ผู้ชายคนนั้นะโลงจากขาไม้ทุกคนจึงได้เห็นว่า เขาเป็ชายหนุ่มที่อยู่ในกางเกงยีนส์สวมเสื้อยืดรูปร่างหน้าตาของเขาละม้ายคล้ายคลึงจอห์นมาก ฮาร์ริสัน แอดเดอร์ ปรบมือนำขึ้นก่อนและทุกคนก็ร่วมปรบมือด้วย ในฐานะที่เขาเป็นักแสดงคนหนึ่ง
“ผมขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักไมค์อัพตัน มนุษย์ขี้เล่นคนหนึ่ง” ฮาร์ริสันเอ่ยขึ้นดังๆและชายหนุ่มก็โค้งคำนับรับเสียงปรบมืออีกครั้ง
“จอห์น..คุณมาตรงนี้หน่อยได้ไหม?”ฮาร์ริสันร้องถามมาด้วยสีหน้ายิ้มย่อง
วิลลี่ััอารมณ์โกรธในตัวสามีจึงบีบแขนเขาเบาๆเป็การเตือนสติและจอห์นก็ลุกขึ้นเดินไปยืนข้างหน้าใกล้กับที่อดีตนายจ้างกับนักแสดงคนนั้นยืนอยู่
“ทุกคนคงเห็นแล้วนะครับว่าคุณสองคนนี่มีเค้าหน้าและสัดส่วนที่ละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างน่าแปลกใจทีเดียว”ฮาร์ริสันกล่าว และทุกคนก็เปล่งเสียงอย่างเห็นพ้องกับคำพูดของเขา
จอห์นััมือกับนักแสดงหนุ่มน้อยตามมรรยาทแต่สำหรับฮาร์ริสันแล้วเขาอยากจะชกหน้าให้เสียด้วยซ้ำถ้าไม่คำนึงถึงคำเตือนของวิลลี่สีหน้าของเขาเฉยเมยไม่บอกความยินดียินร้ายแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ฮาร์ริสันกำลังพูดอะไรบางอย่างอย่างที่แสดงออกถึงความห่วงใยและความเสียดายที่เขาจะต้องจากบริษัทไปแต่อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทก็ยินดีที่จะต้อนรับเขากลับมาเสมอพร้อมกันนั้นทุกคนต่างก็หวังว่า เขาจะประสบความสำเร็จในงาที่ใฝ่ฝันขอจงอย่าได้ถือสากับการแสดงโชว์ในวันนี้และเพื่อเป็การแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีของเขาอย่างแท้จริงฮาร์ริสันได้มอบของที่ระลึก ห่อด้วยกระดาษสีเงินผูกโบว์สวยงามให้เขาอีกด้วย
จอห์นถึงกับสูดลมหายใจลึกด้วยความแปลกใจอันที่จริงเขาเองก็น่าจะรู้ว่าคนอย่างฮาร์ริสันนั้นเป็อย่างไรนิสัยของฮาร์ริสันเป็คนประเภทตบหัวแล้วลูบหลัง ซึ่งเขาทำอย่างนี้กับทุกคนเพื่อไม่ให้ผู้ถูกกระทำคิดโกรธเคืองใจอ่อนและยอมให้เขาปฏิบัติได้ตามใจชอบเหมือนเด็กๆ อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า
“ขอบคุณ” จอห์นเอ่ยออกไป ก็จะให้เขาพูดอะไรมากกว่านั้นได้เล่า “ผมเองก็เสียดายที่ต้องจากพวกคุณไปเหมือนกันและคงคิดถึงพวกคุณมากเช่นกัน”เขาพูดต่อไปเรื่อยๆ เพราะรู้ว่านั่นเป็สิ่งที่ทุกคนหวังจะได้ยินจากเขา
แต่ขณะเดียวกันมันก็มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องซึ่งขณะนี้ผู้ที่เขาทำงานร่วมด้วยมาตลอดแปดปีรวมตัวกันอยู่ เขามองเห็นโดนัลด์ ฮู้ดซึ่งขณะนี้กำลังเอนร่างพิงอยู่กับผนังห้องด้วยความมึนเมาแต่ในความมึนเมานั้นเขารู้ว่าโดนัลด์เป็เพื่อนที่ดีกว่าใครทุกคน
เขามองเห็นบ๊อบเดมอนด์ ที่เล่นเทนนิสด้วยกันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โรเจอร์ สเตร้าท์ซึ่งเป็ผู้ช่วยเวลาทำงานโฆษณาชิ้นใหญ่ๆและมักจะนั่งดื่มด้วยกันหลังจากเสร็จงานแล้วนอกจากนั้นเขายังมองเห็นเอริก้าผู้หลงรักเขาอย่างไม่เสื่อมคลายมันเป็ความรู้สึกที่ดีถ้าเราได้รู้ว่า ยังมีใครบางคนที่รักและ้าเราอยู่นอกจากฮาร์ริสัน แอดเดอร์แล้วจอห์นยอมรับว่าเขารักและผูกพันกับเพื่อนร่วมงานทุกคนและแน่นอนที่เขาจะต้องคิดถึงคนเหล่านี้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“เอ้อ..” จอห์นเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงะเืใจ “ผมไม่ใช่นักพูดที่ดีเท่าไรนักเพราะฉะนั้นคงจะเป็เพราะเหตุผลข้อนี้ที่ทำให้ผมชอบเขียนรูปมากกว่าเพราะมันเขียนออกมาได้ดีกว่าจะเอ่ยออกมาเป็คำพูดแต่จะยังไงก็ตาม..ผมไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถเขียนถึงความรู้สึกที่ผอมกำลังมีอยู่ในขณะนี้ได้อยู่นั่นเองและถ้าเขียนมันก็คงจะออกมาเป็รูปประหลาดๆคือมันคงจะเหมือนตัวจิ๊กซอว์ที่แต่ละชิ้นล้วนสวยสดงดงามเหลือเกินและเมื่อเอามาประกอบกันเข้ามันก็จะเป็ภาพที่สวยงามมาก..” เขาหยุดเว้นระยะสั้นๆ
“ผมเองก็เสียใจและเสียดายที่จะต้องจากพวกคุณทุกคนไปทั้งนี้เพราะคำว่าความหวังเพียงตัวเดียว ผมหวังว่างานที่ผมจะสร้างขึ้นในอนาคตจะดีกว่างานที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ แต่จะอย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับผมและผมก็คิดว่าพวกคุณทุกคนจะต้องรู้ว่าผมผูกพันกับทุกคนที่นี่ เพราะตระหนักอยู่เสมอว่าผมเป็จิ๊กซอว์ตัวหนึ่งในภาพที่สวยสดงดงามนั้น ผมขอขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นนี้ด้วย”เชาชูห่อของขวัญในมือขึ้น
เสียงปรบมือดังขึ้นกราวใหญ่เอริกาหลั่งน้ำตาสะอื้นไห้อย่างไม่อายใครสีหน้าของวิลลี่เต็มไปด้วยความปีติอย่างที่สุด เธอยิ้มให้กับสามีรอยยิ้มนั้นคือความอบอุ่นแห่งแสงตะวัน เสียงจุกแชมเปญะเิขึ้นด้วยฝีมือของโดนัลด์มาร์กกับแอนน์หอบหิ้วแขมเปญเข้ามาอีกคนจะเต็มอ้อมแขน
จอห์นจับมือกับนักแสดงหนุ่มอีกครั้งแล้วก็ยังหันไปจับมือกับฮาร์ริสันโดนัลด์เดินเข้ามาพร้อมด้วยแก้วแชมเปญ
“ไชโย..!” โดนัลด์ะโขึ้นและทุกคนก็เปล่งเสียงไชโยขึ้นพร้อมกันพร้อมกับดื่มอวยพรให้จอห์นประสบความสำเร็จกับความหวังในการเป็จิตรกรของเขา
จอห์นกอดไหล่ภรรยาไว้ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการดื่มอวยพรครั้งนี้ เกิดขึ้นจากทุกคนที่มีความรัก ความปรารถนาในตัวเขาหลังจากนั้นก็มีการจับมือแสดงความยินดีกันอีกรอบ เอริกา ฮาร์ทผู้ซึ่งไม่เคยมองข้างผู้ชายหล่อเดินเข้าไปหานักแสดงคนนั้นและขอให้เขาอธิบายว่าทำอย่างไรจึงแต่งตัวได้เหมือนปิศาจมากซึ่งเขาก็อธิบายให้หล่อนฟังด้วยความเต็มใจ
ในที่สุดงานเลี้ยงก็เลิกราเมื่อแขกทุกคนลากลับไปหมดแล้ว จอห์น วิลลี่มาร์กและแอนน์ก็ยังคงนั่งอยู่กับพื้นห้องเบื้องหน้าเตาผิง จอห์นกลับไปพูดเื่การแสดงและการฉายสไลด์ที่ผ่านมาเมื่อครู่อีกครั้ง
“ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”แอนน์สารภาพ “คือเมื่อวานฮาร์ริสันเขาโทรศัพท์มาหาฉันแล้วก็บอกว่าเขามีอะไรบางอย่างที่อยากจะสร้างความแปลกใจให้คุณแล้วก็มีของขวัญจะมอบให้คุณด้วยเขาย้ำอยู่หลายครั้งว่ามันเป็อะไรบางอย่างที่เขาใช้เวลาในการเตรียมการมาอย่างรอบคอบแล้วก็พิเศษมากด้วยมาร์กกับฉันก็พูดไม่ออกไม่รู้จะปฏิเสธยังไง..เราปฏิเสธเขาไม่ได้จริงๆ นะจอห์น”
“ผมว่าที่เขาทำอะไรพรรค์นี้ก็เพราะเขาเกลียดผมนั่นแหละ”จอห์นว่า
“แต่ฉันว่าไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะคะจอห์น”วิลลี่ค้าน ซึ่งมาร์กก็ออกจะเห็นด้วยกับเธอ
“ผมว่าเขาไม่ได้เกลียดชังอะไรคุณหรอกอาจจะอิจฉานิดๆ นั่นไม่แน่ คุณก็รู้ว่างานทุกชิ้นที่คุณทำออกมาต่อให้เขาทำทั้งชาติก็ไม่ได้ครึ่งของคุณ”
“แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่น่าถึงกับสาปแช่งผมแบบนั้นนะ”จอห์นว่า
“โธ่จอห์น..ทำไมถึงได้ไปถือเป็เื่จริงจังนักล่ะคะ?”วิลลี่ว่า
“ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณถึงไม่เห็นเป็เื่จริงจัง” เขากระแทกเสียงใส่ภรรยา
“ฉันนึกไม่ถึงเลยนะว่าคุณจะกลายเป็คนเชื่อถือเื่โชคลางบ้าๆบอแบบนั้น” วิลลี่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“ผมไม่ได้เชื่อถืออะไรอย่างที่คุณว่าหรอกวิลลี่เพียงแต่ว่า..เอ้อ..ชั่งมันเถอะ” เขาไม่อาจอธิบายถึงความรู้สึกที่กำลังเกิดอยู่กับตัวเองตอนนี้ได้
วิลลี่ลุกขึ้นจากที่นั่งเข้ามากอดแขนเขาไว้
“ฉันรับรองว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกค่ะคุณจะต้องพบแต่ความสำเร็จค่ะจอห์นนี่และสักวันหนึ่งคุณก็จะต้องหัวเราะให้กับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในคืนวันนี้”
“วิลลี่พูดถูกแล้วละเพื่อน”มาร์กสนองรับ “ไอ้เฒ่าหัวงูตัวนั้นมันไม่ได้มีสติปัญญาหรือพลังอำนาจอะไรที่จะมาสาปแช่งคุณได้หรอก ผมว่าคุณลืมไอ้เื่บ้าๆ นี่เสียดีกว่า ใครๆเขาก็รับรองเป็เสียงเดียวกันอยู่แล้ว ว่าคุณเป็จิตรกรเต็มตัวและต่อไปนี้คุณก็จะได้ทำงานที่คุณรักอยู่แล้วคุณกำลังจะทำให้ความฝันกลายเป็จริงขึ้นมาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรมากเลย”
“นั่นสินะ..”จอห์นเพิ่งยิ้มออก “ผมรู้ว่าผมต้องเป็ได้แน่”
หลังจากนั้นหัวข้อการสนทนาก็เปลี่ยนเป็เื่การเดินทางวันพรุ่งนี้จอห์นกับวิลลี่ช่วยกันแต่งเติมความฝันจนสวยหรูเลิศเลอ
ไฟในเตาผิงมอดดับลงห้องตกอยู่ในความมืดภายนอกกระแสลมแห่งฤดูใบไม้ร่วงพัดพาใบไม้ปลิวมากระทบหน้าต่างมีเสียงแกรกกรากดังอยู่ตลอดเวลา แต่กระนั้นหนุ่มสาวทั้ง 4 ก็ยังคงนั่งสนทนากันอย่างไม่หวั่นไหวต่อสภาพบรรยากาศภายนอก..