งกายเข้ามาหลายหีบ
“นานๆ ครั้งท่านยายของเ้าจะมีความทรงจำอันแจ่มใส่ เพราะกังวลว่าอาการเจ็บไข้จะทำให้นางลืมเลือนเื่ราวไปอีก ท่านยายของเ้าก็เลยสั่งให้ข้ารีบเตรียมสินเดิมให้เ้าเสียแต่เนิ่นๆ เ้ามาก็ดีแล้ววันนี้จะได้นำสินเดิมที่ท่านยายของเ้าตั้งใจมอบให้เ้ากลับไปด้วยตนเองเสียเลย”
“ขอบคุณท่านยายและท่านป้านะเ้าคะ เพียงแต่ทรัพย์สินเหล่านี้ล้วนมีค่าและเป็ของสำคัญ หากฟางเหนียงนำกลับไปด้วยก็อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้” อู๋ฟางเหนียงเอ่ยพลางก้มหน้าลงเพื่อปิดบังแววตา
อันที่จริงแล้วนางก็อยากจะรีบนำไปเก็บเอาไว้เป็ทุนรอน เพียงแต่่นี้นางยังไม่พร้อมที่จะนำกลับไปด้วยจริงๆ สินเ้าสาวจำนวนหลายหีบนี้อาจจะเป็ตัวกระตุ้นความริษยาของสองแม่ลูกที่อยู่ในจวนโหวได้ ่นี้นางต้องพยายามละเว้นการปะทะไม่เช่นนั้นเื่การค้าของนางอาจจะชะงักงันได้ ถึงแม้ว่าซ่งซื่อจะไร้ความสามารถแต่นางไม่อาจจะละเลยความสามารถของอู๋ฟางเซียนได้
“เหตุใดจะรักษาไม่ได้ ผู้ใดกล้าแตะต้องทรัพย์สินของเ้ายายแก่ผู้นี้แม้ตายก็จะไม่ยอมให้พวกมันเหยียบจมูก เ้าเป็หลานสาวของข้าหากผู้ใดกล้ารังแกเ้าก็เปรียบเสมือนรังแกข้าเช่นกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยออกมาด้วยความโกรธ
“ขอท่านยายได้โปรดระงับโทสะด้วยเ้าค่ะ เอาเป็ว่าทรัพย์สินเหล่านี้ฟางเหนียงขอรบกวนท่านป้าสะใภ้ช่วยเก็บให้ฟางเหนียงก่อน วันใดที่ฟางเหนียงออกเรือนก็รบกวนท่านป้าช่วยส่งสินเ้าสาวเหล่านี้ไปให้ฟางเหนียงด้วยนะเ้าคะ” อู๋ฟางเหนียงเอ่ยพลางหันไปทำสีหน้าออดอ้อนป้าสะใภ้
“เอาเถอะๆ ป้าจะช่วยเ้าเก็บเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน จริงสิวันนี้ป้าเตรียมของโปรดเอาไว้ให้เ้ามากมายเ้าจะต้องอยู่ร่วมกินอาหารมื้อเย็นกับป้าและท่านยายของเ้านะ” เมื่อเซี่ยฮูหยินเอ่ยถึงเช่นนี้มีหรือที่อู๋ฟางเหนียงจะปฏิเสธนางรีบเอ่ยปากรับคำด้วยความนอบน้อม ในใจก็คิดว่าหลังจากจบมื้อเย็นแล้วในตอนขากลับนอกจากนางจะแวะดูร้านค้าและพูดคุยกับบรรดาผู้ดูแลร้าน นางจะได้หาโอกาสแวะเดินเล่นเที่ยวชมตลาด่เย็นด้วย นานๆ ครั้งจะได้มีโอกาสเช่นนี้แล้วนางจะปฏิเสธไปทำไมกันเล่า