โอ๊กกกกก!!!สองมือเรียวจับขอบเรือไว้แน่น เ้าของร่างโปร่งโก่งคออ้วกลงทะเล
“หมด เหล้าที่แดกมาลงทะเลไปละ” เขายกหลังมือขึ้นปาดเศษอาหารที่ปากออกเดิมทีทริปนี้เป็ทริปของคู่รักที่เขาได้จองไว้ตอนต้นปีแต่เวลาผ่านไม่กี่เดือนเขากลับต้องมาล่องเรือแห่งรักนี้เพียงลำพังความจริงเขาไม่ต้องมาก็ได้ แต่เพราะความงกเสียดายเงินที่มัดจำไปนั่นจึงเป็เหตุที่เขาต้องมายืนโก่งคออ้วกอยู่หัวเรือแบบนี้ ดวงตาหม่นหมองมองออกไปไร้จุดหมายท่ามกลางท้องทะเลไร้พรมแดน เขาไม่อาจทานทนกับภาพสวีทหวานของคู่รักอื่นบนเรือได้ไม่รู้ว่าการมาครั้งนี้จะยิ่งซ้ำเติมาแที่ใจมากยิ่งขึ้น
“ดูเหมือนพายุฤดูร้อนจะเข้าเร็วกว่าที่กรมอุตุฯประกาศนะ” เสียงเ้าหน้าที่สองคนคุยกันดังมาจากด้านหลัง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอาจกล่าวได้ว่าไม่สนโลกเลยนาทีนี้ลมกรรโชกแรงพัดเข้ากระทบกับใบหน้า เขากลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด บนท้องฟ้าเมฆสีดำเริ่มก่อตัวเป็กลุ่มใหญ่คล้ายกับกำลังจะเกิดพายุฝน การเคลื่อนไหวใต้ท้องทะเลก่อเกิดคลื่นสูงถาโถมซัดเรือลำเล็กจนเจียนจม
“คุณลูกค้าคะตรงนี้มันอันตรายเข้าไปหลบข้างในเถอะค่ะ” เ้าหน้าที่บนเรือแจ้งแก่นักท่องเที่ยวเพียงหนึ่งเดียวที่ยังอยู่ตรงหัวเรือลูกค้าท่านอื่นๆเข้าไปหลบฝนด้านในกันหมดแล้ว จะเหลือก็แต่ชายหนุ่มคนนี้ยืนอ้าแขนสวมบทเป็แจ๊คที่ไม่มีโรสอยู่ตรงหัวเรือเท่านั้น
อุ๊บ! อาการพะอืดพะอมลมตีจากท้องขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย ไม่รู้ว่าเมาเหล้าหรือเมาเรือกันแน่เขาพยายามอดกลั้นสุดกำลัง แต่เหมือนจะต้านทานไว้ไม่อยู่ โอ๊กกก!!! อ๊ากกกก!!! แหวะ! ตู้ม! สิ่งมีชีวิตบางอย่างหล่นลงน้ำเสียงดัง แต่เทียบไม่ได้กับเสียงฟ้าร้องและเสียงเม็ดฝนตกกระทบผืนน้ำความชุลมุนวุ่นวายบนเรือมีมาก จนไม่มีใครทันสังเกตการหายตัวไปของลูกค้าที่ขึ้นเรือมาเพียงลำพังเกิดความแปรปรวนไปทั้งผืนฟ้าผืนน้ำอย่างกับฉากวันสิ้นโลกในหนังที่เคยดู เสื้อชูชีพสีส้มกำลังลอยห่างออกไปจากเรือชายเพิ่งกลายเป็หนุ่มโสดเมื่อไม่กี่วันลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางพายุฝนที่ยังไม่จมลงสู่ก้นทะเลลึกเพราะเสื้อชูชีพช่วยพยุงไว้ แต่จะได้นานแค่ไหนกันหนุ่มน้อยวัยเพียงสิบเก้ารู้สึกหมดหวัง ในชีวิตยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากทำ เขานอนหงายมองท้องฟ้าสีหม่นหยุดความพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดดวงตาที่เลือนลางไร้หนทางค่อยๆหลับลงและหลับใหลไปในที่สุด
ตาย! เราตายไปแล้วหรอ แต่ทำไม!ดวงตาที่หลับพริ้มกระตกตามแรงกระทบของเม็ดฝนกับใบหน้าซีดมือเรียวถูกใช้เพื่อมาบดบังดวงตาจากสายฝนที่กระหน่ำตก ความมืดครึ้มยังปกคลุมทั่วพื้นที่จนมองไม่เห็นอะไร
“ทราย” มืออีกข้างััได้กับเม็ดทรายละเอียดที่เขานอนทอดกายอยู่
“นี่กูทำกรรมอะไร ขนาดตายแล้วยังต้องตกนรกอีก” เมื่อได้สติด้วยสภาพที่ยังไร้สติมือทั้งสองข้างยันกายลุกขึ้นยืนตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นจากหน้าผาหินข้างหน้าราวๆร้อยเมตรเหมือนจะเป็บ้านไม้สองชั้น แม้วิสัยทัศน์จะไม่ค่อยชัดก็เถอะในมือถือขอนไม้ในมโนว่าเป็ขวดเหล้า ร่างบางเดินโซเซเข้าหาจุดหมายอย่างทุลักทุเล
“อะไรนะ เลิกกันหรอ หึ หึ เพราะเราดูบอบบางเหมือนผู้หญิงหรือเพราะไอ้ผู้ชายที่ไปเจอในผับไม่กี่คืนกันแน่ ใจคนมันเปลี่ยนได้ง่ายดายจริงๆ เกลผู้หญิงหลายใจหมดรักก็บอกดิมาหาว่าฉันอ้อนแอ้นได้ไง” ตุบๆๆๆขอนไม้ในมือถูกใช้เป็อาวุธทำลายล้างต้นไม้ตรงหน้าบ้าน
“เฮ้ย! โผล่มาจากไหนว่ะ ผีทะเลหรอ” ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำเปิดประตูมาเจอเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังเล็ดเข้าไปในบ้าน ถ้าเป็คนจิตอ่อนคงหัวใจวายไปแล้วจู่ๆก็มีคนโผล่ขึ้นมาบนเกาะทั้งที่มีแค่เขาอยู่เพียงลำพัง วีธีมาเยือนนั้นไม่สำคัญคงต้องพาเข้าบ้านก่อนจะปล่อยให้หนาวตายก็ใช่เื่
“นายมาที่นี่ได้ยังไง”คนตัวใหญ่ถามผู้มาเยือนพร้อมยื่นผ้าขนหนูให้
“ตกเรือ มั้ง”คนร่างโปร่งรับผ้ามาเช็ดหัวด้วยสภาพร่อแร่ เสียงอ้อแอ้ตอบโต้วกไปวนมา เป็ที่แน่ชัดแล้วว่าไอ้หน้าจืดนี่ต้องเมาจนหน้าทิ่มตกเรือเป็แน่
“ถอดเสื้อชูชีพออกก่อนดิ”เขาเบือนหน้าหนีด้วยความระอารู้สึกเหนื่อยหน่ายกับคนๆนี้นัก
“มาๆฉันช่วย” แต่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเพราะคนมาเยือนมุ่งมั่นเอาแต่ถอดเสื้อโดยไม่ยอมถอดชูชีพก่อน แล้วมันจะออกยังไงนั่น
“อื้ออออ” แขนยาวเหยียดบิดี้เีตัวงอซุกใต้ผ้าห่มผ่านไปครู่เดียวเ้าของร่างเหมือนจะรู้สึกตัวตื่น เขายีตาทั้งสองข้างแรงๆ กระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตากับแสงที่แยงผ่านม่านเข้ามาในห้องดวงตาถูกกรอกไปมาคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันเป็ปม
“เพดานห้องนี้มันแปลกๆ ห้องนี่ก็แปลกๆ” คนที่พึ่งตื่นนอนกวดสายตาไปรอบๆห้อง‘ยังไม่ตายหรอว่ะ’ คนเพิ่งตื่นใช้มือคลำตามใบหน้าตามตัวเช็คให้แน่ใจว่าไม่ใช่แค่ฝัน
“เฮ้ย!” พลัว! ตุบ!
“อะไรว่ะ” เ้าของเสียงพยุงตัวขึ้นจากพื้นมองหาต้นเหตุ ที่ทำให้ตนต้องสะดุ้งตื่นเพราะตกเตียงในฉับพลัน
“แกๆๆ เป็ใคร แล้วๆๆ มานอนกอดฉันได้ไง”ชายที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงรีบดึงผ้าห่มมาพันตัวจนเป็มัมมี่เหตุเพราะสำรวจดูแล้วพบว่าร่างกายของตนนั้นเปลือยเปล่า บวกกับลืมตาขึ้นมาเจอใบหน้าของคนแปลกหน้าแนบชิดอยู่ใกล้ระยะที่หายใจรินรดกัน เป็ใครก็ใเป็ธรรมดาคนอื่นอาจไม่เพียงแค่ถีบตกเตียงเฉยๆ ดีไม่ดีอาจจะมีการวางมวยกันเกิดขึ้นเลยทีเดียว ประกอบกับความรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวจนหน้านิ่วอีก‘นี่กูเสียเอกราชไปหรือยังว่ะ’ เขาไม่เพียงแค่คิดสมองมันสั่งการให้เอี้ยวตัวกลับไปมองบั้นท้ายตัวเองโดยอัตโนมัติยิ่งรู้สึกระบมจนหน้าเสีย
“เป็ห่าอะไร คิดอะไร นี่อย่าบอกนะ” เ้าของร่างใหญ่เดินเข้าประชิดขอบเตียงก้มหน้าจ้องไอ้หน้าจืดที่ออกอาการรนลานตาเขม้ง ก็พอจะเดาได้ว่ามันมโนไปไกลขนาดไหน
“ปัญญาอ่อน กูไม่นิยมประตูหลังเว้ยและที่สภาพมึงเป็แบบนี้เพราะตัวมึงเองเลยแม่งเล่นวิ่งแก้ผ้ารอบบ้านปีนขึ้นเตียงมานอนกับกูเอง ที่กอดกลมดิกเนี่ย มึงกอดกู! แถมพร่ำเพ้อเรียกชื่อเกลจนรำคาญ”เขาอธิบายแบบใส่อารมณ์ไปเต็มสิบด้วยความโมโห จนต้องขึ้นมึงกูกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนคนฟังเองก็หน้าเจื่อนอยู่มากรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าทั้งตัวอายจนไม่รู้จะมุดหัวลงรูไหน ยิ่งฟังอีกคนสาธยายยิ่งเห็นภาพตัวเองชัดเจนมากขึ้น
“หลุดสุดๆเลยนะมึง นึกคึกอยากเล่นน้ำฝนตอนดึกพายุไม่หอบจมลงทะเลก็บุญแค่ไหน ว่าแต่หมดไปกี่ขวดถึงรั่วได้ขนาดนี้” เป็เขาที่ต้องไล่จับยัดเข้าบ้าน เคยแต่เมาให้คนอื่นเก็บแต่มื้อคืนเหมือนดาวเคราะห์หล่นทับถึงต้องมาคอยดูแลใครก็ไม่รู้ที่จู่ๆเกิดผุดขึ้นมากลางเกาะ
“ั้แ่ขวดที่สามก็เลิกนับล่ะ” คนร่างใหญ่ไล่สายตาสำรวจทั่วใบหน้าเนียน‘จะว่าไปไอ้หน้าจืดนี่ ก็ดูน่ารักเหมือนกันนะ’ เขาผละถอยห่างจากคนบนเตียงเหมือนนึกอะไรได้เขามองว่าผู้ชายน่ารักั้แ่เมื่อไหร่ความคิดแบบนี้เพิ่งเคยเกิดขึ้นกับคนที่ร่วมเตียงกันเมื่อคืน
โกร๊กกกก!!! ท้องร้องเตือนเสียงดังจนเ้าของต้องแกล้งเกาหูแก้เขินเอาแต่แดกยอดข้าว ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายชั่วโมงแล้ว
“นั่นเสื้อผ้าฉัน ใส่ซะ อุจาดลูกตา” เพื่อเป็การกลบเกลื่อนความรู้สึกแวบนึงเมื่อกี้จึงทำเป็เปลี่ยนไปคุยเื่อื่น
“นายมาทำไรแถวนี้” เ้าของบ้านถามพลางกินข้าวไปพลาง
“เที่ยว” คนนั่งตรงข้ามก้มหน้าก้มตาโซ้ยแหลกแม้จะแค่ข้าวไข่เจียวหน้าตาธรรมดา แต่นาทีนี้มันโคตรอร่อยกว่าทุกอย่างที่เคยกินเลยก็ว่าได้
“เพื่อนไม่ร้อนใจแย่แล้วหรอ”เขาเดาว่าคนที่มาด้วยคงกระวนกระวายใจ เพราะการหายตัวไปของขี้เมาแน่ๆ
“คนเดียว” เ้าของบ้านเลิกคิ้วด้วยสีหน้าสงสัย ‘เที่ยวคนเดียว’ ก็พอเข้าใจได้
“แล้วนายอยู่ที่นี่คนเดียวหรอ เกาะเล็กแค่นี้ใช้ชีวิตอยู่ได้จริงหรอ” ผู้มาเยือนเป็ฝ่ายถามบ้าง โดยรอบเกาะเป็ผาหินพื้นที่ก็เล็กนิดเดียวเกิดสึนามิขึ้นไม่รู้จะหนีไปไหน
“แค่มาพักผ่อน คนอื่นกลับไปหมดแล้ว”
“อ๋อ แล้วนายจะเข้าฝั่งวันไหน วันนี้เลยไหม?”ถามเองตอบเองไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น ลำพังมาทำลายความสงบก็มากพอแล้ว ยังต้องลำบากเขาพาส่งขึ้นฝั่งอีกตามแพลนเดิมควรเป็พรุ่งนี้่บ่ายด้วยซ้ำ
“ไปส่งหน่อยนะ” สายตาละห้อยอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู่ณ.ตอนนี้
“เออ รีบกิน รีบไป” เขาคิดว่าคนตรงข้ามทำหน้าทำตาน่าเกลียดนักแต่ความรู้สึกกลับแค่หมั่นไส้เท่านั้น เมื่อทุกอย่างถูกตระเตรียมเรียบร้อยชายร่างใหญ่สะพายกระเป๋าเป้เดินนำอีกคนไปตามเส้นทางลงเกาะซึ่งเป็แค่บันไดหินลักษณะสูงชันทอดลงสู่เบื้องล่าง คนที่มีอาการกลัวความสูงเป็ทุนเกิดอาการเกร็งขาจนเหน็บกินอีกคนที่สังเกตเห็นจึงยื่นมือให้จับ จะเฉยไม่รับการช่วยเหลือก็กลัวหน้าทิ่มลงทางลัดต้องทนรับการช่วยเหลืออย่างจำใจ ปลายสะพานไม้ที่ทอดลงทะเลพบสปีดโบ๊ทขนาดเล็กเทียบท่าอยู่ผิดคาดแหะ ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็เรือประมงเสียอีก
“ไกลอยู่เหมือนกันนะ เอ่อ พี่เป็เ้าของเกาะเหรอ?” เวลายี่สิบนาทีนี้ยาวนานอย่างกับเป็ชั่วโมงการเดินทางกับคนไม่รู้จักนี่มันชวนอึดอัดชะมัด จนต้องชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบ
“เปล่า” ถามคำตอบคำสเต็ปพื้นฐานสินะ
“ชื่ออะไร” คนบังคับเรือเป็ฝ่ายถามกลับบ้าง
“ผมแค่คนผ่านมาขอความช่วยเหลือ ไม่ต้องรู้ชื่อหรอก”คนถามก็พยักหน้าเห็นด้วยเพียงแต่ที่ถามไปเพราะไม่มีอะไรจะคุยและเห็นว่าเป็คำถามพื้นฐานของการสนทนาจึงถามไปงั้นๆไม่ได้อยากรู้จักมักจี่อะไรด้วย
“แล้วเสื้อผ้าพวกนี้ จะคืนได้ที่ไหน?”
“ถ้ามีโอกาสเจอกันอีกค่อยคืน ถ้าไม่มีก็แล้วไป”คนฟังก็พยักหน้ารับทราบ ง่ายดีเขาหวังว่าชาตินี้คงไม่ต้องเจอกันอีก หากใครรู้ความรั่วที่เขาทำไปตอนเมาคงโดนล้อยันลูกบวชเป็แน่แล้วทั้งคู่ก็เข้าสู่โหมดเงียบอีกครั้ง จนสปีดโป๊ทเข้าเทียบท่าของโรงแรมแห่งหนึ่ง
“ท่าของโรงแรมนิ” ร่างโปร่งดูดีใจกับความโชคดีเป็เป็ท่าของโรงแรมที่เข้าพักไม่งั้นคงต้องเดินหาให้เมื่อย
“พักที่นี่หรอ” ผู้มาเยือนเพียงพยักหน้าเป็คำตอบและรีบพลุนผลันขึ้นท่าั้แ่เรือยังจอดไม่สนิท
“ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มวิ่งไปได้ไม่ไกลนักเหมือนนึกขึ้นได้ว่าลืมบางอย่างไปจึงหันกลับมาขอบคุณคนที่ให้การช่วยเหลือ
“คุณธัพธัยจะกลับแล้วหรอครับ”ผู้จัดการใหญ่ของโรงแรมรีบเดินเร็วตรงดิ่งเข้ามาให้การรับใช้ เมื่อเห็นผู้เป็นายกลับเข้าโรงแรมก่อนกำหนด
“ครับ” แค่รอยยิ้มที่มุมปากบวกกับสายตาเรียบนิ่งน่าเกรงขามก็ทำผู้จัดการต้องก้มหน้าค้อมตัวเพื่อน้อมส่งเ้านายน้อยคือการปฏิบัติที่เป็ไปโดยอัตโนมัติ
“อ้อเมื่อกี้มีแขกของโรงแรม น่าจะเข้าไปขอความช่วยเหลือที่ฟร้อน ช่วยดูแลให้ทีนะครับ” ธัพธัยพูดพลางชี้นิ้วไปทางชายที่เดินกึ่งวิ่งไปตรงบริเวณด้านหน้าโรงแรมก่อนออกรถเขายังไม่ลืมที่จะฝากฝังให้ดูแลคนขี้เมา
“น้องชื่ออะไรคะ” คนอะไรหน้าหวานๆเสียงก็ยังหวานทำคนฟังเคลิ้ม
“มินจุนครับ”หนุ่มน้อยตอบพี่สาวแสนสวยด้วยสีหน้าระรื่น แต่
“มินจุนครับไม่ใช่จุนนี่”ดูเหมือนพี่เขาจะเขียนชื่อของเขาผิดไป ก็พอเข้าใจได้ที่อาจจะเขียนเพิ่มให้ดูน่ารักแต่จุนนี่นี่ฟังดูน่าขนลุกตายห่า พอจะวกกลับไปให้พี่เค้าแก้ให้ก็ถูกเพื่อนปรามไว้
“อย่าเยอะนะมึง เดี๋ยวถูกพี่เขาหมายหัว มึงดูชื่อกู ‘ซีนนี่’ เป็ไง เหมือนกันแหละ” ซีนยกป้ายชื่อของตนให้มินจุนดูและยังชี้ให้ดูของเพื่อนคนอื่น
“ใครเขียนหน้าให้มึงเนี่ย” ขอบตาดำๆโป๊ะแป้งขาวซะ ทอดกรอบได้เลย
“ไอ้ซีน ไอ้ห่าหัวเราะกู” ยิ่งงอนหน้างอยิ่งดูตลกจนเพื่อนต้องกลั้นขำเพื่อมาง้อ
“ยินดีต้อนรับน้องปีหนึ่งเข้าสู่คณะเศรษฐศาสตร์ คณะที่มีแต่คนหน้าตาดี” เมื่อทุกคนพร้อมกันที่ลานของคณะพี่อาร์มประธานรุ่นจึงกล่าวปราสัยกับน้องๆ
“โห่ฮิ้ว” ทุกคนต่างส่งเสียงหวีดพอใจกับคำว่าหน้าตาดีการดำเนินกิจกรรมได้เริ่มขึ้น
“ซ้อมแบดเสร็จแล้วหรอมึง”
“อื้อ” รุ่นพี่ที่มาสมทบเป็คนสุดท้ายเป็ชายที่มีใบหน้าหล่อนิ่งดูเคร่งขรึมเป็ที่ต้องตาต้องใจของสาวๆมากนัก
“โลกกลมเชี้ยๆแม่งเอ้ย” มินจุนค้อมตัวลงต่ำยกป้ายชื่อขึ้นบังหน้าเหมือนกับกำลังหลบใครบางคน จากที่สนุกสนานสุดๆกลับต้องหงอยแบบสุดๆเหมือนกัน
“หะ เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ” ซีนเห็นมินจุนเหมือนกำลังซุบซิบอะไรจึงเอ่ยถาม
“กูพูดคนเดียว”
“มึงเป็บ้าไง๊”
กิจกรรมรับน้องดำเนินมาจนถึง่ท้าย
“กิจกรรมสุดท้ายของวันนี้ ได้รับเบอร์โทรศัพท์กันหรือยัง”
“ได้แล้วครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
“เป็เบอร์ของพี่รหัสของแต่ละคน ที่ต้องทำก็ตามกระดาษที่พี่เขาแจกให้มีทั้งหมดสิบข้อ”
“มึงคิดว่าพี่คนไหนที่เป็พี่รหัสมึงว่ะ”ซีนชวนเพื่อนเดาไปด้วยกัน
“ใครก็ได้ ขอแค่ไม่ใช่...” ในความคิดของมินจุนขอแค่ไม่ใช่รุ่นพี่คนที่เพิ่งมาถึงก็ถือว่าโอเค
“ใคร?” ซีนเหมือนว่าได้ยินไม่ค่อยชัดจึงถามย้ำ แต่มินจุนเอาแต่ก้มหน้าจึงถอดใจไม่อยากรู้แล้ว
“กูนะอยากได้พี่คนสวยที่เขียนป้ายชื่อให้อ่ะ” แน่นอนว่าหนุ่มๆต่างอยากได้เป็พี่รหัสทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่มินจุนเอง ก็พี่เขาเล่นสวยขนาดนั้นจะไม่ชอบยังไงไหว
“ให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ ที่สำคัญป้ายชื่อห้ามถอดเด็ดขาดจนกว่าจะจบ่รับน้องแล้วกลับมาเจอกันอีกทีอาทิตย์หน้า ” ควรแก่เวลาที่จะจบภารกิจของวันนี้และให้น้องๆแยกย้ายกันไปพักผ่อน