ตอนที่11
หอพัก
ในห้องทำงานเล็กๆที่ตั้งโต๊ะคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่เพียงเครื่องเดียวมีหญิงสาวผมสีชมพูมัดรวบคนหนึ่ง นั่งเก้าอี้ทำงานกำลังจดจ้องหน้าจอทว่าหล่อนนั้นไม่ได้ทำงาน ดวงตาสีอเมทิตส์เพ่งมองภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในหน้าจอมีผู้ชายสองคนเดินด้วยกัน วิดีโอนั้นเมื่อมองชัดๆอาจสับสนว่าเป็คู่ชายหญิงรึเปล่าเพราะคนหนึ่งในจอมีใบหน้าเหมือนเด็กผู้หญิง เพียงแค่เครื่อบแบบชายที่สวมชวนให้งุนงงนิดหน่อยแต่เป็คู่ชายชายน่ะถูกแล้ว
ใบหน้างดงามปรากฏรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมีริ้วแดงที่แก้มคล้ายเขินอาย แต่ความจริงคือเืกำลังสูบฉีด ลมหายใจหอบถี่เรียวขาสองข้างใต้โต๊ะบิดถูกันไปมาอย่างอดไม่อยู่หล่อนกำลังจดจ่อกับภาพตรงหน้าจมดิ่งกับจินตนาการไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนกำลังอยู่ร่วมห้องด้วย
แต่คนที่ว่าก็กำลังกอดอกมองหน้าจอนั้นเช่นกัน ดวงตาสีมรกตมองหน้าจอนั้นตามเพื่อนสาวแวบหนึ่งจากนั้นจึงวางเอกสารปึกที่ถือมาลงบนหัวสีชมพูทำให้คนที่กำลังความคิดกำลังเตลิดไปไกลได้สติแต่กระนั้นดวงหน้าแดงระเรื่อเพียงหันมาหาสหายพร้อมยิ้มเอ่ย
“ดูสิชาลล็อตน้องเธออ่ะใจแตกแล้ว เค้าจูงมือผู้ชายชวนกันไปเข้าห้องหอ สามีเค้าก็หล่อภรรยาก็สวย เหมาะสมกันมาก คืนเข้าหอที่จะมาถึงนี้ทำให้ใจฉันหวั่นไหวไปหมด” พูดจบ เืกำเดาก็ไหลออกมาจากจมูกโด่งเรียวพูดออกมาแบบนั้นทั้งที่ในภาพทั้งคู่ไม่ได้แตะตัวกันด้วยซ้ำ
เรียกว่าจินตนาการจนเห็นภาพหลอนสมควรเข้าโรงพยาบาลไปรักษาอย่างยิ่ง
‘เก่งเสียของ’ชาลล์ล็อตคิดเช่นนั้น แล้วถอนหายใจออกมาเพราะเข้าใจนิสัยอีกฝ่ายพูดทิ้งท้ายราวปล่อยวาง
“เอาที่สบายใจเลยยัยผีถ้ำมอง” เธอยกเอกสารจากหัวเพื่อนสาว แล้ววางลงที่ว่างบนโต๊ะแทน “นี่เอกสารการจ้างงานวันนี้ คัดแยกส่งให้ฝ่ายบัญชีด้วย” จบประโยคครึ่งัสาวครุ่นคิดถามอย่างเป็ห่วงปนอยากรู้
“เืเชียร์เธอกินไปกี่ขวดล่ะนั่นเปิดมิติเป็สิบ”
“ขวดเดียวก็เอาอยู่น่าเห็นภาพน้องเธอกับเหล่าฮาเร็มของเขา หัวใจฉันก็มีพลังขึ้นมาแบบ200% รู้สึกถึงชีวิตที่พุ่งพล่านเลยแหละ”
“….......”
ไม่น่าเป็ห่วงเลย….
“เธอเอานาฬิกาประหลาดอะไรให้น้องชายฉันใส่” ัสาวนึกขึ้นได้เพราะตงิดๆกับเพศของน้องชายที่บัญชีนักศึกษาถามคาดคั้นให้แน่ใจ
อีกฝ่ายเพียงเกาหัวขำแฮะๆที่ถูกจับได้ ดูท่าเธอจะต้องไปทำเื่กับพวกสายEขอเรือนใหม่มาให้ครุสใส่แทนแล้ว
“ขอเงินค่าเสียหาย1,000ยูท” ชาลล็อตขู่เอาเงินโต้งๆ ทำเอารีอาเปลี่ยนสีหน้าเปลี่ยนอารมณ์ทันควัน ทั้งสองเถียงกันสักพัก สุดท้ายก็จบลงด้วยชัยชนะของชาลล็อต ที่ว่าด้วยผิดกฎโรงเรียนและกฎหมายเยาวชน
………………………….
ในทางเดินที่เชื่อมไปยังหอพักชายเป็ทางเดินกว้างที่พอจะเอาคนมาเดินเรียงกันได้สิบคนมีเด็กหนุ่มและไม่สมหนุ่มสองคนเดินข้างกันไปยังหอพักด้วยรูปร่างที่โดดเด่นของและระดับพลังของทั้งสอง ทำให้มีคนสนใจคู่นี้อยู่ไม่น้อย
มนตรา ตรวจสอบ ระบุค่าไม่ได้
พลังจิต กดดัน ไม่สะทกสะท้าน
คำสาป ผูกยึด ไม่มีผล
ตรวจสอบได้แค่โปรไฟล์จากนาฬิกาเบื้องต้นซึ่งพบว่าเป็เด็กใหม่ แต่ด้วยดีกรีนามสกุลของครุสที่เป็ถึงน้องชายชาลล์ล็อตและเผ่าพันธุ์ของทั้งคู่คนที่สนใจเห็นดังนั้นก็เริ่มติ๊กสองคนนี้เข้าบัญชีตัวประหลาดเรียบร้อยพลางคิดว่าทั้งคู่เป็คู่ที่เหมาะสมกันดี แต่ถ้าถึงตอนต่อสู้
ต้องลงมือให้หนักๆ
ครุสไม่ได้สนใจสายตาคมกริบราวกับจะส่องให้ทะลุเ่าั้เ้าตัวเพียงคิดว่าคงจะเป็เพราะหน้าตาชวนเข้าใจผิดเพศของเขา ไม่ก็คนผมเทาด้านหลังเด็กหนุ่มทำเพียงก้มหน้ามองแผนที่จากหน้าจอนาฬิกา นำทางไปยังที่พัก
เื่เริ่มจากครุสตรวจโปรไฟล์ด้วยนาฬิกาก็มีรายชื่อลูซขึ้นมาทันทีเพราะเป็รูมเมทสังเกตดูก็รู้ว่าลูซใช้เทคโนโลยีบนข้อมือไม่เป็เลยหรือไม่ก็คงไม่ใส่ใจจะใช้คนหน้าหวานเห็นดังนั้นจึงพูดชวนอีกฝ่ายไปดูห้องด้วยกัน แม้คนใบ้หน้าหล่อจะไม่พูดอะไรแต่ก็เดินตามเขามาเหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่เป็ด
แม้ลูกเป็ดตัวนี้จะตัวโตกว่าแม่เป็ดก็ตามที….
เมื่อเห็นเป้าหมายเป็ตึกหอสูงครุสก็ละจากนาฬิกาเดินเปิดประตูเข้าไปภายใน มีโถงรับรองดูโอ่โถงกว้างขว้างแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาสำรวจ ครุสเดินตรงเข้าไปยังสิ่งที่เรียกว่าลิฟต์ตรงหัวเสาเขารู้วิธีใช้มันั้แ่ตอนอยู่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งกาโอเป็คนสอน ดูเหมือนครึ่งสิงห์หนุ่มจะเคยมายูโทเปีย และคุ้นเคยกับเทคโนโลยีในเมืองนี้เป็อย่างดี
เมื่อเข้าลิฟต์ก็มีรุ่นพี่ผู้ชายอีกสองคนตามมาด้วย ทั้งสองมองมาทางครุสและลูซพร้อมทำหน้าประหลาดแล้วพูดกับพวกเขาอย่างเข้าอกเข้าใจ
“ไอ้หนูหัวเทา เอ็งนี่ร้ายไม่เบาเลยนะพาสาวน่ารักเข้าห้องั้แ่วันปฐมนิเทศเลย ถ้าหลบนาฬิการอดก็หลบครูให้ดี อย่าลืมใส่ถุงยางด้วยล่ะที่นี่ท้องตอนเรียนโดนไล่ออกนะ”
“……” ลูซไม่เอ่ยคำปฏิเสธใด
ส่วนครุสคล้ายจะสตั้นกับประโยคนั้นไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะโวยวายใส่รุ่นพี่พวกเขาก็เดินออกจากลิฟต์ไปแล้ว ทำเอาเด็กเบ้าหน้าไม่สมหนุ่มอ้าปากค้างแล้วหุบก่อนจะมีสีหน้าบิดเบี้ยวะโลั่นลิฟต์
“โว้ยยยยยยย!!!ทำไมแกไม่แก้ต่างหน่อยวะ ไอ้ลูซ!!!!”ครุสกระชากคอเสื้อคนตัวสูงกว่าอย่างโมโหจนใบหน้าทั้งสองใกล้กันไม่ถึงคืบ ลูซได้สติหลังจากเหม่อๆหลับๆตามนิสัยไปพักหนึ่งในดวงตาสีรัตติกาลมีความใอยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นใบหน้างดงามเกรี้ยวกราดอยู่ในระยะอันตราย ใบหน้าหล่อเหลามีริ้วแดงจางๆ
“!?????”
ครุสคล้ายจะรู้ตัว รีบปล่อยคอเสื้อนั้นราวกับจับของร้อนใบหน้างดงามที่หันหลังให้แดงระเรื่อด้วยความโกรธและอับอายในใจพยายามตั้งสติและปรับอารมณ์ให้เย็นลงอย่างสุดความสามารถไม่นานลิฟต์ก็ถึงชั้นที่หมาย
‘เย็นไว้ ครุส เย็นไว้เดี๋ยวเราค่อยแก้ต่างให้คนในหออีกทีก็ยังไม่สาย’
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงครุสก็เดินอยู่ในโถงมองหาห้อง013อยู่ชั่วครู่ ไม่นานก็เจอป้ายไฟเรืองแสงน้อยๆหน้าประตูเขามองชื่อใต้แผ่นสีดำใช้แสกนนาฬิกาเวลาเข้าห้องพักระบบนี้เขาค่อนข้างคุ้นเคยเพราะมีตัวอย่างที่โรงแรมแล้ว
ลูซ เซนิเรเซีย
ครุส เทียเมียซิส
คาเรฟ ดัสซาลินด์
และมีช่องว่างที่ยังไม่มีชื่ออีกหนึ่งช่อง
ครุสยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาแสกน ประตูจึงเปิดออกทำให้เขาสำรวจห้องรอบๆโดยมีเด็กหนุ่มผมเทาเดินตามมาด้านหลัง
ไม่เลว นี่คือความคิดแวบแรกที่มองห้องพักคร่าวๆส่วนแรกที่ก้าวเข้ามาคือพื้นที่นั่งเล่นที่เล็กกว่าห้องนั่งเล่นที่บ้านเขาเล็กน้อยโซฟาสีน้ำเงินเข้มสามชิ้นตัวยาวหนึ่งตัวสั้นเหมือนเก้าอี้สอง หันเข้าหาโต๊ะเตี้ยรับแขกและสิ่งที่คนยูโทเปียใช้ติดตามข่าวสารเรียกว่า โทรทัศน์ ข้างบนมีนาฬิกาเข็มบอกเวลาติดผนังทั้งคู่อยู่ข้างกัน
เด็กหนุ่มเดินสำรวจไปอีกหน่อย ด้านซ้ายเป็ผนังกั้นห้องครัวเล็กๆไร้ประตูมีตู้เย็นเตาแก๊สที่ดูดควัน เตาอบตู้เก็บของติดกำแพงและซิงค์ล้างของแต่ไม่มีจานและวัตถุดิบอาหาร ด้านขวาเป็ประตูห้องน้ำมีอ่างจากุชชี่ขนาดแช่ได้หนึ่งคนตรงมุมห้อง และเครื่องสุขภัณฑ์ครบครันสำหรับคนหลังเขาอย่างเขาคือค่อนไปทางหรูหรา
ถัดมาคือส่วนห้องนอน มันเป็ส่วนเดียวกับห้องรับแขกไปเลยดูแปลกๆไม่น้อยแต่ก็มีผ้าม่านยาวถึงพื้นเลื่อนได้กั้นไว้ให้พอเป็โซนของมัน มีเตียงสองชั้นสองเตียงติดกันตู้เสื้อผ้าและโต๊ะติดผนัง กับเก้าอี้เล็กอย่างละสี่ชุดข้างสองฝั่งเตียงเนื้อที่ของโซนนี้ถือว่ากว้างที่สุดในห้อง อยู่ได้สี่คนไม่อึดอัดนอกหน้าต่างมีระเบียงโดนแดด เครื่องซักผ้าและราวตากผ้า
แน่นอนว่าที่พักดีๆแบบนี้ หากเป็ในตัวเมืองยูโทเปียค่าห้องไม่ถูกแน่นอนแต่สวัสดิการนักเรียนบาเซนไฮด์ทำให้ไม่มีค่าเช่า ทว่าน้ำที่เปิด กับไฟฟ้าที่ใช้จะมีค่าใช้จ่ายและถ้าห้องมีความเสียหายจะโดนปรับเงินและลดคะแนน
ลูซเปลี่ยนจากเสื้อลำลองที่สกปรกมาทั้งวันเป็ชุดลำลองอีกชุดและทำความสะอาดโดยใช้เวทมนตร์ให้ลมหมุนรอบตัว ครุสที่เห็นพลันรู้สึกอิจฉาลึกๆ ผลปรากฏ.....
'ไม่อนุมัติให้ใช้เวทมนตร์ค่ะ'สิ้นเสียงโมโนโทนจากนาฬิกาบนข้อมืออีกฝ่ายลูซก็ถูกซ็อตด้วยกระแสไฟฟ้าจนเห็นแสงวูบวาบได้ชัดเจนครุสใแต่ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้ ถัดจากนั้นไม่กี่วินาทีกระแสไฟฟ้าก็หยุดลง ร่างสูงเกิดควันลอยโขมง ผมสีเทาบางเส้นเด้งขึ้นมาชี้โด่เด่
"อะ...เอ่อ"ครุสทำท่าจะเข้าไปช่วยลูซทำเพียงแค่หันหน้ามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ทำคนถูกจ้องหยุดชะงักใบหน้านิ่งๆไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่ควันที่ลอยขึ้นและกลิ่นไหม้ที่โชยแตะจมูก ทำให้ไม่รู้ว่าข้างในสุกยังแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดชำระกายในห้องน้ำแต่แต่โดยดี
'ไฟซ็อตยังทำหน้าตายได้ สัตว์ประหลาดจริงๆ'
'เอ...หรือตายด้านดีหว่า?'
..........................................
เครฟยังคงหอบของกินเดินหลงทางอยู่นาน เนื่องจากมัวแต่ถล่มงานเลี้ยงจนอิ่มแล้วหลงกับเพื่อนๆไม่ได้เข้าหอพักทันที เดินย่อยอาหารเตร็ดเตร่ดูรอบอาคารเรียนทั้งหลายล้วนแปลกตาตึกสี่เหลี่ยมสูงเป็ระเบียบพุดราวเป็ป่าคอนกรีตแต่ก็มีพื้นว่างโล่งไว้ทำกิจกรรมอยู่ทัวร์โรงเรียนไปกินไปอย่างไม่ตั้งใจอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดก็เห็นหมายเลขห้องพักอยู่ลิบๆ
"อู่อั้นเอง"ของกินเต็มปากชุดสุดท้ายทำให้พูดได้ไม่ชัดพอเข้าไปดูประตูใกล้ๆก็พบกับแผ่นสีดำมีไฟปรากฏชื่อของตน พร้อมทั้งลูซและครุส
‘บังเอิญเกินไปม้างมันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ แถมเลขห้องนี่เป็มงคลสุดๆ’เครฟพูดในใจพลางนำนาฬิกาไปทาบประตูห้องเปิดออกพบกับลูซและครุสที่กำลังจัดของอยู่หน้าตู้เก็บของเหล็กคนละฝั่ง
"อ้อ มาแล้วเหรอ"ครุสเป็คนทักแต่ยังไม่ละจากกองสิ่งของ ส่วนลูซเพียงแค่ปรายตามองนิ่งๆเป็เชิงว่ารับรู้ก่อนจะหันไปจัดสัมภาระเช่นกัน
เครฟเห็นของวิบวับที่ครุสหยิบเข้าตู้แวบๆต่อมความอยากรู้ถูกกระตุ้นทำให้รีบพุ่งเข้าไปดู ครุสก็ปิดตู้เหล็กทันดังปึ้ง!แต่เครฟไม่สะท้านที่โดนปิดประตูต่อหน้า ดวงตาเขียวมะนาวยังคงใสแจ๋วหันมาสนใจอย่างอื่นแทน
“นี่อะไรอ่ะครุส” เครฟหยิบสายรัดตัวสีดำวางอยู่ข้างตัวครุสออกมากางดูมันรัดสะโพกทับด้วยผ้ายืดซ้อนกันเป็ชั้น พาดไหล่ยาวถึงข้อมือ ตรงข้อมือและผ้ายืดที่รัดเอวมีช่องเป็รูว่างบางส่วนให้สอดของเข้าไปได้“อ๋อสายรัดตัวเก็บอาวุธลับ ให้ตายสิ ถ้าใส่แล้วคงดูลามกพิลึก”
ครุสหน้าแดงสลับดำเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นนั่นสายรัดที่เขาใส่ข้างในเสื้อนอกไว้หยิบอาวุธลับ ถึงตอนรถรางจะไม่ได้ใส่ก็เถอะแต่จากนี้ไปจะไม่ประมาทแล้ว คิดพลางรีบแย่งของกลับมา คว้าดึงสายรัดตัวจากมือเครฟแต่นั่นคือโอกาส เครฟปล่อยมือจากสายรัด เปิดประตูตู้ทันที
วินาทีที่บานตู้เหล็กเปิดออกแสงสว่างวาบก็สะท้อนแยงตา เห็นไหมสัญชาติญาณของเครฟไม่เคยพลาด พื้นที่ว่างที่สมควรเก็บเสื้อผ้ากลับเต็มไปด้วยอาวุธมีคมสีเงินเย็นเหยียบนานาชนิดกองอยู่เต็มตู้ มีั้แ่มีดทำครัวมีดแล่เนื้อ มีดปอกผลไม้ และมีดอีกหลายรูปทรงยันอาวุธใหญ่อย่างดาคาตานะ สารพัดดาบสั้นดาบยาวครุสคุมอารมณ์ด้วยสีหน้าดำมืด นับ123ในใจไม่ให้ถีบเอลฟ์ตรงหน้าแล้วเกิดผลเสียตามมา
“ฉันว่าแล้วว่าได้กลิ่นอาวุธชั้นเยี่ยม นี่ของโลหะหมื่นทิศจากแดนั์สินะเท่ชะมัด” เครฟหยิบมีดเล่มหนึ่งออกมาวิจารณ์ โบกไปโบกมา ฉับพลัน!กลไกลับของมีดทำงาน ด้ามมีดฝั่งหันคมเปิดรูเล็กออกมา ทิศทางนั้นก็เป็ลูซที่กำลังเก็บของอยู่ครุสที่คุ้นกับอาวุธของตนและปฏิกิริยารวดเร็วพอปัดมือเครฟ เบี่ยงวิถีเข็มเงินเล่มเล็กให้พุ่งไปฝังผนังห้องแทนที่จะเป็หัวเทาๆแต่ฤทธิ์มันไม่จบแค่นั้น เข็มนั้นเริ่มละลายเมื่อถูกปลดจากกลไก
“อุดจมูก!!!”ครุสะโลั่น ควันสีเขียวคลุ้งโขมงทั่วห้องทันที สุดท้ายบรรยากาศก็กลับมาสงบเพราะตัวก่อเื่สามารถใช้เวทลมฟอกอากาศได้
......................................
"ฉันหานายแทบตาย ไปอยู่ไหนมาห้ะะะ!!!"เสียงตวาดของคาเรนดังก้องทั่วสถานที่นัดพบกลุ่มคือโรงอาหารซึ่งตอนนี้เปิดเพียงร้านของทานเล่นไม่กี่ร้าน ทุกคนยังคงอยู่ในชุดลำลอง เอลฟ์สาวกระชากคอเสื้อของคนสูงกว่าลงมาด้วยสีหน้าเดือดดาลคล้ายจะแยกเขี้ยวได้ติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ทำเอาเธอเป็ห่วง แต่เ้าตัวต้นเหตุที่หน้าเหมือนก็ดันทำเมินซะนี่
"ไปหายใจมา"คำตอบน่าเอาเท้าไปประทับแม้จะเป็ความจริงทำให้คาเรนเรียกหนังสือเวทออกมา เครฟเห็นดังนั้นก็รีบชิ่งหนีนางั์แต่นางั์ที่ว่าก็ถูกรั้งไว้ก่อนโดยเพื่อนใหม่รูมเมท
"อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ ถ้าสถานที่เกิดความเสียหายจะโดนหักคะแนนนะ"เ้าของเสียงหวานดับไฟที่ครุกครุ่นโดยการรั้งแขนสองข้างสองเอลฟ์สาวไว้จากด้านหลังดวงตาสีม่วงอเมทิตส์มีแววขอร้อง
"อย่ารั้ง เอเลน่า ถ้าวันนี้ไม่ได้เด็ดลิ้นออกจากปากมัน ฉันลงแดงแน่"ดูเหมือนการที่ฝาแฝดคู่นี้ตีกันบ่อยๆจะเป็เื่ปกติ
“คราวหลังโทรหากันก็ได้นี่นาฬิกานี่สามารถเพิ่มเพื่อนด้วยรหัสนักศึกษาแล้วโทรหากันได้นะ” กาโออธิบายด้วยเหตุผล แต่ดูเหมือนคาเรนไม่ได้ฟังตอนนี้หล่อนกำลังวิ่งไล่กวดเครฟอย่างเอาเป็เอาตาย และไม่มีใครห้ามเธอได้แล้วเพราะเพื่อนสาวที่ช่วยรั้งไว้โดนสะบัดออกเสียงโครมครามของข้าวของทำให้หลายคนเสียวสันหลังว่าจะมีลูกหลงแบบไหนลอยมาชนหัว
"นี่ พรุ่งนี้เราต้องเลือกสายแล้ว ฉันเลือกสายBนะแล้วทุกคนจะอยู่สายไหนล่ะ"ลูน่าพูดขึ้นกับกลุ่มที่ยังพอคุยรู้เื่พรุ่งนี้ทางโรงเรียนจะจัดการให้นักเรียนลงทะเบียนเลือกสายอย่างจริงจังซึ่งแต่ละคนก็ตอบออกมา
“สายB”กาโอตอบ เซเลน่าที่ได้ยินดังนั้นรีบเปลี่ยนสายในใจ ความจริงหล่อนอยากเข้าสายAมากกว่า แต่เ้านายมีความเสี่ยงแบบนี้ ไม่ได้แล้ว
“สายBเหมือนกันเพคะ” กาโอที่ได้ยินรีบโวย
“ทำไมเธอต้องเรียนสายเดียวกับฉันด้วย” เซเลน่าที่ได้ยินแบบนั้นรีบเถียงพร้อมใส่ความ
“หน้าที่ของฉันคือปกป้องท่านลูน่าจะตัวติดกันก็ไม่แปลกแกน่ะแหละเรียนสายเดียวกับพวกเราคิดอะไรไม่ดีอยู่แน่ๆ”
“จะบ้าเรอะอย่าอินกับหน้าที่จนตรรกะเพี้ยน แล้วพาลใส่ชาวบ้านนะเฮ้ย!”กาโอโต้กลับทำให้ฝ่ายหญิงยิ่งไม่ยอมเกิดากันอีกคู่ในโรงอาหารเพียงแต่เป็าน้ำลายชวนปวดหัวลูน่าเห็นดังนั้นจึงหันมาคุยกับครุสที่น่าจะคุยรู้เื่ที่สุดในกลุ่มตอนนี้หวังว่าเธอจะไม่ทะเลาะกับเขาไปอีกคู่นะ
"นี่!ครุส นายเหม่ออะไรน่ะ"ลูน่าเขย่าตัวอีกฝ่ายให้ตายสิ จะมีคนปกติบ้างไหมเนี่ย
“อ้ะ! โทษทีฉันกำลังตัดสินใจอยู่น่ะ”ครุสพูดขึ้นเขาเหม่อไปเพราะมีเื่ให้คิดเยอะ“ฉันคงจะเรียนสายAแหละ”
“เอาจริงดิ ดูไม่เหมาะกับนายเลยนะ” ลูน่าให้ความเห็นเด็กหนุ่มที่หน้าสวยกว่าเธอไปเรียนสายต่อสู้กายภาพเหรอเนี่ยนี่มันไม่ต่างกับหนุ่มกล้ามโตใส่ชุดเมดเลย แค่กรณีของครุสมันสลับกัน
พอแวมไพร์สาวจินตนาการถึงภาพเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าโฉมสะคราญงามล่มเมืองแต่มีกล้ามโตหนาบึกบึนเหมือนนักเพาะกล้ามผู้เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลังหล่อนก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เอาน่าอาจไม่แย่มั้ง?
หารู้ไม่ ใช่ว่าครุสอยากเรียนสายนี้แต่เ้าตัวทำได้เพียงแค่โวยวายในใจ แล้วแถตอบไปให้สมเหตุสมผล
“ฉันว่าฉันไม่ใช่สายพลังแฝงน่ะ”ได้ยินดังนั้น ทำให้แวมไพร์สาวคล้อยตาม
“นั่นสินะ นายเป็ันี่น่าเผลอๆน่าจะแรงเยอะกว่าเซเลน่าอีกมั้ง” โชคยังดีประโยคนี้ลูน่าเอ่ยออกมาตอนที่องค์รักษ์ประจำกายกำลังทะเลาะกับคู่อริไม่งั้นครุสคงไม่แคล้วถูกชวนงัดข้อให้กระดูกหัก
ครุสเพียงแค่ยิ้มรับแต่ในใจเหงื่อตก ได้แต่กรีดร้องว่าพูดแบบนั้นไปทำไมยิ่งแย่กว่าเดิมอีก!
คนหนังบางคล้ายจะเอ่ยอะไรแก้ต่างเล็กน้อยแต่ก็ต้องชะงักเมื่อดวงตาสีเืจ้องเขม็งตาเขาอย่างสังเกต จนเห็นเงาตนสะท้อนในเนตรโลหิตกลมโต ทำเอาครุสเสียอาการเล็กน้อย ให้ตายสิทำไมวันนี้มีแต่เื่แปลกๆเกิดขึ้นกับเขากันนะ
"สีตานายแปลกดีนะถ้าสังเกตดีๆ"
"หา?"
"ปกติตาสีแดงที่ฉันเคยเห็นมีแดงเื แดงเพลิง แดงเืนก แดงอ่อน แต่ไม่ค่อยเห็นแดงทับทิมเลยแฮะ"คำพูดนั้นทำให้เ้าของสีตาขมวดคิ้ว
"งั้นเหรอฉันว่ามันก็คล้ายๆแดงเืเหมือนเธอนะ"ครุสคิด ตลอดชีวิตก็โดนเข้าใจผิดบ่อยๆว่าเป็ปีศาจเพราะสีตาที่สืบทอดมาจากพ่อทำให้เขาเข้ากับคนฝั่งแดนเทพไม่ค่อยได้ทั้งที่พูดภาษาพวกเขาได้คล่องทีเดียวมือจับหางตาแ่เบา จะว่าไปเคยได้ยินว่าพวกผู้หญิงจะเห็นสีได้มากกว่าผู้ชาย แถมบางเผ่าอาจเห็นคนละอย่างกับที่เรารับรู้ด้วยซ้ำแต่บทสนทนาก็จบลงเพราะมีบางอย่างดึงความสนใจทั้งสองไป
"อ้าว!!นั่นลูซนี่น่า"หลังจากที่เด็กสาวผมทองั์ตาม่วงยับยั้งศึกสองแฝดให้สงบลงได้โดยใช้ยาสงบจิตผ่านการดมซึ่งเป็ตลับกลิ่นที่เธอพกติดตัว ก็เดินไปหาลูซที่นั่งกอดอกหลับอย่างโดดเดี่ยวด้วยท่าทีสนิทสนม
คนทั่วทั้งบริเวณต่างให้ความสนใจเพราะคนแบบนี้ การที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักเข้าหาและมีท่าทีเหมือนรู้จักมันผิดวิสัยสุดๆ นิสัยบุคลิกอย่างหมอนี่ มีคนรู้จักด้วยรึ!? แม้มันจะหล่อมากๆจนสาวหลายคนแทบรุมทึ้งเข้าไปชวนคุยบ่อยๆก็ตามทีแต่พ่อหน้าหล่อผมเทาก็ทำเหมือนว่าสตรีทั้งหลายเป็อากาศธาตุใครพูดอะไรก็นิ่งเงียบไม่ต่างจากรูปปั้น
แล้วพอเข้าไปทักหรือวุ่นวายกับหมอนี่ก็มักเกิดอภินิหาร ดินยุบ พูดไม่ได้เดินเข้าใกล้ไม่ได้ โดนพลังงานผลักออกเหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกันสาวๆหลายคนจึงได้แต่ยอมแพ้ในตอนนี้ และสาวคนนี้คงไม่เนียนทำเป็รู้จักใช่ไหม?
ดวงตาสีรัตติกาลลืมขึ้นสบดวงตาสีม่วงอย่างหาดูยาก เพียงแค่จ้องมองนิ่งๆแต่เธอก็ไม่ได้หลบตา ซ้ำยังพูดด้วยอย่างสนิทชิดเชื้อราวกับรู้จักกันมานาน
"สวัสดีค่ะไม่นึกเลยว่าลูซจะมาเรียนที่นี่ด้วย"เด็กสาวทักทายอย่างสนิทสนมแม้เด็กหนุ่มจะไม่ได้ตอบอะไรเลย
"........"
"ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ ขอบคุณเื่เมื่อตอนนั้นมากเลยค่ะ"เธอพูดแม้ตอบอีกฝ่ายจะไม่ได้ตอบ เพียงแค่จ้องเธอนิ่งๆเท่านั้น
"........."
"อ้อ ท่านพ่อฝากมาบอกด้วยค่ะว่าไว้วันหลังจะเลี้ยงแซนวิซเยอะๆ"
"........."
"โอ้ย!ไม่มีปัญหาค่ะ ทางเรายินดี"
ประโยคสนทนาที่ฝ่ายหญิงพูดเพียงคนเดียว ช่างเป็บทพูดพิลึกพิลั่นหาฟังยากนักหรือว่าคุยกันทางโทรจิตกันนะ ทุกคนคิดแบบเดียวกัน
"ลูซ!!นี่แกแอบซ่อนสาวน่ารักไว้งั้นเรอะ!! นึกว่าแกจะตายด้าน เซ็กเสื่อมนกเขาไม่ขัน เป็โรคกล้ามเนื้อตึง แล้วเข้าลัทธิมืดซะอีก!!!"เครฟเห็นดังนั้นชี้หน้าะโร่ายยาวลั่นโรงอาหารทำให้ลูซปรายตามองมานิ่งๆแต่แฝงแววไม่พอใจ ทว่าเื่ไม่จบลงแค่นั้น
"พรืด!!!"ครุสกำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับพ่นออกมาจนเปื้อนโต๊ะไปหมดยังดีที่ไม่มีใครนั่งตรงข้าม แล้วสำลักน้ำไอแค่กๆ
'"อุ้บ!"ลูน่ากลั้นขำจนตัวงอ เช่นเดียวกับคาเรนตามด้วยลูกน้องอย่างเซเลน่า
"กร้ากกๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ!!!"ในวงกลุ่มหัวเราะกันอย่างไม่เกรงใจ จนคนนอกทั้งหลายที่หันมามองส่งสายตาแปลกๆซุบซิบกันว่าพวกนี้กินยาไม่เขย่าขวด
"ฮ่าๆๆๆๆโอ้ย!!!สุดยอดดด!! เครฟ! ขอบคุณที่เป็ปากแทนฮ่าๆๆๆๆไม่ไหวแล้ว!!!!"กาโอหัวเราะจนน้ำตาเล็ดพร้อมยกนิ้วโป้งให้ตัวต้นเื่ที่เป็กระบอกเสียงบอกความในใจของคนในกลุ่มให้ลูซได้ยินบอกได้เลยว่าอัดอั้นกับท่าทีหมอนี่มานานแล้ว แต่ใจไม่กล้าหน้าไม่ด้านพอที่จะตำหนิต่อหน้าตรงๆ
คนที่เพิ่งได้ฉายาว่า'เซ็กเสื่อม'ค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผมสีเทาปรกหน้า เสียงหัวเราะค่อยๆเงียบลงเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะะเิอะไรออกมาจะได้เตรียมเผ่นหนีได้ทันแต่ผิดคาดเมื่อมือหนาจับหมับตรงข้อมือบางของเอเลน่าแล้วใช้เวทเคลื่อนย้ายหายวับไปทันที โดยไม่กลัวไฟฟ้าจากนาฬิกาซ็อตเลยแม้แต่นิด
"วู้ววว! อายแล้วซิ่งแถมฉุดสาวไปทำเื่ล่อแหลมในที่ลับตาพวกเราอีกต่างหาก นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ"เครฟทำเป็ส่ายหน้าอย่างระอาใจ สร้างเสียงหัวเราะครืนกับคนในกลุ่มอีกระลอก
...........................................
ยามสายัณห์ที่ดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ลมเอื่อยพัดเบาๆเหมาะแก่การออกมาเดินเล่นทั้งสองเดินเคียงคู่กันแต่ก็ไม่ได้จับมือถือแขนกระนั้นฝ่ายหญิงก็พูดกับฝ่ายชายเจื้อยแจ้ว แม้อีกคนจะไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ
"ร้านแซนวิซที่ลูซเคยไปกินมีเมนูใหม่ออกมาแล้วนะคะลูซต้องชอบแน่ๆเลยค่ะ"อีกฝ่ายพูดอย่างร่าเริง
"......"
"ค่ะ วันไหนถ้าคุณกลับไปที่เซนต์ทาเรีย ก็บอกฉันด้วยนะคะ"
"......."
"เอ่อ ขอโทษนะคะ ที่นั่นสงบลงหรือยังคะ"
"......"
"ดีจังเลย อย่างน้อยลูซก็เหนื่อยน้อยลงสินะคะ"
"........"
"จริงสินะคะ... อ้อ จะว่าไป"เด็กสาวหยุดพูดพร้อมหันกลับเงยหน้าหาเด็กหนุ่มแสงสีส้มจากทิศตะวันตกกระทบใบหน้าหวานยิ้มแย้ม ผมสีทองมัดแกละต่ำปลิวไสวไปตามลมภาพตรงหน้าทำให้ลูซถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ
เพราะมันช่างคล้าย.....กับใครบางคน
"ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยฉันเอาไว้"เอเลน่ายิ้มขอบคุณจากใจจริงทำให้ริมฝีปากหนาได้รูปของเด็กหนุ่มที่เรียบเป็เส้นตรงมาตลอด เหมือนจะยกขึ้นมานิดหนึ่งอย่างยากสังเกตเมื่อดวงตาสีรัตติกาลสบกับดวงตาสีอเมทิตส์ตรงๆ ใบหน้าของเด็กสาวก็ขึ้นสีพร้อมหันหลังกลับไปพูดกลบเกลื่อน
"อะ....เอ่อ กลับหอกันดีกว่าค่ะ ตอนนี้ทุกคนคงรอกันที่ห้องแล้ว"เธอหันหลังรีบก้าวฉับๆนำหน้าเด็กหนุ่มไป ลูซก็ก้าวเดินตามไปด้านหลัง
ต่อให้คล้ายกันแค่ไหน ก็ไม่มีทางเป็คนเดียวกัน......
...........................................
นักเรียนบาเซนไฮด์ไม่ได้มีจำนวนที่เยอะนัก ทั้งโรงเรียนมีนักศึกษาเพียง700กว่าคนหอนักเรียนพักชายหญิงจึงมีรวมกันเพียงสี่หอสูงเจ็ดชั้น และหอพักพิเศษไว้สำหรับบางเผ่าที่ไม่มีเพศหรือมีจุดประสงค์อื่นที่ไม่สามารถพักกับหอรวมอีกหนึ่งหอประกอบด้วยส่วนห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางไว้ใช้ร่วมกันห้องพักนั้นมีทั้งห้องพักคู่ ห้องพักสี่คน และห้องพักเดี่ยว
ห้องพักสี่คนจะพักฟรีไม่เสียค่าเช่ารายเดือนแม้จะห้องของครุสจะมีแค่สามคนก็ตาม แต่ห้องพักเดี่ยวและห้องพักคู่ต้องเสียค่าเช่าเช่นกาโอที่ไปทำเื่หาห้องพักคนเดียว ลูน่าเซเลน่าที่อยู่ด้วยกันแค่สองคนและคาเรนที่สุ่มรูมเมทได้เป็เอเลน่า ทุกห้องพักต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าเอง
และตอนนี้เหล่ารุ่นน้องชายปีหนึ่งกำลังถูกสั่งให้มารวมตัวกันที่โถงส่วนกลางของหอเสียงคุยซุบซิบดังไปพักหนึ่งแต่เสียงดัดสูงหัวเราะโฮะๆที่ไม่ใช่เสียงสตรีแท้ดังกังวานขัดจังหวะชวนให้ชายทั้งหลายขวัญผวาใจกระตุก ทั้งโถงเงียบกริบทันทีอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องขู่
ไม่นานก็ปรากฏร่างของสาวใหญ่คนหนึ่งในชุดกระโปรงสั้นถึงต้นขาที่เต็มไปด้วยขนกับมัดกล้ามชุดสายเดี่ยวสีแดงสดอวดต้นแขนบึกบึนและผิวขาวผิดกับหุ่น หน้าตาคมเข้มคางบุ๋มคิ้วหนาดกดำและผมสีเดียวกันมัดแกละสูงราวสาวน้อยดวงตาสวมแว่นกันแดดดำแม้จะอยู่ในร่มและตกกลางคืนแล้ว
ร่างนั้นทำให้รุ่นน้องทั้งหลายแทบลมจับแค่มีชายหน้าเหมือนสตรีอยู่ในหอ บางคนก็ถือว่าลำบากต่อการแยกแยะ กระอักกระอ่วนเวลาอยู่ร่วมกันแล้วผู้คุมหอยังเป็สาวประเภทสองที่มีร่างกายกำยำยิ่งกว่าใคร นอกจากจะปวดตาแล้วยังสยองพิลึกไม่กล้าคิดเลยถ้าใครกล้ามีเื่กับคนนี้จะโดนอะไรบ้าง
"โฮะๆสวัสดีเหล่านักเรียนปีหนึ่งทุกคน ฉันไม่ใช่คุณครู แต่เป็ผู้คุมหอชาย ชื่ออลิซแมคโนเลีย เรียวฉันว่าพี่สาวก็ได้นะจ๊ะ”สาวใหญ่หัวหน้าหอพูดเสียงดัดสูงผ่านผลึกกระจายเสียงให้ได้ยินกันทั่วถึงขนลุกกันทั่วทุกคน
“พวกเธอหน้าตาไม่เลวเลยถ้าพฤติกรรมในอนาคตไม่น่าปวดหัว ฉันคงเอ็นดูพวกเธอได้ไม่ยากเลยนะเนี่ย” สิ้นประโยคต้อนรับ ทุกคนคล้ายว่าจะพองขนได้ สยองลึกไปถึงกระดูก
"วันนี้ ทุกคนเชิญพักตามสบายไปก่อนเพราะพรุ่งนี้ทางโรงเรียนจะทำการเลือกสายและระดับชั้น ซึ่งมันค่อนข้างยุ่งยากถ้าเกิดปัญหาอะไรให้กดกริ่งหน้าห้องพักของฉันซึ่งอยู่ชั้นล่าง ้าปรึกษาอะไรว่างๆ ก็มาคุยกับฉันสองต่อสองได้นะจ้ะ จุ๊บ"สาวใหญ่พูดจบ ปากหนาที่ทาลิปสติกสีแดงสดก็ห่อออกคล้ายจูบอากาศทำเอาหลายคนคล้ายหน้ามืดลมจับ จากนั้นใช้แขนล่ำๆทั้งสองกอดอกใหญ่แน่นๆแล้วกล่าวต่อ
“แล้วถ้าใครอยากย้ายหอนั่นก็เป็สิทธิ์ของพวกเธอ แม้ว่าฉันจะเสียใจมากแต่ก็ต้องยอมปล่อยให้นกน้อยในรังเติบใหญ่บินสู่ฟากฟ้า”สิ้นประโยคตัดพ้อก็ทำสีหน้าหม่นหมอง แต่คนเห็นย่อมไม่มีอารมณ์ร่วม
“เอาล่ะ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ขอให้ทุกคนกลับฝันดีนะจ๊ะ” สิ้นเสียงและร่างที่จากไปของผู้คุมหออลิซ รุ่นน้องใหม่ทั้งหลายก็โล่งอกเครฟพูดกับครุสอย่างหวาดหวั่น
“คนๆนั้นน่าขนลุกเป็บ้า เนอะครุส” ครุสได้ยินเพียงขมวดคิ้ว คนๆนี้เขาก็ไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้นนี่น่าก็ดูเป็คนใจดีทีเดียว
“นายอคติเกินไปรึเปล่าเครฟฉันว่าเขาก็ไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้นนะ”ครุสเป็พวกที่ถ้าใครไม่ทำอะไรแย่ๆใส่ตน ก็ไม่ค่อยอคติกับอะไรนัก เครฟแย้งออกมา
“แต่เสียงดัดสูงๆเพี้ยนๆนั่นกับการแต่งกายของเขาทำฉันปวดตาทำไมเขาถึงไม่ใส่เสื้อแบบพวกเรากันล่ะ”สิ้นประโยคนั้นของเครฟรุ่นพี่ที่ผ่านมาได้ยิน ก็เดินมาพูดอย่างเข้าใจ
“ฉันเข้าใจนะปีแรกที่เจอเธอฉันก็เป็แบบพวกนายนะแหละ แต่เจ้อลิซก็ไม่ได้แย่ไว้พวกนายอยู่ไปนานๆจะเข้าใจ”รุ่นพี่คนนั้นตบบ่าเครฟอย่างเข้าใจ ก่อนจะมองมายังครุงอย่างสงสัย
“แล้วเธอมาอยู่หอชายทำไมล่ะเป็ผู้หญิงไม่ใช่เรอะ”
ครุส“……..”
กาโอ(กลั้นขำจนตัวสั่น)
เครฟ(ขำก้ากเสียงดังจนคู้ตัวกุมท้องนั่งไปกับพื้น)
ลูซ(มองมาด้วยหน้านิ่งๆไม่มีส่วนไหนขยับแต่แววตาดูวิบวับอารมณ์ดี?)
“พี่ครับ….”ครุสสูดหายใจคุมอารมณ์ไม่ให้ตะคอกใส่รุ่นพี่พร้อมกล่าวอย่างพยายามสุภาพ “ผมเป็ผู้ชายครับ”
“แต่น้องเป็ผู้หญิงไม่ใช่เรอะ?”อีกฝ่ายว่าพลางโชว์นาฬิกาจอแสดงผลปรากฏโปรไฟล์เพศหญิงของครุสเด่นหราทำเอายิ่งตอกย้ำคล้ายมีศรปักอก
กาโอเห็นใบหน้าของครุสมืดครึ้มคล้ายอยากจะต่อยรุ่นพี่เต็มทนใบหน้าเหมือนกับพวกผู้หญิงเวลารอบเดือนมาเลย แค่กๆ
“แต่เขาพักหอชายน่ะครับ ยังไงระบบอาจจะผิดพลาดให้เขาพักที่นี่ก่อนดีกว่าครับ ไม่งั้นเขาคงไม่มีที่นอนยุงกัดแย่เลย” กาโอแจกแจงให้รุ่นพี่ฟัง อีกฝ่ายเข้าใจแต่ก็เอ่ยต่อ
“แต่ผู้หญิงพักกับผู้ชายจะดีเรอะไปคุยกับหอพักหญิงไม่ดีกว่าเหรอให้ฝั่งนั้นหาห้องชั่วคราวให้ก่อน”
“ผมเป็ผู้ชายครับ” ในที่สุดครุสก็ยอมกัดฟันเอ่ยออกไป ซ้ำย้ำรอบที่สองอย่างอดกลั้น ทว่ารุ่นพี่ยังคงไม่เชื่ออีกสุดท้ายกาโอต้องเอ่ยสมทบเพราะไม่อยากให้เกิดเื่บานปลายใหญ่โตเป็หัวข้อข่าวโรงเรียน ฟาดหัวข่าวว่าสตรีวันแดงเดือดบุกหอชายยามวิกาล ทำร้ายรุ่นพี่เพราะฮอร์โมนไม่ปกติ
เหมือนจะเคยได้ยินว่าั่ไข่ตกฉุนเฉียวบ้าคลั่งซะด้วย….
“เป็นาฬิกาที่บอกเพศผิดนะครับแต่หมอนี่เป็ผู้ชายจริงๆนะครับ ผมพิสูจน์มาแล้ว” สิ้นคำพูดเครฟผู้หัวไวไม่เข้าเื่ตาถลนแหกปากอย่างตกตะลึง
“หา! แอบนายจับxxxของครุสแล้วงั้นเรอะ! เห้ย!ว่าแต่ไอ้หมอนี่มันมีเหมือนพวกเราจริงๆดิ!?”
จบประโยคคำถามหาเื่ตายของคนปากไม่มีหูรูด ไม่ทันที่สิงห์หนุ่มแหวกลับหมัดลุ่นๆก็ต่อยไปยังหน้าของเอลฟ์หนุ่ม จนลอยละลิ่วไปชนกับผนังหอ
กาโอเห็นเอลฟ์หนุ่มปลิวไปราวกับไร้น้ำหนัก มองมายังครุสอย่างไม่เชื่อสายตาใบหน้าหวานแดงถึงใบหูแต่ก็ถลึงตามองเครฟทั้งโกรธทั้งอาย ถลกแขนเสื้อขึ้นหอบหายใจอย่างหมดความอดทนแล้วรีบเดินหนีไปจากบริเวณนั้นที่เริ่มมีคนมามุงดูสิงห์หนุ่มเห็นดังนั้นจึงเอ่ยแก่รุ่นพี่คู่สนทนา
“เอาเป็ว่ายังไงเ้าตัวคงอยากที่พักหอนี้ล่ะครับ ไว้วันหลังเป็ยังไงค่อยว่ากันอีกทีนะครับ”
“ถ้าไม่มีปัญหากับครูหรือโดนหักแต้มก็ไม่เป็ไรหรอก” รุ่นพี่หนุ่มเหลือบมองรุ่นน้องอีกคนที่ปลิวชนผนังอย่างหวั่นๆ พร้อมคิด
‘ผู้หญิงคนนั้นต้องรอบเดือนมาแน่ๆอารมณ์ร้อนชะมัด’