ถ้ำเต็มไปด้วยเสียงัคำรามสายฟ้านับไม่ถ้วนกระจายไปทั่วอากาศ ภายใต้วงล้อมของัสายฟ้าเหล่านี้พู่กันได้สะบัดตัวไปมาอย่างต่อเนื่องราวกับขีดเขียนอะไรบางอย่าง มันได้สะบัดตัวไปมาทุกทิศทางก่อนจะมีเงาสามร่างพุ่งไปหาทางที่พู่กันอยู่ หยางเฉินที่อยู่ไม่ไกลนักเมื่อเห็นเงาที่พุ่งเข้ามาเขาก็อดไม่ได้ที่จะสีหน้าเปลี่ยนไป พวกนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เซ่ามู, ซงซานและหลงฉี
ทุกคนต่างก็อยากได้พู่กันดังนั้นพวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะลงมือ
ผู้บ่มเพาะขอบเขตปรมาจารย์คิดจะยึดครองพู่กันด้วยความแข็งแกร่งของพู่กันแล้วก็เป็ไปไม่ได้เลยที่จะต้านทานทั้งสี่ได้ หยางเฉินอดทนต่อความเ็ปและลุกขึ้นยืนด้วยตัวที่สั่นเทาเขารีบครุ่นคิดแต่ก็ไม่อาจจะหาทางช่วยเถาเถาได้เลย
โชคดีที่ทั้งสี่คนซึ่งล้อมพู่กันอยู่นั้นไม่ได้ร่วมมือกันเมื่อเทียนหลินเห็นเซ่ามูและซงซานมาที่นั่น เขาก็ได้ฟาดค้อนเขาใส่ทั้งสองคนก่อน
จะมีัสายฟ้า7 ตัวพุ่งเข้าใส่
เมื่อเห็นัสายฟ้าทั้ง7 ตัวพุ่งเข้ามา เซ่ามูและซงซานต่างก็พากันโต้กลับทันที
“ หมัดหมาป่าไฟ”
“ ดาบสายฟ้า !”
หมาป่าไฟและดาบสายฟ้าได้พุ่งออกมาปะทะกับัสายฟ้าทั้ง7 พลังได้กระจายไปทั่วทุกด้านและทำให้ถ้ำเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงขึ้นมา
“ พวกเ้าจะมาแย่งอาวุธจิตจากข้ารึข้าไม่รู้จริงๆว่าพวกเ้าเอาความกล้ามาจากไหนกัน ! ” เทียนหลินฮึดฮัดออกมา “ข้าว่าพวกเ้าควรออกจากที่นี่ไปเสีย ไม่งั้นแล้วก็อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้าหน่วยเซียวเทียน!”
เซ่ามูและซงซานสีหน้าบิดเบี้ยวไปแม้ว่าเทียนยหลินจะอยู่ขอบเขตปรมาจารย์เหมือนกับพวกเขา แต่ก็อยู่ถึงขั้น 9 ซึ่งเขาได้ขึ้นไปขอบเขตบรรพจารย์ได้ครึ่งก้าวแล้วยิ่งไปกว่านั้นเทียนหลินก็มีอาวุธขั้นสูงอยู่ในมือ มันทรงพลังอย่างมากบอกได้ว่าหากสู้กับคนที่ขอบเขตเหนือกว่าเขาก็ยังรับมือได้ ในขอบเขตปรมาจารย์นั้นไม่อาจจะมีใครเป็คู่มือเขาได้เลย
ฟู่ ! ตอนที่ทุกคนกำลังสู้กันอยู่นั้น พู่กันก็ได้บินไปยังกำแพงถ้ำ ปลายของพู่กันสะบัดออกไปพร้อมกับแร่ที่ตกลงมาอีกครั้งมันได้ทำการดูดซับแร่ไปทันทีในพริบตาพู่กันก็สะบัดออกไปกว่าสิบครั้งพร้อมกับกลืนกินแร่บนกำแพงนับไม่ถ้วน
“มันคิดจะทำอะไร ? ท่าไม่ดีแล้ว ! เราไม่อาจจะปล่อยให้มันทำแบบนี้ได้!” สีหน้าของหลงฉีและเทียนหลินเปลี่ยนไป เทียนหลินอ้าปากแล้วคำรามออกมาเสียงคำรามนี้ราวกับฟ้าผ่าคลื่นเสียงได้พุ่งเข้าหาพู่กันเหมือนกับดาบที่มองไม่เห็น !
ฟู่ ! พู่กันเหลือแต่เงาและหลบคลื่นเสียงเ่าั้ คลื่นเสียงจึงอัดเข้ากับกำแพงแทนรูขนาดเท่ากับนิ้วโป้งได้ปรากฏขึ้นมาที่กำแพงพร้อมกับรอยร้าวที่กระจายไปทั่ว
แกร๊ก...รอยร้าวเริ่มเชื่อมต่อกันก่อนที่กำแพงจะถล่มลงมาอย่างแรงทุกคนต่างก็อึ้ง กำแพงด้านหลังกลับพังลงจนเผยให้เห็นถ้ำอีกแห่ง
มันมีหมอกขาวไหลออกมาจากถ้ำนั้นหมอกนี้ครอบคลุมไปทั่วทั้งถ้ำ หลังจากที่ทุกคนโดนหมอกนี้กลืนเข้าไปสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที “ ปราณหนาแน่นจริงๆ !”
หยางเฉินที่แต่เดิมแล้วาเ็เพราะแรงะเิหลังจากที่โดนปราณครอบคลุมเข้าไป ความเ็ปที่มีก็ได้หายไป
‘ รึว่ามีบ่อปราณอยู่ที่นี่’ นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดในใจ พวกเขาพากันเผยสีหน้ายินดีออกมาและวิ่งเข้าไปในถ้ำที่มีปราณหนาแน่นแผ่ออกมาตอนที่เทียนหลินและคนอื่นๆกำลังจะพุ่งเข้าไปในถ้ำนั้นพู่กันที่อยู่ใกล้ถ้ำที่สุดก็ได้บิดตัวแล้วพุ่งออกไป !
เมื่อเห็นแบบนั้นเทียนหลินก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบใช้ความเร็วทั้งหมดที่มีเพื่อพุ่งเข้าไปน้ำ
หยางเฉินสูดหายใจเข้าลึกๆตอนที่ทุกคนรีบเข้าไปในถ้ำนั้นเขาก็ได้ใช้ก้าววายุอสนีพุ่งตามเข้าไป ตอนที่เขาเข้าในถ้ำก็พบว่าปราณหนาแน่นยิ่งกว่าเก่ามันราวกับหมอกที่คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์
เมื่อหายใจในปราณที่หนาแน่นแบบนี้หยางเฉินก็รู้สึกสบายแบบไม่อาจจะอธิบายได้ ไม่รู้ตัวเลยว่าเขามาถึงทางตันเมื่อไหร่เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำแล้ว เขาก็เห็นกำแพงหินที่อัดแน่นไปด้วยลูกปัดสีเงินขนาดเท่ากับไข่เป็ด
“ ลูกลูกบอลปราณ!”
ลูกบอลปราณคือของที่หายากและแทบไร้ราคาทุกคนที่บ่มเพาะต่างก็อยากได้สมบัติแบบนี้มา ด้วยสมบัติแบบนี้ ความเร็วในการบ่มเพาะของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน ลูกปัดที่ฝังบนกำแพงนี้คือลูกบอลปราณ และมีแค่ลูกเดียวที่เป็ของจริงส่วนที่เหลือต่างก็เป็ของปลอม
หยางเฉินเคยเห็นในตำรามาว่าลูกบอลปราณนั้นจะสร้างลูกบอลปราณปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกผู้คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบอลปราณนั้นจะมีชีวิตลูกบอลปราณกำเนิดขึ้นมาเพราะปราณจำนวนมากที่รั่วไหลออกมา ส่วนลูกบอลปราณปลอมสร้างมาจากฝุ่นในอากาศมารวมตัวกันจนกลายมาเป็ผลึก
เทียนหลินและคนอื่นๆได้พุ่งเข้าไปในถ้ำนั้น เมื่อหยางเฉินเห็นพวกนั้น เขาก็ได้หยุดทันที
แต่เมื่อหยางเฉินไม่เห็นพู่กันก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีตอนนั้นเสียงของเถาเถาก็ดังขึ้นมาในหู “เสี่ยวหยาง ให้พวกเขาสู้กันก่อน แล้วเราค่อยแอบไปเก็บผลประโยชน์ภายหลัง ”
“ เถาเถา !” หยางเฉินมองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบร่างของพู่กัน
“ ข้าอยู่นี่ไม่ต้องพูด ไม่อย่างนั้นพวกมันจะหาเราพบ” ที่ใต้พื้นดินไม่ไกลจากหยางเฉินมากนัก ได้มีบางอย่างพุ่งออกมาและบินเข้ามาหาหยางเฉิน มันบางพอๆกับเส้นผม แต่กลับเป็พู่กันหลังจากที่หดตัวลงแล้ว
หยางเฉินเบิกตากว้างไม่ใช่ว่าพู่กันไม่เคยหดตัวแต่การหดตัวครั้งนี้มันไม่เล็กไปหน่อยรึ ?ไม่แปลกเลยที่เทียนหลินและคนอื่นๆจะหาพู่กันไม่พบ เขาไม่รู้เลยว่าการที่พู่กันหดตัวเล็กแบบนี้ได้เป็เพราะแร่เหล็กจำนวนมากที่กินเข้าไปจนทำให้ฟื้นฟูพลังกลับมาหรือไม่
พู่กันได้บินเข้ามาข้างๆหยางเฉินก่อนที่เถาเถาจะพูดขึ้น “ เสี่ยวหยาง พวกเขาไม่อาจจะหาลูกบอลปราณของจริงเจอได้ แต่เ้าทำได้เ้าโคจรปราณเข้าไปในยันต์แล้วเ้าจะรับรู้ถึงลูกบอลปราณของจริง !”
หยางเฉินแสดงสีหน้ายินดีออกมาเขารีบโคจรปราณเข้าไปในยันต์ตามที่เถาเถาบอก ในตอนนั้นคิ้วของเขาส่องแสงสีดำออกมา และในตอนนั้นเองในตาของเขาก็เห็นลูกปัดลูกหนึ่งบนกำแพงหินที่ส่องแสงจ้าออกมาเด่นชัดกว่าลูกอื่นๆ
“เราต้องรอโอกาส” เสียงของเถาเถาดังขึ้นมาในหูของหยางเฉิน
หยางเฉินพยักหน้าแต่สีหน้าของเขากลับแสดงความกังวลออกมา
เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของหยางเฉินเถาเถาก็พูดขึ้น “ ข้ากินแร่เหล็กไปจำนวนมากแม้ว่าแร่เหล็กเหล่านี้จะมีน้อยแต่ข้าก็สามารถโจมตีได้รุนแรงยิ่งกว่าเก่าหากเราได้ลูกบอลปราณนี้มา แม้ว่าทั้งสี่จะร่วมมือกันแต่ข้าก็พาเ้าหนีออกไปได้”
เมื่อได้ยินที่เถาเถาพูดมา หยางเฉินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
‘ หากข้าเข้าใจไม่ผิดมันก็แค่ลูกบอลปราณขั้นต้นเฮ้อ...แต่ในที่ห่างไกลเช่นนี้การได้ลูกบอลปราณขั้นต้นมาก็ถือว่าดีแล้ว ’ ในพู่กันนั้น เถาเถาได้พึมพำในใจ
หยางเฉินไม่ได้ยินคำพูดของเถาเถาและตอนนั้นสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่เทียนหลินและคนอื่นๆ เซ่ามูและซงซานเลือกที่จะหยิบลูกปัดบนกำแพงแล้วส่วนเทียนหลินและหลงฉีเองก็ยืนอยู่ตรงหน้ากำแพงแล้วเช่นกัน
“ พวกเ้าจะเอาลูกบอลปราณที่ได้ไปให้หน่วยเซียวเทียนรึว่าเอาไปไว้ที่ตัวเองกัน?” หลงฉีมองไปที่เซามูและซงซานก่อนจะฮึดฮัดออกมา
“เอาไปให้หน่วยเซียวเทียนอะไรกัน ? ” ตอนแรกหยางเฉินนั้นยังสับสน หลังจากที่สงสัยได้ไม่นานเขาก็เข้าใจคำพูดของหลงฉีทันที แต่ไม่ว่าเซ่ามูและซงซานจะเป็ตัวแทนของหน่วยรึตัวแทนของตัวเองแต่ก็ไม่อาจจะสู้กับเทียนหลินกับหลงฉีได้
หลงฉีและเทียนหลินเหมือนจะมีคนที่ใหญ่โตคอยหนุนหลังแม้แต่หน่วยเซียวเทียนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้สนใจ
และที่หลงฉีข่มขู่เซ่ามูและซงซานนั้น ก็เพื่อให้พวกนี้หนีออกจากที่นี่ไป
“ เ้า !” สีหน้าของซงซานบิดเบี้ยวไปเขาเป็รองหัวหน้าหน่วยเซียวเทียน ดังนั้นจะยอมโดนอีกฝ่ายข่มขู่เช่นนี้ได้อย่างไร?
“ เ้าเฒ่าซงไปกันเถอะ !” ตอนที่ซงซานกำลังหงุดหงิดอยู่นั้น เซ่ามูก็เดินเข้าไปกดไหล่เขา
หลังจากที่ซงซานได้ยินที่เซ่ามูพูดมาเขาก็ฮึดฮัดออกมา และดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาคิดจะออกจากที่นี่กันจริงๆ เมื่อเห็นลูกบอลปราณต้องตกอยู่ในมือของเทียนหลินและหลงฉีเขาก็รู้สึกโมโหขึ้นมา หากว่ามีลูกน้องอยู่ด้วยที่นี่ อย่างนั้นพวกเขาอาจจะร่วมมือกันเพื่อฆ่าสองคนนี้และชิงเอาลูกบอลปราณมาได้แต่ตอนนี้พวกเขามีแค่สองคน และไม่มีความกล้าพอ
‘ ไม่ พวกเขาจะหนีไปแบบนี้ไม่ได้! ’ สีหน้าของหยางเฉินเปลี่ยนไปเขาอดไม่ได้ที่จะสบถในใจ ‘สองคนนี้ต้องหนีเพราะอีกฝ่ายแกร่งเกินไป ! ’
“ดูเหมือนว่าจะเหลือแค่สองคน หากเราลอบโจมตีตอนที่พวกนั้นไม่ทันระวังตัวหวังว่าเราจะแย่งลูกบอลปราณมาได้” เถาเถาเองก็หมดหนทาง เมื่อสองคนนั้นคิดจะออกจากที่นี่ไป งั้นเขาก็ไม่อาจจะห้ามพวกเขาได้?
ตอนที่หยางเฉินและเถาเถาคิดว่าเซ่ามูและซงซานจะยอมแพ้ไปนั้นจู่ๆก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา เพราะทั้งสองกลับลงมือ มีลูกบอลสีแดงพุ่งออกมาจากมือของพวกเขาก่อนจะพุ่งเข้าใส่เทียนหลินและหลงฉีอย่างรวดเร็ว !
“ ผลึกเื !” ไม่ใช่แค่เทียนหลินและหลงฉีเท่านั้นที่ใแม้แต่หยางเฉินก็ยังต้องใไปด้วย ที่เซ่ามูและซงซานคิดจะะเิที่นี่ด้วยผลึกเืเพื่อโอกาสในการชิงลูกบอลปราณมาพลังของการะเิผลึกเืนั้นรุนแรงอย่างมาก แม้ว่าจะเป็ผลึกเืสัตว์อสูรระดับปรมาจารย์แต่หากหลบไม่ได้แล้ว แม้แต่เทียนหลินก็อาจจะาเ็หนักได้
เมื่อเห็นผลึกเืที่ถูกโยนออกมาเทียนหลินและหลงฉีก็พากันหลบไม่นานเซ่ามูและซงซานก็โจมตีใส่กำแพงเพื่อแย่งเอาบอลปราณบนกำแพงหินมา แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าลูกบอลปราณลูกไหนที่เป็ของจริง
“ หาที่ตาย !” สีหน้าของเทียนหลินเ็าขึ้นมาค้อนในมือนั้นได้ฟาดเข้าใส่เซ่ามูทันที ! ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ทะยานขึ้นก่อนจะใช้คลื่นเสียงโจมตีเข้าใส่ผลึกเืที่พุ่งเข้ามา
ปัง ! ผลึกเืโดนคลื่นเสียงอัดเข้าและะเิออกกลางอากาศ ควันได้กระจายออกมาโดยรอบคลื่นพลังงานได้กระจายไปทั่วทุกด้านและก่อตัวเป็ลมอันรุนแรงขึ้นมาเสื้อผ้าของเทียนหลินและคนอื่นๆถึงกับฉีกขาดไปตาม
ในเวลาเดียวกันค้อนก็ได้ฟาดเข้าใส่ที่ไหล่ซ้ายของเซ่ามู สีหน้าของเซ่ามูเปลี่ยนไปทันที เขาได้วิ่งไปหลบและถอยกลับไปและตอนที่หลบนั้นเขาก็ได้ต่อยออกไป หมาป่าไฟได้พุ่งออกมาปะทะกับค้อนต่อ !
เมื่อทั้งสองได้ปะทะกันหมาป่าไฟก็ได้เปลี่ยนเป็ไฟที่คลุ้มคลั่งและพันรอบค้อนเอาไว้ มันกำลังจะพุ่งเข้าไปต่อแต่ก็ต้องชะงักไป ไกลออกไปนั้นเทียนหลินได้กำมือ ก่อนที่ค้อนจะบินกลับมาที่มือเขาทันที