2 สัปดาห์ต่อมา
ภัทรนัดรัตน์มาคุยกันที่อพาร์ทเม้นท์ของภัทร เวลาสองทุ่ม
ภายในห้องของภัทร หญิงสาวทั้งสองนั่งด้วยกันที่โต๊ะกินข้าว โดยรัตน์นั่งอุ้มคิริวมาวางไว้บนตักของเธอและคอยลูบหัวแมวน้อยเบาๆ เพื่อรอฟังเพื่อนพูดธุระสำคัญ
“มีอะไรงั้นหรอภัทร” รัตน์อยากรู้
“เรื่องที่เธอติดกล้องวงจรปิดไว้ในบ้าน ไปถึงไหนแล้วหรอ หาตัวคนร้ายเจอมั้ย” ภัทรรีบถาม
รัตน์ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “เหตุการณ์ปกติดีทุกอย่าง ไม่มีใครน่าสงสัยเลยสักนิด”
“แสดงว่าคงไม่มีใครวางยาพิษในบ้าน แต่อาจได้รับสารตะกั่วเข้าไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ” ภัทรพิจารณา
“อาจมีอริของพ่อลอบวางยาพิษในที่ทำงานก็ได้” รัตน์กล่าว
“ได้รับที่บ้านเธอนั่นแหละ”
“ทำไมมั่นใจขนาดนั้น” รัตน์สงสัย
“ฉันมีเรื่องนึงจะเล่าให้เธอฟัง เรื่องมีอยู่ว่า สัปดาห์ก่อนมีเจ้าของแมวพันธุ์รัสเซียนบลูออกตามหาแมวที่หนีออกจากบ้าน เขาออกตามหาทั่วบริเวณหมู่บ้าน หายังไงก็หาไม่เจอ โชคดีที่เขาฝังชิพในตัวแมว จึงรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน และในที่สุดก็หาตัวมันเจอ แต่ว่า….” ภัทรรู้สึกสะเทือนใจ
“แต่ว่าอะไร” รัตน์สงสัย
“เจ้าของแมวได้ขุดพบศพแมวอยู่ใกล้บ้านเธอน่ะสิ” ภัทรกล่าว
“อาจมีคนขับรถชนแมวตายแล้วช่วยฝังศพให้ก็ได้นี่” รัตน์คาดการณ์
“เปล่า แมวตายเพราะได้รับสารตะกั่วเข้าไปต่างหาก” ภัทรยอมเผย
“รู้ได้ยังไง” รัตน์แปลกใจ
“เจ้าของแมวทำใจไม่ได้ เขาไม่ยอมปล่อยผ่านเพราะรักแมวตัวนั้นมาก เลยให้โรงพยาบาลสัตว์ชันสูตร และทางสัตว์แพทย์ก็ส่งตรวจเลือดของแมวน่ะสิ” ภัทรอธิบาย
“เธอกำลังจะบอกว่า เป็นไปได้ว่าแมวอาจได้รับสารตะกั่วแหล่งเดียวกับพ่อและแม่ฉันใช่มั้ย” รัตน์เพิ่งคิดออก
“ใช่ เป็นไปได้สูง เพราะมันตายใกล้บ้านของเธอมาก” ภัทรทำได้เพียงคาดคะเนเท่านั้น
“ยังไงก็พิสูจน์ไม่ได้อยู่ดี” รัตน์คิดไม่ออกว่าจะตรวจสอบได้ยังไง
“ฉันเลยมีเรื่องอยากขอร้อง” ภัทรกล่าวสีหน้าจริงจัง
“ว่ามาสิ”
“หัวหน้าอนุญาตให้ฉันทำวิจัยเรื่องแหล่งของสารตะกั่วในที่ชุมชน ฉันเลยอยากเข้าไปทำงานเป็นสาวใช้ที่บ้านเธอเพื่อสืบเรื่องนี้” ภัทรอธิบาย
“ยังไงทุกคนก็จำเธอได้อยู่แล้ว” รัตน์กล่าวแย้ง
“เธอก็ให้ช่างแต่งหน้าประจำตัวเธอช่วยแปลงโฉมฉันสิ” ภัทรบอกแผนการ
“ฉันอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งนาน ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย” รัตน์กลัวเพื่อนจะเสียเวลาเปล่า
“ก็อย่างพี่ทรรศนัยไง เขาเกลียดแมว เขาอาจทดลองให้แมวเร่ร่อนกินยาพิษของเขาก็ได้” ภัทรสันนิษฐานจากนิสัยใจคอของชายหนุ่ม
“ถึงพี่ทรรศนัยจะไม่อ่อนโยน และดูใจร้ายไปหน่อย แต่เขาคงไม่กล้าฆ่าคนตายหรอก” รัตน์กล่าวเพราะเห็นมุมดีของพี่ชาย
“เพื่อไม่ให้เกิดอคติ ฉันจำเป็นต้องสงสัยทุกคน และหาสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ไง” ภัทรแค่ยกตัวอย่างเท่านั้นก็ยังไม่ปักใจว่าเป็นฝีมือของพี่ทรรศ
“แบบนี้เธอจะไม่เสียงานเสียการหรอ” รัตน์กังวลแทน
“หัวหน้าอนุญาตให้ฉันทำงานนอกสถานที่ได้” ภัทรเตรียมการเรียบร้อย
“ก็ได้ ฉันยอมให้ความร่วมมือ” รัตน์ใจอ่อน
“ขอบใจเพื่อน”
****************************
สามวันต่อมารัตน์ขับรถไปรับภัทรที่กำลังให้ช่างแต่งหน้าช่วยแปลงโฉมให้เป็นสาวใช้
ภัทรใส่วิกผมยาวที่ตอนนี้ได้ถักเปียทั้งสองข้าง ใบหน้ามีไฝเม็ดโตที่คาง คิ้วหนา และแก้มถูกแต้มด้วยรอยกระจำนวนมาก ไม่เหลือเค้าโครงใบหน้าสวยของภัทรเลย เธอสวมคอนแท็คเลนส์ เมื่อภัทรแต่งตัวสวมเสื้อยืดกางเกงขาสามส่วนเดินสะพายเป้ พร้อมกับถือตะกร้าใบใหญ่หนึ่งใบ
รัตน์รีบวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนยกของ แต่อยู่ดีๆ เธอก็ชะงัก “อย่าบอกนะ ว่าเธอจะพาคิริวเข้าไปในบ้านฉันด้วย”
“ก็ฉันเป็นห่วงมันมาก ให้มันไปกับฉันด้วยเถอะนะ” ภัทรอ้อนวอน
“ฝากฉันดูแลก็ได้” รัตน์กลัวเพื่อนทำงานไม่สะดวก
“ฉันต้องนอนกับมันทุกคืน ฉันถึงจะนอนหลับนี่” ภัทรพูดเสียงอ่อน
“เธอไม่กลัวพี่ทรรศนัยจะไล่ตะเพิดมันหรอ” รัตน์กังวลแทน
“ฉันสัญญา จะเลี้ยงไว้ในห้องพักคนใช้เท่านั้นจริงๆ” ภัทรกล่าวคำมั่น
รัตน์มองไปที่คิริวก็ใจอ่อน เพราะแมวอ้วนเองก็อยากไปกับทาสสาวเช่นกัน “ก็ได้ ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน”
เมื่อรัตน์ขับรถไปถึงบ้านหลังใหญ่ เธอรีบพาภัทรที่ใช้ชื่อปลอมว่าผ่องศรีไปแนะนำตัวกับญาติผู้ใหญ่สองท่าน นั่นคือคุณลุงสุทัศน์และคุณน้าศรีพรรณ
“แนะนำตัวสิ ผ่องศรี” ลุงสุทัศน์กล่าว
“หนูชื่อ ผ่องศรี ภักดีรักษ์ อายุ 20 ปี เป็นชาวอยุธยา พ่อแม่ทำนาค่ะ” ภัทรพูดโกงอายุเพื่อความเนียน
“และนั่นอะไร อย่าบอกนะว่าจะพามันมาอยู่ด้วย” น้าศรีพรรณชี้ไปที่ตะกร้าใบใหญ่ของสาวใช้คนใหม่
“เอ่อ ใช่ค่ะ หนูสงสารมัน มันเป็นแมวเร่ร่อน ให้มันอยู่ด้วยเถอะนะคะ” ภัทรคิดในใจว่า “หวังว่าพวกเขาจะเห็นใจนะ แต่คิริวดันเป็นแมวอ้วนไม่ได้น่าสงสารเลยสักนิด”
“ไม่ได้” ทรรศนัยปฏิเสธหัวชนฝา
“ทำไมล่ะคะ หนูสัญญาจะเลี้ยงให้มันอยู่ในห้องของหนูเท่านั้น” ผ่องศรีชูสามนิ้วเหมือนเนตรนารี
“ไม่เป็นไรหรอก ทรรศ บ้านอาก็อยู่ตั้งไกล มันไม่เข้าไปทำร้ายหนูแฮมสเตอร์ที่บ้านอาหรอก” อาศรีพรรณกล่าวกับทรรศนัย
“ของอย่างนี้ประมาทไม่ได้นะครับ” ทรรศนัยเป็นห่วงแทน
“หนูสัญญาคะ จะไม่ให้มันสร้างความเดือดร้อนเด็ดขาด” ผ่องศรีกล่าวสำทับ
“เอาเถอะ ตามใจก็แล้วกัน งั้นให้อิ่มจันทร์เป็นคนพาหนูผ่องศรีไปบ้านพัก และคอยบอกหน้าที่ต่อก็แล้วกัน ลุงต้องออกไปทำงานที่บริษัทแล้ว” ลุงสุทัศน์กล่าวกับแม่บ้าน พร้อมกับยกข้อมือเพื่อดูนาฬิกา
สุดท้ายผ่องศรีก็ได้เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้สมใจ โดยมีคิริวมาอยู่เป็นเพื่อน สร้างความไม่พอใจของหนุ่มหล่อสุดในบ้าน
ผ่องศรีทำงานตามคำสั่งของอิ่มจันทร์ แม่บ้านเก่าแก่ของบ้านหลังนี้ ทำให้เธอได้เข้าไปทำความสะอาดในเรือนหลังใหญ่ ในระหว่างที่ผ่องศรีดูดฝุ่นไป ก็คอยสังเกตไปด้วย จนกระทั่งเธอเริ่มสะดุดตากับยศวินทร์ที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ในใจผ่องศรีคิดว่า “หรือคนร้ายจะเป็นพี่ยศวินทร์ ทำไมเขาต้องมองซ้ายมองขวาก่อนเข้าห้องนอนทุกครั้งด้วยนะ ในห้องนั้นมีอะไร”
ดังนั้นในวันถัดมา ผ่องศรีเลยแอบใช้กุญแจผีไขเข้าห้องยศวินทร์ในตอนกลางวัน เธอพยายามหากระปุกยาหรือขวดแปลกๆ ภายในห้อง แต่ก็ไม่เจออะไรเลย และแล้วในระหว่างที่มองหาอยู่นั้น
“นี่เธอล่วงรู้ความลับของฉันหมดแล้วล่ะสิ”