วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 124 ร่วงหล่น


             มู่หรงอวี้รีบเดินไปด้านนอกเอ่ยถามด้วยเสียงหนักแน่น “เหมือนจะหาเจอ? ที่ไหน?”

            มู่หรงฉือเห็นเขาร้อนใจขนาดนี้ ในใจก็รู้สึกจุกเล็กน้อย

            เสิ่นจือเหยียนชี้ไปยังองครักษ์สองคนที่อยู่ด้านล่างบันไดของตำหนัก “องครักษ์สองคนนี้บอกว่าเหมือนกุ้ยเฟยจะอยู่ที่หอหลิงเฟิง แต่ว่ายังไม่แน่ใจมากนักพ่ะย่ะค่ะ”

            มู่หรงอวี้มองนางอย่างไม่ใส่ใจนัก ในดวงตาซุกซ่อนความคิดอันลึกล้ำไร้ขีดจำกัด “ไปดูด้วยกัน”

            นางถลึงตาใส่เขา ก่อนจะเดินนำออกไปด้านนอก

            หอหลิงเฟิงอยู่ไม่ไกลจากตำหนักชิงหลวนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ตัวหออยู่ตรงกลางของทางตะวันตกของสวนในวัง หอหลิงเฟิงมีสี่ชั้น เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์กว้างไกล ตามเสาสลักลายทาสีงดงาม รอบหอปลูกต้นไม้ดอกไม้หายาก ปกติแล้วเฟยผินหลายคนมักจะมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจที่นี่

            วันนี้เป็นงานเฉลิมฉลองวันเกิดของเซียวกุ้ยเฟย เฟยผินที่วังหลังต่างจะต้องมาร่วมเฉลิมฉลองงานทั้งสิ้น คนงานในวังมากมายต่างถูกส่งไปช่วยงาน ไม่มีผู้ใดมาที่หอหลิงเฟิง

            เหล่าคุณหนูคุณชายจากตระกูลที่มีชื่อเสียงที่รออยู่ที่ตำหนักด้านข้างได้ยินว่าหาเซียวกุ้ยเฟยพบแล้ว ทั้งยังได้ยินว่าพบนางที่หอหลิงเฟิง ทุกคนพลันตื่นเต้น พากันวิ่งไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ข้าหลวงหลายคนอยากจะขวางก็ขวางเอาไว้ไม่ได้

            ดังนั้นจึงมีคนนับร้อยพากันไปยังหอหลิงเฟิง

            ส่วนพวกมู่หรงอวี้กับมู่หรงฉือไปถึงหอหลิงเฟิงก่อน จากนั้นข้าหลวงและองครักษ์กลุ่มใหญ่ก็ตามมา

            พวกเขายืนอยู่ใต้หอเงยหน้ามองขึ้นไป ที่ยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสี่ก็คือเซียวกุ้ยเฟย

            ทุกคนต่างตื่นตระหนก เซียวกุ้ยเฟยกำลังจะทำอะไร? ท่าทางเหมือนนกตัวใหญ่ที่พร้อมจะบินลงมาอย่างไรอย่างนั้น?

            มู่หรงฉือขมวดคิ้ว ร่างทั้งร่างของเซียวกุ้ยเฟยเอนออกมาด้านนอก ประหนึ่งมุมหนึ่งของระเบียงที่อาจร่วงลงมาได้ตลอดเวลา อันตรายมาก

            นางหันไปมองมู่หรงอวี้ สีหน้าของเขาเขียวคล้ำ ในดวงตาปรากฏหมอกควันกลุ่มใหญ่

            เป็นกังวลถึงความปลอดภัยของเซียวกุ้ยเฟยจริงๆ เสียด้วย

            “เซียวกุ้ยเฟยยืนอยู่ที่นั่นเอง หรือว่าคนร้ายเป็นคนทำ?” เสิ่นจือเหยียนพูดอย่างไม่เข้าใจ “พูดกันตามหลักเหตุผลแล้ว ท่าทางเช่นนั้นของเซียวกุ้ยเฟยสามารถตกลงมาได้ง่ายมากจริงๆ”

            “สองมือของเซียวกุ้ยเฟยไม่ได้จับราวอยู่หรือ? เหตุใดนางถึงต้องทำเช่นนี้?” นางคิดมากมายแต่ก็ไม่เข้าใจ หรือว่าเป็นเพราะคนร้ายข่มขู่นาง?

            ดวงตะวันสีแดงประดับอยู่บนท้องฟ้า ครึ่งหนึ่งของท้องฟ้าถูกปูไว้ด้วยพยัพเมฆสีแดงทอง งดงามหาใดเปรียบ

            บนหอสูง ภายใต้ท้องฟ้าสีแดงและสายลมที่พัดผ่าน เส้นผมดำยาวกับชุดกระโปรงสีแดงพลิ้วไสวไปตามลมดั่งลูกไฟที่เปล่งประกายจนทำให้คนปวดตา

            เหล่าคุณหนูคุณชายที่มารวมตัวกันอยู่ด้านล่างพากันเงยหน้ามองไป พูดคุยกันไปมา

            เสิ่นจือเหยียนมีลางสังหรณ์ไม่ดี คนแต่งกายงดงามแต่กลับดูเศร้าสร้อย งานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อความเบิกบานกลับเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

            เซียวกุ้ยเฟยเป็นประหนึ่งเฟิ่งหวงที่บินผ่านสวรรค์เก้าชั้น ราวกับจะลอยไปกับสายลม ทั้งยังเหมือนกับลูกไฟที่ลุกโชติช่วง

            ใบหน้าของมู่หรงอวี้เย็นชา เขาสั่งให้องครักษ์ขึ้นไปให้ความช่วยเหลือ แต่ในตอนนั้นเองที่เฟิ่งหวงสีแดงปะทะกับลมบนหอหลิงเฟิงจนร่วงหล่นลงมา

            ภายใต้แสงอาทิตย์แดงเฉิดฉัน ท้องฟ้าสีแดงทองและกระแสลมที่พัดโหม  อาภรณ์สีสันเจิดจ้าร่ายรำพลิ้วไหว ปีกสีแดงสดสยายออก

            “กรี๊ด...”

            คุณหนูหลายคนกรีดร้องออกมา สีหน้าของเถาจือเปลี่ยนไปแล้วตะโกนด้วยความหวาดผวา “กุ้ยเฟย”

            ทุกคนต่างนิ่งค้าง มองภาพแปลกประหลาดนี้ด้วยความตกตะลึง

            มู่หรงอวี้ทะยานตัวขึ้นไป คิดจะรับนางไว้

            มู่หรงฉือถอนหายใจข้างใน ถึงแม้นางจะเกลียดเซียวกุ้ยเฟยเข้ากระดูก แต่ว่าอย่างไรก็เป็นชีวิตคนผู้หนึ่ง เขาไปช่วยคนก็ไม่ได้นับว่าเกินไปนัก

            จากกำลังภายในกับวิชาตัวเบาของเขา การรับร่างเซียวกุ้ยเฟยที่ตกลงมาจากฟ้าคงจะไม่ยากนัก

            ทว่าไม่รู้ว่าเขาคำนวณพลาด หรือว่าเป็นเพราะแรงลมพัดคนให้ลอยห่างออกไปอีกทาง หรือเป็นเพราะเขาช้าเกินไป ร่างนั้นถึงได้ตกกระแทกพื้นห่างจากเขาครึ่งจั้ง

            ปั่ก

            เสียงทุ้มดังสนั่น

            ภาพนี้ได้กลายเป็นฝันร้ายตอนกลางวันของผู้คนมากมาย

            นางกำลังคิดว่าเขาสามารถทะยานขึ้นไปรับคนได้กลางอากาศเชียวนะ

            เหตุใดเขาถึงไม่ทำเช่นนั้นเล่า?

            เวลานี้วินาทีนี้ นางไม่มีเวลามาขบคิดให้ลึกซึ้ง รีบรุดเข้าไปดูเซียวกุ้ยเฟยพร้อมกับเสิ่นจือเหยียนว่ายังจะพอช่วยชีวิตคนได้หรือไม่

            คนที่มีความกล้าก็รีบตามเข้าไปดู เถาจือพุ่งตัวนำไปก่อนคนแรก เห็นเจ้านายของตนตกลงมาเป็นเช่นนี้ก็คุกเข่านั่งอยู่กับพื้นด้วยความโศกเศร้า ทั้งร้องไห้ทั้งร้องเรียก “กุ้ยเฟย...กุ้ยเฟย...”

            เลือดสดๆ ไหลออกมาจากศีรษะของเซียวกุ้ยเฟย เพียงครู่เดียวก็เจิ่งนองราวแม่น้ำ ดวงตาสวยคู่นั้นยังเบิกกว้างเหมือนคนตายตาไม่หลับ ราวกับกำลังกล่าวโทษทุกคน

            หัวใจของเสิ่นจือลี่เต้นแรง กระทั่งจะมองก็ยังไม่กล้ามองอีก

            คิดไม่ถึงว่าเซียวกุ้ยเฟยที่ไม่นานมานี้เพิ่งจะเตือนนางด้วยท่าทางวางอำนาจจะมาตายไปเช่นนี้ ถึงกับกระโดดลงมาตายต่อหน้าผู้คนมากมาย

            มู่หรงฉือไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกอย่างไร มันซับซ้อนไปหมด

            นางเคยคิดลอบสังหารเซียวกุ้ยเฟย ให้เซียวกุ้ยเฟยไม่สามารถล่อลวงเสด็จพ่อได้อีก นางเคยเกลียดชังเซียวกุ้ยเฟย อยากจะแทงนางให้ตาย แต่ว่าตอนนี้เมื่อได้เห็นเซียวกุ้ยเฟยตกลงมาจากที่สูงแล้วตายไปกับตาของตนเอง นางกลับไม่ได้รู้สึกมีความสุขเลยสักนิด กลับรู้สึกว่าชีวิตคนเราช่างไม่แน่นอนเหลือเกิน

            วันนี้เป็นวันเกิดของนาง ในวันเกิดที่เป็นมงคลเช่นนี้นางกลับต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ เศร้าสลด และกลายเป็นประเด็นร้อนที่คงเป็นที่กล่าวถึงทั่วราชสำนัก

            เป็นตายห่างกันเพียงชั่วอึดใจเดียว

            เสิ่นจือเหยียนตรวจสอบศพย่างละเอียดแล้วพูดออกมาด้วยความเศร้าสลด “ศีรษะของเซียวกุ้ยเฟยกระแทกกับพื้น เสียชีวิตทันทีโดยไม่มีทางช่วยเหลือ”

            ประโยคนี้เป็นการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าชีวิตนี้ของเซียวกุ้ยเฟยได้จบลงตรงนี้

            มู่หรงอวี้สั่งให้องครักษ์ยกศพกลับไปยังตำหนักชิงหลวน ต่อมาก็สั่งให้นางกำนัลจัดการส่งบรรดาคุณหนูคุณชายจากตระกูลต่างๆ ออกจากวัง จากนั้นก็พูดกับเสิ่นจือเหยียน “ขึ้นไปดูกัน”

            เสิ่นจือเหยียนพยักหน้าแล้วขึ้นไปบนหอพร้อมกับมู่หรงฉือ

            มู่หรงสือแอบมองร่างของเซียวกุ้ยเฟยที่ถูกยกไปก็ตัวสั่นพลางพูดกับเสิ่นจือลี่ “น่ากลัวเหลือเกิน”

            เสิ่นจือลี่พูดด้วยท่าทางนิ่งสงบราวสายน้ำ “องค์หญิง พวกเราออกจากวังกันเถิดเพคะ”

            ตอนที่หมุนตัวนั้น นางหันไปลอบมองเงาของผู้สวมอาภรณ์สีดำผู้นั้นด้วยแววตาหลงใหล

            เขายังองอาจผ่าเผยเช่นเคย ทว่าเขายังคงไม่รู้จักนาง

            ขึ้นไปถึงชั้นที่สี่ของหอ มู่หรงฉือก็พูดเสียงเบา “เสียใจกับท่านอ๋องด้วย”

            มู่หรงอวี้มองนางนิ่ง ไม่เอ่ยคำใด ดวงหน้าขาวปรากฏความเย็นชาเล็กน้อย

            “เปิ่นกงพูดออกมาจากใจจริง”

            “เหตุใดเปิ่นหวางจะต้องเสียใจด้วย?”

            นางเป็นคนของท่านนี่

            แน่นอนว่า มีบุคคลที่สามอยู่ที่ตรงนั้น นางย่อมไม่ได้พูดประโยคนี้ออกมา เพียงกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างหมดคำพูด แล้วไปตรวจสอบด้านในหอ

            ในหอหลิงเฟิง ห้องทุกชั้นล้วนจัดวางเก้าอี้เอาไว้ให้คนที่เข้ามาเที่ยวเล่นที่นี่ได้พักเท้า ปกติแล้วจะมีนางกำนัลคอยทำความสะอาดจึงไม่มีฝุ่นผง แต่บนพื้นมีรอยเท้าอยู่ไม่น้อย แต่เพราะคนที่มาหอหลิงเฟิ่งก็ไม่น้อยเช่นกัน จึงไม่นับว่าเป็นอะไรได้นัก

            เสิ่นจือเหยียนกับมู่หรงฉือมาถึงทางเดินด้านนอกด้วยกัน ต่างมองไปรอบๆ จากนั้นก็ยืนตรงตำแหน่งที่เซียวกุ้ยเฟยเสียชีวิต

            มู่หรงอวี้ถามเสียงเข้ม “พบอะไรหรือไม่?”

            เสิ่นจือเหยียนคุกเข่ามองไปตามพื้น “ตอนนี้ยังไม่พบสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ”

            มู่หรงฉือพาดตัวไปกับราวสีแดงมองออกไปด้านนอก มู่หรงอวี้รีบคว้าแขนของนางเอาไว้ หัวใจกระตุกวาบ

            นางหันกลับไปมองเขาโดยใช้สายตาถาม : ทำอะไร? 

            เขาปล่อยมือแล้วใช้สายตาตอบกลับไปว่า : ระวังหน่อย

            นางพาดตัวไปกับราวแล้วมองข้างล่างต่อ ก่อนจะพูดออกมา “จากตรงนี้มองลงไปสูงมาก แต่ว่าหากขาทั้งสองข้างลงพื้นก่อน ก็อาจจะโชคดีแค่ขาหักแขนหัก แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต เอ๋...”

            นางคุกเข่าลงทันที ยื่นมือไปนอกราว ในตอนที่หดมือกลับมานิ้วมือของนางหนีบเส้นไหมสีขาวกลับมาด้วย “นี่คืออะไร?”

            เสิ่นจือเหยียนหยิบไปดู ก่อนจะคลี่เส้นไหมนั้น “ดูเหมือนจะเป็นไหมธรรมชาติ”

            มู่หรงอวี้พูดเสียงเย็น “ไหมธรรมชาตินี้เอามาทำเป็นเส้นไหมที่คมดั่งมีด อ่อนดุจสายน้ำ คมจนสามารถตัดเกราะได้ เอาไว้ใช้เป็นอาวุธทางทหาร”

            ในชั่ววินาทีนั้น หัวของมู่หรงฉือพลันแล่นขึ้นมาจนต้องปิดตาลง

            “เตี้ยนเซี่ยเป็นอะไรไป?” ดวงตาที่ยังคงเย็นชาอยู่ไม่คลายเจือความกังวลอยู่เล็กน้อย

            “เตี้ยนเซี่ยไม่เป็นอะไร ท่านอ๋องอย่าได้กังวล” เสิ่นจือเหยียนรู้ว่านี่เป็นนิสัยของเตี้ยนเซี่ย จึงยิ้มแล้วอธิบาย “เตี้ยนเซี่ยกำลังคิดถึงรูปคดีอยู่”

            ไม่นานนางก็ลืมตาขึ้น แววตาสดใสดุจสายน้ำ “จือเหยียน เจ้าคิดว่าเซียวกุ้ยเฟยจะกระโดดลงมาเองหรือไม่?”

            เขาส่ายหน้า “เหตุใดเซียวกุ้ยเฟยถึงกระโดดลงมาอย่างไร้เหตุผล? เซียวกุ้ยเฟยไม่มีเหตุผลที่จะตาย นี่มันไม่สมเหตุสมผลอย่างชัดเจน”

            มู่หรงอวี้เสนอความเห็นต่าง “แต่เซียวกุ้ยเฟยดูเหมือนจะกระโดดลงมาเอง”

            เสิ่นจือเหยียนโต้แย้งทันที “ท่านอ๋องลืมไปแล้วหรือ? เซียวกุ้ยเฟยถูกคนร้ายลักพาตัวมาที่นี่ คนร้ายคงจะจัดฉากให้เหมือนว่านางกระโดดฆ่าตัวตายที่หอหลิงเฟิง เพื่อให้ทุกคนพากันคิดว่าเซียวกุ้ยเฟยกระโดดลงมาเอง”

            มีลมพัดมา แขนเสื้อของมู่หรงฉือกับเส้นผมด้านหลังพลิ้วสะบัด “ก่อนอื่น เซียวกุ้ยเฟยไม่ได้กระโดดลงมาด้วยตัวเอง ตอนนั้นนางไม่มีสติ หรืออาจจะมีสติอยู่แต่ไม่อาจขยับตัวได้เพราะถูกคนสกัดจุดเอาไว้”

            “ตอนนั้นทั้งร่างของเซียวกุ้ยเฟยอยู่ด้านนอกราว ลำตัวเอนไปด้านนอก อาศัยเพียงสองมือจับราวเอาไว้ถึงได้ไม่ร่วงลงมา หากนางไม่ได้สติ หรือถูกสกัดจุดเอาไว้นางจะใช้แรงได้อย่างไร จะดึงตัวเองให้เอนออกไปข้างนอกได้อย่างไร?” เสิ่นจือเหยียนโต้

            “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่ายังมีสิ่งนี้” นางยกเส้นไหมขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ความยาวของไหมนี้เพียงพอที่จะรัดเอวของเซียวกุ้ยเฟยเอาไว้ แล้วค่อยมามัดที่ราว คนร้ายใช้ก้อนหินเล็กๆ เป็นอาวุธคลายจุดสกัดเซียวกุ้ยเฟยในตอนที่เส้นไหมขาด ยามที่นางได้สติก็ช่วยตัวเองไม่ทันแล้ว ได้แต่มองตัวเองตกลงไป”

            “ถึงแม้ว่าเส้นไหมจะบางมาก แต่ก็เพียงพอที่จะยื้อเวลาได้ครู่หนึ่ง รอจนกระทั่งเส้นไหมขาดคนถึงจะร่วงลงมา” ดวงตาของมู่หรงอวี้เย็นชา “ตอนที่ทุกคนกำลังมองศพบนพื้น คนร้ายก็อาศัยโอกาสนี้หลบหนีไป”

            “วิธีการสังหารของคนร้ายรายนี้ฉลาดยิ่งนัก” เสิ่นจือเหยียนกล่าว

            “ที่ทำให้คนไม่เข้าใจก็คือ ในเมื่อคนร้ายมีความสามารถที่จะพาเซียวกุ้ยเฟยมาที่นี่ จัดฉากให้นางกระโดดฆ่าตัวตาย เหตุใดไม่ทำให้มันง่ายไปเสียเลย อย่างการสังหารนางในหนึ่งดาบ?” คิ้วของมู่หรงฉือขมวดเข้าหากันแน่น “คนร้ายคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?”

            “เซียวกุ้ยเฟยเป็นเฟยลำดับสูงสุดในวังหลัง ได้รับความโปรดปรานเกียรติยศมากมาย คนร้ายเลือกวิธียุ่งยากเช่นนี้มาทำให้นางมีจุดจบที่น่าอเนจอนาถ ทั้งยังใช้วิธีทำให้ตายต่อหน้าผู้คนมากมาย...ใช่แล้ว ท่ามกลางสายตาของคนมากมาย!”เสิ่นจือเหยียนพูดด้วยความยินดี “คนร้ายต้องการให้เซียวกุ้ยเฟยเสียชีวิตอย่างอนาถต่อหน้าคนจำนวนมาก”

            มู่หรงฉือพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ก็มีแค่การอธิบายนี้แล้ว”

            มู่หรงอวี้ถาม “คนร้ายเป็นสตรี มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนในวัง นางกำนัล บรรดาเฟยผินในวังตั้งมากมาย จะต้องตรวจสอบจากตรงไหน?”

            นางพูดต่อ “นางกำนัลที่เกลียดชังเซียวกุ้ยเฟยก็มีอยู่ไม่น้อย หากลงมือจากจุดนี้ เกรงว่าจะตรวจสอบได้ยาก อีกอย่างนางกำนัลส่วนมากก็ไม่มีวิทยายุทธ์”

            เสิ่นจือเหยียนยกไหมเส้นนั้นขึ้นมา “ตอนนี้มีเบาะแสเดียวก็คือไหมธรรมชาตินี้”

            คนที่มีไหมธรรมชาติ คนผู้นั้นก็เป็นผู้ต้องสงสัย

            ปัญหาก็คือ ไม่อาจใช้เพียงสิ่งนี้ในการสืบค้นนี่สิ

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808