บทที่ 23 ความซวยอันซ้ำซ้อน
“หนูคือ...” ฟางเสี่ยวเหมยจำเด็กน้อยได้ทันที “หนูคือเสี่ยวเป่าลูกสาวแม่! เสี่ยวเป่าโตแล้วเหรอลูก”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าแล้วยิ้มหวาน “แม่จ๋า เสี่ยวเป่าอายุแปดขวบแล้วค่ะ!”
ใช่แล้ว ถ้าเสี่ยวเป่ายังมีชีวิตอยู่ ปีนี้เธอก็อายุแปดขวบพอดี
“เสี่ยวเป่า แม่ขอโทษนะลูก แม่ดูแลลูกไม่ดีเอง เป็ความสะเพร่าของแม่ที่ทำให้ลูกตาย แม่ผิดเอง...” ฟางเสี่ยวเหมยกอดลูกสาวตัวน้อยพลางร้องไห้ไม่หยุด
สำหรับแม่คนหนึ่ง การสูญเสียลูกเป็เื่ที่รับมือได้ยาก ยิ่งลูกต้องตายเพราะความไม่เอาใจใส่ของตัวเองด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้รู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
ถ้าไม่ติดว่ายังมีลูกสาวคนโตที่้าการดูแล เธอคงอยากตายตามไปให้รู้แล้วรู้รอด
“แม่จ๋า ไม่ใช่ความผิดของแม่เลย ถึงวันนั้นแม่จะหลับสนิท แต่แม่ก็ไม่ได้เอาผ้าห่มมาคลุมหนู คนที่ฆ่าหนูคือพ่อต่างหาก!”
“พ่อไม่ชอบเสี่ยวเป่า พ่อเลยฉวยโอกาสตอนที่แม่หลับ เอาผ้าห่มมาปิดหน้าหนู”
“แม่จ๋า ถูกปิดปากปิดจมูกแบบนั้นมันทรมานเหลือเกิน... แต่ที่ทำให้หนูเสียใจยิ่งกว่าคือ เพราะหนูไม่ใช่ผู้ชาย พ่อเขาถึงเกลียดหนู เลยถึงขั้นอยากฆ่าหนูให้ตาย”
เสียงร้องไห้ของฟางเสี่ยวเหมยหยุดชะงัก มองเสี่ยวเป่าด้วยความไม่อยากเชื่อ “หนูพูดว่าอะไรนะ? เขา... เขาฆ่าหนูงั้นเหรอ?”
ในปีนั้น หลังจากที่ลูกสาวจากไป ฟางเสี่ยวเหมยก็ร้องไห้ตลอดทั้งเดือน
ต่อมา สามีของเธอจึงต้องลางานหนึ่งเดือนเต็ม ๆ เพื่อมาอยู่เคียงข้างคอยปลอบใจเธอ จนอารมณ์ของเธอดีขึ้นมาเล็กน้อย
สามีของเธอบอกว่า "ลูกคงไม่มีวาสนาอยู่กับเรา เลยมาเร็ว ไปเร็ว"
เขาบอกว่า "ไปแบบนี้ก็ดี เผื่อชาติหน้าจะได้ไปเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย"
และเขายังบอกอีกว่า "ไม่เป็ไรนะเสี่ยวเหมย ฉันไม่ได้โทษเธอ เรายังหนุ่มยังสาว ยังมีโอกาสมีลูกใหม่ได้อีก"
"ให้ลูกสาวคนโตมีน้องชาย จะได้เป็เพื่อนเล่นกันในอนาคต..."
เธอจึงเชื่อฟังคำพูดของสามี ยอมตั้งครรภ์ แท้งอีกครั้ง… ตั้งครรภ์ แล้วก็แท้งอีก... วนเวียนแบบนี้อยู่หลายครั้ง
หลังจากนั้นไม่นาน สามีของเธอก็เริ่มหมดความอดทน ด่าทอว่าเธอน่ะไร้น้ำยา แม้แต่เด็กคนเดียวก็ยังดูแลให้อยู่ในท้องต่อไปไม่ได้
เขาพูดว่า “คนอื่นมีลูกชาย ทำไมพวกเราถึงไม่มี?”
“เธอฆ่าลูกสาวฉันไปคนหนึ่ง ก็ต้องชดใช้ด้วยการให้ลูกชายฉันหนึ่งคน นี่เป็สิ่งที่เธอติดค้างพวกเราตระกูลหลัว!”
เขายังพูดอีกว่า “ถ้าไม่ให้ลูกชายฉัน ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอไปตลอดชีวิต!”
แปดปีเต็มที่เธอต้องทนเสียใจอย่างที่สุด เธอรู้สึกผิดมาก และยังรู้สึกว่าตัวเองเป็หนี้ชีวิตครอบครัวสามี
แต่ที่แท้ ลูกสาวตัวน้อยของเธอกลับถูกพ่อแท้ ๆ ฆ่าปิดปาก!
ลูกน้อยเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วัน ยังไม่ได้ตั้งชื่อจริง ๆ เลย เขาทำแบบนั้นลงคอได้ยังไง?!
ตอนที่สะดุ้งตื่นจากฝัน ก็เป็เวลาตีสามกว่า
เธอเรียกหาลูกน้อย แต่ลูกน้อยกลับปรากฏได้แค่ในฝันของเธอ
ในความเป็จริงแล้ว เธอหาเท่าไรก็ไม่เจอ มีเพียงลูกสาวคนโตที่นอนหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ
“ลูกแม่ ลูกแม่…” เธอพยายามพร่ำเรียกชื่อลูกน้อย น้ำตาก็ไหลอาบแก้มอีกครั้ง
ฟางเสี่ยวเหมยเคยคิดจะแจ้งตำรวจ แต่เื่มันผ่านมานานหลายปีแล้ว แถมไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อเธอคิดดูอีกครั้ง ทางที่ง่ายที่สุดคือเอามีดฟันไอ้หมอนั่นให้ตายไปซะเลยจะดีกว่า
แต่การฆ่าคนเป็เื่ผิดกฎหมาย แม้เธอจะไม่กลัวติดคุก แต่จะทำอย่างไรกับลูกสาวคนโต? ถ้าปล่อยให้อยู่กับแม่สามีแบบนั้น ชีวิตคงพังไม่เป็ท่าแน่!
คิดไปคิดมา เธอก็นึกถึงซางเฟยหว่าน ชื่อในโลกออนไลน์ของเธอคืออะไรนะ? อ๋อ ใช่แล้ว ‘2,000 หยวนต่อหนึ่งคำถาม’
ดังนั้น เธอจึงค้นหาช่องไลฟ์สดของซางเฟยหว่าน กดติดตาม แล้วส่งข้อความส่วนตัวไป
[สวัสดีคุณซางเฟยหว่าน ฉันคือลูกสะใภ้ที่มาถามคำทำนายเมื่อคืน ขอรบกวนนะคะ ฉันหมดหนทางแล้วจริง ๆ ถึงได้นึกถึงคุณ]
จากนั้น ซางเฟยหว่านก็ตอบกลับมาในทันที
[ดูเหมือนคุณจะรู้ความจริงแล้วนะ]
ฟางเสี่ยวเหมยไม่รอช้า เธอรีบรายงานผลจากการทำตามคำแนะนำของหมอดูสุดแม่นคนนี้ [ฉันรู้แล้วค่ะ เสี่ยวเป่าบอกฉันว่า ตอนนั้นสามีฉันเป็คนทำให้เธอขาดใจตาย เพียงเพราะชอบลูกชายมากกว่าลูกสาว ถึงกับฆ่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ฉันเกลียดเขามาก! แต่ฉันไม่มีหลักฐานจะเอาผิดเขาตามกฎหมาย คุณมีคาถาฆ่าคนไหม ที่สามารถฆ่าคนโดยไม่มีใครรู้น่ะ? ฉันอยากฆ่าเขาเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาว!]
[ฉันไม่แนะนำให้ลงมือเอง ควรแจ้งตำรวจดีกว่า]
[แต่ฉันไม่มีหลักฐาน แจ้งตำรวจก็ไม่มีประโยชน์]
[ให้ฉัน 2,000 หยวนสิ ฉันสามารถช่วยคุณหาหลักฐานได้"
รุ่งเช้าวันต่อมา ฟางเสี่ยวเหมยก็ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ลูกสาวคนโต หลังจากส่งเธอไปโรงเรียนแล้ว หญิงสาวก็หยิบกระเป๋าเตรียมออกจากบ้าน
"เช้าขนาดนี้ เธอจะไปไหน" แม่สามีเอ่ยถาม
ฟางเสี่ยวเหมยจึงตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เข้าเมือง ไปหาลูกชายคุณแม่ไงคะ"
ทันทีที่ได้ยิน แม่สามีก็เผยสีหน้ายินดี "ฉันบอกเธอแล้วว่า ให้เข้าเมืองไปทำงานกับเขา จะได้สะดวกต่อการตั้งครรภ์มีลูกชาย แต่ก่อน เธอเอาแต่กังวลเื่ดูแลยัยตัวแสบ นั่งอมสากอยู่ในบ้าน ไม่อยากออกไปไหน! ลูกสาวน่ะ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแต่งออกเรือน เลี้ยงดูดีแค่ไหนก็เหมือนเลี้ยงให้คนอื่น มีลูกชายไว้เป็เกราะกำบังจะดีกว่า"
ฟางเสี่ยวเหมยพูดพร้อมกับหัวเราะเยาะ "คนอย่างคุณแม่น่ะเหรอที่คลอดลูกชายถึงห้าคน มีสักคนไหมที่คอยดูแลคุณ ได้แต่รอวันนั้นแหละ ลูกชายของคุณทุกคนจะต้องขึ้นคานทอง ตายอย่างอนาถ! ทั้งหมดนั่นก็เป็เพราะคุณ เป็ความผิดของคุณทั้งหมด!"
แม่สามีโกรธจนแทบกระอักเื "อีนังสารเลว! พูดบ้าอะไร! แกจะไปไหน! กลับมานี่นะ! กลับมาอธิบายให้ชัด ๆ สิ!"
เวลาเจ็ดโมงเช้า ซางเฟยหว่าน นั่งเพลิดเพลินกับอาหารเช้าแสนอร่อยที่ห้องอาหารของโรงแรม
อาหารในร้านทุกอย่างดูประณีตไปหมด แต่เธอกลับชอบร้านข้างทางมากกว่า รู้สึกมีชีวิตชีวาและถูกปากเธอมากกว่า
ผ่านไปสิบกว่านาที คุณชายรักอิสระก็เดินมาถึงพร้อมกับไม้เท้า เขาย้อมผมสีแดงสดสะดุดตา เดินไปทางไหนก็ดึงดูดสายตาผู้คนเสมอ
ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ ร้านอาหาร แล้วก็เห็นซางเฟยหว่านที่กำลังใช้ตะเกียบคีบสเต็กอยู่
คุณชายรักอิสระจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ "กินสเต็กต้องใช้มีดกับส้อมสิ!"
ซางเฟยหว่านได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยถาม "ทำไมล่ะ"
คุณชายรักอิสระตอบ "นี่มันอาหารตะวันตก ต้องใช้มีดกับส้อมอยู่แล้ว ทั้งดูดีและสะดวกกว่าด้วย"
ซางเฟยหว่านทำเสียง ‘อ้อ’ ก่อนจะคีบสเต็กเข้าปากเคี้ยวอย่างช้า ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถ้าเป็คนอื่น ใช้ตะเกียบกินสเต็กแบบนี้ คงดูไม่เหมาะไม่ควร แต่ท่าทางของซางเฟยหว่าน กลับดูสง่างามและสุขุม แม้แต่ตอนใช้ตะเกียบคีบสเต็กยังดูสวยงามน่ามอง
คุณชายรักอิสระมองจนเกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม
จนกระทั่ง ซางเฟยหว่านพูดขึ้นมาว่า “นายมาสายนะ มีอะไรก็พูดมา เร็ว ๆ เลย ถ้าเลยเวลา ฉันไม่รอแล้วนะ”
คุณชายรักอิสระรีบอธิบายในทันที “เพื่อที่จะมาพบเธอ ฉันถึงกับไม่ได้ทำเื่ออกจากโรงพยาบาลให้ถูกต้อง ฉันรีบออกมาเชียวนะ! เท้ายังเจ็บอยู่เลย เดินไม่ค่อยสะดวก เลยมาช้าไปหน่อย”
ซางเฟยหว่านทานอาหารเกือบหมดแล้ว เธอจิบชาพลางเอ่ยว่า “ก็ว่ามาสิ นายจะมาคิดบัญชีอะไร”
“ฉันขอพูดตามตรงเลยแล้วกัน ก่อนหน้านี้ฉันเกลียดการดูดวงมาก ๆ ต่อให้จะเป็หมอดูเก่ง ๆ ก็ตาม เพราะฉันเ็ปกับเื่นี้มาั้แ่เด็ก เฮ้อ! พูดไปก็ยาว เริ่มั้แ่ตอนฉันอายุ 3 ขวบเลยล่ะ…”
คุณพ่อของคุณชายรักอิสระเป็นักธุรกิจที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยตัวเอง ตอนที่เขาเกิด พ่อของเขาก็ได้สร้างอาณาจักรธุรกิจขึ้นมาแล้ว
ในฐานะลูกชายคนโต ตามธรรมเนียมแล้ว คุณชายรักอิสระควรจะได้รับความรักจากพ่อแม่ั้แ่เด็ก
แต่หลังจากที่เขาเกิดมาได้ไม่นาน ก็มีปรมาจารย์ด้านไสยศาสตร์มาที่บ้าน บอกว่าเขาเป็กาลกิณี อาภัพ คอยแต่จะนำความวิบัติมาสู่พ่อแม่