กู้สุ่ยเย่ว์ััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของท่าทีที่กู้จิ่งฝานมีต่อนาง
หลินซื่อคิดร้ายต่อนางไม่สำเร็จทำไฟแผดเผาตนเองสุดท้ายล้มป่วย วาจากู้ชิงเหลียนยังกลับดำเป็ขาวแต่กู้สุ่ยเย่ว์ก็ไม่คิดจะอธิบายอะไร
ตอนเป็กู้เทียนหลาน นางอ่านคนนับไม่ถ้วนเห็นคนอย่างกู้จิ่งฝานเช่นนี้มามาก
คนเช่นนี้ให้ความสำคัญเื่ความสัมพันธ์ ซื่อตรงภักดีทว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็การภักดีและกตัญญูอย่างโง่งมเสียมากกว่าใจเขาเอนเอียงไปทางหลินซื่อฝั่งนั้นแล้ว ไม่ว่านางจะอธิบายอย่างไรกู้จิ่งฝานไม่มีทางฟัง ตรงกันข้าม คงคิดว่านางกำลังยุแยง
กู้สุ่ยเย่ว์หลุบตาลงไม่ได้สนใจความเคลื่อนไหวบนโต๊ะอาหารสักนิด
“แต่เหตุใดเหมือนข้าได้ยินมาว่ามีคนคิดทำร้ายกู้สุ่ยเย่ว์กัน”
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้อธิบาย ทว่ามีคนพูดความจริงออกมา กู้สุ่ยเย่ว์มองไป คิดไม่ถึงว่าคนที่พูดจะเป็นกู้ชิงเหยียนที่อยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่ากู้กู้ชิงเหยียนมองมาทางกู้สุ่ยเย่ว์ สบถเสียงเย็นหนหนึ่งหันศีรษะน้อยๆ กลับไปอย่างถือตัว แม่นางน้อยอายุสิบห้า นิสัยมุทะลุไร้เดียงสาภายใต้การชี้แนะของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ คาดว่าคงคิดออกแล้วว่าตนเองถูกคนบงการหลอกใช้ตอนนี้เลยไม่ชอบใจที่กู้สุ่ยเย่ว์ถูกรังแก ออกเสียงทวงความยุติธรรม
สีหน้ากู้ชิงเหลียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“น้องสี่ บางเรื่องไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรเอ่ยวาจาส่งเดช” กู้ชิงเหลียนเอ่ย“หลักฐานรึ ปิ่นนั่นไม่ใช่หลักฐานรึปิ่นที่มารดาเ้าให้กู้สุ่ยเย่ว์ล่อลวงงูพิษได้เื่นี้ไม่ได้ชัดเจนแล้วหรือว่า้าฆ่ากู้สุ่ยเย่ว์” กู้ชิงเหยียนถากถางกลับ
“มารดาเกิดในตระกูลมีการศึกษาจะรู้วิชาสกปรกพวกนั้นได้อย่างไร ปิ่นนั่นอยู่ในมือกู้สุ่ยเย่ว์นานขนาดนั้นผู้ใดจะไปรู้ว่ากู้สุ่ยเย่ว์เล่นลูกไม้บนนั้นหรือไม่” กู้ชิงเหลียนเอ่ยเหล่มองกู้สุ่ยเย่ว์สายตาหนึ่ง “สิ่งใดไม่ปกติมักมีปัญหา หลังพี่สุ่ยเย่ว์ได้สตินิสัยเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง ผู้ใดจะไปรู้บางทีอาจเกิดเรื่องประหลาดขึ้นก็ได้รู้วิชาชั่วร้ายพวกนั้นก็เป็นธรรมดา น้องสี่ เจ้าจิตใจไร้เดียงสาเกินไปอย่าถูกคนหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวเชียว”หน้ากู้ชิงเหยียนแดงก่ำ “เ้า!”
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กุมมือกู้ชิงเหยียนแววตาฉายแววตักเตือนห้ามนางออกเสียงอีก กู้ชิงเหยียนทำได้เพียงหุบปากอย่างไม่ยินยอม กู้จิ่งฝานวางตะเกียบในมือลงใบหน้าหล่อเหลาไม่พอใจอย่างยิ่ง “นิสัยจิตใจท่านแม่เหมือนนิสัยจิตใจข้า น้องสี่กับน้องหญิงคนอื่นๆ หากมีอะไรสงสัย ไม่สู้มาหาข้า” นายท่านกู้เอ่ยเสียงแล้ว “วันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับจิ่งฝาน พวกเจ้าเถียงอะไรกันบนโต๊ะอาหาร หากเถียงกันต่อก็ไม่ต้องกินแล้วไปคุกเข่าที่โถงบรรพชนซักคืน”วาจานายท่านกู้เอ่ยออกมา คนอื่นๆไม่กล้าเอ่ยเสียงอีก
ชั่วขณะนั้นบนโต๊ะอาหารได้ยินเพียงเสียงตะเกียบกระทบกัน
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้อ้างว่าตนเองสุขภาพไม่ดี จึงพากู้ชิงเหยียนจากไป เห็นชัดว่าไม่อยากร่วมการปะทะนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ไม่ชอบหลินซื่อแต่ติดที่หลินซื่อเป็นมารดากู้จิ่งฝาน กู้จิ่งฝานยังเป็นความหวังของจวนตระกูลกู้นางไม่อาจทำอะไรหลินซื่อได้ นางเป็นคนฉลาดจึงตัดสินใจชมดอกไม้ไฟอยู่ริมตลิ่ง หลินซื่อไม่ค่อยอยากอาหารนัก กินไปสองคำก็ไม่กินแล้ว ทำเพียงหยิบคีบกับข้าวให้กู้จิ่งฝาน อยู่ในสายตาคนอื่นฉากภาพนี้ราวกับฉากภาพมารดาใจดีและบุตรกตัญญูอย่างไรอย่างนั้นทว่าจิตใจนางกลับล่องลอยไปอีกฝั่งนานแล้วเพียงแค่นางเห็นกู้สุ่ยเย่ว์นั่งกินมื้อเย็นโต๊ะเดียวกันกับนางก็รู้สึกเจ็บใจแล้วนางไม่มีทางลืมเื่ที่กู้สุ่ยเย่ว์ทำกับนางและการเหยียดหยามในวันนั้นการเหยียดหยามนี้นางจะต้องทวงคืนจากตัวกู้สุ่ยเย่ว์ ให้นางชดใช้เป็สองเท่า
มือนางกำไข่มุกไว้ สายตามักเหล่ไปที่จุดจุดหนึ่งราวกับกำลังรออะไรอยู่
แรงที่นางกำไข่มุกพลันเพิ่มมากขึ้น มาแล้ว!
อยู่ๆ เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็เลื้อยเลาะใต้โต๊ะมาในตอนที่มันเลื้อยขึ้นเก้าอี้หลินซื่อ กู้จิ่งฝานยกมือวาดดาบเงาร่างสีดำขาดกลายเป็สองท่อนทันใด
นั่นเป็ลูกงูตัวขนาดเท่านิ้วมือ
“กู้สุ่ยเย่ว์ เจ้าคิดจะทำอะไรท่านแม่ข้า” เสียงแหลมของกู้ชิงเหลียนดังขึ้นมาสีหน้าหลินซื่อซีดขาว สลบไปแล้ว
กู้จิ่งฝานอุ้มหลินซื่อพุ่งเข้าไปในเรือนใกล้ๆพวกบ่าวรับใช้รีบรุดไปเชิญหมอ ชั่วขณะนั้น ทั้งจวนตระกูลกู้กลายเป็ชุลมุนวุ่นวาย
กู้สุ่ยเย่ว์รู้ดีว่าทุกอย่างเบนเข็มมาที่นางการกระทำนี้ของหลินซื่อก็แค่อยากให้กู้จิ่งฝานแค้นนางอย่างสิ้นเชิง
แต่กระนั้นนางก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไร นางลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร ไม่สนใจฉากภาพวุ่นวายนี้ เดินกลับเรือนตนเรือนซีหัว
หลินซื่อนอนอยู่บนเตียงใบหน้าซีดขาว ตาทั้งสองข้างหลับสนิททั้งตัวคนไร้เสียงไร้ลมหายใจ ราวกับสูญเสียไอชีวิตไปแล้วก็ไม่ปาน หมอยุ่งอยู่นานถึงเอ่ยขึ้น “ฮูหยินล้มป่วยเพราะตกใจเสียขวัญ เมื่อครู่ยังพบต้นตอที่ทำให้เสียขวัญ ดังนั้นอาการถึงได้ทรุดหนัก โรคนี้ของฮูหยิน ไม่ใช่สิ่งที่โอสถจะรักษาได้ ฮูหยินจำเป็นต้องพักผ่อนห้ามตกใจรุนแรงอีกเป็นอันขาด”หมอจากไปแล้ว
กู้จิ่งฝานนั่งดูอยู่ข้างเตียงเงียบๆ ครู่หนึ่ง ส่งสายตาให้กู้ชิงเหลียน สองพี่น้องเดินออกจากห้อง“ชิงเหลียน ก่อนหน้าท่านแม่ล้มป่วยได้อย่างไร”กู้จิ่งฝานเอ่ย
กู้ชิงเหลียนตาแดงก่ำ เม้มปากเอ่ย“ไม่ใช่ชิงเหลียนไม่อยากพูด เป็ท่านแม่ที่สั่งไม่ให้บอกพี่ใหญ่”
“ชิงเหลียน ท่านแม่เป็ถึงขนาดนี้แล้วยังมีอะไรไม่พูดได้อีก”
กู้ชิงเหลียนลังเลครู่หนึ่ง ถึงค่อยเอ่ยขึ้น“เป็นกู้สุ่ยเย่ว์ ตั้งแต่กู้สุ่ยเย่ว์ฟื้นมาเดือนที่แล้ว นิสัยใจคอเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมตัวนางกลายเป็นลึกลับร้ายกาจ คุณหนูตระกูลใหญ่ไหนเลยจะเป็นวิชาหมัดเท้าพวกนั้นได้แต่กู้สุ่ยเย่ว์เป็น ฝ่าบาทประทานสมรส กู้สุ่ยเย่ว์หมั้นหมายกับอวิ๋นอ๋องนางอยู่ในจวนกลายเป็นถือดีไม่สนหน้าผู้ใด นางฆ่าน้องชิงอวี้ ยังทำให้อี๋เหนียงสามเป็นบ้าตอนนี้คิดหาวิธีเคี่ยวกรำท่านแม่ ไม่รู้นางใช้วิธีใด งูพวกนั้นเชื่อฟังคำพูดนางงูพิษของฉุนอ๋องตัวนั้น เห็นนางแล้วยังเชื่องนัก เพื่อความสงบของจวนส่วนหลังเดิมทีท่านแม่ถอยแล้วถอยอีก แต่คิดไม่ถึงว่ากู้สุ่ยเย่ว์จะไม่ยอมหยุดถึงกับหลอกล่อให้งูพิษของฉุนอ๋องไปบนตัวท่านแม่ ทำท่านแม่เสียขวัญกลายเป็นเช่นนี้วันนี้ต้องเป็นฝีมือนางทำแน่ เห็นชัดว่าอยากจะบีบให้ข้ากับท่านแม่จนหนทาง!” กู้ชิงเหลียนเอ่ยจบ น้ำตาพลันไหลตก ดูแล้วน้อยเนื้อต่ำใจหาใดเปรียบสีหน้ากู้จิ่งฝานกลายเป็ไม่น่าดูแล้ว เขาต่อยแรงๆไปบนกำแพง คล้ายกำลังข่มความโกรธสุดกำลัง
“ท่านแม่เป็ถึงนายหญิงใหญ่จวนตระกูลกู้ถึงกับถูกหญิงปีศาจนางหนึ่งรังแกได้” กู้จิ่งฝานพูดจบก็ก้าวอาดๆ ออกไปด้านนอกเห็นชัดว่าจะไปคิดบัญชีกับกู้สุ่ยเย่ว์
กู้ชิงเหลียนรีบรั้งกู้จิ่งฝานไว้ “พี่ใหญ่ ท่านอย่าไปท่านพูดไม่ผิด นางเป็นหญิงปีศาจ ท่านแม่กลายเป็นเช่นนี้แล้วชิงเหลียนไม่อยากให้ท่านพี่ได้รับบาดเจ็บอีก ไม่เช่นนั้นชิงเหลียนคงไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรแล้วอีกอย่างนางหมั้นหมายกับอวิ๋นอ๋อง หากพวกเราทำร้ายนางจะอธิบายให้อวิ๋นอ๋องฝั่งนั้นอย่างไร”กู้จิ่งฝานมองน้องสาวที่มีท่าทางน่าสงสารยอมข่มกลั้นความโกรธเกรี้ยวเอาไว้
เขาต้องสงบสติอย่างที่ว่า
“หญิงสติไม่ดีนางหนึ่งอยู่ๆ เปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงเช่นนี้ไม่เพียงมีวรยุทธ์สูงส่ง ยังสามารถควบคุมงูพิษได้รึ” กู้จิ่งฝานเอ่ยเสียงแ่เบา
กู้ชิงเหลียนพยักหน้า “ท่านพี่ท่านว่ากู้สุ่ยเย่ว์ถูกปีศาจสิงร่างหรือไม่นางคงไม่ได้คิดมากินตระกูลกู้ใช่หรือไม่ ก่อนหน้าเป็อี๋เหนียงสามและพี่ชิงอวี้ตอนนี้เป็ข้าและท่านแม่...”
พอเอ่ยถึงหลินซื่อ กู้จิ่งฝานยืนตัวตรง ตบโต๊ะเสียงดังตบจนโต๊ะปริแตก
“ขอเพียงข้ายังอยู่ ไม่ว่านางจะเป็ปีศาจมารร้ายอะไรข้าย่อมไม่ปล่อยให้นางทำเื่ไม่ดีกับท่านแม่แน่นอน”
กู้จิ่งฝานเอ่ยจบ ถือกระบี่เดินออกจากประตูไปเดินตรงไปยังเรือนกู้สุ่ยเย่ว์
เห็นกู้จิ่งฝานจากไปแล้ว กู้ชิงเหลียนเก็บท่าทางน่าสงสารนั้นกลับนางหันกลับไปผลักเปิดประตู เดินเข้าไปในห้อง
“ท่านแม่ กู้สุ่ยเย่ว์ร้ายกาจขนาดนั้นท่านพี่จะจัดการนางได้หรือเ้าคะ” กู้ชิงเหลียนทุบขาให้หลินซื่อพร้อมกับเอ่ยขึ้น
สีหน้าของหลินซื่อซีดขาว แต่ความสง่าสงวนกิริยายังคงอยู่เพราะป่วยหนัก นางลมหายใจแ่เบา ทว่าแววตานั้นเด็ดเดี่ยวนักนางตบมือกู้ชิงเหลียนเบาๆ ก่อนเอ่ย “กู้จิ่งฝานเป็คนนิสัยเถรตรงให้ความสำคัญต่อไมตรีสายสัมพันธ์วิชาชั่วช้าของกู้สุ่ยเย่ว์พวกนั้นใช้กับตัวเขาไม่ได้แน่ ดังนั้นเขาที่ไปจัดการกู้สุ่ยเย่ว์มีแต่จะใช้วิธีตรงไปตรงมาวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดก็คือการใช้แข็งปะทะแข็ง เื่วรยุทธ์พวกนี้ เ้าลืมความสามารถพี่ชายเ้าไปแล้วรึ”
“วรยุทธ์ท่านพี่จัดว่าอยู่แถวหน้าของทั้งเมืองหลวง” กู้ชิงเหลียนเอ่ยแม้กู้สุ่ยเย่ว์จะมีความสามารถอยู่บ้างแต่ถึงอย่างไรก็เป็เพลงหมัดเพลงเตะอ่อนปวกเปียกของสตรีจัดการหญิงในจวนอย่างพวกนางยังพอทำเนา แต่หากเทียบกับบุรุษก็คงห่างอยู่ไกลโขนัก
“หากเขาจัดการไม่ได้แม้แต่กู้สุ่ยเย่ว์เช่นนั้นหลายปีมานี้ข้าคงเลี้ยงเขาเสียเปล่าแล้ว ถือว่าข้ามองพลาดไปก็แล้วกัน”หลินซื่อเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเย็นเยียบ
ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางผืนนภากู้สุ่ยเย่ว์ยืนอยู่ในเรือนมาพักหนึ่ง ััถึงไอสังหารหอบหนึ่งพุ่งปะทะใบหน้ามา
นางมองไปทางประตูเรือนเห็นกู้จิ่งฝานถือกระบี่ยืนอยู่หน้าประตู ั์ตาคู่นั้นจับจ้องมองนางเย็นะเื
กู้จิ่งฝานชักกระบี่ในมือออกมา ภายใต้แสงจันทร์แสงกระบี่ส่องประกายหนาวเหน็บ
กู้สุ่ยเย่ว์รู้ เขาคิดมาฆ่านางยังเห็นชัดว่าวรยุทธ์บุรุษผู้นี้อยู่เหนือนาง แต่นางยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ถอยหนี สีหน้าไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้เพียงนิด
กระบี่ของกู้จิ่งฝานวางพาดบนลำคอนาง
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้หลบแม้เพียงนิดทว่าใบหน้ากลับแย้มยิ้มออกมา
สีหน้ากู้จิ่งฝานฉายแววสงสัย เดิมทีเขาเกรี้ยวกราดมีโทสะทว่าตอนนี้กลับถูกรอยยิ้มของสตรีนางนี้ทำเอาเลอะเลือน เขาเคยฆ่าคนแต่คนพวกนั้นไม่มีสักคนที่ไม่หวาดกลัวก่อนตาย
“เ้ายิ้มอะไร” กู้จิ่งฝานเอ่ยถามเสียงเย็น
กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย “ข้ายิ้มเพราะเ้าช่างน่าขันนักเป็ถึงบุรุษ ทว่ากลับไม่แยกแยะดีชั่ว ไม่แยกแยะจริงเท็จ ภักดีอย่างโง่งมกตัญญูอย่างโง่งม เห็นชัดอยู่ว่าข้าเป็คนที่ถูกหยามเกียรติคนนั้นทว่าอยู่ในสายตาเ้ากลับกลายเป็คนเลว เ้าคิดว่าหลินซื่อดีกับเ้า ทว่าหากหลินซื่อหวังดีกับเ้าจริงๆเหตุใดต้องบงการให้เ้ามาฆ่าข้าตรงๆ ด้วยเล่า เ้าใกล้สอบคัดเลือกขุนนาง หากฆ่าข้าคงมีผลกระทบต่ออนาคตเ้า”
กู้จิ่งฝานไม่สั่นคลอน “เ้าพูดไร้สาระท่านแม่ไม่เคยด่าว่าอะไรเ้าสักนิด ทว่าแต่ละประโยคของเ้ากลับเหยียดหยามนางผู้ใดดีผู้ใดชั่วแค่แยกแยะดูก็รู้แล้ว”
“อ้อ ในเมื่อหลินซื่อไม่เคยด่าว่าแล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็คนเลวกัน” มุมปากกู้สุ่ยเย่ว์เหยียดยิ้มหยามหยัน
หินทื่อไม่ว่าอย่างไรก็เป็หินทื่ออย่างที่คาดแต่ไหนแต่ไรมานางมองคนได้แม่นยำนัก ครั้งนี้ก็ไม่แตกต่าง
“หากเ้าไม่ทำเกินเลยไม่เหลือทางรอดให้ท่านแม่และน้องหญิงเลยสักนิดน้องหญิงจะพูดเื่ไม่ได้รับความเป็ธรรมออกมาได้อย่างไร”ในแววตากู้จิ่งฝานแฝงเร้นความเกรี้ยวกราด
ไอสังหารในตาเขาลุกโชนขอเพียงเขาลงแรงเพียงเล็กน้อย คอหญิงชั่วนางนี้ก็จะถูกเขาตัดขาดคนที่สำคัญที่สุดของเขาจะได้ไม่ต้องข่มกลั้นต่อการเหยียดหยามของนางอีก
กู้จิ่งฝานกำลังคิดออกแรง ทว่ามือกลับเจ็บแปลบขึ้นไม่ว่าอย่างไรก็เค้นแรงไม่ออกเขามองสตรีฝั่งตรงข้าม ในใจเกิดความหวาดกลัวแปลกประหลาดนึกถึงคำกล่าวน้องสาว หญิงนางนี้ไม่ใช่หญิงธรรมดา แต่เป็หญิงปีศาจ
เขาใช้แรงไม่ได้แล้ว ทั้งตัวคนเหมือนถูกสะกดเอาไว้ ทำได้เพียงมองหญิงนางนั้นขยับเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ ริมฝีปากแดงสดเข้ามาใกล้หูเขา“ไม่สู้พวกเรามาลองดูกันว่าหลินซื่อหวังดีต่อเ้าจริงๆหรือว่าเสแสร้งกันแน่ดีกว่า”
เสียงสตรีไพเราะดังขึ้นข้างหูภาพตรงหน้ากู้จิ่งฝานพลันดำมืด สลบเหมือดไป