ภายในห้องทำงานของซีอีโอแอดแก๊งเอเจนซีหนุ่มใหญ่ผู้เป็เ้าของห้องกำลังนั่งเคาะนิ้วเป็จังหวะเชื่องช้าสม่ำเสมออย่างอารมณ์ดีจ้องมองหญิงสาวร่างเล็กที่นั่งก้มหน้าก้มตาหยิบเอกสารในแฟ้มที่เธอนำมาด้วยอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขาอย่างพึงพอใจก่อนที่การเคาะนิ้วนั้นจะหยุดลง แล้วเปลี่ยนเป็ยื่นมือออกไปรับเอกสารที่เธอยื่นมาให้แทน
“นี่ค่ะ เรเฟอเรนซ์เลตเตอร์ จากหน่วยงานที่ฝนไปทำงานมาตอนที่อยู่อเมริกาค่ะ”
“อันที่จริงไม่ต้องก็ได้นะเพราะไอ้เต้มันเป็เรเฟอเรนซ์ให้น้องฝนเรียบร้อยแล้ว พี่ยินดีมากนะครับ ที่น้องฝนเลือกเอเจนซีของพี่นับเป็เกียรติมาก”
“หูย...ฝนสิคะที่รู้สึกเป็เกียรติมาก ที่พี่รับฝนเข้าทำงานด้วย” ไอฝนตอบรับพร้อมรอยยิ้มหวาน ๆ ที่เกือบจะกลายเป็ยิ้มแหยด้วยไม่คาดคิดว่าซีอีโอของที่นี่จะให้เกียรติเธอถึงเพียงนี้ไม่รู้ว่าผู้ที่คนตรงหน้าเอ่ยถึง มาบรรยายอะไรเกี่ยวกับเธอเอาไว้บ้างหากว่าเธอทำไม่ได้ตามนั้นขึ้นมา คงพากันเสียชื่อไปหมดคิดแล้วก็ได้แต่ต่อว่าคนที่ถูกพูดถึง ‘เก่งจริงนะพี่เต้ เื่สร้างความกดดันให้คนอื่นเนี่ย’
ทว่าไอฝนก็เลือกที่จะถามซีอีโอตรงหน้าอีกครั้งเพื่อเป็การยืนยันให้เธอแน่ใจว่าเขาได้รับเธอเข้าทำงานแน่แล้ว“ว่าแต่...นี่พี่รับฝนเข้าทำงานที่นี่แล้วใช่มั้ยคะ?”
“หึ ๆ ใช่สิครับ”สวย เก่ง ท่าทางคล่องแคล่วขนาดนี้แถมเพื่อนรักยังบรรยายสรรพคุณของคนตรงหน้าเอาไว้เสียมากมายถ้าปล่อยให้หลุดไปที่เ้าอื่นได้ ก็นับว่าพลาดแล้ว “เรียกพี่ว่าพี่วัฒน์ดีกว่าครับจะได้ดูเป็กันเองหน่อย ที่นี่เขาเรียกพี่วัฒน์กันทุกคน”
“ได้ค่ะ พี่วัฒน์ ฝนขอบคุณมากนะคะ”ไอฝนไหว้ขอบคุณ พูดไปยิ้มไปด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มดีใจ
“แล้วน้องฝนพร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่ครับพรุ่งนี้เลยมั้ย”
“ฝนขอเวลาหนึ่งอาทิตย์ค่ะฝนเพิ่งกลับมาไทย ขอเที่ยวให้หายคิดถึงหน่อย หวังว่าฝนคงไม่ทำให้ที่นี่รอนานเกินไปนะคะ”
เธอเพิ่งจะกลับจากอเมริกามาได้ไม่กี่วันตั้งใจว่าจะเที่ยวให้หายคิดถึงประเทศไทยเสียหน่อย หลังจากที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมาเสียสิบกว่าปีแต่ปรากฏว่าพี่ที่เคารพนับถืออย่างเต้ เตวิชท์ กลับโทรทางไกลมาเร่งให้เธอรีบเข้ามายื่นเอกสารแสดงตัวตนกับเอเจนซีแห่งนี้เสียก่อนหากเธอไม่คิดอยากพิสูจน์ความเป็มืออาชีพของเอเจนซีโฆษณาแห่งนี้ว่าสมกับชื่อเสียงที่เล่าลืออยู่หรือไม่ เธอคงไม่เสียดายที่จะทิ้งโอกาสนี้ไปแล้วไปเที่ยวเมืองไทยให้สาสมใจตามที่วางแผนไว้แต่แรกแทน
“ไม่เลยครับงั้นอีกหนึ่งอาทิตย์เจอกัน ยินดีที่จะได้ร่วมงานกันครับ”ซีอีโอหนุ่มใหญ่ลุกขึ้นยืน ยื่นมือให้พนักงานคนใหม่ของตนจับเป็การต้อนรับอย่างกันเอง
“นั่นใครน่ะสวยดีเนอะ” แคทรียา เออีสาวของบริษัทดันเก้าอี้ล้อเลื่อนที่ตนนั่งอยู่ให้เคลื่อนเข้าไปหาเพื่อนที่นั่งอยู่โต๊ะติดกันแล้วกระซิบถามเมื่อเห็นว่ามีสาวสวยหน้าตาไม่คุ้นเคย เดินออกมาจากห้องของบอสใหญ่
“น่าจะเป็เด็กเส้นมั้ง”คำตอบของมุกสุดาเรียกความอยากรู้อยากเห็นของคนถามได้เป็อย่างดี
“เส้นไหน? แล้วเส้นมาทำอะไร?แล้วแกรู้ได้ไงอะมุก?” แคทรียาจ้องเพื่อนร่วมงานสาวเขม็งอย่าง้ารู้คำตอบ
“ก็เมื่อสองวันที่แล้วบังเอิญฉันเข้าไปในห้องพี่วัฒน์ ทันได้ยินพี่แกคุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้เหมือนกันประมาณว่ามีเด็กอยากแนะนำให้มาทำงานที่นี่ โพรไฟล์ดี สวย อะไรประมาณนี้แหละฉันก็ได้ยินไม่ถนัด แต่ที่แน่ ๆ คือ จะเข้ามาวันนี้ฉันก็เลยเดาเอาว่าน่าจะคนนี้แหละ”
“แล้วเข้ามาทำอะไรเหรอหวังว่าไม่ใช่เออีนะ ฉันไม่ค่อยถูกกะเด็กเส้นน่ะ ี้เีมานั่งสอนงานพวกทำงานไม่เป็แต่อยากเติบโต”
“ฉันไม่รู้ ถ้าแกอยากรู้นะแคทแกก็เข้าไปถามพี่วัฒน์ดูสิ”
แคทรียาส่ายหน้าหวือ “ไม่เอาหรอกงานของฉันยังคาอยู่เลย ปิดงานไม่ได้ซะที เข้าไปให้โดนพี่วัฒน์เม้งเอาน่ะสิ” พูดจบก็เลื่อนเก้าอี้ตัวเองกลับมาประจำโต๊ะเช่นเดิมทว่าสายตาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินตรงไปยังบันได สลับกับห้องของเ้านายไปมาอย่างนึกปรามาสว่าสวย ๆ อย่างนี้จะทนงานในเอเจนซีนี้ได้สักเท่าไหร่กัน
บนท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์มากมายที่พากันมาจอดติดไฟแดงราวกับนัดกันมารวมตัว หนึ่งในรถยนต์เ่าั้มีรถของนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งรวมอยู่ด้วย วันนี้เขาขับรถเอง เนื่องด้วยคนขับรถคู่ใจลางานไปเฝ้าภรรยาที่กำลังคลอดบุตรและตัวเขาก็ไม่้าใช้งานคนที่ไม่รู้ใจ จึงขับรถออกมาจากบ้านเองเป้าหมายคืองานแต่งงานแห่งหนึ่ง ที่เชิญให้เขาไปเป็ประธานฝ่ายเ้าบ่าวและอีกไม่กี่นาทีก็จะถึง หากไม่ถูกสกัดเอาไว้ด้วยสัญญาณไฟแดงเช่นนี้นับเกือบสิบนาทีแล้ว
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นักการเมืองสูงวัยท่านนี้เกิดความวิตกได้เท่ากับความตึงเครียดในสภาที่ต้องเผชิญอยู่ในสองสามวันนี้เพราะ่นี้เป็่เปิดสมัยประชุมสภาท่านเป็เป้าหมายหนึ่งที่ฝ่ายค้านจ้องเล่นงาน และความคิดมากมายที่อยู่ในหัวนั่นเองที่ก่อตัวเป็มวลความเครียดขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเริ่มแสดงออกมาเป็หายใจติดขัด พร้อมกับอาการแน่นเจ็บแปลบที่หน้าอกราวกับมีของแหลมมาทิ่มแทงมือซ้ายเกาะกุมหน้าอกของตนเอาไว้ มือขวาจับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่นเหงื่อในกายเริ่มผุดออกมาเป็เม็ด ในขณะที่รถยังคงเคลื่อนตัวได้ทีละนิด ๆ สติของบุคคลผู้มีความสำคัญต่อประเทศเริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ จนในที่สุด...
โครม!!
รถยุโรปสุดหรูชนขอบฟุตพาทไปหยุดอยู่กับเสาไฟ โชคดีที่เสาไฟไม่ทันได้หักโค่นหรือล้มลงมาทับ ในขณะที่คนขับรถหมดสติใบหน้าฟุบกดลงกับพวงมาลัยรถไปเรียบร้อยแล้วเสียงแตรรถดังไปทั่วบริเวณ เรียกให้ผู้คนรวมถึงตำรวจจราจรที่อยู่บริเวณนั้นเร่งเข้ามาดูและให้ความช่วยเหลือ
“ครับพ่อ” ชายหนุ่มที่อยู่ภายในรถ SUV คันสวยกดปุ่มที่พวงมาลัยรถก่อนจะส่งเสียงตอบรับปลายสายที่โทรเข้ามา
(ออกจากจุฬาฯ แล้วใช่มั้ยลูก)
“ครับพ่อ ผมกำลังจะกลับไปที่คอนโดฯครับ”
(อย่าเพิ่งสิลูกพ่ออยากให้ครามเข้ามาที่โรงพยาบาลก่อน)
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
(พ่อว่าครามเข้ามาดูเองดีกว่า)
“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมรีบไป”
คุณหมอหนุ่มกดปุ่มวางสายแล้วหักพวงมาลัยเข้าซ้าย เพื่อเตรียมเลี้ยวซ้ายแยกข้างหน้า แต่สิ่งที่พบกลับทำให้เขาต้องจอดรถที่ข้างทางนั่นแล้วลงไปดูไทยมุง ด้วยเข้าใจว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นและตัวเขาอาจจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
เสียงโหวกเหวกโวยวายถามหาหมอ หรือผู้ที่จะสามารถช่วยปฐมพยาบาลคนหมดสติได้ดังขึ้นไปทั่วบริเวณ
“ผมเป็หมอ ขอทางเข้าไปหน่อยครับ”ประโยคจากคุณหมอหนุ่ม ทำให้ผู้คนแหวกออกเปิดทางให้คนที่ประกาศตัวเป็หมอเดินเข้าไปจนถึงตรงกลางที่บัดนี้มีคนป่วยนอนอยู่บนพื้นฟุตพาท
ทั้งนี้เพราะตำรวจจราจรที่เข้ามาดูเหตุการณ์ในตอนแรกตบประตูเรียกคนขับรถให้มีสติเป็ครั้งสุดท้ายเพื่อปลดล็อกประตูรถให้ จนพวกเขาสามารถช่วยคนขับออกมาจากรถคันหรูนั่นได้และเมื่อได้เห็นว่าใครที่เป็เ้าของรถหรูนั่นไทยมุงต่างก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพนาทีชีวิตของนักการเมืองชื่อดังระดับประเทศเอาไว้ ด้วยการหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายคลิปกันเกือบทุกคนบางคนถึงกับไลฟ์สดกันเลยทีเดียว
ผู้ที่แสดงตัวเป็หมอรีบเข้ามาดูอาการของคนเจ็บ เมื่อพบว่าหมดสติแน่แล้ว ก็รีบจัดการทำ CPR ปั๊มหัวใจให้ทันที
“แจ้ง 1669 รึยังครับ”เสียงเอ่ยถามผู้คนรอบข้างดังขึ้น ในขณะที่สองมือประสานกัน วางส้นมือไว้ตรงจุดตัดระหว่างกลางลำตัวกับแนวราวนมแล้วกดลงแรงเป็จังหวะสม่ำเสมอไม่ได้หยุด
“เรียบร้อยแล้วครับ” เสียงจากตำรวจจราจรที่ทำหน้าที่กันไทยมุงให้ห่างออกไป เพื่อให้ผู้ประสบอุบัติเหตุได้มีอากาศหายใจและคุณหมอหนุ่มได้ทำงานอย่างสะดวก
“แถวนี้มีเครื่อง AED[1] บ้างมั้ยครับ ในป้อมมีมั้ย?” คุณหมอหนุ่มหันไปถามตำรวจจราจร ทั้งที่มือยังคงทำหน้าที่ไม่ได้หยุด
“ในป้อมไม่มีครับหมอ”นายตำรวจหนุ่มตอบกลับ ก่อนจะหันไปช่วยถามคนอื่นด้วย “มีใครมีบ้างไหมครับ เครื่อง AED มีใครมีไหมครับ”
เสียงถามต่อ ๆ กันไปแต่ไม่มีวี่แววว่าจะมีเสียงตอบรับในทางบวกในขณะที่คุณหมอหนุ่มยังคงทำการปั๊มหัวใจให้กับคนเจ็บต่อไปไม่ได้หยุดสลับกับการเป่าปากไปด้วย จนใบหน้าหล่อใสเกลี้ยงเกลา เริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาตามไรผมและไหลลงมาตามกรอบหน้า ลงไปสู่ลำคอเปียกปอนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เริ่มแนบกับลำตัว เพราะแรงที่เสียไปประกอบกับอากาศที่อบอ้าวเหมือนฝนจะตกอยู่ในขณะนี้ จนผู้ที่มุงดูในวงกว้างโดยเฉพาะสาวๆ ที่สอดส่ายสายตาทะลุทะลวงบวกจินตนาการของตน ปะติดปะต่อจนเห็นภาพกล้ามเนื้อแน่นหนัดสมชายชาตรีของคุณหมอหนุ่มไปเสียแล้วกล้องโทรศัพท์มือถือหลายกล้องเลื่อนจุดโฟกัส จากคนเจ็บมาเป็คนที่กำลังปฐมพยาบาลแทนก็มี
เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังมาแต่ไกลทำให้คุณหมอหนุ่มใจชื้นขึ้นมาได้ เพราะนั่นหมายถึงอุปกรณ์ในการช่วยชีวิตมาถึงด้วยเช่นกัน
ทีมกู้ชีพนเรนทรมาถึงพร้อมกับอุปกรณ์รับ่ต่อจากคุณหมอหนุ่มทันทีก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะหายตัวไปจากตรงนั้น โดยที่ยังไม่มีใครได้ทันสังเกต เพราะมัวแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างของนักการเมืองชื่อดัง
[1] เครื่องAED (Automatedexternal defibrillator) คือ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ ทำหน้าที่เป็เครื่องอัตโนมัติที่สามารถอ่านคลื่นหัวใจขณะที่หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน และสามารถกระตุ้น ให้หัวใจกลับมาเต้นเป็ปกติได้