ฉันดับเทียน เดินไปซุกตัวลงในที่นอน พยายามที่จะข่มตาให้หลับแต่มันก็ฝืนเหลือเกิน ในที่สุดฉันก็อดทนไม่ได้ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างพยายามที่จะไม่ให้มีเสียงหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ ย่องด้วยเท้าเปล่า เดินออกไปยังห้องข้างนอก...
ฉันนั่งซุกลงในมุมมืดตรงหัวบันไดตาก็คอยจับอยู่ที่บานประตูห้องทำงานของพ่อ ซึ่งยังคงปิดสนิทอยู่จนกระทั่งได้ยินเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน...การรอคอยของฉันก็สิ้นสุดลง บานประตูห้องนั้นเปิดออกและได้ยินเสียงพ่อพูดอย่างถนัดชัดเจนว่า
“ผมเสียใจด้วยครับพี่ที่ไม่อาจรับความกรุณาของพี่ได้”
“แล้วคุณจะต้องเสียใจ ที่ตัดสินใจอย่างนี้น่ะโจนาธาน”
“ครับ...แต่ผมมีความรู้สึกคล้ายๆกับเรากำลังพยายามจับนกป่าเอาไปขังไว้ในกรง ผมไม่อยากเห็นลูกเสียใจที่จะต้องไปจากบ้านครับ”พ่อตอบอย่างสุภาพ
“ก็พี่สัญญาแล้วว่าจะเลี้ยงดูแกอย่างดี...พี่จะให้แกทุกอย่างที่้าไงล่ะ”
“นกป่าน่ะ ไม่สนใจกรงทองหรอกครับจะมีก็แต่ดิ้นรนหาอิสรภาพเท่านั้น”
ฉันไม่รอฟังอะไรอีกต่อไปแล้ว รีบย่องกลับเข้าห้องนอนทันที พ่อช่างน่ารักเหลือเกินพ่อยังยืนยันความตั้งใจเดิมอย่างไม่เปลี่ยนแปลงและไม่ได้หวั่นไหวต่อคำชักชวนของญาติผู้หวังดีคนนั้นเลยแม้แต่น้อย...
ความเยาว์วัยทำให้ฉันมิได้ประเมินว่าครั้งนี้พ่ออาจจะเป็ฝ่ายชนะแต่นี่ไม่ใช่าที่ผู้คนรบราฆ่าฟันกันอย่างที่ฉันเคยรู้จักไม่ใช่าที่คู่ต่อสู้จะสู้กันซึ่งๆ หน้า ใครจะรู้ว่า ในโอกาสต่อไปนี้พ่อจะเป็ฝ่ายชนะอีกหรือไม่...
ทันทีที่มิสซิสเฟลิซิตี้ มาร์สตัน เดินทางกลับบ้านของเราก็กลับเข้าสู่รูปรอยเดิมอย่างรวดเร็ว เกือบจะทันทีที่รถเทียมม้าทั้ง 4 ของเธอเคลื่อนออกไปน๊อบก็วิ่งเข้ามาหาเราด้วยรอยยิ้มเบิกบานบนใบหน้าเราช่วยกันเปิดหน้าต่างทุกบานออกทั้งบ้านช่วยกันหอบแจกันดอกไม้เข้ามาวางไว้ตามที่เดิมของมันความเป็หนึ่งของจิตใจกลับเข้ามาเป็ของพวกเราอีกครั้งพ่อหยิบหนังสือเรียนที่สอนค้างไว้ตลอดเวลาที่คุณป้ามาพักอยู่ ออกมาสอนต่อ และฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชายอย่างเดิม
ในวันนั้นขณะที่ฉันกับน๊อบขี่ม้าเคียงคู่กันไปในท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรนั้นฉันสร้างความเชื่อขึ้นมาว่า ชีวิตของเรานั้นจะต้องไม่มีวันเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องคงสภาพของมันเหมือนที่เคยมี เคยเป็อยู่แต่แท้ที่จริงแล้ว...มันกลับเปลี่ยนไป
คำพูดสุดท้ายของคุณป้า เฟลิซิตี้นั้นยังคงค้างคาอยู่ในบรรยากาศของบ้านเรา ท่านพูดว่า
“แล้วพี่จะกลับมาเยี่ยมคุณกับลูกสาวอีกนะโจนาธาน ก็คงจะต้องเป็เทศกาลอีสเตอร์ปีหน้านั่นแหละ”
เวลามันอาจจะอยู่ห่างไกลอีกตั้งปี...แต่ความสำคัญที่มันรบกวนใจอย่างยิ่งก็คือท่านจะกลับมาต่างหาก...ลึกๆ ลงไปในใจฉันรู้สึกหวาดกลัวคุณป้าขึ้นมาอย่างประหลาด...
มีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นกับพ่อพ่อสั่งให้มิสซิสแพลททิเข้าไปในเมืองคลันนี่ ไชม์ส เพื่อหาครูมาสอนวิชาการเรือนให้กับฉันและครูก็มาสอนฉันอาทิตย์ละครั้ง เธอชื่อมิสซิสมากี เป็ผู้หญิงร่างผอมบางและครั้งหนึ่ง เคยมีประวัติว่าได้รับใช้พวกราชวงศ์มาก่อนแต่ฉันก็ไม่ใคร่จะสนใจในประวัติของเธอมากนัก เธอมาเพื่อจะสอนเกี่ยวกับกิริยามารยาทการถอนสายบัวโค้งคำนับ การเต้นระบำบ้าง รวมทั้งวิธีการถือพัด และการเย็บปักถักร้อย2-3 อย่างเธออาจจะเป็คนใจดีอ่อนโยน นุ่มนวล แต่ฉันกลับรู้สึกว่า ทั้งเธอกับฉันนั้นต่างก็เสียเวลาเปล่า
จากสัปดาห์เปลี่ยนเป็เดือน และวันเกิดปีที่ 17 ของฉันกับวันที่คุณป้าจะเดินทางมาเยี่ยมเราก็ใกล้เข้ามาทุกที ระยะหลังๆ นี้พวกเราทุกคนในบ้านดูจะมีอาการประสาทเสียกันไปหมด แต่ครั้งนี้เราก็รู้แล้วว่าจะต้องเตรียมตั้งรับอย่างไรดี
โดยมาจำเป็ที่จะต้องพูดจากันให้มากความน๊อบจัดแจงขนข้าวของส่วนตัวลงไปอยู่ที่ห้องข้างๆ คอกม้าพ่อปิดตายหน้าต่างแทบจะหมดบ้าน ดอกไม้ถูกสั่งห้ามไม่ให้นำเข้ามาวางไว้ในบ้านอย่างเด็ดขาดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มแบบผู้ชายของฉัน รวมทั้งอาวุธประจำกายถูกนำไปซ่อนไว้จนหมดสิ้น โดยเก็บรวมๆ กันไว้ในหีบ ใส่กุญแจแ่าและเอาไปไว้ในห้องเก็บของ คืนก่อนหน้าที่ป้าจะมาถึง พ่อถึงกับเรียกมิสซิสแพลททิเข้าไปซักซ้อมคำพูดไว้
สัปดาห์อีสเตอร์ปีนั้นบรรยากาศดีเกินกว่าที่ฉันได้คาดหมายไว้มาก ปีนั้นคุณป้าไม่ได้พูดจาตำหนิติเตียนข้อผิดพลาดต่างๆ ของฉันเลยแถมยังชมเชยความสามารถในงานเย็บปักถักร้อยและเื่ดนตรีของฉันเสียอีกด้วย
งั้นวาระของการฉลองเทศกาลอีสเตอร์ในปีที่ฉันอายุครบ 17จึงผ่านไปอย่างสันติสุขจริงๆ
วาระนั้น ฉันบอกกับตัวเองว่าสามารถที่จะขจัดความหวาดหวั่นเกี่ยวกับคุณป้าเฟลิซิตี้ลงได้แล้วและอยากจะให้ชีวิตเช่นนั้น ได้ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันรู้จบสิ้น
และแล้ววันฉลองเทศกาลอีสเตอร์ของปีใหม่ก็เวียนมาถึงก่อนหน้าที่คุณป้าเฟลิซิตี้จะเดินทางมาถึงเพียง2 วันฉันก็ฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 18ตลอดปีที่ผ่านมาแม้ว่าฮอร์ทอร์น ฮิลล์จะยังคงดำเนินชีวิตกันไปโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่ความเปลี่ยนแปลงในร่างกายฉันได้บังเกิดขึ้นและเมื่อถึงวาระนั้นทรวดทรงองค์เอวของฉันก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยกลายเป็เด็กสาวที่สมบูรณ์ทั้งจิตใจและร่างกายขึ้นมาทันทีจะยังมีเค้าของความเป็ผู้ชายอยู่ก็แค่เอวที่คอดกิ่วเท่านั้นแต่เวลานี้สัดส่วนของฉันก็ชี้ชัดให้เห็นถึงความเป็ผู้หญิงแล้ว
พ่อตัดสินใจว่า ในวาระที่ฉันอายุครบ 18 ปีนี้น่าจะได้ฉลองเสียหน่อย ท่านจึงอนุญาตให้ฉันทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนาและฉันก็คบคิดกับน๊อบว่าเราน่าจะได้ออกป่าล่าสัตว์กันให้สนุกแม้ว่าฉันจะมีปัญหาเกี่ยวกับเื่เสื้อผ้าชุดเก่าอยู่บ้างเนื่องจากมันค่อนข้างจะคับ เพราะสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ก็ไม่มีเวลาพอที่จะซื้อหาหรือตัดเย็บขึ้นมาใหม่ได้ฉันจึงจำเป็ที่จะต้องใช้เสื้อผ้าชุดเก่านั่นเอง แต่งออกไปกับน๊อบ
น๊อบพาฉันเข้าป่าล่าสัตว์ตลอดวันเรากลับมาถึงบ้านก่อนตะวันตกดินเพียงครู่เดียวทั้งเหนื่อยทั้งสกปรกมอมแมมไปทั้งตัว
ฉันตั้งใจจะอวดพ่อถึงพวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่จับมาได้ดังนั้นแทนที่จะหยุดม้าไว้ที่คอกพักอย่างเคย เราจึงขี่เลยเข้าไปในสนามหน้าบ้านแต่แล้ว...เราก็ต้องชะงักงันเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ เพราะเบื้องหน้าสนามนั้นขณะนี้รถม้าของคุณป้าจอดอยู่และท่านกำลังถูกพยุงลงจากรถพอดีทั้งฉันและน๊อบทันเห็นดวงตาที่วาวโรจน์ คมกล้าตวัดมามองดูเรา หัวใจฉันดิ่งชาวูบไปทั้งตัวเพียงแต่เห็นประกายตาคู่นั้น ฉันก็รู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น
และฉันก็มองเห็นภาพของตัวเองจากสายตาที่วาววามคมกล้ายิ่งกว่ากระจกของท่าน เสื้อกางเกงที่คับแน่นเปิดเผยรูปร่างบางส่วนอย่างขาดความระมัดระวัง ผมเผ้ารุ่ยร่ายกระจุยกระจายหน้าตาสกปรก แถมยังมีปืนเหน็บอยู่ตรงเอวฉันรู้สึกระอักกระอ่วนใจเต็มประดาที่จะต้องเผชิญหน้ากับท่านจึงตัดสินใจกระตุ้นม้าจะให้ออกเดิน
“ลงมานี้เดี๋ยวนี้นะ” ท่านตวาดก้อง“เข้าไปในบ้านเดี๋ยวนี้ แล้วเข้าไปคอยฉันอยู่ในห้องพ่อของเธอ”และโดยไม่หันมามองทางพ่อเลย ท่านพูดต่อทันทีว่า “โจนาธาน เราจำเป็จะต้องพูดกันแล้วโดยเฉพาะกับการแสดงของลูกสาวคุณครั้งนี้”
ฉันไต่ลงจากหลังม้าเงียบๆส่งบังเหียนให้น๊อบและวิ่งเข้าไปในบ้าน ไปซุกตัวนั่งอยู่ในห้องของพ่อแต่เพียงลำพังรอการตัดสินโชคชะตาที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ต้องรอนานเท่าใดนักเพราะคุณป้าเฟลิซิตี้เดินโครมๆ เข้ามาในห้องพร้อมกับพ่อ
ความเงียบสงัดเกิดขึ้น ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยจนที่สุดคุณป้าก็ทำลายความเงียบนั้นขึ้นก่อนว่า
“ว่าอย่างไร โจนาธาน”
“วันนี้เป็วันเกิดของแกครับพี่...แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าพี่จะมาวันนี้”พ่อตอบ
“แย่ที่สุด...นี่หมายความว่าทุกวันนี้หลานแมรี่ก็ทำตัวอย่างที่เห็นเป็กปรกติที่สุดแล้วใช่ไหม น่าละอายจริงๆที่คนที่เป็เ้านายจะต้องมาแสดงอะไรๆ ให้พวกคนใช้ดู ดูนั่นสิ...ดูได้เสียเมื่อไรเราเลิกพูดเื่ความเป็เด็กของแกเสียทีได้แล้ว”
แก้มของฉันร้อนผ่าว แต่ถึงกระนั้นฉันก็ยังยืดศีรษะขึ้นและเป็ผู้ตอบเสียเองว่า
“คนใช้ของเรา เขาไม่คิดอะไรกับเื่อย่างนี้ดอกค่ะคุณป้าอายไปเองต่างหาก”
ทันทีที่ฉันพูดจบ คุณป้าก็ร้องไห้โฮออกมาควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาพัลวัน
“แมรี่...” พ่อเสียงเคร่งขึ้นมาเหมือนกัน
“ค่ะ...แมรี่” ป้าพึมพำ “ค่ะใช่แล้ว นี่ละแมรี่ ฟังนะโจนาธาน หลานสาวแท้ๆ พูดกับฉันอย่างนี้นี่คุณคิดว่า
คุณกำลังอบรมสั่งสอนใครที่ไหนกันคะนี่ โจนาธาน?”
ใบหน้าของพ่อซีดเผือด
“ออกไปข้างนอก” พ่อหันมาสั่งฉันและฉันก็จำเป็ต้องถอยออกไปจากห้องทันทีเมื่อเห็นสายตาของท่าน ฉันทั้งเจ็บทั้งอายและแทนที่จะเดินกลับขึ้นไปยังห้องส่วนตัว ก็กลับเดินเลยไปยังคอกม้าและที่นั่น ฉันก็พบน๊อบที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการทำความสะอาดให้ม้าเขาเหลือบตาขึ้นมองดูฉัน