สายลมพัดผ่านต้นไม้ใหญ่ในป่าหอบเอาใบไม้ที่ล่วงหล่น ล่องลอยขึ้นไปในอากาศ กิ่งไม้พัดปลิวไหวตามสายลม ณที่นั้นเองมีเด็กชายผมสีดำนั่งเอนหลังพิงอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่ ก่อนเด็กชายจะได้ยินเสียงดังมาจากที่ไหนซักแห่งใกล้ๆตัวเขา
“งี่เง่างี่เง่า” เสียงแหลมๆ จี๊ดๆ ดังลอยขึ้นมา
“ฉันไม่ได้งี่เง่าซักหน่อย”เด็กผู้ชายตอบออกไป
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงปริศนายังคงส่งเสียงพูดต่อ
“ฉันบอกว่าฉันไม่ได้งี่เง่าไง”เด็กผู้ชายพูดขึ้นด้วยความโมโห
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงนั้นยังคงพูดย้ำคำเดิมอีกครั้ง
“อย่าให้ฉันเจอแกนะ” เด็กผู้ชายะโขึ้นมาด้วยความโกรธ ก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินหาเ้าของเสียงรอบๆบริเวณที่เขาอยู่เพื่อหาว่าใครกันที่เป็คนว่าเขา แต่กลับไม่พบใครเลยที่อยู่บริเวณนั้น
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง และในครั้งนี้ทำให้เด็กชายเริ่มเกิดความกลัวจึงรีบเดินออกจากบริเวณนั้นไปทันที
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” เสียงปริศนานั้นหัวเราะด้วยความสะใจทำให้เด็กชายรีบเดินไปจากบริเวณนั้นในทันที ก่อนเด็กชายจะเดินมาเจอกับเด็กผู้ชายอีกคนที่กำลังเดินตรงมาทางเขา
“สวัสดีนายจะรีบไปไหน” เด็กผู้ชายคนที่เดินสวนมาเอ่ยถาม
“ฉันได้ยินเสียงประหลาดตรงนั้นนะแต่หาเ้าของเสียงไม่เจอ” เด็กผู้ชายผมดำตอบพลางชี้นิ้วไปยังจุดที่ตัวเองพึ่งเดินออกมา
“นั้นอาจจะเป็เพื่อนของฉันก็ได้”เด็กผู้ชายที่เดินสวนทางมาตอบขึ้น พร้อมยิ้มให้เด็กชายผมดำ
แล้วทั้งเด็กสองคนจึงเดินวนกลับมาด้วยกันตรงบริเวณที่เด็กผู้ชายผมดำได้ยินเสียงประหลาด
“ปีปิก แกอยู่นี้ใช่ไหมออกมานะ”เด็กผู้ชายะโเรียก
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะมีนกแก้วตัวหนึ่งบินลงมาเกาะบนบ่าของเด็กผู้ชายคนนั้นเด็กผู้ชายคนนั้นลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู
“ฉันกลัวแทบแย่ที่แท้เป็นกแก้วนี้เอง” เด็กผู้ชายผมสีดำพูดขึ้น
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เป็ฉันก็คงใเหมือนกันถ้าได้ยินเสียงที่ดังมาจากไหนไม่รู้”เด็กผู้ชายคนนั้นตอบ พลางหัวเราะไปด้วย
“ว่าแต่นายชื่อะไรละ” เด็กผู้ชายผมสีดำเอ่ยถามขึ้น
“ฉันชื่อแจ็ค” เด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลผู้เป็เ้าของนกแก้วตอบ
“ฉันดีน” เด็กผู้ชายผมสีดำตอบ
“นายมาทำอะไรที่นี้ละดีน” แจ็คเอ่ยถาม
“ฉันแค่มาไม่อยากจะเรียนในห้องเรียนมันน่าเบื่อไปสำหรับฉัน” ดีนตอบ
“งั้นนายก็คงเหมือนกับฉันฉันเบื่อที่จะต้องนั่งอยู่ในห้องเรียนไปตลอดทั้งวันเหมือนกัน” แจ็คตอบ
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกโพล่งขึ้นมาทำให้แจ็คต้องเอามือไปเคาะจงอยปากของมันเพื่อเตือนไม่ให้มันพูดพร่ำเพ้อไปมากกว่านี้
“นกแก้วของนายพูดเก่งดีนะ” ดีนพูด
“มันก็แค่จำสิ่งที่ได้ยินในบ้านเป็ประจำนั้นแหละ”แจ็คตอบ
“กริ๊ง ๆ ๆ” เสียงสัญญาณหมดเวลาเรียนดังขึ้นทำให้แจ็คและดีนที่ได้ยินเสียง เดินกลับไปยังอาคารเรียนเพื่อเอากระเป๋าของตัวเอง ที่ตั้งไว้ในล๊อกเกอร์ของโรงเรียนแล้วจึงค่อยเดินทางกลับบ้าน
ทั้งสองคนเดินทางกลับบ้านไปด้วยกัน โดยมีปีปิกเกาะบนบ่าแจ๊คไปด้วยทำให้ผู้คนที่เดินผ่านหันมามองนกแก้วของแจ็คอย่างสนใจ
“พรุ่งก็เริ่มวันหยุด่ฤดูร้อนแล้วนายคิดจะทำอะไรใน่วันหยุดฤดูร้อนบ้างละแจ็ค” ดีนถามขึ้นมาในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินทางกลับบ้าน
“เห้อ” แจ็คถอนหายใจพลางทำหน้าผิดหวัง
“มีอะไรหรือป่าว” ดีนถามเมื่อเห็นท่าทางและสีหน้าของแจ็ค
“ฉันต้องอยู่ที่บ้านกับน้องสาวไม่ได้ไปไหน เพราะลุงของฉันไม่ชอบออกจากบ้าน และไม่อยากให้ฉันกับน้องสาวไปเที่ยวที่ไหนด้วยเพราะมันจำเป็ที่จะต้องใช้เงินเยอะทำให้ฉันกับน้องต้องอยู่ในบ้านตลอด่วันหยุดฤดูร้อนนะ” แจ็คตอบด้วยเสียงที่สิ้นหวัง
“เ้าบื้อ” ปีปิกพูดขึ้นก่อนจะเอาหัวของมันมาถูกับแก้มของแจ็ค
“โถ่ เ้านกบื้อ” แจ็คพูดพลางเอามือมาเกาหัวให้ปีปิกพลาง
“งั้นถ้า่ปิดเทอมฤดูร้อนนี้นายไปอยู่กับฉันไหม”ดีนถามขึ้น
“ไปได้เหรอ” แจ็คพูดก่อนจะมองไปที่ดีนอย่างมีความหวัง
“ใช่ เพราะ่วันหยุดฤดูร้อนแม่ฉันต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเลยไม่มีเวลามาดูแลฉันกับน้อง ทำให้แม่ต้องส่งฉันกับน้องสาวไปอยู่กับลุงแซมที่เลคจอร์จนะ”ดีนตอบ
“นายอยากไปด้วยกันกับฉันที่เลคจอร์จไหมพาน้องนายมาด้วยก็ได้นะ” ดีนเสนอ ทำให้แจ็คหยุดคิดไปครู่นึง
“ไปสิ เดี่ยวฉันจะลองถามลุงฉันก่อนว่าลุงจะให้ฉันไปอยู่กับนายใน่วันหยุดฤดูร้อนไหมนะ” แจ็คพูด
“โอเคนายเอาเบอร์โทรศัพท์บ้านฉันไปสิ ถ้าคุยกับลุงเสร็จแล้วก็ค่อยโทรมาบอกฉันนะเดี่ยวฉันจะคุยกับแม่เอง ว่าจะพาพวกนายไปอยู่ด้วยกันที่เลคจอร์จได้ไหม” ดีนพูด ก่อนจะจดเบอร์โทรศัพท์ใส่กระดาษโน๊ตแล้วฉีกส่งไปให้แจ็ค
“แล้วฉันจะติดต่อกลับไปนะดีน”แจ็คตอบ แล้วทั้งสองก็เดินแยกย้ายกันกลับยังบ้านของตัวเอง
ในเย็นวันนั้นที่บ้านของแจ็คแจ็คได้กลับไปเล่าเื่ที่พูดคุยกับดีนให้น้องสาวของเขาฟัง น้องสาวของเขาตื่นเต้นและหวังที่จะได้ไปใช้่วันหยุดที่เลคจอร์จร่วมกับแจ็คด้วย
“เดี่ยวพี่จะไปบอกลุงก่อนนะแอนนี่”แจ็คพูด ก่อนจะลูบหัวน้องสาวของตัวเองอย่างเอ็นดูทำให้ผมสีน้ำตาลบนหัวแอนนี่พันกันยุ่งไปหมดก่อนแจ็คจะเดินออกจากห้องไป
“แจ็ค เดี่ยวฉันไปด้วย” แอนนี่เรียกแจ็คที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป ก่อนจะรีบวิ่งด้วยความตื่นเต้นไปหาลุงพร้อมกับแจ็คด้วย
แจ็คกับแอนนี่ เดินตรงไปที่ลุงของพวกเขา ซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนเก้าอี้ไม้โยกอยู่อย่างสบายอารมณ์
“ลุงจอร์นครับผมคิดว่า่วันหยุดฤดูร้อนนี้จะไปที่เลคจอร์จครับ” แจ็คเริ่มพูด
“อย่างี่เง่านะแจ็คการพักผ่อนที่ดีที่สุดก็คือการได้อยู่กับบ้านแล้วแกรู้ไหมว่าการพักผ่อนที่เลคจอร์จมันมีค่าใช่จ่ายเท่าไหร่กันงึ” ลุงจอร์นที่ได้ยินแจ็คพูด จึงตะคอกใส่แจ็คไป ทำให้แอนนี่เริ่มน้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาเพราะเธอหวังจะได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่เลคจอร์จ มากกว่าจะอยู่แต่ในบ้านหลังนี้กับลุงขี้โมโหของเธอ
“แต่ว่าเราไม่ได้จะไปแค่สองคนนะเราไปกับดีนและก็น้องของเขาด้วยผมคิดว่าน่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไปอีกครึ่งนึงนะครับ” แจ็คตอบอย่างใจเย็น
“ไม่ได้ กลับไปนอนได้แล้วยังไงฉันก็คิดว่าการพักผ่อนอยู่ที่บ้านเป็เื่ที่เหมาะสมสำหรับพวกแกสองคน”ลุงจอร์นยังคงตะคอกใส่แจ็คต่อไป จนทำให้แอนนี่เข้ามาเกาะแขนพี่ชายของเธอไว้แน่น
แจ็คกับแอนนี่เดินออกมาด้วยท่าท่างที่ผิดหวัง เมื่อลับสายตาลุงจอร์นแล้วแอนนี่ก็ร้องไห้โฮ่กอดแจ็ค แจ็คที่เห็นดังนั้นจึงกอดแอนนี่แล้วปลอบให้แอนนี่หยุดร้อง
“แต่แจ็คเราต้องอยู่ที่บ้านกับลุงจอร์นตลอด่วันหยุดเลยนะ” แอนนี่พูดสะอื้นด้วยใบหน้าที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา
“อือเดี่ยวพี่โทรบอกดีนก่อนว่าเราคงจะไปด้วยไม่ได้แล้ว” แจ็คได้แต่ลูบหัวน้องสาวของเขาก่อนจะเดินไปที่โทรศัพท์เพื่อโทรหาดีน
“กริ๊ง ๆ ๆ” เสียงโทรศัพท์ภายในบ้านของดีนดังขึ้น ก่อนจะมีใครบางคนเดินมายกหูโทรศัพท์รับสายที่โทรเข้ามา
“สวัสดีค่ะ บ้านแม็กเครย์ค่ะ”เสียงสาวปลายสาวดังขึ้น
“สวัสดีครับ ผมแจ็คครับ” แจ็คตอบ
“อ่อ แจ็คเองสินะดีนเล่าเื่ของเธอให้ป้าฟังบ้างแล้ว เดี่ยวป้าเรียกดีนมาให้ ถือสายรอแปปนึงนะจ๊ะ”เสียงจากปลายสายพูด ก่อนแจ็คจะได้ยินเสียงของเธอเรียกดีนให้มาคุยกับแจ็คผ่านโทรศัพท์
“แจ็ค ลุงนายว่าไงบ้าง” ดีนที่รับสายของแจ็คถามขึ้น ก่อนแจ็คจะเล่าเื่ด้วยความผิดหวัง
“งั้น เดี่ยวฉันขอให้แม่ลองพูดกับลุงนายดู”ดีนตอบทำให้แจ็คเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง
ดีนเดินตรงไปหาแม่ที่นั่งอยู่กับน้องสาวของเขาก่อนจะเริ่มเล่าปัญหาที่แจ็คเจอให้แม่ฟัง
“เดี่ยวแม่จะลองพูดกับลุงของแจ็คดู”พูดจบแม่ของดีนจึงเดินกลับมายังโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะให้แจ็คไปเรียกลุงของเขามาคุยกับเธอซึ่งแจ็คก็รีบวิ่งไปตามลุงจอร์นอย่างมีความหวัง โดยมีแอนนี่ที่ตามหลังแจ็คไปด้วย แอนนี่เองก็ได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์ของแจ็คจึงเกิดความหวังขึ้นอีกครั้งว่าลุงของเธอ จะยอมให้พวกเธอได้ไปพักผ่อนที่เลคจอร์จ
หลังจากที่คุณนายแม็กเครย์ ได้พูดคุยกับลุงจอร์นอยู่ซักพักเธอก็ส่งโทรศัพท์ต่อให้ดีนที่กำลังยืนรอฟังอย่างมีความหวังอยู่เพราะเขาเองก็อยากให้แจ็คและน้องของแจ็คได้ไปเที่ยวร่วมกับเขาด้วยและมันคงจะดีกว่าที่เขาต้องไปกับน้องสาวเพียงสองคน
“แม่ ลุงของแจ็คว่าไงบ้าง” ดีนเอ่ยถามตอนที่รับโทรศัพท์มาจากแม่
“ไม่ไหว ๆ ลุงของแจ็คไม่ยอมให้ไปเพียงเพราะว่ามันมีเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เขาไม่ยอมเสียเงินซักเหรียญเดียว”แม่ของดีนพูด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แจ็ค” ดีนเรียกแจ็คที่กำลังถือสายต่อจากลุงของเขาอยู่
“ฉันคงไม่ได้ไปแล้ว” แจ็คกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า แอนนี่เองที่ยืนอยู่ข้าง ๆตอนนี้ก็ร้องไห้อย่างผิดหวัง
“แจ็คฉันมีแผนนายจะลองทำตามแผนของฉันไหม”ดีนเสนอ
“แผนอะไร” แจ็คกลับมามีความหวังอีกครั้งจึงถามดีนกลับไป
“ก็วันที่ฉันจะเดินทาง นายก็ขอลุงของนายมาส่งฉันสิแล้วเราก็เดินทางไปที่เลคจอร์จด้วยกัน” ดันอธิบายแผนที่คิดขึ้นให้ฟัง
“ฉันว่ามันเป็แผนที่ดีที่สุดเลย”แจ็คยิ้มกริ่มขึ้นมาในทันที
“แล้วลุงของนายที่อยู่ที่เลคจอร์จจะไม่ว่าเหรอที่เราแอบไปกันโดยไม่บอกแบบนี้” แจ็คถาม
“ไม่หรอก ปกติลุงแซมไม่เคยสนใจอะไรเลยเขามกหมุ่นอยู่แต่กับการทำงานของเขา แค่มีเด็กเพิ่มไปอีกคนสองคนแกคงไม่ว่าอะไรหรอกเชื่อฉันสิ” ดีนตอบ
“โอเคงั้นนายจะเดินทางไปเลคจอร์จวันไหนละ” แจ็คถาม
“น่าจะเดินทาง่วันสุดสัปดาห์นี้แหละนายก็เตรียมตัวไว้เลยนะแจ็ค” ดีนพูด
“นายจะให้เราไปเจอพวกนายที่ไหน”แจ็คถามอีกครั้ง
“สถานนีขนส่งที่อยู่ใกล้ตึกเอมไพร์สเตจ”ดีนตอบ
“โอเค แล้วเจอกันนะดีน” แจ็คกล่าว ก่อนทั้งคู่จะวางสายไป
แจ็คหันมาที่แอนนี่ซึ่งกำลังฟังทุกอย่างที่ทั้งสองคนคุยกันอยู่
“จะไปกับพี่ด้วยไหม” แจ็คหันไปถามน้องสาวที่กำลังเช็คคราบน้ำตาอยู่
“ถ้าพี่ไปไหน ฉันก็จะไปด้วยนะแจ็ค”แอนนี่ตอบ
“เยี่ยมเลย” แจ็คพูดพลางเอามือลูบหัวน้องสาวของเขาอีกครั้งก่อนจะเดินไปส่งแอนนี่ที่ห้องแล้วแยกตัวกลับไปห้องนอนของตัวเองเพื่อเตรียมตัวเก็บของใช้ของตัวเองลงในกระเป๋าสัมภาระไว้สำหรับเดินทางไปยังเลคจอร์จในวันสุดสัปดาห์นี้