บทที่ 27ขึ้นเรือ
“เ้าคือศิษย์พ่อมดที่เตรียมจะขึ้นเรือใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงแหบพร่าดังออกมาจากภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทของชายลึกลับเฮรัคจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความระแวดระวัง เขาััได้ถึงกระแส พลังเวทมนต์ อันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่รอบกายชายผู้นี้
“ใช่ครับ”
เฮรัคตอบรับอย่างนอบน้อม
“มีตราสัญลักษณ์ หรือไม่?”
เฮรัคหยิบวงแหวนสีเขียวที่ได้มาจากเด็กหนุ่มผมแดงส่งให้ชายในชุดคลุมรับไปพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“อืม... ตราสัญลักษณ์จากป่าแสงจันทร์นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่ข้าเห็นวงแหวนแบบนี้ในรอบปี ตามข้ามาเสียเนื่องจากการเดินทางล่าช้า เราจะจอดพักที่นี่เพียงหนึ่งวันเท่านั้น”
ครั้งที่สองงั้นหรือ...
เฮรัคคิดในใจพลางเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ ชิปพันธุกรรม คาดว่าคนแรกที่ถือวงแหวนแบบนี้ขึ้นเรือไปก่อนหน้าคงไม่พ้นอาจารย์ของเด็กหนุ่มผมแดงที่เขาเพิ่งสังหารไปเป็แน่
“ข้าต้องไปแล้ว...”
เฮรัคหันกลับไปหาเอมิลและเมลิสซาที่ยืนรออยู่
“ดูแลตัวเองด้วยนะเพื่อนยาก”
เอมิลก้าวออกมากอดเฮรัคแน่นด้วยความจริงใจเมลิสซาเองก็กอดลาเขาเช่นกันแววตาของนางเต็มไปด้วยความอาลัยรักในฐานะมิตรแท้ที่ร่วมเป็ร่วมตายกันมา
“ไปได้แล้ว!”
ชายชุดดำเร่งเร้าอย่างไม่อดทนเฮรัคสะพายเป้ออกตัวเดินตามไปทันที
“ข้าชื่อดีโน เป็พ่อมดระดับหนึ่งจาก องค์กรพ่อมดเกาะแห่งความฝันบนเรือนี้แบ่งเป็ห้าชั้น ศิษย์พ่อมดอย่างพวกเ้าจะพักอยู่ที่ชั้นสามและสี่สภาพอาจจะหยาบกระด้างไปเสียหน่อยแต่มันปลอดภัยกว่าบนดาดฟ้าจำไว้ว่าทะเลนั้นอันตราย อย่าขึ้นไป้าโดยไม่จำเป็”
ดีโนอธิบายกฎเกณฑ์ด้วยน้ำเสียงเ็าขณะเดินนำลิ่ว
“ท่านดีโนครับบนเรือลำนี้มีศิษย์พ่อมดทั้งหมดกี่คน?”
เฮรัคถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
“รวมเ้าด้วยก็สิบเอ็ดคน...จากทวีปโคเลสันมีแค่สองคนเท่านั้น เราจะรอที่นี่อีกหนึ่งวัน เผื่อจะมีคนอื่นมาเพิ่ม”
เมื่อก้าวขึ้นสู่ดาดฟ้าเฮรัคจึงพบว่าเรือลำนี้กว้างขวางกว่าที่มองจากฝั่งมากพื้นที่ส่วนบนเกือบจะกว้างเท่ากับลานประลองกลางเมืองบนดาดฟ้ามีลูกเรือร่างกำยำกำลังวุ่นวายกับการมัดเชือกและมีกลุ่มคนหนุ่มสาวห้าหกคนยืนรับลมอยู่ตามกราบเรือ พวกเขาเพียงเหลือบมองเฮรัคด้วยสายตาเ็าแล้วก็เมินหน้าหนีไป
“อย่าก่อเื่บนเรือ ห้ามทำลายข้าวของและห้ามขัดขวางการเดินเรือเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืน ข้าจะโยนมันลงไปให้ปลากิน!”
ดีโนประกาศคำรามก่อนจะเดินนำลงบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ภายในเรือค่อนข้างมืดสลัวมีเพียงโคมไฟที่ทำจากหินสีขาวส่องแสงนวลตาติดอยู่ตามผนังแคบๆที่ทำจากไม้สีดำเลื่อมเงา เฮรัคลองใช้มือััผิวไม้ดูพบว่ามันแข็งแกร่งราวกับแผ่นเหล็ก
“นั่นคือไม้จาก ป่ามนตราต้องห้ามมันแข็งที่สุดและมีคุณสมบัติต้านทาน พลังเวทมนต์ ได้ดีเยี่ยม”
ดีโนเอ่ยโดยไม่หันมามองเฮรัคลองส่งพลังเข้าไปสำรวจดูตามคำแนะนำของ เชนหลาน ก็พบกับแรงต้านมหาศาลจริงๆ
ทั้งสองเดินลงลึกไปจนถึงชั้นสี่ซึ่งมีพื้นที่แคบและเงียบเชียบกว่าชั้นอื่นๆ
“ห้องพักที่ชั้นสามเต็มหมดแล้วเ้าพักที่ชั้นนี้ก็แล้วกัน คนน้อยความขัดแย้งก็น้อย เ้าเป็ศิษย์พ่อมดขั้นหนึ่งใช่ไหม?”
“ครับ”
“ก็ดี...เพราะชั้นสามมีพวกขั้นสองอยู่หลายคน ระวังตัวไว้หน่อยละกัน”
ดีโนชี้ไปยังห้องหนึ่ง
“ส่วนห้องฝั่งตรงข้ามข้ามเ้าก็มาจากทวีปโคเลสันเหมือนกัน ขึ้นเรือมาก่อนหน้านี้หนึ่งท่าเรืออื่น เอาละหมดหน้าที่ข้าแล้ว ชั้นสองเป็ที่กินข้าว และห้ามขึ้นดาดฟ้าเด็ดขาดข้าไม่มีเวลามาตามเช็ดล้างปัญหาให้พวกเ้า”
เมื่อดีโนจากไปเฮรัคจึงก้าวเข้าไปในห้องพักขนาดเล็ก ห้องนี้มีจนาดแคบมาก และมีเพียงแค่เตียงเดี่ยวพร้อมกับ โต๊ะพับ และตู้เก็บของเท่านั้น
ส่วนระบบไฟทำจากหินสีขาวเช่นเดียวกับด้านนอกและนั้นใช้งานได้ดีเขาวางสัมภาระที่เอมิลเตรียมไว้ให้ลงแล้วเอนกายพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังจิต
ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นเฮรัคขมวดคิ้วพลางลุกไปเปิดประตู เขาพบหญิงสาวอายุราวสิบหกหรือสิบเจ็ดปีเส้นผมสีทองยาวสลวยตัดกับชุดกระโปรงสีทองอ่อนประดับพู่เงินดูหรูหราใบหน้าของนางละเอียดอ่อนและประดับด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
‘ขุนนางงั้นหรือ?’
เฮรัคประเมินจากเครื่องแต่งกายที่ดูสูงศักดิ์เกินกว่าจะเป็สามัญชนทั่วไป