ในวันที่หนีออกจากตระกูล หวงชุนได้ซื้อธนูล่าสัตว์พร้อมกับกระบอกใส่ลูกศรหนึ่งกระบอกเข้าป่ามาด้วย หวงชุนคิดว่าเขาเองนั้นมีร่างกายที่อ่อนแอ การใช้ธนูในการล่าสัตว์ถือว่าเหมาะกับตนเองมากแล้วและศึกษาวิธีการยิงธนูด้านทฤษฎีจนชำนาญ และจดจำได้ขึ้นใจจากตำรายิงธนูของแม่ทัพเฉินเจี้ยน ผู้ยิงธนูข้ามแม่น้ำกวงไฮ แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดทางเหนือระหว่างอาณาจักรฉินและอาณาจักรเป่ยฉี หวงชุนที่ศึกษาตำราจนขึ้นใจแล้วจึงจะใช้ธนูในการล่าสัตว์หากินในหุบเขาสงัด ซึ่งเป็หุบเขาที่หวงชุนอาศัยอยู่
แต่แล้ว หวงชุนก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจ เพราะร่างกายอันอ่อนแอของหวงชุนแม้แต่ง้างสายธนูก็ยังไม่มีแรงที่จะง้างสายธนูให้สุดไม่ได้ จึงเก็บไว้ในบ้านไม้อย่างเปล่าประโยชน์ แต่ก็ยังดีที่หวงชุนยังสามารถหาของป่าและปลูกผักกินประทังชีวิตได้ โดยเฉพาะถั่วลิสงต้มเกลือซึ่งเป็อาหารหลักที่หวงชุนจะกินแทบทุกวัน
แต่บัดนี้หวงชุนได้มีร่างกายที่แข็งแรงแล้วจึงคิดถึงสิ่งที่เขาตั้งปณิธานเอาไว้เมื่อ 4 ปีก่อน หวงชุนหยิบธนูขึ้นมามองด้วยแววตาเป็ประกาย
" ครั้งนี้แหละ! " หวงชุนพูดขึ้นอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะหยิบเอากระบอกใส่ลูกศรขึ้นมาสะพายเพื่อที่จะไปทดลองยิงครั้งแรก
จากนั้นก็วิ่งออกไปข้างบ้านหันไปมองต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างเพียงไปเพียง 100 เมตร สายตาจ้องมองด้วยความมุ่งมั่น สายตาจับจ้องไปยังต้นไม้ใหญ่ที่เป็เป้าหมายของเขาพร้อมกับจัดท่ายืนอย่างมั่นคงตามหลังการที่ศึกษา จากนั้นก็ยกคันธนูขึ้นมาโดยมีลูกศรอยู่ในคันธนู จัดระดับแขนทั้งสองข้างแล้วง้างสายจนสุดสายแล้วปล่อยสาวยิงออก็ไป ลูกศรพุ่งตรงไปปักต้นไม้ใหญ่อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
หวงชุนเห็นว่าตนเองนั้นยิงโดนเป้าที่เล็งเอาไว้จึงยิ้มดีใจ ก่อนที่จะเดินถอยหลังไกลออกไป และยิงอีกครั้ง ซึ่งเข้าเป้าทุกครั้งที่ยิง จนระยะที่หวงชุนยืนอยู่ไกลจากต้นไม้ใหญ่ที่เป็เป้าถึง 600 เมตร ซึ่งไกลมากแต่ทว่าแม้จะอยู่ไกลเพียงใดแต่สายตาของหวงชุนยังมองเห็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็เป้าอย่างชัดเจน หวงชุนจึงขึ้้นสายธนูด้วยความมั่นใจและยิงออกไปก็ก็เข้าเป้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับว่าหวงชุนเล็งตรงไหนหวงชุนก็จะยิงเขาตนนั้นอย่างแม่นยำทุกครั้ง หวงชุนแย้มยิ้มด้วยความดีใจว่าสิ่งที่ตนเองศึกษามาอย่างชำนาญนั้น มาวันนี้ก็ได้ใช้เสียที
" ความเพียรพยายามศึกษาวิชายิงธนูอย่างหนัก แม้จะเสียใจในครั้งแรก แต่บัดนี้ได้เห็นผลแล้ว ช่างน่าปลื้มปิติยิ่ง..." หวงชุนพูดพรอมยิ้มด้วยความดีใจ จากนั้นก็ยิงธนูในระยะนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนลูกศรหมดกระบอก จากนั้นก็เดินไปดึงเก็บลูกธนูจากต้นไม้ใหญ่จนหมด จากนั้นก็อาบน้ำใส่ชุดแล้วเดินทางขึ้นเขาเข้าไปในป่าลึกเพื่อล่าสัตว์
หุบเขาสงัด คือหุบเขาที่อยู่ทางใต้นอกเมืองฉิงอัน เมืองทางใต้ของอาณาจักรฉิน หุบเขาสงัดนั้นคือหุบเขาอันกว้างใหญ่ มีพืชพันธุ์สัตว์ป่าหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์มาก หวงชุนที่เดินขึ้นเนินเขาเข้าไปลึกเรื่อยๆ แต่ก็เดินไปไม่ถึง 1 กิโลเมตร ััด้านเสียงของเขากับได้ยินบางอย่างเคลื่อนไหว เมื่อหันไปมองก็เห็นไก่ป่าตัวอวบอ้วนกำลังคุ้ยดินหาอาหารอยู่ แต่ทว่าสายตาที่หวงชุนเห็นไก่นั้นไกลกว่า 700 เมตร แต่ทว่าััเสียงกลับได้ยินเสียงอย่างชัดเจน หวงชุนก็รู้สึกใมากแต่คงเพราะร่างกายของเขาได้เป็ไปแล้วจึงใไม่นานก็หันไปมองไก้ตัวนั้นก่อนที่จะขึ้นคันศรง้างสายแล้วยิงออกไปในทันทีด้วยความรวดเร็ว
ฟิ้ว~~~ ปัก!!
ลูกธนูพุ่งเเหวกอากาศอย่างรวดเร็วปักไปที่คอของไก่จนทะลุ และล้มลงนอนชัก หวงชุนยิ้มมุมปากด้วยความดีใจที่ยิงโดนแล้ววิ่งเขาไปหาไก่ทันที
ไก่ป่าก็นิ่งและตายลงไปหวงชุนหยิบไก่ด้วยความภูมิใจแล้วเดินกลับบ้านทันที และนี้เป็ครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่หวงชุนจะได้กินเนื้อสัตว์หลังจากกินผักมาตลอด 4 ปี เมื่อมาถึงบ้านก็ก่อกองไฟและต้มน้ำถอนขนไก่แล้วท่าเกลือและสมุนไพรต่างๆ และย่างในกองไฟอย่างตั้งใจ สายตาจ้องมองไฟป่าที่ย่างอย่างไม่ละสายตาพร้อมยิ้มอย่างภาคภูมิ
" ในที่สุดข้าก็ล่าสัตว์ได้สำเร็จแล้ว... " หวงชุนพูดพร้อมน้ำตาไหลรินด้วยความปลื้มปิติ ในความสำเร็จครั้งแรกของตนเอง
เมื่อไก่สุกได้ที่แล้วก็กินอย่างเอร็ดอร่อยสมกับที่ไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานกว่า 4 ปี บัดนี้ได้กินจึงต้นเต้นอย่างมาก ไม่นานหวงชุนก็กินไก่ย่างจนอิ่มหนำสำราญใจแล้วก็นึกสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ทันที มันคือความใฝฝันในวัยเด็กที่ไม่อาจทำได้นั้นคือการเป็นักรบ แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอในวัยเด็กมันจึงเป็เพียงความฝันลมๆ แลงๆ เท่านั้น แต่บัดนี้หวงชุนได้มีร่างกายที่แข็งแรงดั่งคนอื่นๆ แล้ว หวงชุนจึงมีความมั่นใจที่จะก้าวเข้าสูงเส้นทางนักรบอย่างที่เขาใฝฝันเอาไว้
" นั้นสิ...ได้เบี้ยหวัดจากการเป็ทหารและใช้ชีวิตอย่างคนปกติก็คงดีไม่น้อย " หวงชุนเอ่ยขึ้นพลางยิ้มมุมปาก เมื่อนึกถึงชีวิตที่ไม่มีใครมองเขาเป็คนไร้ประโยชน์อีกต่อไป
เมื่อหวงชุนคิดได้อย่างนั้นก็ลุกขึ้นหยิบเอามีดอีโต้ผ่าฝืน เดินเข้าไปในป่า หวงชุนเดินไปได้ไม่นานก็ไปหยุดหน้าต้นโอ๊ตสูงใหญ่สีขาว หวงชุนเงยขึ้นไปมองกิ่งไม้ที่ยื่นออกจากลำต้นที่ใหญ่เท่าแขน หวงชุนไม่รอช้าจึงปีนขึ้นไปตัดเอากิ่งไม้นั้นลงมาทันที เพราะหวงชุนที่จะนำกิ่งไม้ไปทำดาบไม้ ด้วยความแข็งและความยืดหยุ่นของกิ่งต้นโอ๊ตจึงเหมาะต่อการทำดาบไม้มากที่สุด หวงชุนใช้เวลาไม่นานก็ทำดาบไม้ออกมาอย่างง่ายๆ ดาบถูกเหลาเป็ทรงกลมยาวประมาณ 120 เิเ มีขนาดพอดีมือพันผ้าไว้ที่ด้ามจับปลายดาบโค้งเล็กน้อย หวงชุนมองด้วยความพึงพอใจ
เมื่อมีดาบในมือแล้วหวงชุนก็ยืนอยู่ในพื้นที่โล่งกว้างข้างแม้น้ำ สายลมยามสายพัดผ่าน หวงชุนที่ยืนนึกถึงวิชาดาบที่เขาศึกษามาในวัยเด็ก ซึ่งเป็พื้นฐานวิชาดาบจากตำราศาสตราวุธ ที่มีท่าหลัก 3 ท่านั้นคือ ท่าฟัน ท่ากัน ท่าแทง และจิติญญาเท่านั้น แม้จะมีให้ศึกษาเพียงน้อยนิดแต่หวงชุนก็เข้าใจในศาสตร์วิชาดาบมากกว่าวิชายิงธนูที่มีตำราเล่มหนาให้ศึกษาอย่างระเอียด
" จิตใจสงบนิ่ง สมาธิผสานจิต ก่อเกิดจิติญญาผสานดาบ " หวงชุนตั้งสมาธิแน่วแน่ ก่อนที่จะกวัดแกว่งดาบในพื้นฐานท่าทั้ง 3 อย่างช้าๆ ด้วยความหนักแน่นและแข็งแกร่ง จนหวงชุนรับรู้ได้ว่าเขาสามารถควบคุบการเคลื่อนไหวได้ที่ละนิดและรู้สึกคล่องแคล่วขึ้นเรื่อยๆ
" ช่างสนุกยิ่งนัก นี่แหละชีวิตที่ข้า้า ชีวิตที่ได้กวัดแกว่งดาบแม้จะเป็ดาบไม้ ช่างมีความสุขเสียจริง " หวงชุนคิดในใจขณะกวัดแกว่งดาบและเคลื่อนไหวดั่งใจนึก แม้ไม่เป็รูปแบบเพลงดาบแต่ก็แฝงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข
หวงชุนใช้เวลาตลอดทั้งวันในการฝึกดาบ หากรู้สึกหิวก็หยิบธนูเข้าป่าล่าสัตว์มากินตกกลางคืนก็นอน ตื่นเช้าหาของกินฝึกดาบ ซึ่งนี้คือการใช้ชีวิตของหวงชุนในทุกๆวัน