สุยอันมองผิวที่พุพองจากการถูกน้ำร้อนลวก เพราะว่าทายาเอาไว้ ทำให้แผลด้านในเป็สีเหลืองผิวโดยรอบซีดขาว แค่ดูก็รู้สึกเจ็บ เื่ที่ทำน้ำร้อนลวกนางเหลียนเซียงกลับไม่เอ่ยถึง แต่ถ่อมาถึงนี่เพื่อใส่ร้ายป้ายสีนาง คำพูดของเหลียนเซียงไม่ว่าจะฟังเช่นไร ก็เป็การตำหนิว่านางไม่รู้จักคิดเผื่อผู้อื่น นำเื่ภายในของเรือนไผ่ขาวไปบอกให้คนนอก ทำให้คุณหนูหลินหัวเราะเยาะ
วู่ยิงเดินยิ้มร่ามาหาสุยอัน "คุณชายเก้าเรียกท่านพี่ไปหาแน่ะ ข้ารู้สึกว่าคุณชายเก้าห่วงใยท่านพี่จริงๆ"
สุยอันพลันรู้สึกรอบด้านมืดสนิท "เป็เด็กเป็เล็ก เ้าพูดไร้สาระอันใด"
ฉู่ยี่กำลังพลิกการบ้านกองพะเนินอยู่ เมื่อเห็นสุยอันเข้ามาก็พลันขมวดคิ้ว "เ้าใช้เวลาเขียนพวกนี้ไปนานเท่าไร"
สุยอันรู้ว่าเขาเริ่มสงสัยแล้ว จึงรีบอธิบาย"ตัวหนังสือของบ่าวเล็ก แม้จะเขียนเร็วแต่ก็ใช้เวลาเขียนไปหลายวันเหมือนกันเ้าค่ะ บ่าวใช้แท่งหมึกในกล่องไปทั้งหมดสี่แท่ง คุณชายเขียนไปเท่านี้แต่ใช้ไปหกแท่งแล้วเ้าค่ะ"
ที่ฉู่ยี่ถามเช่นนั้น เป็เพราะรู้สึกเหนื่อยจึงพานให้หงุดหงิด เขาวางพู่กันลงและหมุนข้อมือไปมา "มือเ้าเป็อย่างไรบ้างแล้ว ยื่นมาให้ข้าดูหน่อย"
สุยอันรีบเอามือไพล่หลังทันที "คุณชายเก้า แผลนี่น่าเกลียดนัก ท่านอย่าดูเลยเ้าค่ะ ทายาอีกสองวันก็น่าจะดีขึ้นแล้ว"
ฉู่ยี่พลันไม่สบอารมณ์ เขาอุตส่าห์มีเมตตาอยากจะอ่อนโยนกับนางสักหน่อย สิ้นเปลืองความตั้งใจของเขาจริงๆ
เ้าคนทึ่มทื่อไม่รู้จักมีอารมณ์ร่วมเอาเสียเลย
เขาไม่รบเร้าอีก เอ่ยด้วยสุ้มเสียงเ็า "เ้าได้ยินที่เหลียนเซียงพูดหรือไม่ เ้าพูดเื่นี้กับคุณหนูหลินเช่นนั้นหรือ"
"คุณหนูหลินถามบ่าวว่า่นี้ยุ่งเื่อะไร บ่าวจึงตอบไปอย่างนั้น ใครเลยจะคิดว่าคุณหนูหลินมีฝีมือศิลปะสูงส่ง นำเื่นี้ไปพูดต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะ"
สุยอันโมโหจนหัวใจคันยุบยิบ เื่นี้หากคิดตามที่เหลียนเซียงพูด นางก็ทำไม่ถูกจริงๆ แต่ ณ ขณะนั้น นางพูดเพื่อบอกปัดหลินซ่งหลุนเท่านั้น ใครเล่าจะคิดว่าหลินซ่งหลุนจะมีน้ำใจขนาดนั้น! แม้นั่นจะเป็เพียงแบบปักลาย แต่อย่างไรเสียก็เป็การทำเสื้อผ้าให้บุรุษ หากไม่ใช่คนในครอบครัวก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว นี่ถึงจะเหมาะสมกับจารีตของยุคนี้มิใช่หรือ
"แล้วเื่น้ำชาล่ะ เ้าชนเองหรือ"
"ไม่ใช่นะเ้าคะ บ่าวแค่หมุนตัวเฉยๆ" นางตอบเสียงแข็ง
ฉู่ยี่เหยียดยิ้ม "ทีอย่างนี้ล่ะโมโห ตอนนั้นเ้ามัวทำอะไรอยู่ ด่าเ้าโง่เ้ายังไม่พอใจอีก เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะข้าช่วยเ้ารับหน้า ให้เ้าเผชิญหน้ากับเหลียนเซียง คงได้ถูกลงโทษเป็แน่" เขาเหลือบมองมือของนาง "ถึงเวลานั้นคงไม่ใช่แค่ถูกน้ำร้อนลวกแผลถลอก หากถูกลงโทษด้วยการตีมือห้าสิบไม้ มือของเ้าได้บวมเป็หมั่นโถวแน่นอน"
สุยอันต้องไม่พอใจอยู่แล้ว แต่นางก็รู้ดีว่า หากเมื่อครู่นางออกไปเผชิญหน้ากับเหลียนเซียง คงได้ติดกับเข้าให้ แม้นางจะปฏิเสธด้วยเหตุผลต่อต้านด้วยกำลัง อย่างมากก็ถูกลงโทษพร้อมกับฉุนหลัน แต่เหลียนเซียงก็คงจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเดิม
แค่คิดเื่ชิงดีชิงเด่นพวกนี้นางก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว แต่ละวันนางปวดหัวแค่เื่จะไถ่ตัวออกไปอย่างเดียวยังไม่พอหรือไร ยังต้องมาปวดหัวกับเื่ไม่เป็เื่พวกนี้อีก
เมื่อคิดตรงนี้นางก็บ่นอุบออกมาโดยไม่รู้ตัว "คุณชายเก้าว่าทำไมเหลียนเซียงต้องจ้องเล่นงานบ่าวด้วยเ้าคะ บ่าวไม่เคยไปหาเื่นางเลย นางริบเงินรางวัลของบ่าวไป บ่าวยังไม่ไปทวงคืนเลยด้วยซ้ำ"
"เ้าดูเ้าสิ เื่แค่นี้ก็ทำให้หน้าหงอยคอตกได้หรือ"
สุยอันพยักหน้าหงึกหงัก "บ่าวก็ไม่อยากจะสนใจ บ่าวเกลียดเื่จู้จี้จุกจิกแบบนี้มากที่สุด หากเลือกได้บ่าวขอสู้กันซึ่งๆ หน้าเลยเสียดีกว่า"
ฉู่ยี่ได้ยินเช่นนั้นก็พลันหัวเราะ เขามองนางไม่ผิดจริงๆ ในแง่นี้ พวกเขาสองคนรู้จักตัวตนของกันและกันดี
ทว่าการรู้จักตัวตนของสุยอัน ไม่ถือว่าได้ประโยชน์อะไรมากนัก เพราะนางโง่และเขลาเกินไป
ฉู่ยี่ไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ ก่อนเอ่ยถามอย่างมีความหมาย "เหตุใดเหลียนเซียงถึงไม่พอใจเ้า เ้ามิรู้จริงๆ หรือ"
เขาถามด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
สุยอันอดกลั้นจนดวงหน้างามแดงไปทั้งแถบ
นางอยากตอบใจจะขาดว่า คงเป็เพราะเหลียนเซียงอิจฉาโชคชะตาของนางที่กำลังจะได้เป็สาวใช้ปรนนิบัติในเรือนของคุณชายกระมัง ทว่าใจหนึ่งก็กลัวว่าเื่ราวจะไม่ใช่เป็ดังที่ตนคิด แล้วจะเป็การเพ้อฝันไปคนเดียว
ดังนั้นการที่นางอดกลั้นจนหน้าแดงมิใช่เป็เพราะเขินอาย
แต่ฉู่ยี่กลับไม่คิดเช่นนั้น เขาเชื่อมั่นว่าที่นางหน้าแดงเป็เพราะเขินอาย จึงหัวเราะหึหึในลำคอ และเอ่ยด้วยสุ้มเสียงนุ่มทุ้ม "ที่แท้เ้าก็รู้เหมือนกันหรือ เช่นนั้นก็ยังไม่ถือว่าโง่จนเกินเยียวยา"
สุยอันมุมปากกระตุกสองสามที นางในโลกปัจจุบันยังเรียนไม่จบ จึงยังไม่ได้เข้าสู่สังคมการทำงาน ครอบครัวเรียบง่าย ทำอะไรก็ตรงไปตรงมา ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่สามารถบอกได้ว่าตนมีความรู้กว้างขวางหรือมีสายตากว้างไกล ทว่านางเป็คนรักเรียน เพื่อที่จะเอาตัวรอดแล้ว มีอะไรให้เรียนรู้ได้นางก็เรียนรู้ สิ่งไหนที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้นางก็จดจำไว้ในใจ คนประเภทเหลียนเซียงที่ชอบใช้คำพูดฆ่าคนนางเกลียดเข้าไส้ แต่ก็อดนับถือไม่ได้เช่นกัน ในโลกของรั้วตระกูลสูงศักดิ์ก็เป็เช่นนี้แล แม้เราจะไม่เหยียบหัวใคร คนอื่นก็เหยียบหัวเราอยู่ดี การที่นางสามารถจัดการรับมือเื่ราวต่างๆ จนใช้ชีวิตอย่างสงบมาถึงปัจจุบันได้ คิดๆ ดูแล้วก็อดนับถือตัวเองไม่ได้เช่นกัน
แต่นางก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับฉู่ยี่จริงๆ
คนทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง ทำให้ภายในห้องหนังสือเงียบกว่าปกติ
ผ่านไปเนิ่นนาน ฉู่ยี่ก็โพล่งถามขึ้นมา "เ้ากลัวหรือ"
สุยอันชะงักไปชั่วครู่ก่อนโคลงศีรษะ "ไม่กลัวเ้าค่ะ"แม้จะเผชิญกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนางก็ไม่เคยกลัว ฉะนั้นคนที่ชอบแทงข้างหลังนางยิ่งไม่กลัว เพียงแต่นางไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้เท่านั้นเอง
"คุณชายเก้า" ดวงตาของนางเป็ประกายวาววับ เอ่ยถามเขาเสียงเบา "หากบ่าวได้ปรนนิบัติท่านจริงๆ บ่าวขออยู่ที่ห้องหนังสือดังเดิมได้หรือไม่เ้าคะ"
"เ้าคิดว่าเช่นไรล่ะ" เมื่อเห็นนางถามถึงเื่ปรนนิบัติเขาด้วยท่าทีเฉยเมย ฉู่ยี่จึงย้อนถามกลับเสียงแข็ง และยิ่งรู้สึกว่าฉู่สุยอันนั้นช่างโง่งมเสียเต็มประดา
สุยอันตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
นางครุ่นคิดออกมาได้สองวิธี หนึ่งคือหาเงินมาไถ่ตัว ทว่าข้อนี้จะอาจจะยากหน่อย เพราะถึงจะมีเงินก็ยังไม่แน่ว่าจะทำสำเร็จ หากเ้านายไม่อนุญาตให้ไถ่ตัว หรือหากเพิ่มดอกเบี้ยเข้าไปนางจะทำเช่นไร ทางที่สองนี้ค่อนข้างอุกอาจแต่ถ้าทำสำเร็จก็ถือว่าเหนื่อยแค่ครั้งเดียว นั่นคือหนี หนีไปไม่ให้เห็นแม้แต่เงา แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล เฮ้อ นางเป็แค่สาวใช้เล็กๆ คนหนึ่ง จวนฉู่คงไม่ลงทุนพลิกฟ้าตามล่านางหรอกกระมัง ทว่าการหนีก็มีข้อจำกัดอยู่ ยังไม่พูดถึงเื่การเอาชีวิตรอดก็แล้วกัน เอาแค่เื่ของฉู่ชิวส่วยก่อนก็พอ นางกลัวว่าฉู่ยี่จะไปจับฉู่ชิวส่วยมาลงโทษ
สุยอันกำลังคิดหาทางหนี ส่วนหลินซ่งหลุนก็กำลังคิดหาทางออกกับฮูหยินหลิน
"เ้าดูก้อนอิฐที่ใช้ปูพื้นนั่นสิ ใช่ก้อนอิฐทองคำที่คนมักพูดถึงกันหรือไม่ วาววับจนสามารถสะท้อนเงาคนได้เลย" ฮูหยินหลินชื่นชม
"ภาพวาดบนเพดานก็งดงามยิ่งนัก" หลินซ่งหลุนลอกแบบปักลายพลางดูแคลนสุยอัน "ยังมีหน้าเป็สหายเรียนอีกหรือ แค่ลอกลายแค่นี้ยังลอกไม่ได้"
หลินซ่งหลุนใช้กระดาษแผ่นหนึ่งวางทับบนแบบปักลายแผ่นนั้น ลวดลายภาพวิจิตร ฮูหยินหลินชะโงกหน้ามาดูก่อนหัวเราะเบาๆ "นางอายุยังน้อย จะมีความละเอียดลออเท่าเ้าได้เช่นไร อีกอย่างเ้าจับพู่กันมาตั้งกี่ปีแล้ว"
หลินซ่งหลุนเอ่ย "ลูกดูออกแล้วว่า สาวใช้ภายในตระกูลสูงศักดิ์แต่ละคนล้วนจองหองพองขน ทว่ากลับไม่มีความสามารถกันสักคน ท่านแม่คิดว่าเรือนหลักใหญ่โตโอ่อ่าใช่หรือไม่ นั่นล้วนเป็ความดีความชอบที่แม่ทัพฉู่สร้างขึ้นทั้งนั้น"
เมื่อกล่าวถึงน้องเขยผู้นี้ ฮูหยินหลินก็พลันวางเข็มกับด้ายในมือลงและทอดถอนใจ "แม่ทัพฉู่นำทัพอยู่ดาบหน้า ถือว่ามีความสามารถโดยแท้จริง เพียงแต่อายุมากไปหน่อย หากเขาอายุน้อยกว่านี้อีกสักกี่ปี ไม่แน่ว่าน้าของเ้าอาจได้บุตรสักคน ถึงเวลานั้นคงสะดวกสบายไปทั้งชาติ"
ทว่าหลินซ่งหลุนกลับมีความคิดที่ต่างออกไป นางก้มหน้าก้มตาเอ่ย "เป็อนุไม่สู้เป็ฮูหยิน" เนื่องจากเกี่ยวข้องกับญาติของตน ประโยคที่ว่า 'ชื่อเสียงไม่น่าฟัง' จึงไม่ถูกพูดออกไป "ขุนนางฝ่ายบู๊ไม่สู้ขุนนางฝ่ายบุ๋น หากได้เป็นายหญิงของจวนขุนนางฝ่ายบุ๋นจึงจะนับดี ด้วยรูปโฉมความสามารถของท่านน้า หากได้เข้าหวังก็สามารถเป็ถึงพระสนมได้"
ฮูหยินหลินไม่คิดว่าบุตรสาวเอ่ยอะไรผิด จึงเอ่ยอย่างปลื้มปริ่ม "ลูกสาวของแม่ก็ไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน รอให้น้าของเ้ามาก่อน แล้วให้นางช่วยดูช่วยหา หากหาคนที่เหมาะสมได้ ก็ให้แม่ทัพฉู่ช่วยเป็พ่อสื่อให้เสีย"
หลินซ่งหลุนเป็คนหัวสูง นางวางพู่กันลง ขมวดคิ้วมุ่นเอ่ย "ท่านน้าจะรู้เื่ภายในเมืองหลวงสักเท่าใดกัน ท่านแม่ พวกเราไม่อาจนั่งรอกันได้อีกต่อไปแล้ว พวกเราต้องออกไปสร้างสัมพันธไมตรีกับจวนอื่นๆ มัวแต่อุดอู้อยู่ในเรือนเช่นนี้คงจะไม่ได้อะไร"
"ข้าเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าดูท่าจะชอบเ้าไม่น้อย นางบอกว่าถ้าเ้ามีเวลาก็ให้หมั่นไปหามิใช่หรือ ได้ยินว่านางไม่มีบุตรสาว หากนางรับเ้าเป็บุตรบุญธรรม ฐานะของเ้าก็จะสูงส่งขึ้น"
หลินซ่งหลุนถอนหายใจอีกคำรบ ก่อนเอ่ยอย่างอ่อนใจ "หากท่านน้ามิได้เป็อนุของแม่ทัพฉู่ ข้าก็จะหน้าหนาเข้าไปประจบนางเช่นกัน ทว่าเื่กลับเป็เช่นนี้ จะมีฮูหยินจวนไหนบ้างที่ไม่ตะขิดตะขวงใจอนุ"
"ข้าดูฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใช่คนเช่นนั้น เ้าดูอนุหลิ่ว บุตรที่นางให้กำเนิดล้วนอยู่ข้างกายแม่ทัพฉู่ เมื่อมีความดีความชอบทางทหารก็สามารถแบ่งด้วยได้ ซ้ำอนุหลิ่วยังประดับเครื่องเงินเครื่องทองเต็มตัว ไม่เหมือนได้รับความทุกข์ยากลำบากใดๆ เลยแม้แต่น้อย"
หลินซ่งหลุนเม้นปากแน่น ผ่านไปชั่วครู่ถึงได้เอ่ยขึ้น "ท่านแม่ซื้อสาวใช้ให้ข้าสักสองคนเถิด"
ฮูหยินหลินถามอย่างระแวดระวัง "บิดาของเ้าเป็อาจารย์ของคุณชายเก้า ให้เขาเอ่ยปากขอกับคุณชายเก้ามิได้หรือ ข้าดูสาวใช้ที่ชื่อสุยอันไม่เลวเลย ดูฉลาดเฉลียว" การจะซื้อสาวใช้ต้องใช้เงินจำนวนมาก ยามนี้อัฐทั้งหมดภายในเรือนมีไม่ถึงยี่สิบตำลึงเงิน ในอนาคตหลินซ่งเฟิงยังต้องแต่งงานอีก ฮูหยินหลินเป็ทุกข์เื่นี้ยิ่งนัก
"สุยอันไม่ได้เ้าค่ะ เป็สาวใช้ในจวนนี้ไม่ได้เด็ดขาด หากเป็คนในจวนอย่างไรเสียใจก็ยังเป็ของจวน มิว่าพวกเราจะดีต่อพวกเขาเช่นไร ก็เลี้ยงไม่เชื่อง ไม่สู้ซื้อมาจากข้างนอก ให้พวกเขาพึ่งพาพวกเราได้คนเดียวเท่านั้น หากเลี้ยงไม่เชื่องก็ขายทิ้งเสีย ไม่วุ่นวายอีกต่างหาก"
ฮูหยินหลินไม่กล้าขัดใจบุตรสาวคนโตมาแต่ไหนแต่ไร จึงได้แต่เอ่ยอย่างจนใจ "เื่ที่จะซื้อสาวใช้เ้าลองไปถามอนุหลิ่วดูว่ามีนายหน้าค้าทาสที่พอจะสนิทบ้างหรือไม่ แต่เงินที่จะใช้ซื้อ..."
หลินซ่งหลุนเอ่ย "ท่านแม่เห็นถ่านในห้องเก็บถ่านหรือไม่ ถ่านพวกนี้ล้วนเป็ถ่านคุณภาพดี แม้จะไม่ใช่ถ่านที่ดีที่สุดเหมือนถ่านหยิ่นซวง ทว่าราคาใช่จะถูก นำมาเผาก็ไม่มีกลิ่นเหม็นของควันเลยแม้แต่น้อย พวกเราแบ่งไปขายครึ่งหนึ่ง เก็บไว้ครึ่งหนึ่ง อย่างไรเสียก็น่าจะพอใช้ถึงตอนแม่ทัพฉู่กลับเมืองหลวง ถึงยามนั้นท่านน้าก็มาถึงแล้ว"
ฮูหยินหลินได้ยินดังนั้นหน้าตาก็พลันเบิกบาน "ความคิดนี้ของเ้าดี เช่นนั้นก็ทำตามที่เ้าพูดเถิด"
หลินซ่งหลุนหัวเราะน้อยๆ ออกมา
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า