“เหี้ย !”
ผมอุทานด้วยความใหลังจากเปิดประตูออกไปเจอกับนักศึกษาหนุ่มยืนยิ้มแฉ่งโชว์ฟันสวย
ไม่เคยเห็นน้องมันในลุคแบบนี้มาก่อนผมหนาสีดำสนิทถูกเซ็ตให้เป็ทรงรับกับใบหน้าเรียวยาวไร้ริ้วรอยคิ้วดำเข้มทรงหนาดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน พวงแก้มขาวอมชมพูหนวดเคราที่ขึ้นเป็ไรบางๆ เรียวปากสีชมพูอวบอิ่มที่ถูกยกมุมทั้งสองข้างขึ้นไอ้เหี้ย แม่งหล่อสัด !
“อรุณสวัสดิ์ครับต่อ”
เสียงทุ้มที่หายไปนานกลับมาดังกังวานอีกครั้ง
“มึงรู้จักแฟลตกูได้ไงเนี่ย?”
เก๊กขรึมหน่อย เด็กมันจะได้เกรงบ้าง
“ผมอยู่ใกล้มากกว่าที่ต่อคิด”
นิ้วมือเรียวหยิบเนกไทขึ้นมาตราสัญลักษณ์นั้นบ่งบอกว่ามันเรียนอยู่ที่มหาลัยใกล้กับที่ทำงานของผม จะบังเอิญมากไปไหม
“น่ากลัวขึ้นทุกวันนะมึงอ่ะ”
ผมแกล้งทำหน้าเครียดแบบจริงจังเมื่อได้เห็นแบบนั้นน้องมันก็เริ่มทำหน้าจ๋อยและคอตกอย่างเห็นได้ชัดแม่งโคตรน่าเอ็นดู
“กูล้อเล่นน่า”
ผมตบไหล่มันเบาๆไอ้แบงค์ยิ้มกว้างตาเป็ประกาย ทำไมถึงได้แสดงออกทางสีหน้าแบบไม่ปิดบังบ้างเลยนะเด็กหนอเด็ก
“ผมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับต่อแล้วนะไม่คุยกับใคร ไม่นัดเจอกับใคร ทำเป็ไม่รู้จักต่อทั้งที่เจอกันบ่อยแค่ไหนหรือแม้แต่จะส่งยิ้มให้ผมยังไม่กล้าทำเลยมันทรมานมากรู้บ้างไหม ?”
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นถูกรายล้อมไปด้วยน้ำตาที่ก่อตัวขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังส่งยิ้มกว้างแบงค์ขบริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมามันช่างเป็ภาพที่บาดลึกเข้าไปถึงกลางใจผมเหลือเกิน
“มึงคิดว่ากูรู้สึกดีนักรึไง!”
ผมเผลอพูดเสียงดังออกไปไม่ใช่แค่น้องหรอกที่อึดอัดผมเองแม่งก็คิดถึงใจจะขาดแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้เพื่อพิสูจน์อะไรหลายอย่าง
ความมั่นคงของแบงค์ใช่ครับข้อความที่เข้ามาในมือถือตอนครั้งแรกที่เจอกันมันทำให้ผมแอบหวั่นวิตกในใจ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าตอนที่เราไม่ได้เจอกันน้องมันจะไปแอบก่อเื่ก่อราวกับใครบนสมรภูมินุ่มๆอีกหรือเปล่า แต่ก็ยอมรับอย่างไม่อายหรอกว่า ผมเชื่อว่ามันทำให้ผมได้
เสียงเรียกร้องจากหัวใจตัวเองใช่ครับแบงค์เป็คนแรกและคนเดียวของผมที่สร้างความทรงจำดีๆ ทั้งจิตใจและร่างกายสารภาพแบบเหี้ยๆ เลยว่าใบหน้าลีลาและน้ำเสียงของมันทำให้ผมสำเร็จไปสู่จุดสุดยอดได้ทุกครั้งก็แหงสิเล่นทำกูบิดตัวเป็นักกายกรรมแถมยังแหกปากครางดังลั่นห้องเป็นักแสดงโอเปร่าขนาดนั้นไม่ประทับใจก็คงเป็พวกตายด้านไปแล้ว
และเหตุผลสุดท้ายที่สำคัญและยิ่งใหญ่ก็คือ...ผลเืของเราทั้งคู่
แบงค์พี่ขออะไรอย่างดิ : Tue-Tor
อันนี้ซีเรียสนะจริงจังด้วย : Tue-Tor
Powerbank : ได้ครับ
Powerbank : ผมให้ต่อได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
หยอดเป็ขนมครกเลยนะ: Tue-Tor
รับปากก่อนสิ : Tue-Tor
Powerbank : รับปากครับ
ขอให้นี่เป็ครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอและคุยกัน : Tue-Tor
เงียบ : Tue-Tor
เป็อะไรรึเปล่า ? : Tue-Tor
Powerbank : ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
Powerbank : ขอเหตุผลหน่อยได้ไหม
พี่อยากรู้ว่าแบงค์จะจริงจังกับพี่แค่ไหน : Tue-Tor
Powerbank : นี่ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ
Powerbank : ...สติ๊กเกอร์หมีสงสัย...
พี่อยากรู้หัวใจตัวเอง : Tue-Tor
และสุดท้ายอยากเช็คผลเืให้มั่นใจ : Tue-Tor
ได้ไหมครับ ? : Tue-Tor
Powerbank : โอเค ๆ ตามนั้น
Powerbank : ...สติ๊กเกอร์หมียิ้ม...
…..Powerbank ออกจากแชท.....
****************************
หลังจากที่ผมตัดสินใจลบแอปพลิเคชั่นหาคู่นั้นออกจากโทรศัพท์เราเปลี่ยนช่องทางการติดต่อมาใช้ไลน์เป็หลักผ่านมาไม่ถึงเดือนผมก็ตัดสินใจบอกไปตรงๆซึ่งน้องเองก็เข้าใจและตอบสนองผมกลับมาด้วย...การลบไลน์
ยอมรับว่าั้แ่วันนั้นชีวิตของไอ้ต่อแม่งไม่ปกติอีกเลยผมมีปัญหาเื่การนอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้งและที่หนักไปกว่านั้นก็คือมักตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับอีกเลยผมเลยบริหารจัดการโดยการรับซื้อเวรทั้งของโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชนแบบไม่ยอมหลับยอมนอนและไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยถึงจะได้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นก็จริงแต่ชีวิตผมแม่งก็ไม่ได้มีความสุขเลยคิดถึงแต่รอยยิ้มกว้างที่ปรากฎบนใบหน้าเรียวยาวได้รูปที่มองทะลุปรุโปร่งไปถึงความรู้สึกข้างในแววตาเ้าเล่ห์จอมเผด็จการและเรียวปากที่คอยค่อนขอดกวนตีนมาเสมอนอกเหนือจากนั้นก็คือข้อความทักทายตอนเช้า ส่งเข้านอนที่มักมาแบบซึ้งปนฮาและ...กวนตีน
ไม่นึกไม่ในเลยว่าเด็กขี้แยอย่างไอ้แบงค์บทจะใจดำก็ทิ้งผมไว้แล้วหนีหายเข้ากลีบเมฆถึงจะแอบคิดไปเองว่ามันอาจจะไปซุกซนกับใครแต่เมื่อย้อนกลับไปดูบทสนทนาข้างต้นแล้วผมไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ในตัวน้องมันได้เลยเพราะเป็ฝ่ายตัดรอนไปเอง
คาดไม่ถึงว่าคนที่ถูกมองเป็คนความอดทนต่ำและมีนิสัยเด็กตามอายุจะอดทนมาจนถึงระยะเวลาสามเดือนหลังจากที่เรามีความสัมพันธ์กันจนถึงขั้นััสารคัดหลั่งกันครั้งล่าสุดแม่งจำแม่นกว่าผมซะอีก
“ถ้าผลเืเราเหมือนกันไม่ว่าจะบวกหรือลบผมจะไม่ยอมให้พี่หนีไปไหนได้อีกแล้ว”
“ถ้าพี่เป็บวกแล้วแบงค์เป็ลบล่ะ?”
“ไม่น่าถามยังไงพี่ก็หนีผมไปไม่พ้น”
“แล้วถ้าพี่เป็ลบแล้วแบงค์เป็บวกล่ะ?”
คำถามนี้แม่งบาดใจมากและผมคงขาดใจตายถ้ามันเป็ความจริงอย่าเพิ่งคิดกันล่ะว่าไอ้ต่อจะยอมแพ้ง่ายๆ มันต้องมีทางออกสิ
“ผมเลิกทำตัวเหี้ยั้แ่เจอพี่แล้ว”
ใบหน้าบูดเบี้ยวของมันค่อยๆยิ้มออกมา หายหน้าไปเพียงไม่กี่เดือนซ่อนอารมณ์เก่งเหลือเกินนะ แสดงเชียวไอ้เหี้ย
“ให้มันจริงเถอะ”
“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น”
แล้วภาพค่ำคืนกันเร่าร้อนก็ผุดขึ้นมาในหัวจนได้สองเดือนกว่าแล้วสินะที่ผมต้องพึ่งบริการของน้องนางทั้งห้า
“หน้าแดงอ่ะคิดอะไรป่ะเนี่ย !?”
ใบหน้าเรียวยาวยิ้มกว้างจนตาหยีมันจะรู้ตัวบ้างไหมว่าทำหัวใจผมพองโตั้แ่วินาทีแรกที่เปิดประตูมาเจอ ส่วนรอยยิ้มนี่น่ะเหรอกูแทบจะละลายไปกองอยู่ที่พื้นแล้วครับ !
“หุบปาก ! ไอ้เด็กดื้อ”
“คิดทะลึ่งก็ยอมรับมาเถอะน่า”
ใบหน้ามันแม่งไม่ต่างจากผมเท่าไหร่แดงยันหูเลยไอ้เหี้ย !
“อย่างกับหน้าเราไม่แดงงั้นแหละ ?”
ต้องแซะกลับซะบ้างดูซิจะมาไม้ไหนอายม้วนเลยรึเปล่า
“ผมมันหื่นจัดตรงนี้ยังได้จะลองป่ะล่ะ ?”
ร่างสูงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมรีบยกมือห้ามทันทีเย็นไว้ไอ้น้อง
“หยุดเลยนะไปตรวจเืด้วยกันก่อน !”
“รบกวนด้วยนะครับคุณนภัส”
ผมเดินถือหลอดเก็บเืไปหาพยาบาลสาวสวยใจดีโชคยังดีที่วันนี้เธอยังไม่ลงเวร แว่วๆ ว่าดึกเดียว แต่ดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะต่อเช้าได้สบายเพราะยังสวยบลิ้งออร่าจับอยู่เลย(อันนี้ไม่ได้อวย ใครๆ ก็มักชมแบบนั้น)
“สามเดือนนี่เร็วเหมือนกันนะคะ”
เธอส่งยิ้มสดใสมาให้ผมก่อนจะไปหยุดที่แบงค์
“ซักสริงไหมพ่อหนุ่ม?”
“ไม่ดีกว่าครับ ผมเกรงใจ”
มันถึงกับกลืนน้ำลายเสียงดังเมื่อเห็นเข็มเบอร์22 ปักลงไปยังท้องแขนด้านไหนผมหันไปส่งยิ้มให้คุณนภัสที่เลิกคิ้วสูงจ้องมองแบงค์
“เวรกรรมหลับตาปี๋แบบนี้อย่าบอกนะว่ากลัวเข็มอ่ะ?”
ผมรีบหันกลับไปมองก็พบว่าน้องมันยืนนิ่งพร้อมกับหลับตาแม่งนิ่งซะจนชักไม่แน่ใจว่ามันยังหายใจอยู่รึเปล่า
“นี่จ้ะแอมโมเนียจะรอดไหมเนี่ยเรากลัวเข็มแต่มาเรียนพยาบาล”
คุณนภัสยื่นสำลีชุบแอมโมเนียมาตรงหน้าผมอ้าว แบงค์มันเป็ลมไม่ใช่ไอ้ต่อซะหน่อย แต่รอยยิ้มมุมปากและสายตากรุ้มกริ่มนั้นเดาได้ไม่ยากเลยว่าเธอรู้เื่ผมกับน้องซะแล้วสิ
“เมื่อก่อนเพื่อนพี่ก็เป็แบบน้องนี่แหละกลัวทั้งเข็มกลัวทั้งเืตอนนี้น่ะเหรอ อยู่ห้องคลอดไปแล้วเจอบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน”
“ขอบคุณนะครับคุณนภัส”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
ผมสะกิดแบงค์ให้ยกมือไหว้เธอก่อนจะเดินออกมา
“เอ่อคุณต่อคะ”
“ครับ”
“ทุกอย่างจะต้องออกมาดีดิฉันเชื่อแบบนั้นค่ะ”
รอยยิ้มกว้างใต้หมวกพยาบาลสีขาวเจิดจ้าของเธอช่างส่องประกายงดงามจริงๆน่าจับไปเป็พรีเซ็นเตอร์โรงพยาบาลแทนคนปัจจุบันเหลือเกิน
“ขอบคุณนะครับ”
ผมเอื้อมมือไปโอบไหล่แบงค์อย่างลืมตัวก่อนจะชักมันกลับมาให้ทายว่าไอ้เด็กดื้อจะยอมไหม เดายังไงก็ไม่มีใครผิดหรอก แม่งจับมือผมไปโอบไหล่ไว้เหมือนเดิมเด็กอะไรตัวสูงชิบหาย
เอหรือว่ากูเตี้ยวะ ?
*******************************
“ไม่เอาจะให้พี่ต่อเจาะให้”
งอแงเป็เด็กหกขวบเลยมึงถ้าไม่อยู่ต่อหน้าพี่แต้มกับพี่ตองผมคงได้เบิ๊ดกะโหลกมันซักทีสองที เื่มากจริงๆพับผ่าสิ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมแอบชื่นชมแบงค์ก็คือการวางตัวต่อหน้าคนอื่นน้องมันใช้คำว่า พี่ต่อ แทน ต่อตามที่ตกลงกันไว้
“มั่นใจนะว่าน้องมันไอคิวปกติอ่ะ?”
พี่แต้มแซะด้วยรอยยิ้มแบงค์รีบขมวดคิ้วแล้วทำแก้มป่องใส่พี่แกทันที จะว่าไปแล้วน้องมันก็น่ารักไปอีกแบบ
“ถ้าให้ป้าแต้มเจาะเืรับรองว่าจะต้องได้ขนมก้อนใหญ่เลยน้า”
“โหผมไม่ใช่เด็กหกขวบนะครับ”
ไอ้เหี้ยเปรียบตัวเองกับเด็กซะด้วยแม่งเสือกหกขวบอย่างที่ผมคิดไว้ซะอีก บังเอิญมากไปแล้ว
“งั้นให้พี่ต่อคนเก่งเจาะให้นะคะป้าแต้มขอไปแหย่จมูกคนไข้ก่อน”
“แหย่ทำไมอ่ะพี่ต่อ? ”
นี่ก็สงสัยเก่งถามมันทั้งที่ยังทำแก้มป่อง หยิกดีไหมเนี่ย
“ตรวจหาไข้หวัดใหญ่ไง”
“ฮือ...กลัวเจ็บจัง”
พอพี่ๆขอตัวไปทำงานเท่านั้นแหละแบงค์แม่งก็กลายเป็ลูกแมวตัวโตที่ส่งสายตาและท่าทางออดอ้อนไม่หยุด
“กลัวจริงดิ?”
“อือแต่เพราะเป็ต่อไงผมถึงยอม”
ผมมองไม่เห็นคำโกหกในดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนนั้นเลย
“งั้นก็เจ็บนิดนึงนะพี่จะพยายามเบามือ”
ผมเลื่อนไปััมือน้องเบาๆก่อนจะใช้นิ้วตรึงแนวเส้นเืเพื่อป้องกันความผิดพลาด
“ตอนเที่ยงผมขอไปกินข้าวที่ห้องต่อนะ”
นิ้วมือเรียวยาวที่ไม่สามารถเก็บอาการกลัวเอาไว้ได้จับแขนผมเอาไว้ใบหน้าเรียวยาวนั้นดูเศร้าลงถนัดตา จ้าเชื่อแล้วว่ากลัวจริง พ่อคุณ
“งั้นก็มายืนรอแถมป้อมยามละกัน”
ใครจะไปปฏิเสธได้ลงคอวะหน้าน้องตอนนี้แม่งน่าสงสารจับใจ
“อื้อ...อ๊าาา!”
ทำไมต้องอุทานออกมาด้วยเสียงแบบนี้ด้วยวะน้องมันจะรู้บ้างไหมว่าไอ้ต่อแม่งคิดไปไกลเมื่อหูได้ยินแบบนั้น
“ตอนเที่ยงเจอกันนะครับต่อ”