“นายต้องขับรถอ้อมเส้นทางซึ่งฉันขอรายงานเรื่องทิศทางทอร์นาโด ปัญหาคือมันเคลื่อนที่เร็วมาก ตอนนี้ทอร์นาโดกำลังปะทะเมืองที่เธออยู่ เราควรออกเดินทางภายใน 30นาทีนี้ไปให้ถึงก่อนค่ำเพราะไฟฟ้าและน้ำประปาไม่มีแน่” วินัยนั่งดูแผนที่เส้นทางไปรัฐเคนตั๊กกี้ “ผมสอบเรื่องลุงของเธอ พวกเขาย้ายคนป่วยหนักไปเมืองอื่น อารีน่าอยู่ที่อาคาร C ของสนามบินปลอดภัยแน่นอน จะมีการเคลื่อนย้ายผู้โดยสารบางส่วนลงชั้นใต้ดินอีก15นาทีนี้” คุณหมอราหุลเเจ้งให้อนูปที่นั่งหน้าเศร้า ดานิมชงกาแฟให้เพื่อนรัก “เตรียมตัวได้แล้ว ฉันถอนเงินสดให้นาย 3000เหรียญ ที่นั่นอะไรก็ใช้ไม่ได้ ระวังพวกผิวสีระหว่างทางมันอาจดักปล้น”
อนูปดื่มกาแฟดำ เตรียมเสื้อผ้าของอารีน่า ยาบำรุงครรภ์ ยาอื่นๆลงในกระเป๋าเดินทาง “ผมทำอาหารกล่อง และน้ำดื่ม 4เเพ็คเก็บไว้ท้ายรถใหญ่” ราหุลยื่นกล่องยาสามัญ อธิบายการฉีดยาให้อนูปและวินัยในกรณีต้องช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดค้างได้ “ขอบคุณคุณหมอมากๆครับ” ราหุลสวมกอดร่างของอนูปด้วยความเป็นห่วง
“บางครั้งสถานการณ์นี้อาจสอนให้อารีน่าเชื่อมั่นในความรักที่นายมีต่อเธอ” วินัยกล่าวขึ้นมาลอยๆในระหว่างยกกระเป๋าเดินทางเข้าไปในลิฟต์ชั้น 19 สีหน้าของอนูปเต็มไปด้วยความกังวล “ฉันไม่ควรปล่อยให้เธอไปคนเดียว ลางานแค่วันสองวันมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” ร่างของอนูปพิงผนังกำแพงในห้องลิฟต์ “ไม่เอาหน่า เธอปลอดภัยแน่นอน”
เส้นทางระหว่างรัฐแอดเเลนต้าใช้เวลาประมาณ 5ถึง 6ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 364.0ไมล์ อนูปเปิดวิทยุฟังในรถยนตร์รายงานการเคลื่อนไหลของพายุทอร์นาโดซึ่งปะทะเคนตั๊กกี้เมื่อ 2ชั่วโมงที่ผ่านมา สัญญาณโทรศัพท์ไม่มีทำให้เขาขาดการติดต่อจากอารีน่าชั่วคราว วินัยทำหน้าที่ขับรถให้เพื่อนมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางหลวงI-75 N ไปทาง US-25 S/US-421 S มุ่งไป Richmond ใช้ทางออก 90 จาก I-75 N “ตอนนี้พายุทอร์นาโดเคลื่อนที่ขึ้นทางเหนือจากเมืองเคนทักกี้สู่เมืองเลกซิงตัน” อนูปถอนหายใจอย่างแรง “นายพูดถูก บางที่เธออาจจะให้อภัยฉันจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ได้”
สามชั่วโมงผ่านไป อารีน่านั่งจับเจ่าภายในห้องพักของผู้โดยสารVIP เธอรวบรวมอาหารใส่ถุงเพื่อจะเดินแจกเพื่อนร่วมทุกข์ในขณะนี้ หญิงสาวแกะอาหารแห้งแยกประเภทและน้ำดื่มใส่ลงในถุงกระดาษ “เราคงน่าจะติดอยู่ที่นี่ประมาณ 2 วัน อาหารแค่นี้น่าจะพอ” สายตามองพิซซ่าสำเร็จรูปในห่อพลาสติกใส “ขอโทษนะคะ อนูป ไม่กินพิซซ่า ลูกคงต้องอดตายไปด้วย สัก 2-3ชิ้น คงไม่ว่ากันนะคะ” หญิงสาวเริ่มกินพิซซ่าของโปรด เนื้อเเป้งหนานุ่ม รสชาติอร่อยทำให้อารีน่าวางไม่ลง ในที่สุดเธอเขมือบลงท้องจนหมดถาด “โอ้พระเจ้า หมดถาดแล้ว ลูกแม่ตะกละจริงๆ กินแบบนี้ พ่อรองจะส่งเสียงคำรามเหมือนหมาป่านะลูก” รอยยิ้มที่สดใสผสมท่าทางเลียนแบบเวลาอนูปขึงตาใส่เธอ “อย่าเอานิสัยของพ่อรองมาใช้กับแม่นะ แม่ตีก้นหนูจริงๆด้วย คนอะไรเอาแต่ใจไม่มีเหตุผล”
อารีน่าเปิดประตูห้องพัก ก้าวเดินบนทางเดินในอาคาร หญิงสาวมองไปรอบๆ “โอ้ นั่นมัน!!!” สิ่งที่เธอไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต ซากปรักหักพังของเสาไฟฟ้า รถยนต์กองทับกัน เครื่องบินลำใหญ่หันไปคนละทิศทาง บางลำขาดกลางถูกลากมาชนตึกใหญ่สนามบิน ประตูร้านค้าพังแทบยาว ผู้คนในสนามบินยืนถ่ายภาพาภายในอาคาร อารีน่าเดินไปเรื่อยๆ หยุดมองสภาพกระจกบานใหญ่แตกละเอียด ปีกเครื่องบินอยู่ในอาคาร เจ้าหน้าวิ่งหน้าวิ่งหลัง ขนย้ายอุปกรณ์ที่พังหลุดกระจุยกระจาย “คุณค่ะ ขอน้ำดื่มได้ไหมคะ” ครอบครัวหนึ่งอยู่ในสภาพเหนื่อยล้าเพราะวิ่งหลบพายุ ไม่มีสัมภาระและอาหารให้ลูกน้อยอีกสองคน อารีน่าวางห่อถุงกระดาษ “อาหารพวกนี้ เก็บไว้ทานให้ได้ พิซซ่า2ถาดคุณรีบทานนะคะ ยังอุ่นๆอยู่” อารีน่าเดินต่อไปที่หญิงชรานั่งคนเดียว “คุณป้าค่ะ น้ำดื่มค่ะ ขนมปังลูกเกด” หญิงชราจับมือของเธอไว้ “หนูกำลังท้องใช่ไหม” อารีน่าตกใจดึงมือกลับวางขวดน้ำข้างๆ “ฉันเป็นหมอสูติฯมาก่อน ทำคลอดมากกว่า 3000 รายมาแล้ว ฮ่าๆๆ กลัวอะไรจ๊ะ” อารีน่าทรุดร่างของเธอนั่งลงข้างหญิงชรา “ขอจับชีพจรหน่อย” เธอยื่นข้อมือให้โดยไม่สงสัยอะไร “อืมมม การเต้นชีพจรแบบนี้ ผู้หญิง เด็กในท้องเป็นเพศหญิง” อารีน่ายิ้มออกมาอย่างภูมิใจ “ลูกออกมาคงสวยเหมือนแม่ เก่งเหมือนพ่อ” อารีน่านึกถึงพี่อรุณ “พ่อของเธอเป็นหมอรักษากระดูกที่เก่งมากๆค่ะ” แววตาของอารีน่าเริ่มเศร้าลง “เกิดอะไรขึ้น ทำไมหนูมีแววตาที่โศกเศร้า” อารีน่าแกะห่อขนมปังลูกเกด หญิงชราป้อนอารีน่าก่อน “เขาเสียชีวิตแล้วค่ะ”
“โอ้ พระเจ้า พระองค์ทรงทำอะไรกับสองชีวิตนี้” หญิงชราวัย 75ปีหลับตาลงด้วยความเสียใจ มือเหี่ยวหยาบวางบนศีรษะของเธอ “แต่ตอนนี้น้องชายของเขาดูแลพวกหนูแทนค่ะ” หญิงชราส่ายหน้าไปมาเหมือนไม่แน่ใจ “ฉันแต่งงาน สามครั้ง มีลูก 5 คน สามีแต่ละคนไม่ได้รักลูกๆติดมาของฉันเลย ฉันเลี้ยงตัวเองตัดปัญหาทั้งหมด เลี้ยงพวกเขาเองทั้งหมด”
เสียงประกาศของเจ้าหน้าที่ในท่าอากาศยานดังขึ้นเมื่อระบบไฟฟ้ามีการเชื่อมต่อชั่วคราว “ท่านผู้โดยสารทุกท่าน ห้องน้ำจะเปิดให้พวกท่านชำระล้างร่างกายก่อน เพียง 2 ห้องชั่วคราวและ 2 ชั่วโมง เช้าและเย็น ด้านล่างจะมีรถบริการให้ขับถ่ายจอด 24 ชั่วโมงค่ะ อาหารและน้ำดื่มจะลำเลียงมาถึงภายในเย็นวันนี้ ตอนนี้พายุเริ่มอ่อนตัวแต่ให้ระวังพายุอีกลูกจะเคลื่อนที่ซ้อนกันเข้ามาหรือไม่”
อารีน่าเดินต่อไปเรื่อย วนผ่านทางเดิน หญิงสาวเริ่มรู้สึกเหมือนจะอาเจียนเมื่อเธอยืนท่ามกลางเจ้าหน้าที่กำลังจัดเครื่องนอนเพื่อแจก “คุณผู้หญิงไม่สบายหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาพยุงร่างของเธอไว้ “ฉันรู้สึกเวียนหัว หมุนไปหมด” เสียงของหญิงชราที่เดินเข้ามาด้วยไม้เท้า “พ่อหนุ่ม เธอมีท้อง พาเธอกลับห้องพัก ด้านโน้น และเอาน้ำอุ่นผสมมะนาว ถ้าไม่มีลองดูว่าเธอมีอะไรติดตัวมา” ชาริต หนุ่มนักกฏหมายวัย 32ปี รับคำบอกของหญิงชราช้อนอุ้มร่างที่กำลังจะอาเจียน “ไม่ต้องอุ้ม ฉันจะอาเจียนใส่คุณได้นะคะ” ชาริตร่างสูงใกล้เคียงอนูปก้าวอย่างเร็ว “ไม่เป็นครับ ผมชินกับเรื่องพวกนี้ ภรรยาของผมก็เป็นบ่อย ห้องพักคุณเลขที่เท่าไร”
ราชิตวางร่างของเธอลงหน้าห้องน้ำ อารีน่าโบกมือพร้อมจับคอเสื้อของเขาไว้แน่น “ผมจะพาเข้าไปห้องน้ำครับ” ชาริตลูบแผ่นหลังและรวบเส้นผมของเธอไว้ “คุณทานพิซซ่าใช่ไหมครับ” อารีน่าหยุดกึกพูดเบาๆ “อนูปสองมาแล้ว” ชาริตได้ยินไม่ถนัด “คุณพูดอะไรครับ” ร่างของเธอทรุดลง ราชิตพยุงไว้ทัน ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อไหลท่วมใบหน้า หญิงสาวอาเจียนพิซซ่าทั้งหมดออกมาจนเกลี้ยง
ชายหนุ่มคนนี้หาขวดน้ำดื่มในห้องของเธอ รินใส่แก้วน้ำหยิบหลอดยาที่วางบนโต๊ะหยดลงให้เธอ อ่านถุงยาของเธอพร้อมส่งเม็ดยาให้เธอ “ดื่มน้ำก่อนครับ ผมมีอาหารอินเดียร้อนๆ ผมจะแบ่งให้คุณทานก่อน พิซซ่าที่อยู่ในท้องคงออกมาหมดแล้ว คุณไม่ควรทานอาหารพวกนั้นเลย” อารีน่าล้างหน้าล้างตา เช็ดใบหน้าและลำคอ “ท้องเดือนที่สี่ เด็กเริ่มเลือกทานครับ ภรรยาของผมไม่ทานอาหารอินเดีย รายนั้นจ้องแต่อาหารฝรั่งอย่างเดียว” เสียงหัวเราะของราชิตทุ้มต่ำ “เธอคลอดหรือยังคะ” ราชิตส่ายหน้าเล็กน้อย “ใกล้แล้วครับ ตอนนี้กลับไปอินเดีย คงจะคลอดที่นั่น”
ร่างของราชิตเดินออกไปพร้อมขวดน้ำเปล่า “โธ่ ลูกจะเชื่อฟังพ่อรองใช่ไหม ไม่รับพิซซ่า มากไปแล้วนะ นั่นของโปรดของแม่ได้ยินไหม” อารีน่าเอนร่างนอนพักร่างของเธอ “ลำบากคนอื่นทำไมลูก” หญิงสาวเริ่มเคลิ้มหลับไปในที่สุด ราชิตแบ่งกล่องอาหารอินเดียเขาซื้อมาไว้สำหรับตนเอง เขารวบอาหารทั้งหมด กลับเข้าที่ห้องพักของอารีน่า เคาะประตูหลายครั้ง เขาตัดสินใจเปิดเข้าไปด้วยความกังวลว่าเธอจะหมดสติ “หลับเร็วจัง” ชายหนุ่มห่มผ้าห่มบางให้เธอ ปิดผ้าม่านบังตาลง เปิดหลอดไฟที่ทางเดินเข้าห้องพัก เขานั่งลงบนเก้าอี้นวมสักพัก มือของเขาขีดเขียนอะไรบางอย่าง วางบนกล่องอาหาร ค่อยๆเเง้มประตูห้องพัก ก้าวออกมาพร้อมผ่อนลมหายใจอย่างช้า “น่ารักดี แจกอาหารให้คนอื่น” ราชิตเดินกลับมานั่งที่เดิม หญิงชราที่นั่งเฝ้ามองการกระทำของชายหนุ่มอินเดียคนนี้พร้อมยกนิ้วโป้ให้ย้ายที่นั่งเข้ามานั่งคุยกับเขา “เธอนอนหลับครับ”
เวลาผ่านไปจวนตะวันตกดิน อนูปและวินัยสลับเปลี่ยนกันขับรถมาถึงทางเข้าหลวงเข้าเมืองเคนทักตี้ “อีก 70 ไมล์” อนูปเลื่อนหน้าต่างลงเพราะสภาพป่าข้างริมทางได้รับความเสียหายหัก “ถนนจะไม่ขาดหรือวะ” วินัยหันหน้ามองหน้าเพื่อนที่เริ่มวิตก เเละมันก็เป็นจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมตัวยืนมองสภาพถนนขาด ต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาด ไม่สามารถเดินข้ามไปได้ หน่วยพยาบาลเคลื่อนที่จอดเรียงรายเต็มถนนข้างหน้าเพียงไม่กี่นาทีอนูปพบ “ป้ายสีเหลืองใหญ่ แขวนไว้บนต้นไม้ “ถนนขาดให้เลี่ยงใช้ทางหลวงอื่น” อนูปทุบพวงมาลัย “เราจะไปกันยังไง ขับอ้อมอีก 12 ชม” เสียงพ่นลมหายใจแรง อนูปเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ พร้อมคำถามต่อมา “นายช่วยคิดให้ที่” วินัยกดเบอร์โทรศัพท์แต่ใช้ไม่ได้ “เดิน เราต้องเดินเข้าป่าอ้อมไม่กี่ไมล์ เดินเข้าไปในเมืองคงถึงตอนก่อนเที่ยงคืน”