บทที่ 1
สุสานใต้ดิน
แสงไฟจากไฟฉายในมือส่องสว่างไปในทางด้านหน้า ร่างของชายสามคนกำลังเดินอย่างระมัดระวังอยู่บนทางเดินใต้ดินที่ทั้งมืดมิดแล้วก็คับแคบ
ทั้งสามใช้เวลาก้าวเดินบนทางเดินที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้สักพักใหญ่ๆ กว่าที่จะไปถึงเป้าหมายที่เป็ห้องโถงแห่งนึง
แสงไฟสาดส่องไปทั่วทั้งห้องโถง ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของชายทั้งสามคน
มันคือห้องโถงที่ดูโบราณเก่าแก่ ลึกลับแล้วก็น่าพิศวง บรรยากาศภายในสถานที่แห่งนี้ทั้งอับชื้น และมีกลิ่นเหม็น
ภายในห้องโถงที่ใหญ่โตแห่งนี้ บริเวณกำแพงของห้องโถงมีลวดลายแปลกประหลาดมากมาย ที่ถูกแกะสลักเอาไว้บนผนัง
ไม่เพียงแค่นั้นตามส่วนต่างๆของห้องโถง มีสมบัติไม่น้อยที่กระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วเป็ของเก่าแก่ ที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ล่วงรู้ถึงอายุที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน
เมื่อพบเห็นห้องโถงที่เป็เป้าหมาย หนึ่งในชายที่อยู่ด้านหลังสุด รีบก้าวเท้าออกมาด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
มองจากภายนอกแล้วเขาเหมือน ชายฉกรรจ์ที่มีอายุราวๆยี่สิบปลายๆเท่านั้น ท่วงท่าดูดีร่างกายสูงโปร่งกำยำ มีเพียงแค่ใบหน้าที่ดูน่าเกลียดเล็กน้อยเพราะว่ามีแผลเป็ขนาดใหญ่ที่แก้มทั้งสอง ชายคนนี้รีบหันไปหาชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังของตนเอง “พวกเรามาถึงแล้วหัวหน้า”
“ดูจากของโบราณที่อยู่ในสุสานแห่งนี้ ถ้าเกิดว่านำเอาออกไปขายในตลาดครั้งนี้พวกเรารวยครั้งใหญ่อย่างแน่นอน คงจะไม่ต้องออกสำรวจสุสานอีกสักพักใหญ่ๆเลยทีเดียว”
ชายฉกรรจ์ที่ใบหน้ามีแผลเป็เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น
ชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้า มองภายนอกเป็ชายวัยกลางคนอายุราว 40-50 ปี ร่างกายสูงโปร่งดูดี ภายใต้เสื้อที่สวมใส่อยู่ พอจะมองเห็นว่าร่างกายของชายวัยกลางคน ถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแรงมากเมื่อเทียบกับคนวัยเดียวกัน
ใบหน้าของชายวัยกลางคนแม้จะมีรอยเหี่ยวย่นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงหลงเหลือความหล่อเหลาในวัยเยาว์ แม้ว่าบนศีรษะจะมีผมที่แซมสีขาว แต่นั่นกลับเพิ่มเสน่ห์ให้กับชายวัยกลางคนผู้นี้
เพียงแต่ว่าเมื่อชายฉกรรจ์ที่มีแผลเป็บนใบหน้ามองไปยังหัวหน้าของตนเอง ในตอนนี้หัวหน้าที่มันเรียกขานไม่ได้สนใจคำพูดของมันเลย
ยามนี้ชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าของกลุ่ม เขากำลังจับจ้องไปยังกลางห้องโถงขนาดใหญ่แห่งนี้
ดวงตาของชายวัยกลางคน กำลังจ้องมองไปยังโลงศพขนาดใหญ่สีดำสนิท ที่ยามนี้กำลังตั้งโดดเด่นอยู่กลางห้องโถง
“หัวหน้า..” ชายฉกรรจ์ที่มีแผลเป็บนใบหน้าจ้องมองหัวหน้าของตัวเองอย่างสงสัย
ชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าก้าวเดินอย่างช้าๆ ผ่านคนในทีมของตนเองเดินไปยังกลางห้องโถง เท้าทั้งสองข้างหยุดลงบริเวณข้างโลงศพขนาดใหญ่
ดวงตาที่ดำขลับของชายวัยกลางคน ยามนี้กำลังจับจ้องโลงศพด้านหน้าอย่างตาไม่กระพริบ โลงศพที่อยู่ด้านหน้าเป็สีดำสนิท บนตัวโลงศพมีลวดลายแปลกประหลาดมากมายที่ถูกสลักเอาไว้
แม้ว่าภายในห้องโถงแห่งนี จะอยู่ภายใต้สุสานที่ไม่รู้ว่าผ่านกาลเวลามานานขนาดไหนแล้ว แต่ว่าบนโลงศพสีดำสนิทนี้กลับไม่มีฝุ่นเกาะเลยแม้แต่น้อย
ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นมาลูบบนฝาของโลงศพสีดำ
“ััเหมือนเหล็กแต่ไม่ใช่ แปลกประหลาดมาก ไม่ใช่ทองไม่ใช่สัมฤทธิ์ นี่มันทำมาจากอะไรกัน” ชายวัยกลางคนพึมพำออกมาอย่างสงสัย
ในฐานะโจรปล้นสุสาน ที่ขโมยวัตถุโบราณภายในสุสานมาเป็เวลานาน ของเก่าที่เคยผ่านมือเขามาไม่ใช่แค่หลักพัน แต่มันอาจจะหลักหมื่นหรือมากกว่านั้น
เพียงแค่ััของเก่าแต่ละชิ้นก็พอจะคาดเดา เนื้อััได้แล้วว่ามันเป็วัตถุที่สร้างมาจากอะไร
แต่สำหรับโลงศพโบราณที่แปลกประหลาดนี้ เขากลับไม่รู้เลยว่ามันสร้างมาจากอะไรกันแน่ เพราะััที่มันให้มากับแปลกประหลาดเป็อย่างมาก
สมาชิกในทีมทั้งสองคน มองเห็นหัวหน้าของตนเองดูแปลกประหลาดไป พวกเขารีบสาวเท้าก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ชายฉกรรจ์อีกคนที่มีร่างกายเล็กเตี้ย ที่เป็หนึ่งในสมาชิกของทีมสำรวจสุสาน มองดูหัวหน้าของตนเองก่อนที่จะเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นหัวหน้า โลงศพนี่มีอะไรแปลกอย่างนั้นเหรอครับ”
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว “บอกไม่ถูกมีบางอย่างที่แปลกๆ แต่ไม่สามารถบอกได้”
ชายที่มีแผลเป็บนใบหน้า ลูบคางจ้องมองโลงศพแล้วก็ถามขึ้นมา “หรือว่าเป็โลงศพของพวกขุนนางในอดีต ถึงยังไงสุสานนี้ก็เป็แผนที่ที่เราได้มาโดยบังเอิญอยู่แล้ว”
ชายวัยกลางคนส่ายหน้า ก่อนที่จะกวาดสายตามองไปรอบห้องแล้วอธิบาย “พวกนายลองดูสิภายในห้องนี้ สมบัติโบราณต่างๆพวกนี้ดูแปลกประหลาดมาก ไม่เหมือนกับของในราชวงศ์ที่พวกเรารู้จักเลย มีทั้งดาบและกระบี่ที่แปลกประหลาด พวกเราไม่เคยเห็นสมบัติประเภทนี้ปรากฏในราชวงศ์ใดมาก่อน”
ทั้งสองคนเมื่อได้ยินข้อสันนิษฐานนี้แล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย
ชายที่มีแผลเป็บนใบหน้ายกมือขึ้นมาขยี้ศีรษะ “อะไรกันหรือว่าครั้งนี้พวกเราจะขาดทุนแล้ว”
สำหรับโจรปล้นสุสานอย่างพวกเขา แน่นอนว่าของที่้าให้อยู่ภายในสุสาน มันย่อมเป็พวกวัตถุโบราณจากยุคราชวงศ์ที่ล้ำค่า
เพราะของโบราณพวกนี้ค่อนข้างที่จะพิเศษ ตรงที่ว่าถ้าเกิดว่ามีคน้ามันมากเท่าไหร่ มูลค่าของมันเองก็จะเพิ่มสูงขึ้น
แต่ถ้าเกิดว่าไม่มีคนรู้จักของหรือว่าวัตถุโบราณพวกนี้เลย พวกมันเองก็จะกลายเป็ของไร้ค่า หรือบางทีก็อาจจะมีคนออกมาพูดว่าเป็ของปลอมที่ถูกทำขึ้นมา
ชายวัยกลางคนไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนร่วมทีมสักเท่าไหร่ ในตอนนี้ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปยังโลงศพที่อยู่ด้านหน้า แล้วยังคงใช้นิ้วมือของตนเองลูบคลำฝาโลงศพอยู่เรื่อยๆ
ชายร่างเล็กเตี้ยที่มีผิวหยาบกร้าน ดวงตาจ้องมองไปยังโลงศพที่หัวหน้าของตนเองยังคงให้ความสนใจ ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมา “พวกเราลองเปิดดูดีหรือเปล่า อย่างน้อยถ้าเกิดว่ามองเห็นเศษเสื้อผ้าของศพที่อยู่ด้านใน ก็อาจจะรู้ว่าพวกนี้เป็ของจากยุคสมัยไหน”
ชายที่มีแผลเป็บนใบหน้าพยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของคนในทีมชายวัยกลางคนก็ไม่ปฏิเสธ เขาพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็ค่อยๆใช้มือทั้งสองข้างจับฝาโลง
เขาใช้แรงทั้งหมดของร่างกายยกฝาลงที่หนักอึ้งขึ้นอย่างช้าๆ เพียงแต่ว่าในขณะที่ฝาโลงค่อยๆถูกเปิดออก
ครึก!! ครึก!! ครึก!! ครึก!!
ภายในสุสานใต้ดินแห่งนี้กับสั่นะเืครั้งใหญ่ ราวกับว่ามันกำลังจะถล่มลงมา ความรุนแรงของการสั่นะเืนั้นไม่ได้เป็เพียงแค่แรงสั่นะเืเล็กน้อย เพราะว่ามันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งร่างของพวกเขาทั้งสาม ที่อยู่ภายในสุสานแห่งนี้ก็เริ่มยืนไม่ได้
“เวรเอ้ยสุสานถล่ม!!” ชายฉกรรจ์ที่มีแผลเป็บนใบหน้ารีบสบถด่าออกมา ก่อนที่จะหันไปมองหัวหน้าของตนเอง “หัวหน้าพวกเราต้องรีบไปแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายฉกรรจ์ที่แผลเป็แบบใบหน้า ในตอนนี้ใบหน้าของชายวัยกลางคนกับเปลี่ยนไป เป็เพราะว่ามือทั้งสองข้างของเขาที่กำลังจับฝาลงอยู่มันกับถูกยึดติดอยู่กับฝาโลงที่ตนเองกำลังจับ เขาไม่สามารถปล่อยมือได้ราวกับว่าโดนแม่เหล็กดูดติดเอาไว้
คนทั้งสองก็มองเห็นสิ่งที่ผิดปกติ ที่เกิดขึ้นกับหัวหน้าของตนเองแล้ว พวกเขายังไม่ทันได้เข้าไปช่วย มันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
ภายในโรงศพที่มืดมิด มีกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ถูกปลดปล่อยออกมา เพียงพริบตาเดียวมันก็ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโถงแห่งนี้
พริบตาเดียวห้องโถงแห่งนี้ตกเข้าสู่ความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่าง ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ไม่มีแม้กระทั่งเสียงที่ปรากฏขึ้น
เมื่อกลุ่มควันสีดำพวกนั้นค่อยๆสลายหายไป ภายในห้องโถงที่เก่าแก่และโบราณแห่งนี้ ก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีวัตถุโบราณมากมาย ไม่มีกลุ่มคนสามคนที่เข้ามาสำรวจ แล้วก็ไม่มีโลงศพโบราณที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง ทุกอย่างสลายหายไปราวกับเป็ฝุ่นควัน