ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 65 ตัวสั่น

            ก่อนหน้านี้หนิงมู่ฉือนึกว่านางต้องถูกพระสนมซูเฟยฆ่าตายแน่แล้วนางคิดไปต่างๆ นานา รู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก นางเม้มปากเข้าหากันแน่น สีหน้าสับสนใบหน้าซีดขาว น้ำตาแห่งความน้อยใจไหลออกมาขณะเอ่ยตอบเต๋อเฟย “พระสนม พระสนมซูเฟยไม่ได้ทำอันใดบ่าวเพคะ”

            เต๋อเฟยถอนหายใจออกมา ค่อยๆพยุงตัวหนิงมู่ฉือให้ลุกขึ้นยืน “ดูเจ้าสิ ตกใจอย่างกับอะไรดี เหตุใดมือถึงได้เย็นเช่นนี้”

            เต๋อเฟยยัดเตาอุ่นใส่มือหนิงมู่ฉือก่อนจะพยุงตัวหนิงมู่ฉือขึ้นมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “กลับตำหนักกับข้าก่อนก็แล้วกันอีกเดี๋ยวข้าค่อยให้คนไปส่งเจ้าที่ตำหนักอ๋อง”

            หนิงมู่ฉือมองเต๋อเฟยอย่างตื่นตะลึงในใจรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง “ขอบพระทัยเพคะพระสนม”

            ก่อนหน้านี้นางระแวงเต๋อเฟยนั่นก็เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายประสงค์ร้ายต่อนาง ในใจนางพยายามบอกกับตัวเองว่านางจะถูกบุญคุณเล็กๆ น้อยๆ ในครั้งนี้ซื้อตัวไม่ได้เด็ดขาด ทว่าการที่จู่ๆวันนี้เต๋อเฟยมาทำดีกับนาง ทั้งยังปฏิบัติตัวกับนางอย่างอ่อนโยน นั่นทำให้หัวใจนางอบอุ่นเหลือเกิน

            ความห่วงใยนี้ไม่ว่าจะเป็นของจริงหรือเรื่องหลอกลวงแต่ก็ทำให้นางนึกถึงความอบอุ่นที่มารดาเคยมอบให้…

            นางเดินตามเต๋อเฟยเข้าไปในตำหนัก ภายในเต็มไปด้วยเตาไฟช่วยให้อบอุ่นยิ่ง เต๋อเฟยให้นางผิงเตาไฟก่อนจะสั่งให้นางกำนัลไปต้มน้ำร้อนมาให้นางดื่ม “ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว เจ้าต้องดื่มน้ำร้อนให้มากร่างกายจะได้อบอุ่น”

            นางมองเต๋อเฟยที่ส่งยิ้มให้นางอย่างโง่งมครู่หนึ่งเมื่อได้สติกลับมานางก็ส่งยิ้มตอบกลับให้ เต๋อเฟยเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ“เด็กโง่เจ้ายิ้มอันใด”

            นางก้มหน้า หน้าแดงก่ำขณะตอบ “พระสนมท่านทำให้ฉือเอ๋อร์นึกถึงมารดาเพคะ คงเป็นเพราะฉือเอ๋อร์คิดถึงมารดามากเกินไป”นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด

            เต๋อเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แล้วมารดาของเจ้าเล่า”

            สีหน้าหนิงมู่ฉือหม่นลงครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆน้ำตาเม็ดโตไหลออกจากตา “มารดาของบ่าวเสียชีวิตไปแล้วเพคะ”

            เต๋อเฟยได้ฟังก็ถอนหายใจออกมา “ข้าพูดเรื่องที่ทำให้เจ้าเสียใจอีกแล้วแต่หลังจากนี้เจ้าต้องจำเอาไว้ให้ดี ในวังมีแต่อันตรายรอบด้าน วันหลังเจ้าต้องระวังซูเฟยไว้ให้มากนางเป็นคนโหดเหี้ยม ไม่ถูกใจสิ่งใดก็จะสั่งลงโทษทันทีนางสั่งลงโทษนางกำนัลจนตายไปแล้วไม่น้อย”

            หนิงมู่ฉือพยักหน้า ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างพบว่าท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิทแล้ว นางหันกลับมาเอ่ยกับเต๋อเฟย “พระสนมเป็นคนดีเหลือเกิน เพียงแต่ตอนนี้มืดมากแล้วฉือเอ๋อร์จำเป็นต้องกลับแล้วเพคะ มิเช่นนั้นท่านอ๋องจะเป็นห่วง”

            เต๋อเฟยลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มให้หนิงมู่ฉือ “ก็ได้ เจ้านี้นะช่างเห็นแก่คุณธรรมน้ำมิตรเสียจริง ถึงว่าเหตุใดท่านอ๋องถึงได้ดีต่อเจ้านักในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้ ข้าก็จะให้ขันทีออกไปส่งเจ้า”

            หนิงมู่ฉือยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “พระสนมฉือเอ๋อร์เลื่อมใสท่านมากจริงๆ ต่อไปหากท่านอยากทานอะไร สั่งฉือเอ๋อร์ได้เลยนะเพคะฉือเอ๋อร์จะทำให้ท่านทาน”

            เต๋อเฟยยื่นมือไปตบไหล่หนิงมู่ฉืออย่างไม่แรงนักหลายทีทำให้หนิงมู่ฉือยิ่งยิ้มกว้างออกมา

            อีกด้านหนึ่งบรรยากาศในตำหนักของซูเฟยเย็นยะเยือกกว่ามากซูเฟยนำพาความกราดเกรี้ยวกลับมายังตำหนักด้วย เมื่อมาถึงก็ขว้างปาแจกันเพื่อระบายโทสะไปมากมายนางกำนัลต่างคุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยตัวสั่นเทา ไม่กล้าส่งเสียงออกมาได้แต่มองซูเฟยอย่างหวาดกลัว

            องค์หญิงซีเยวี่ยเดินตรงเข้าไปหาซูเฟยก่อนจะใช้ภาษาจีนที่ยังไม่ค่อยคล่องนักของตัวเองเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “พี่สาว ไม่เห็นต้องโมโหเช่นนี้เลย”

            ซูเฟยปาแก้วชาที่มีน้ำชาร้อนๆอยู่เต็มแก้วลงบนพื้นจนถูกน้ำชาร้อนลวกมือ หากแต่นางก็ไม่สนใจ แม้ว่าบนมือจะปรากฏรอยน้ำร้อนลวกที่น่ากลัวก็ตาม“เต๋อเฟยมีสิ่งใดดีกัน!ก็แค่แม่ไก่ที่ไม่สามารถออกไข่ได้! เสียนเฟยกับเหลียงเฟยมีบุตรกันแล้ว ทั้งสองคนยังไม่โอหังเท่านางเลย!นางถึงกับกล้าหัวเราะเยาะข้าต่อหน้าข้า!”

            องค์หญิงซีเยวี่ยเดินเข้าไปหาซูเฟยทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัว ก่อนจะเอ่ยออกมา “พี่สาว เต๋อเฟยทำเช่นนี้เพื่อยั่วโมโหพี่ เช่นนั้นพี่ยิ่งไม่ควรโกรธมิใช่ว่าคนที่ราบภาคกลางมีคำกล่าวว่า โทสะคือสิ่งที่ทำร้ายร่างกายหรอกหรือยิ่งพี่โกรธ เต๋อเฟยก็จะยิ่งได้ใจ”

            ซูเฟยได้ยินเช่นนี้ก็พยายามหายใจเข้าลึกๆเพื่อปรับลมหายใจให้กลับมาสงบดังเดิม ก่อนจะหันไปหาองค์หญิงซีเยวี่ย “เยี่ยงนั้นเจ้าว่าข้าควรทำอย่างไรดี”

            องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มอ่อนแววตาเต็มไปด้วยความร้ายกาจ “หากพี่สาวอยากเอาคืนความแค้นในครั้งนี้ใช่ว่าจะไม่มีวิธี พี่สาวก็น่าจะรู้ว่าต้นเหตุของเรื่องในวันนี้คือผู้ใด”

            ซูเฟยนึกถึงหนิงมู่ฉือทำให้โมโหยิ่งกว่าเดิม “หนิงมู่ฉือนับแต่นี้เจ้ากับข้าคือศัตรูกัน!”

            “พี่สาวตอนนี้หนิงมู่ฉือกลายเป็นคนของเต๋อเฟยแล้ว ทั้งยังเป็นคนที่ฝ่าบาททรงชื่นชมหากแอบจัดการนางอย่างลับๆ ท่านอ๋องกับฝ่าบาทต้องไม่ยินยอมเป็นแน่ ข้าว่าพวกเราต้องหาเรื่องมาใส่ร้ายนาง”

            ซูเฟยได้ฟังก็แย้มยิ้มมององค์หญิงซีเยวี่ย “น้องซีเยวี่ยนี่ฉลาดจริงๆ”

            ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

            หนิงมู่ฉือเดินนำหน้า โดยมีขันทีสามคนเดินตามด้านหลังซึ่งขันทีทั้งสามก็คือขันทีที่ถูกนางสาดผงพริกไทยและผงพริกใส่ตาเมื่อคราวที่แล้วนั่นเอง

            ไม่เพียงแต่นางที่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจกระทั่งขันทีทั้งสามก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกัน

            ขันทีซึ่งมีรูปร่างอ้วนท้วมผู้หนึ่งเอ่ยพร้อมรอยยิ้มใบหน้าประจบเอาใจนางเต็มเปี่ยม “แม่นางหนิง เรื่องก่อนหน้านี้เป็นผู้น้อยที่ผิดเองขอรับ”

            ขันทีคนอื่นมองหน้านางพร้อมกับพยักหน้าด้วยแววตาสอพลอเช่นกัน

            นางโบกไม้โบกมือพลางยิ้ม เอ่ยตอบบรรดาขันที “เฮ้อ ข้าก็นึกว่าเรื่องใด ไม่ทะเลาะกันไม่รู้จักกันพวกเราล้วนเป็นสหาย เรื่องใดที่ไม่ควรถือสาก็ไม่จำเป็นต้องไปถือสา”

            ขันทีทั้งหลายยิ้มกว้างออกมา อากาศเริ่มหนาวบรรดาขันทีจึงสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อเดินตามหลังนางมาติดๆ “แม่นางหนิงไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราจะคุ้มครองแม่นางเองขอรับ”

            นางยิ้มพร้อมกับพยักหน้าต่อมาขันทีทั้งหลายเอ่ยพร้อมกับยิ้มแห้งว่า “ไม่ทราบว่าแม่นางหนิงจะรับปากพวกเราเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”

            นางมีสีหน้างุนงงเหตุใดถึงมีคนอยากให้นางรับปากในเรื่องหนึ่งนักนะ “เรื่องใดหรือ”

            “ทุกคนล้วนพูดกันว่าอาหารฝีมือแม่นางอร่อยล้ำบางครั้งพวกเราก็มีโอกาสได้ทานบ้าง พวกเราทราบมาว่าแม่นางรับหน้าที่อยู่ที่ห้องเครื่องจึงอยากให้แม่นางแอบเพิ่มอาหารให้พวกเราสักเล็กน้อยได้หรือไม่ขอรับ”

            นางได้ฟังจึงยิ้มออกมา ก่อนจะใช้มือตบหน้าอกตัวเองทำให้ขันทีทั้งสามตกใจสะดุ้งตัวโยน “ได้สิ ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ยกให้ข้าจัดการได้เลย!”

            ขันทีทั้งสามได้ยินประโยคนี้ก็ยิ้มออกมา

            ขันทีทั้งสามเดินมาส่งหนิงมู่ฉือถึงหน้าประตูวังหลวงสีแดงที่นั่นรถม้าของตำหนักอ๋องได้มารอนางอยู่ก่อนแล้ว นางหันไปยกสองมือคำนับบรรดาขันที“พี่ชายทั้งหลายส่งแค่นี้ก็พอ ถึงรถม้าของตำหนักอ๋องแล้ว”

            “เช่นนั้นแม่นางหนิงพวกข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”

            นางพยักหน้า ขณะมองขันทีทั้งสามคนหมุนตัวเดินจากไป

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320