ผู้คนมากมายมายืนอยู่หน้าจวนอ๋องฉีเพราะรู้มาว่าตระกูลเฉียนจะมาคุกเข่าขอขมาที่ได้ล่วงเกินซื่อจื่อและคุณชายรองของจวนอ๋องแห่งนี้ อีกทั้งที่ผ่านมาเฉียนไหลเฉิงได้สร้างวีรกรรมและก่อความเกลียดชังให้ชาวบ้านอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นเื่ที่ทำให้เขาเสียหน้าได้ มีหรือที่ชาวบ้านจะไม่มาชื่นชมภาพอันน่ายินดีนี้
‘เท่าที่ข้ารู้มา จวนฉีอ๋องมีเพียงฉีอ๋องซื่อจื่อไม่ใช่หรือ แล้วคุณชายรองเป็ใครมาจากไหน’
‘นั่นสิ หรือว่าท่านอ๋องแอบไปมีบ้านเล็กอยู่นอกจวน’
‘พวกเ้าว่าคุณชายรองจะหน้าตาเป็ยังไง ข้าเคยเห็นฉีอ๋องซื่อจื่อกับท่านหญิงจินเยว่อยู่หนหนึ่ง ทั้งคู่ล้วนหล่อเหลาและงดงามหาใดเปรียบ’
ชาวบ้านต่างก็กระซิบกระซาบกันด้วยความสงสัย เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าท่านอ๋องฉีนั้นมีรักมั่นอยู่ที่พระชายาเพียงคนเดียว เมื่อพระชายาสิ้นพระชนม์ไป ท่านอ๋องก็ไม่เคยคิดที่จะรับสตรีใดเข้ามาในจวนอีก แต่คราวนี้กลับมีคุณชายรองของจวนปรากฏตัวขึ้น จึงทำให้ชาวบ้านอดที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้
ไม่นานเฉียนไหลเฉิงกับสหายอีกสี่คนก็เดินทางมาถึงหน้าจวน โดยมีเฉียนหลานและผู้ปกครองของเด็กทั้งสี่คนเดินตามหลังลูกชายมาด้วย ความจริงแล้วเฉียนหลานรู้สึกอับอายมากอยู่เหมือนกัน เพียงแต่เมื่อนึกถึงว่าบุตรชายมีนิสัยชอบรังแกคนอื่นเช่นนี้มีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูของตนเอง การมาขอขมาที่จวนอ๋องฉีคราวนี้เขาจึงต้องเดินทางมาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
ประตูจวนอ๋องเปิดออก อ๋องฉีเดินออกมาจากจวนตามด้วยซ่งอี้เซวียน ฟู่ซีซวน ซ่งจินเยว่ และมีจูจื้อโหยวที่เดินรั้งท้าย
“เฉียนไหลเฉิงและสหายมาขอขมาท่านอ๋อง ซื่อจื่อ และคุณชายรอง ที่ก่อนหน้านี้ข้ากับสหายอีกสี่คนได้กล่าวว่าวาจาล่วงเกินพวกท่านออกไป ขอทุกท่านโปรดให้อภัยเราด้วยขอรับ” เฉียนไหลเฉิงกล่าวพร้อมกับคุกเข่าลงอย่างไม่ต้องมีใครมาบังคับ หลังจากคิดทบทวนมาหลายวัน เขาจะถือโอกาสนี้ทำดีกับฟู่ซีซวนและจะปรับปรุงตัวเป็คนใหม่ เขาจะไม่ยอมให้บิดาตัดหางปล่อยวัดเขาเป็อันขาด
เด็กหนุ่มที่ตามมาด้วยอีกสี่คนรีบคุกเข่าและกล่าวคำขอโทษตามเฉียนไหลเฉิงทันที
อ๋องฉีหันไปมองซ่งอี้เซวียนและฟู่ซีซวน ก่อนที่ฟู่ซีซวนจะเป็คนก้าวออกมาแล้วโค้งให้สหายทั้งห้าคน
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สำนักศึกษาก็เป็ความผิดของข้าด้วยเช่นกัน ข้าต้องขอโทษพวกเ้าทั้งห้าคนด้วยที่ลงมือกับพวกเ้าจนได้รับาเ็ หวังว่าทุกคนคงไม่ถือสาและให้อภัยกับความใจร้อนของข้าในครั้งนี้ด้วย” ฟู่ซีซวนพูดจบก็โค้งให้สหายทั้งห้าคนอีกครั้ง
“ข้าในฐานะผู้แทนของจวนอ๋องยอมรับคำขอโทษจากพวกเ้า และหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทุกคนลุกขึ้นเถิด อย่างไรเราทั้งหมดก็เป็สหายที่ร่ำเรียนอยู่สำนักศึกษาแห่งเดียวกัน ต่อไปพวกเราควรรักใคร่สามัคคีกันจะดีที่สุด” ซ่งอี้เซวียนพูดเสริม
ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็รู้สึกประหลาดใจที่ซ่งอี้เซวียนและฟู่ซีซวนไม่ถือโทษกับเด็กหนุ่มทั้งห้าคน แต่หลังจากนั้นทุกคนก็เปลี่ยนมาเป็ความชื่นชมพวกเขาแทน
‘ท่านอ๋องฉีสั่งสอนบุตรได้วิเศษนัก จะมีผู้มีบรรดาศักดิ์กี่คนที่ออกมาโค้งกายให้กับสามัญชนเช่นนี้’
‘ที่ยืนอยู่ข้างซื่อจื่อคงเป็คุณชายรองแน่ กิริยามารยาทสมกับเป็ทายาทของจวนอ๋องจริงๆ’
‘ชื่อจื่อกับคุณชายรองหล่อเหลาทั้งคู่ ท่านหญิงจินเยว่ก็สวยน่ารัก ได้ยินว่าแม่นางที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดเป็ฮูหยินของคุณชายรอง นางเป็บุตรสาวของใต้เท้าจู อดีตหัวหน้าสำนักตรวจราชการเชียวนะ’
‘จริงหรือ? ช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ’
“จวนอ๋องฉีของเราไม่เคยสั่งสอนลูกหลานให้ใช้อำนาจกดขี่ผู้ที่มีฐานะต่ำกว่า แต่ก็ไม่สามารถให้ใครมาดูิ่จวนของเราได้เหมือนกัน แม้ฟู่ซีซวนจะเป็เพียงบุตรชายบุญธรรมของข้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครมาพูดจาล่วงเกินเขาได้ เพราะฐานะของเขาคือคุณชายรองของจวนอ๋อง อำนาจการตัดสินใจของเขาในจวนเป็รองเพียงแค่ข้ากับซื่อจื่อเท่านั้น”
อ๋องฉีใช้โอกาสนี้ประกาศสถานะของฟู่ซีซวนให้ทุกคนรู้อีกครั้ง ซึ่งก็ทำให้ทุกคนเข้าใจกระจ่างชัดในสถานะของฟู่ซีซวน และเลิกสงสัยที่มาที่ไปของเขาทันที
“เอ่อ...ซีซวน...ข้า...ข้าขอโทษเ้าอีกครั้งนะ ต่อไปข้าจะไม่รังแกเ้าอีก ไม่สิ...ต่อไปข้าจะไม่หาเื่เ้าอีก เ้าจะรับข้าเป็สหายคนหนึ่งได้ไหม” เฉียนไหลเฉิงพูดขึ้นอย่างไม่มั่นใจ เพราะที่ผ่านมาเขาก็ทำไม่ดีกับฟู่ซีซวนไว้มากจริงๆ
ฟู่ซีซวนยังไม่ตอบ เขากำลังพิจารณาสิ่งที่จูจื้อโหยวได้บอกเขาไว้ก่อนหน้านี้ว่านางให้หงหลินช่วยตรวจสอบว่าเฉียนไหลเฉิงกับสหายอีกสี่คนมีนิสัยอย่างไร น่าคบหาหรือไม่ ซึ่งหงหลินก็ยืนยันชัดเจนว่าทุกคนล้วนคบหาได้ ทั้งยังสามารถทำธุรกิจร่วมกับพวกเขาได้อีกด้วย
เฉียนไหลเฉิงมีกิจการค้าใบชา ทั้งรับซื้อและมีไร่ชาของตนเอง
เจียวซิ่งมีกิจการค้าส่งธัญพืชและมีที่ดินเพาะปลูกธัญพืชเป็ของตนเองเช่นกัน
จางเหว่ยมีฟาร์มเลี้ยงวัว
และคู่แฝดโจวชุนกับโจวชางที่เป็ทายาทของสำนักคุ้มภัย แต่ทั้งคู่มีวรยุทธ์ที่อ่อนด้อย สร้างความอับอายให้กับบิดาของพวกเขาเป็อย่างยิ่ง ทั้งสองคนจึงไม่คิดที่จะสืบทอดกิจการของครอบครัวต่อ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังมีน้องชายคนเล็กที่มีวรยุทธ์ยอดเยี่ยมอยู่ทั้งคน โดยทั้งสองคนคิดที่จะออกมาเปิดกิจการของตนเอง แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขาควรจะเปิดกิจการใด
เด็กหนุ่มทั้งห้าคนเริ่มประหม่าเมื่อไม่เห็นฟู่ซีซวนตอบคำถามของเฉียนไหลเฉิง ทั้งซ่งอี้เซวียนยังเอาแต่นั่งมองพวกเขานิ่ง
“ซีซวน...เ้ายังไม่ให้อภัยข้าใช่ไหม ข้าต้องทำยังไงถึงจะให้เ้าหายโกรธ” เฉียนไหลเฉิงทำหน้าน่าสงสาร กลยุทธ์นี้เขาใช้กับบิดาได้ผลมานักต่อนักแล้ว เพียงแต่เขาลืมนึกไปว่าเขาเป็ผู้ชายคมเข้มคนหนึ่ง เมื่อทำท่าทางน่ารักมันก็ออกจะไม่น่าดูเลยสักนิด
“เ้าอย่าทำหน้าตาน่ากลัวอย่างนั้นสิ เดี๋ยวซื่อจื่อกับซีซวนก็ใแย่หรอก” เจียวซิ่งสะกิดเตือน
“จะน่ากลัวได้ยังไง ท่านพ่อของข้าก็ใจอ่อนเพราะหน้าตาใสซื่อของข้านี่ล่ะ” เฉียนไหลเฉิงกระซิบตอบอย่างมั่นใจ
“ไม่นะ หน้าตาเ้าเวลานี้มันน่ากลัวจริงๆ” จางเหว่ยเสริม
“เอาล่ะ พวกเ้าไม่ต้องทะเลาะกัน ที่ข้าเชิญพวกเ้าให้อยู่ต่อวันนี้เพราะมีเื่จะปรึกษา” ฟู่ซีซวนบอก
“แสดงว่าเ้าให้อภัยพวกเราแล้วใช่ไหม” เฉียนไหลเฉิงพูดขึ้นอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปมองเจียวซิ่งกับจางเหว่ยอย่างได้ใจ “เห็นไหมล่ะ หน้าตาน่ารักอย่างข้า เวลาขอร้องใครก็ได้ผลทุกที”
“เฉียนไหลเฉิง” ซ่งอี้เซวียนเรียก
“ขอรับซื่อจื่อ” เฉียนไหลเฉิงยิ้มน่ารักอีกครั้ง
“ต่อไปเ้าอย่าทำหน้าแบบนี้อีกเลยนะ ข้ากลัวว่าคนอื่นจะเก็บไปฝันร้ายกันเสียเปล่าๆ ขนาดข้าที่เคยเห็นคนเืตกยางออกมานักต่อนักยังกลัวใบหน้าเ้าเวลานี้เลย”
เด็กหนุ่มในห้องทั้งหมดะเิเสียงหัวเราะออกมาทันที ทำให้บรรยากาศดีขึ้นไม่น้อย มีแต่เฉียนไหลเฉิงที่หันไปทำท่าเหมือนจะต่อยเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ต่อไปนี้พวกเราคือสหายกัน เื่ในอดีตก็ลืมมันไปเถอะ” ฟู่ซีซวนพูดยิ้ม
“ต่อไปก็ถือว่าข้าเป็พี่ใหญ่ของพวกเ้าด้วยก็แล้วกัน”
ทั้งห้าหนุ่มไม่คิดไม่ฝันว่าซ่งอี้เซวียนจะพูดประโยคนี้ พวกเขาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว ซื่อจื่อแห่งจวนฉีอ๋องจะเป็พี่ใหญ่ของพวกเขาอย่างนั้นหรือ
“จริงหรือขอรับ...พี่ใหญ่” เฉียนไหลเฉิงเปลี่ยนคำเรียกก่อนใคร “ข้าเรียกอย่างนี้ได้ใช่ไหมขอรับ”
“อย่าพูดเล่นกันอยู่เลย ที่ข้าเชิญพวกเ้ามาก็เพราะมีเื่ธุรกิจที่จะปรึกษา” ฟู่ซีซวนหันไปมองเฉียนไหลเฉิงพร้อมกับหุบยิ้ม “ไหลเฉิง...ก่อนหน้านี้เ้าสั่งให้คนคอยติดตามความเคลื่อนไหวของข้าและสืบหาเ้าของโรงน้ำชา เ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่”
เฉียนไหลเฉิงสะดุ้งขึ้นทันที เพราะไม่คิดว่าฟู่ซีซวนจะรู้ และั้แ่ที่เขาถูกบิดาสั่งห้ามไม่ให้เขาสืบหาเ้าของโรงน้ำชาร้างแห่งนั้น เขาก็สั่งให้คนของเขาเลิกติดตามเื่นี้แล้ว แต่ทำไมฟู่ซีซวนยังรู้เื่นี้อีก
“เ้า...เ้ารู้เื่นี้ได้ยังไง” เฉียนไหลเฉิงรีบอธิบาย “ข้า้าสร้างผลงานให้ท่านพ่อเห็นก็เลยคิดที่จะซื้อโรงน้ำชาร้างแห่งนั้นเพื่อเอามาเปิดเป็โรงน้ำชาแห่งใหม่ของพวกเรา แต่บังเอิญวันหนึ่งคนของข้าเห็นว่าเ้ากับฮูหยินของเ้าเดินเข้าไปที่โรงน้ำชาแห่งนั้น ข้าก็เลยให้คนของข้าไปสืบดูว่าพวกเ้าเข้าไปในนั้นเพื่ออะไร แต่หลังจากนั้นข้าก็สั่งให้คนหยุดตามพวกเ้าแล้ว”
“เท่านี้เองหรือ เ้าไม่ได้ตั้งใจให้คนสืบความเคลื่อนไหวของข้าเพื่อที่เ้าจะมาลอบทำร้ายข้าทีหลังใช่ไหม” ฟู่ซีซวนรู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะองครักษ์เงาที่ติดตามเขาได้บอกเขามาก่อน เพียงแต่เขาอยากแกล้งเฉียนไหลเฉิงเท่านั้นเอง
“โอ๊ย! ไม่มี...ไม่มี ข้าจะกล้าไปทำร้ายเ้าได้ยังไง ดูว่าเ้าคนเดียวยังต่อยพวกข้าห้าคนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นได้อย่างสบายๆ ข้าไม่กล้ายื่นหน้าตัวเองไปหาหมัดเ้าอีกหรอก” เฉียนไหลเฉิงรีบปฏิเสธ “แต่จะว่าไป ่นี้เ้าดูผอมไปนะ ที่บ้านไม่มีข้าวกินหรือ ให้ข้าส่งอาหารมาให้เ้ากินบ้างดีไหม”
“ที่จวนอ๋องของข้าขัดสนมากเลยใช่ไหมในสายตาของเ้า” ซ่งอี้เซวียนพูดเสียงเข้ม
“โธ่...พี่ใหญ่อย่าเข้าใจข้าผิดสิขอรับ เมื่อก่อนซีซวนตัวอย่างกับหมี ตอนนี้เขาผอมแห้งออกอย่างนี้ ข้าก็เลยอยากบำรุงเขาให้อ้วนเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง”
“ข้าตั้งใจลดน้ำหนักแล้วก็ฝึกวรยุทธ์ เพราะถ้าข้าอ่อนแออย่างเมื่อก่อน คงถูกพวกเ้ารังแกจนตายแล้ว” ฟู่ซีซวนพูด
เด็กหนุ่มทั้งห้าหุบยิ้มและก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดอีกครั้ง
“ข้าล้อพวกเ้าเล่นหรอก ไม่นอกเื่แล้ว โรงน้ำชาแห่งนั้นเป็ของโหยวเอ๋อ...เอ่อ...เป็ของฮูหยินของข้าเอง”