ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่กวักมือเรียกญาติพี่น้องหรือคนที่มารอรับ เสียงะโโหวกเหวกดังสลับ ชายหนุ่มเห็นหลังไวๆของสาวสวยตากลมโตเดินเคียงคู่ไปกับชายวัยกลางคนในชุดซาฟารีสีน้ำเงินเข้ม
‘เออแหะลงสถานีเดียวกันซะด้วย สักวันเราคงมีโอกาสพบกัน’
เขาแอบดีใจอยู่ลึกๆที่เธอก็ลงสถานีนี้ โอกาสที่จะได้เจอกันก็คงมีนี่เขาหวังจะได้เจอเธออีกอย่างนั้นหรือ?
“ไอ้ฟ้า! ทางนี้โว้ย!” เสียงะโจากข้างบันไดหน้าสถานีดังขึ้น
“เออ!” คนมาเยือนโบกมือตอบ
“สนุกไหมล่ะ นั่งรถไฟ ข้าบอกเอ็งแล้วว่าให้ขับรถมาเองก็ไม่เชื่อสมัยนี้ถนนสะดวกสบายไม่มีหลุมมีบ่อหรอกน่า”
สายฟ้าหยักไหล่เล็กน้อยแทนคำตอบด้วยความเคยชิน
“ก็พอได้ แค่ยืนจนขาแข็งมาครึ่งทางล่ะ”
“เอาน่า ถือว่าเป็ประสบการณ์”
ปลัดพฤกษ์ตบไหล่เพื่อนเบาๆเป็เชิงปลอบใจ
นับั้แ่จบมัธยมปลาย สายฟ้าไปเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่อังกฤษในขณะที่เมษเข้าเรียนรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศ
ทั้งคู่ยังคงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอเพราะสายใยอันแน่นเหนียวระหว่างผู้เป็พ่อที่เป็เกลอแก้วคบหากันมาั้แ่เยาว์วัย อีกทั้งยังเป็หุ้นส่วนกันอีกด้วย
รถกระบะสี่ประตูเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่มีป้ายไม้ขนาดใหญ่บอกชื่อไร่สุดเขตฟ้าผู้มาเยือนกดกระจกไฟฟ้า กวาดสายตามองทิวทัศน์โดยรอบ ท้องทุ่งเขียวขจีต่อเนื่องไปกับทิวไม้เื้ักว้างไกลไปจนจรดทิวเขายาวเหยียด
สายฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆอากาศสดชื่นจนหัวใจสดใส
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะเพื่อน”
คนขับยกมือขวาขึ้นวาดไปเบื้องหน้าเป็ทำนองบอกให้รู้ว่า ทั้งหมดสามร้อยหกสิบองศาที่ทั้งสองมองเห็น คือ อาณาจักรอลังการของทั้งสองครอบครัวอันเกิดจากการมิตรภาพของพ่อทั้งสองฝ่าย
ก่อนหน้าที่สายฟ้าจะมาถึงพ่อกับแม่ของพฤกษ์ก็เดินทางไปเยี่ยมญาติที่ประเทศนอร์เวย์ได้หลายวันแล้วและกำหนดจะกลับในเดือนหน้า ถือโอกาสพักผ่อนไปในตัวทั้งไร่จึงเหลือพฤกษ์เป็ผู้ดูแลหลักเพียงคนเดียว
“สุดเขตฟ้าจริงๆ ข้าไม่คิดว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้”
สายฟ้าชื่นชมจากหัวใจ
“กี่ปีแล้วล่ะที่พวกเอ็งไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่”
“นั่นสินะเปลี่ยนไปมากจนจำไม่ได้”
“ที่ไร่ก็มีแต่พ่อแม่ข้ากับคนงานอยู่อาศัย ส่วนธาราก็นอนที่หอโรงบาลซะส่วนใหญ่”
พฤกษ์เคยบอกเขาแล้วว่าธาราเป็แพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด
“ยังจุ้นจ้านอยู่เหมือนเดิมไหม?”
เขานึกถึงยายเด็กผมเปียตัวอ้วนในวัยประถมคนนั้นได้เลือนราง
“ตอนทำงานก็ดูจริงจังดีแต่พอเลิกงานก็กลายเป็จอมจุ้นเหมือนเดิม”
ผู้เป็พี่ชายทำหน้าเอือมระอา
สายลมเริ่มแรงลู่ผิวหน้าชายหนุ่มจนชานิดๆทิวทัศน์เขียวขจีสุดลูกหูลูกตาสร้างความสดชื่นยิ่งนัก สายฟ้าสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดพฤกษ์บรรยายการเพาะปลูกในไร่ให้เขาฟังอย่างละเอียด ทั้งปลูกต้นสัก สับปะรด ข้าวโพดและทดลองปลูกพืชชนิดใหม่ๆ อีกหลายพันธุ์
พ่อของพฤกษ์ชอบเพาะพันธุ์พืชชนิดใหม่ๆทำให้มีโรงเรือนเพาะชำอยู่มากมาย โดยเฉพาะกล้วยไม้ ที่นี่นับได้ว่าเป็แหล่งรวมกล้วยไม้หายากแห่งหนึ่ง
“สดชื่นจริงๆ บรรยากาศที่นี่น่าอยู่สุดๆ เลยว่ะ”
“เอ็งอยู่ก็ดีสิ ข้าจะได้มีคู่หู”
“ขอคิดสักพักล่ะกัน เน้นเื่งานให้ลงตัวก่อน”
สายฟ้ามุ่งจะหาไอเดียและวัตถุดิบในการทำงานให้ได้อย่างที่หวังเสียก่อนเขายังไม่คิดว่าจะปักหลักที่ใดแน่ชัด
“ก็คงอยู่สักพักจนกว่าจะมีแรงบันดาลใจใหม่ๆล่ะเพื่อน”
“นี่ขับรถตั้งนานแล้วยังไม่ถึงบ้านอีกเหรอวะ เข้าเขตไร่มาตั้งนานแล้วนะ”
สายฟ้าเริ่มนิ่วหน้าเพราะสงสัยตะหงิดๆ ว่า บ้านสุดเขตฟ้าอยู่ตรงไหน
“เอ็งก็คิดดูสิว่า ไร่ชื่อสุดเขตฟ้าบ้านก็ชื่อสุดเขตฟ้า มันน่าจะอยู่ไกลแค่ไหนล่ะ”
เ้าบ้านทำน้ำเสียงยียวน
หลังจากเก็บเสื้อผ้าเข้าเรือนพักหลังเล็กแล้วสายฟ้าก็เดินเล่นไปรอบๆ บ้านสองชั้นหลังใหญ่ด้านหน้า ซึ่งเป็บ้านที่พ่อกับแม่และน้องสาวพฤกษ์พักอาศัย พฤกษ์ก็มีเรือนหลังเล็กที่อยู่ถัดมาเยื้องอยู่กับบ้านพักแขกที่สายฟ้าเข้ามาอาศัย
อาศัย่เวลาก่อนอาหารเย็นสอบถามสารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่าย พฤกษ์รู้จักน้องชายอีกสองคนของสายฟ้าเป็อย่างดีสายฟ้าจึงเล่าเื่ราวของพวกเขาให้ฟังคร่าวๆ สุดท้ายก็แวะวนมาเื่การเดินทาง
“อะไรนะ โดนสาวจูบเรอะ” หนุ่มหน้าคมผิวเข้มอุทานอย่างลืมตัว เพียงชั่วครู่แววตาตระหนกใก็เปลี่ยนไปพฤกษ์หรี่ตาลงเล็กน้อยจับจ้องเพื่อนรัก อีกฝ่ายเลิกคิ้วเขาเพียงเล่าให้ฟังเพราะคิดว่า มันเป็แค่เื่บังเอิญ
“อะฮ้า!”
“อย่า! อย่าคิดแบบนั้น! นี่มันความซวยต่างหาก โดนด่าจนคนมองทั้งโบกี้”
สายฟ้าโบกมือแสดงอาการยืนยันขันแข็งอีกฝ่ายยังทำสายตาเขม็งอยู่ไม่เลิก
“พูดมาตรงๆว่า เอ็งติดใจอะไรหรือเปล่า?”
“ก็ไม่นะแต่ลงสถานีเดียวกัน ก็น่าจะเป็คนแถวนี้”
“สวยไหม?”
“น่ารักดี” คนตอบแอบอมยิ้ม
“นี่เขาเรียก พรหมลิขิต ฮ้า!ไม่แน่นะ อาจจะเป็เนื้อคู่ก็ได้”
พฤกษ์ฟังแล้วถึงกับตบอกด้วยความลืมตัว
“เอางี้ ตอนเย็นมีงานงิ้วพอดีข้าจะพาเอ็งไปเสี่ยงเซียมซีหาคู่ดูสักหน่อย ศาลเ้าที่นี่ขึ้นชื่อมากนะโว้ยเื่การหาคู่ๆ เอ็งรีบๆ ไปอาบน้ำ เดี๋ยวไปกินข้าวกัน”
พูดจบ ฝ่ายนั้นก็หัวเราะเริงร่าเดินจากไปด้วยความมาดหมาย เย็นนี้ล่ะเขาจะพาเพื่อนผู้หล่อเหลาแถมโสดสนิทไปเสี่ยงเซียมซีหากคู่สักหน่อยส่วนตัวเขาเองนั้น จะต้องจัดการเื่ตัวเองให้สำเร็จในปีนี้!
ศาลเ้าประจำจังหวัดในค่ำคืนนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน โคมไฟสีแดงห้อยระย้าเป็สายยาวตลอดถนนสองข้างทางก่อนเข้าศาลมีคนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเรียงราย
พฤกษ์เดินนำเพื่อนรักแม้หวังจะแทรกผู้คนเข้าไปให้ไว แต่คลื่นมนุษย์ที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆทำให้ทั้งสองหนุ่มทำได้เพียงโดนผลักให้เดินคล้อยไปข้างหน้าเท่านั้น พวกเราค่อยๆแทรกเข้าไปจนถึงในตัวศาลเ้า ควันธูปหนาแน่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“ไปด้านโน้นเถอะ แสบตา”สายฟ้าเริ่มรู้สึกมึน
พฤกษ์หันซ้ายหันขวาเอามือปัดควันธูปออก มองหาบริเวณเสี่ยงเซียมซี
“นั่นๆ อยู่ด้านนั้น ป่ะ!”พฤกษ์คว้าแขนสายฟ้าเดินลิ่วๆ ไปต่อแถวคนที่กำลังเสี่ยงเซียมซี่
“ก่อนเสี่ยงเซียมซีเราต้องไหว้เ้าก่อนนะ”
“นั่นสินะ เออ ข้าลืมไปงั้นไปทางโน้นก่อน” ทั้งสองเดินย้อนกลับมาจุดธูปไหว้เ้า ด้านหลังของเขามีผู้หญิงอีกสองคนเดินคุยกันอยู่ท่ามกลางควันธูป
“ดาว ควันตรงนี้เยอะไปนะน้ำตาฉันไหลแล้ว” แป้งเริ่มบ่นเบาๆ
“เราไหว้เ้าเสร็จก่อนค่อยไปเสี่ยงเซียมซี” พันดาวแย้งเบาๆ “อดทนหน่อยนะ”
แป้งผู้มีความสับสนวุ่นวายใจอยากจะเสี่ยงเซียมซียิ่งนัก เพราะเธอเคยมาลองเสี่ยงทายสองสามครั้งแล้วเป็จริงน้ำหนักก็การเสี่ยงเซียมซีที่นี่ในใจเธอมีอยู่เจ็ดถึงแปดส่วน
แป้งปัดควันธูปที่โหมมาอีกสายเบาๆควันเลือนลง เธอเห็นแผ่นหลังข้างหน้าคลับคล้ายคนรู้จัก ‘อ่ะพี่พฤกษ์นี่นา แย่แล้ว!’
“ดาว เราหลบไปทางนั้นดีกว่าแถวนี้คนเยอะ”
“เออ ดีเหมือนกัน”
แป้งจูงมือดาว หลบออกไปอีกทางหนึ่งคนมากมายทำให้หลบฉากได้ค่อนข้างสะดวก แป้งแอบถอนหายใจเบาๆ เธอรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ค่อยออกทุกครั้งที่เจอหน้าพฤกษ์ หงุดหงิดที่ต้องคอยปะทะคารมกับเขาบ่อยๆ
เธอกับเขาเป็รุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดแต่หลังจากมีเื่ในครั้งนั้น ทั้งคู่กลับกลายเป็ไม้เบื่อไม้เมากันตลอดมา ‘ถ้าหากไม่เกิดเื่ในตอนนั้นก็คงดี’ แป้งทดท้อในใจ
ส่วนสองหนุ่มที่ไหว้เ้าเสร็จแล้วพฤกษ์ยังทำหน้าที่ดันให้สายฟ้าเดินหน้าไปเข้าแถวเสี่ยงเซียมซี
“นี่เอ็งเอาจริงน่ะ” สายฟ้าหยั่งเสียง
“เอาน่า ถือซะว่า มาทำบุญ เสี่ยงขำๆไม่ซีเรียสๆ ฮ่าๆ”
อีกฝ่ายเคาะไหล่แต่สายตาไม่น่าไว้วางใจ
“งั้นเอ็งนำหน้า”
“ย่อมได้”
พฤกษ์คว้ากระบอกเซียมซี่มั่นคุกเข่าที่เบาะ ก่อนเขย่าอย่างจริงจัง
“ได้แล้ว” เขาคว้าติ้วไม้ที่หล่นลง ดูหมายเลขอย่างรวดเร็ว
“ทีเอ็ง ให้ไวๆ”สายฟ้ารับมาถือไว้ แล้วเขย่าอย่างรวดเร็ว ติ้วไม้อันหนึ่งหล่นลงมาพฤกษ์รีบคว้าขึ้นมาดูหมายเลข
“ป่ะ! ไปเอาใบเซียมซีกัน”
คนด้านหลังที่ต่อคิวรุนหลังกันเร่งมาเรื่อยๆ
“โอ๊ย!”
สายฟ้าโดนคนต่อคิวด้านหลัง กระแทกจนหน้าคะมำร่างที่กระแทกเข้ามาพาดอยู่บนตัวเขาเต็มๆ เขาไม่ได้ร้อง คนที่ชนเขาทั้งร้องทั้งทับอยู่บนตัวเขา ชายหนุ่มรูปร่างสูง แขนขาจึงยาว เมื่อล้มลงไปแขนขาของเขาจึงเปะปะไปโดนคนข้าง
บริเวณที่เขาล้มกลายเป็ช่องว่างใหญ่ท่ามกลางฝูงชน
“เอ๊ะ!”
“อ๊ะ!”
เสียงคนที่โดนแขนขาของสายฟ้าหลายคน อุทานเบาๆ
“ขอโทษครับ! ขอโทษครับ!” เขารีบเอ่ยขึ้นแม้จะยังอยู่ในท่าคว่ำร่าง และมีอีกคนทับอยู่้า เขาพยายามพยุงตัวลุกขึ้น เพราะร่างที่อยู่ด้านหลงไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นได้เร็วอย่างที่เขา้า
“คุณๆ ลุกขึ้นก่อน” สายฟ้ายันแขนกับพื้น
แต่ เอ๊ะ!ทำไมนุ่มๆ หลังของเขาััก้อนเนื้อหยุ่นๆ สองก้อนใหญ่ในขณะที่ฝ่ายผู้ทำร้ายยังคงเงอะงะ ไม่ยอมลงจาก้า
“เดี๋ยวผมช่วย” เขาพลิกตัวกลับมาทำเอาอีกฝ่ายหงายหลัง
“โอ๊ย! หลังฉัน”
หญิงสาวโชคร้ายในคืนนี้ร้องขึ้นเป็ครั้งที่สอง
สายฟ้าหันมาเห็นหน้าเธอชัดๆถึงกับใ
“อ้าว! คุณนั่นเอง”
‘ซวยจริงๆ’ เธอเอ็ดอึงในใจ เมืองก็กว้างใหญ่ ทำไมต้องเป็ผู้ชายคนนี้ด้วยนะ
เขารีบดึงมือเธอให้ลุกขึ้น ในขณะที่พฤกษ์เดินลิ่วไปอีกทางเพราะมุ่งจะเอาใบเสี่ยงเซี่ยมซี โดยไม่สนใจเหตุการณ์เล็กๆ นี้
“ขอบคุณค่ะ ไม่เป็ไรแล้วขอตัวก่อนนะคะ” เธอละล่ำละลักหวังจะผละจากไป
แต่ สายฟ้ายึดแขนข้างหนึ่งเธอไว้แน่น
“คุณ ปล่อยได้แล้ว”เสียงเธอสูงขึ้นกว่าประโยคก่อน
เขาหรี่ตาเล็กน้อย แล้วปล่อยมือ
พฤกษ์เดินกลับมาพร้อมใบทำนายเซียมซี เห็นแป้งยืนเบียดคนเพื่อจะมองหญิงชายคู่หนึ่งที่ล้มทับกันบนพื้นแต่เพราะคนข้างหน้าที่ยืนขวางอยู่เป็ชายวัยรุ่นผอมสูงถึงสามคนทำให้แป้งมองไม่เห็น
“เอ๊ะ! นี่มาเหมือนกันเหรอ?” เขาเดินแทรกคนมายืนข้างเธอ “หรือว่าจะมาถามเื่คู่”
แป้งเปรยตาขึ้นควันธูปบางเบาลอยเข้ามา น้ำตาเธอเริ่มไหล
“ฉันจะมาเื่อะไร ก็เื่ของฉัน”เธอกัดฟันพูดเบาๆ แค่ให้พฤกษ์ได้ยิน
“ผมก็มาถามเื่คู่เหมือนกัน ดูว่าจะมีคนมาขัดขวางอีกไหม?” เขากระซิบเบาๆ กลับไป
พันดาวลุกขึ้นได้แล้วเธอแทรกตัวออกมาดึงมือแป้งรีบร้อนหนี จังหวะชุลมุนที่ผู้คนเริ่มเบียดเข้ามาอีก พันดาวไม่ได้สังเกตว่าพฤกษ์อยู่ใกล้กับแป้ง รีบพาเพื่อนเผ่นแผล็วไปในหมู่ผู้คนปล่อยให้สายฟ้าอ้าปากเรียกเก้อเป็ครั้งที่สอง ส่วนพฤกษ์นั้นส่งเพียงสายตามาดมั่นพริบตาก็หันมาชายหนุ่มร่างสูง พร้อมอวดใบทำนายสองใบในมือ
“ใบของเอ็ง โชคดีนะโว้ย!ดูสิ จะได้ลาภสัตว์สองเท้า ฮ่าๆ ส่วนของข้า ก็โชคดีเหมือนกัน แต่ดูท่าว่าจะได้แก้แค้นศัตรูเก่า”