เสียงประตูเหล็กปิดลงดัง ปัง!
แพงขวัญสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก เธอถอยหลังชนผนังห้อง ดวงตาสั่นไหวมองชายตรงหน้ามาเวล ผู้ชายคนนี้ที่ทุกคนในวงการมาเฟียเรียกเขาว่า “ปีศาจไร้หัวใจ”
“พ่อเธออยู่ไหน” เสียงทุ้มเ็าเอ่ยออกมาอย่างไร้อารมณ์
“ฉะ…ฉันไม่รู้” แพงขวัญส่ายหน้า น้ำเสียงเธอสั่นขึ้นด้วยความกลัว
มาเวลหัวเราะเบา ๆ แต่สายตากลับเ็าสายตาของเขานิ่งไร้ความรู้สึก “งั้นเธอก็ต้องอยู่ที่นี่…จนกว่าพ่อเธอจะยอมโผล่หัวออกมา” และนี้คือจุดเริ่มต้นของการถูก “กักขัง”
หลายวันผ่านไป
แพงขวัญอยู่ในห้องกว้างหรูแต่เหมือนนกน้อยอยู่ในกรงขัง เธอมีน้ำ มีอาหาร มีทุกอย่าง…ยกเว้น “อิสระ” แพงขวัญคิดทบทวนอยู่หลายวันเธอเลยตัดสินใจหนีถึงแม้หัวใจของเธอเต้นแรง มือสั่นขณะค่อย ๆ เปิดประตูที่เธอแอบปลดล็อกได้สำเร็จ แพงขวัญวิ่ง…วิ่งสุดแรงที่เธอมีไปตามทางเดินมืด แต่ยังไม่ทันถึงบันได
หมับ!
แรงกระชากจากด้านหลังทำให้แพงขวัญถูกดึงกลับไปกระแทกกับอกแข็งแกร่งของใครบางคน
“เธอคิดว่าจะหนีฉันได้” เสียงกระซิบข้างหูชั่งเยือกเย็นทำให้แพงขวัญขนลุกไปทั่วตัว แพงขวัญนั้นตัวแข็ง น้ำตาไหลลงทันทีเหมือนรู้แล้วว่าเสียงนั้นเป็เสียงของใคร
มาเวลจ้องแพงขวัญด้วยแววตาที่ไม่สามารถอ่านออกได้เลย ก่อนจะมาเวลจะพูดช้า ๆ แต่คนฟังได้ยินทุกถ้อยคำ
“เธอเลือกเองนะ....แพงขวัญ”
“อย่าคิดหนีอีก....ไม่งั้นฉันฆ่าเธอแน่” มาเวลไม่ได้แค่ขู่แต่น้ำเสียงและแววตาเขาเอาจริง
แพงขวัญไม่กล้าปริปากพูดมันออกมาเพราะกลัวมาเวลจะฆ่าตนเองจริงอย่าที่เขาพูด ซึ่งแน่นอนเขาทำมันได้แน่
หลังจากคืนนั้นแพงขวัญก็ถูกถูกย้ายไปอีกห้องหนึ่งเล็กกว่าเดิม มีเพียงความเงียบที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม มีระบบล็อกที่แ่าเพิ่มขึ้น ไม่มีโทรศัพท์ไม่มีหน้าต่างไม่มีแม้โอกาสให้หนี
แสงไฟสีขาวสว่างจ้าในห้องแคบๆ ทำให้แพงขวัญแทบลืมตาไม่ขึ้นเวลาที่นี่ไม่มีความหมายกลางวันหรือกลางคืน…เหมือนกันหมดเธอนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง เงียบ…แต่ในหัวไม่เคยหยุดคิดหนีออกไปให้ได้
ประตูเปิดขึ้นอีกครั้ง
แกร๊ก
มาเวลเดินเข้ามาเหมือนทุกวัน สีหน้าเรียบเฉย มือถือถาดอาหารวางลงตรงหน้าเธอ
“กินซะ”
“ฉันไม่ใช่นักโทษของนาย” แพงขวัญไม่แม้จะขยับลุกออกจากที่
“ตอนนี้เธอเป็มากกว่านั้น” สายตาคมของเขามองลงมา แพงขวัญเงยหน้าขึ้นทันที
“หมายความว่าไง”
มาเวลนั่งลงตรงหน้า ระยะห่างแค่เอื้อมมือถึง แต่บรรยากาศกลับกดดันจนแพงขวัญหายใจแทบไม่ออก
“เธอคือ ‘กุญแจ’ ” คำพูดนั้นทำให้หัวใจแพงขวัญกระตุกคิ้วขมวดสงสัยกับคำว่า “กุญแจ”
“พ่อเธอขโมยของที่ไม่ควรแตะ” มาร์คัสพูดขึ้น “ของที่ทำให้คนตายได้ทั้งเมือง”
แพงขวัญส่ายหน้า “พ่อฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”
“ทุกคนก็คิดแบบนั้น…ก่อนจะรู้ความจริงว่าคนที่ขโมยมันคือพ่อของเธอ”
“แล้วถ้าฉันไม่รู้จริง ๆ ล่ะ นายจะขังฉันไปตลอดชีวิตเลยเหรอ” ความเงียบเริ่มเข้ามาแพงขวัญกำมือแน่น
“ถ้ามันจำเป็” มาเวลจ้องแพงขวัญนานกว่าทุกครั้งก่อนจะตอบเสียงทุ่มต่ำลง
“นี่คือบทลงโทษ” มาเวลพูดขึ้นเขาวางขวดน้ำกับอาหารไว้ให้แพงขวัญที่โต๊ะ “ฉันจะไม่ทำร้ายเธอ…ถ้าเธอไม่ดื้อ”
แพงขวัญกำมือแน่น น้ำตาคลอ แต่แววตาเริ่มเปลี่ยนจากความกลัว…เป็ความไม่ยอมแพ้
“ฉันจะหนีอีก....ต่อให้นายจะฆ่าฉันให้ตายฉันก็จะหาทางหนีให้ได้” แพงขวัญพูดเสียงเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ มาเวลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปาก
“งั้นฉันก็จะจับเธอให้ได้…ทุกครั้ง” มาเวลยกยิ้มมุมปากคอยดูเกมนี้ระหว่าง “คนล่า” กับ “คนหนี” ไม่มีใครยอมใครง่าย ๆ
แต่สิ่งที่ทั้งสองไม่รู้คือ…ยิ่งอยู่ใกล้กันมากเท่าไร“ความลับ” และ “ความรู้สึก” บางอย่าง กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิด
คืนนั้นแพงขวัญแกล้งทำเป็ยอมกิน ยอมเงียบ ยอมไม่ต่อต้านแต่ข้างในเธอกำลังวางแผนที่จะออกไปจากที่นี่ แพงขวัญคิดแล้วและมันคือโอกาสเดียว
“ต้องทำให้นายเริ่มลดการระวังตัวให้ได้” แพงขวัญพึ่มพร่ำในใจ
วันถัดมาประตูห้องเปิดออกเหมือนทุกครั้งที่เขาเอาอาหารเข้ามาให้ แต่ครั้งนี้…แพงขวัญลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเขาเอง มาเวลหรี่ตาเล็กน้อย “คิดจะเล่นอะไรของเธออีก”
“ฉันจะไม่หนีแล้ว” แพงขวัญพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงผิดจากเมื่อวานก่อน
แต่มาเวลไม่เชื่อ…แต่ก็ไม่พูดเขาอยากรู้ว่าแพงขวัญจะมาไม้ไหน แพงขวัญก้าวเข้าไปใกล้มาเวล จนแทบไม่เหลือระยะห่างของกันและกัน
“ถ้านายอยากได้ตัวพ่อฉัน…นายต้องให้ฉันช่วย” คำพูดนั้นทำให้มาเวลชะงักไปเสี้ยววินาทีหนึ่ง
“เธอจะช่วยฉัน” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
แพงขวัญพยักหน้า “แต่มีข้อแลกเปลี่ยน”
“ว่ามา”
“ปล่อยฉันออกจากห้องนี้”
ความเงียบปกคลุมอีกครั้งสายตาของคนล่าอย่างมาเวล…กำลังชั่งใจคิด นี่อาจเป็กับดักหรืออาจเป็โอกาสที่จะทำให้เขาได้ตัวคนทรยศมา มาเวลยืนขึ้นช้า ๆ เต็มความสูง เดินวนรอบตัวแพงขวัญเหมือนกำลังประเมินการกระทำของเธอก่อนจะหยุดยืนอยู่ด้านหลัง
“เธอกล้าต่อรองกับฉันงั้นเหรอ”
“ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว” แพงขวัญหลับตาแน่น…แต่ไม่ถอย
“จำไว้นะ…” ปลายนิ้วของเขาแตะที่คางเธอเบา ๆ บังคับให้เธอหันมาเผชิญหน้า
เสียงมาเวลเบาลง แต่เยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม
“ถ้าเธอหักหลังฉันอีกครั้ง” มาเวลหยุดพูด…ก่อนจะพูดชัดทีละคำ
“ครั้งนี้…ฉันจะไม่ใจดีแบบเดิม”
หัวใจของแพงขวัญสั่น…แต่แววตายังไม่ยอมแพ้ “แล้วนายล่ะ” แพงขวัญสวนกลับ “มั่นใจแค่ไหน…ว่าจะไม่เป็คนที่แพ้เกมนี้...ถ้าเจอพ่อฉันนายจะรักษาคำพูดไหม”
วินาทีนั้นความรู้สึกบางอย่างเปลี่ยนไปนี่ไม่ใช่แค่เกมไล่ล่าแต่มันเริ่มกลายเป็เกมของ “ความไว้ใจ” ที่ไม่มีใครรู้…ว่าใครจะเป็คนแพ้หรือคนชนะ แน่นอนเ้าพ่อมาเฟียอย่างเขาไม่กลัวเื่เกมเดิมพันแบบนี้อยู่แล้ว ในสายตาของมาเวล แพงขวัญก็แค่ลูกไก่ในกำมือ ที่เขาใช่ล่อคนทรยศออกมาก็เท่านั้น
แกร๊ก…
เสียงปลดล็อกดังขึ้นชัดเจนแพงขวัญยืนนิ่งอยู่หน้าประตู หัวใจเต้นแรงจนได้ยินในหูตัวเองนี่ไม่ใช่ความฝัน มาเวล…ยอมปล่อยเธอออกมาจริง ๆ
“ออกมาได้แล้ว” เสียงทุ้มดังจากด้านหลังแพงขวัญ
แพงขวัญก้าวออกจากห้องช้า ๆ เธอเหมือนได้อิสระภาพคืนมาแม้ว่าจะได้มาจากข้อต่อรองที่ไม่รู้เลยว่าจะเป็ไปได้มาแค่ไหน แต่ยังดีกว่าที่ต้องอยู่ในกรงขังเหมือนนกน้อยแบบนั้นอีก
แสงภายนอกทำให้ต้องหรี่ตา ทางเดินยาวเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยสายตาของลูกน้องที่มองเธอไม่วางตา
“อย่าคิดหนี” มาเวลพูดขึ้นก่อนจะเดินนำหน้าแพงขวัญออกไป “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะหายตัวไปได้”
แพงขวัญไม่ตอบ แต่แอบสังเกตทุกอย่างทางเดิน…กล้อง…ตำแหน่งคนทุกอย่างคือ “แผนหนี”
ห้องใหม่ของเธอไม่ใช่ห้องขังอีกต่อไปมันคือห้องพักหรู มีหน้าต่าง มองเห็นเมืองด้านล่างอิสระ…ที่มีขอบเขต
“คืนนี้เธอจะไปกับฉัน” มาเวลพูดพลางกำลังเดินอยู่ แพงขวัญหันไปถามทันที
“ไปไหน”
“งานเลี้ยง”
“ฉันต้องไปทำไม” สายตาคมของมาเวลหันจ้องมองแพงขวัญ
“เพราะคนที่ฉันกำลังตามหา…อาจจะปรากฏตัว”
หัวใจแพงขวัญกระตุกขึ้น
“พ่อ”
ยามค่ำคืนเสียงดนตรีดังคลอในงานเลี้ยงหรู แสงไฟสาดส่อง ผู้คนแต่งตัวดูดี แต่บรรยากาศกลับแฝงไปด้วยความระแวง
แพงขวัญยืนข้างมาเวลในชุดเรียบหรูมือของเขาจับข้อมือเธอไว้หลวม ๆ …แต่แน่นพอให้รู้ว่า “เธอหนีไม่ได้”
“ยิ้ม” มาเวลกระซิบ
แพงขวัญฝืนยิ้ม…แม้ในใจจะสั่นไหวสายตาของเธอสแกนไปทั่วงาน แล้วแพงขวัญก็เห็นชายคนหนึ่ง…คุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก
“นั่น…” เสียงเธอแ่ลง มาเวลหันมาตามสียงมองตามสายตาของแพงขวัญ ทันทีที่เขาเห็น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ในที่สุด” มาเวลยกยิ้มมุมปาก
✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨
คุยกับเ้าพ่อมาเฟีย น้องมันก็หัดต่อรองเลยหรอ กลัวบ้างก็ได้แพงขวัญ