[I'AM]
[Bedroom]
[Monday: Time: 11.00 am]
“จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ ตื่นได้แล้วครับทูนหัวจุ๊บ งับ จุ๊บ จุ๊บ งับ งับ”
ผมได้ยินเสียงของไซมอนดังแว่วๆ เพียงแผ่วเบาเข้ามาในหูของผม และผมยังรู้สึกได้ถึงแรงกัดแรงงับเบา ๆ อยู่แถวติ่งหูของผมซึ่งผมก็พอจะเดาออกว่าเขากำลังแกล้งผมอยู่แต่ว่าผมกลับยังไม่อยากจะลืมตาตื่นเลยจริง ๆจนผมต้องแกล้งเขากลับด้วยการทำทีเป็นเพ้อออกมาเบา ๆเหมือนกับว่าผมยังมีอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่
“อึ้ม หงึม หงึม อย่ากวนได้ไหม จาหลับจานอนจั๊บ จั๊บ”
“ไม่ตื่นลักหลับน้า”
พรึบ!
ผมเด้งตัวลุกขึ้นพร้อมกับลืมตาตื่นทันทีที่โดนเขาขู่ว่าจะลักหลับแล้วผมก็ยกมือขึ้นมาขยี้ตาไล่ความขี้เกียดของผม ก่อนที่ผมจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับตอบเขาออกไปด้วยน้ำเสียงสดใส
“ตื่นแล้วครับ”
ฟอด!
ไซมอนขยับเข้ามากอดผมพร้อมกับซบหัวของเขาลงบนไหล่ของผมด้วยท่าทางออดอ้อนอย่างที่เขาชอบทำแล้วผมก็ยกมือของผมขึ้นมาสอดเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มของเขาเหมือนที่ผมชอบทำเหมือนกันก่อนที่ผมจะดันหัวของเขาออกจากไหล่ของผมเบา ๆ พอให้มีระยะห่างเพียงแค่สบตากัน
จากนั้นผมก็มองสำรวจใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาอย่างพิจารณาเพราะผมรู้สึกว่าวันนี้เขาดูแปลกตาผมมาก เขาดูหน้าซีด ๆ และดูเพลีย ๆ เหมือนคนพักผ่อนน้อยจนผมต้องเอ่ยถามเขาออกไปอย่างอดห่วงไม่ได้
"ทำไมพี่ดูเพลีย ๆเหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนแบบนี้ครับ?"
"ก็ยังไม่ได้นอนไง"
เขาตอบผมออกมาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่ผมกลับเริ่มขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อผมเหลือบขึ้นไปมองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้องซึ่งเข็มนาฬิกาได้บอกเวลาว่าตอนนี้มันห้าโมงเช้าแล้ว และผมก็สวนคำถามออกไปอีกครั้งอย่างสงสัย
"แต่นี่มันห้าโมงเช้าแล้วนะครับทำไมพี่ยังไม่นอนอีกล่ะแล้วก็...ผมจำได้ว่าเมื่อคืนเรานั่งคุยกันอยู่ที่ห้องรับรองนี่หน่าแล้วพี่ก็หลับไปบนตักของผม แล้วผมก็...หลับเหมือนกันจากนั้นผมก็...จำอะไรไม่ได้เลย แล้วผมมานอนอยู่ในห้องนอนพี่ได้ยังไงครับ?"
"หึ! นายคงละเมอเดินขึ้นมานอนในห้องพี่เองมั้ง"
ไซมอนพูดพร้อมกับกระตุกยิ้มและจังหวะนั้นผมก็นึกได้พอดีว่าเมื่อคืนผมฝันว่าไซมอนอุ้มผมขึ้นมาส่งถึงเตียงนอนพร้อมกับห่มผ้าให้ผมก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไปหลังจากนั้น แต่พอผมลองมานึกดูดี ๆ อีกครั้งผมก็จำได้ว่ามันไม่ใช่ความฝันแต่มันคือความจริง เพราะผมเริ่มจำได้แล้วว่า ที่จริงแล้วไซมอนเขาเป็นคนอุ้มผมขึ้นมาส่งบนห้องนอนเอง
ผมระบายยิ้มออกมาอย่างอายๆ ก่อนที่ผมจะถามไซมอนกลับไปอย่างขัดเขินเพื่อความแน่ใจว่า
"เอ่อ...พี่...เป็นคนอุ้มผมขึ้นมาเหรอครับ?"
"อืม" ไซมอนตอบผมกลับมาเสียงเรียบเพียงแผ่วเบาแล้วเขาก็เอนหัวลงมาซบไหล่ของผมอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เงียบไปแต่ผมก็ยังพยายามชวนเขาคุยต่อด้วยการถามเขากลับไปเบา ๆ
"แล้วทำไมพี่ไม่ปลุกผมล่ะครับ"
ผมถามพร้อมกับยกมือขึ้นมาสอดเข้าไปนวดต้นคอให้เขาไปพรางๆ และเขาก็ตอบผมกลับมาเบา ๆ ไม่จริงจังนักว่า
"หึ...นอนน้ำลายยืดเลอะเทอะเต็มเสื้อซะขนาดนั้นต่อให้พี่ปลุกให้ตายนายก็ไม่ยอมตื่นหรอก"
ไซมอนผละออกจากหัวไหล่ของผมก่อนที่เขาจะยกยิ้มละมุนให้ผมด้วยท่าทางกวน ๆ นิด ๆ
"เอ่อ! น้ำลายยืดเลยเหรอครับ?" ผมถามเขากลับไปด้วยความตกใจ พร้อมกับรีบยกมือขึ้นมาลูบริมฝีปากของผมเพื่อเช็ดคราบน้ำลายแล้วไซมอนเขาก็ตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
"อืม...เหม็นด้วย"
แล้วเขาก็ทำจมูกฟุดฟิดใส่ผมเหมือนกับว่าผมเหม็นจริงๆ แต่ว่าผมกลับไม่สนุกกับสิ่งที่เขากำลังอยู่เลย จนผมต้องกระเด้งตัวขึ้นพร้อมกับผลักอกเขาออกห่างจากตัวผม ก่อนที่ผมจะสูดดมพิสูจน์กลิ่นตัวเองตามเสื้อผ้าของผม
ฟุดฟิด ฟุดฟิด
แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่าตัวของผมมันจะเหม็นน้ำลายอย่างที่ไซมอนบอกเลยผมจึงหันไปทำหน้าค้อนไซมอนที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง พร้อมกับพูดประชดเขาออกไปอย่างงอนๆ แต่ไม่จริงจังนัก
"เหม็นแล้วมากอดมาหอมผมทำไมล่ะ?"
"ถึงจะเหม็นก็เป็นแฟนพี่ป่ะ?"
เขายักคิ้วหลิ่วตาใส่ผมด้วยท่าทางกวนๆ แต่เขาก็ไม่ได้ง้อผมอย่างที่ผมอยากให้เขาทำผมจึงถามเขากลับไปพร้อมกับหันหลังให้กับเขาทันที
"เป็นแฟนแล้วไงอ่ะ? "
"ก็ไม่แล้วไง...ก็แค่จะบอกว่าเหม็นแค่ไหนพี่ก็รัก"
เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นมากอดและประทับริมฝีปากหยักได้รูปลงจูบแก้มผมเบาๆ ย้ำ ๆ อยู่หลายครั้งอย่างอ่อนโยนคล้ายกับกำลังง้อผมอยู่
ฟอด จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ ฟอดฟอด
แต่ผมยังคงนั่งนิ่งให้เขากอดจูบได้ตามใจเพราะผมอยากให้เขาง้อผมแบบนี้นาน ๆ เพราะเวลาเขาออดอ้อนหรือง้อผมผมรู้สึกว่าเขาดูน่ารักและอบอุ่นมาก จนผมอยากเก็บเวลาแบบนี้ไว้กับผมให้นาน ๆ
แต่ในขณะที่ไซมอนกำลังง้อผมอยู่นั้นเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะหวานของสองเรา
ก๊อก ก๊อก
ไซมอนค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออกจากรอบเอวของผมแล้วเขาก็เอ่ยปากบอกผมเบา ๆ ด้วยสีหน้าเศร้า ๆ ว่าวันนี้เขามีธุระ เขาคงไม่ได้อยู่กับผมทั้งวันเพราะว่าเขาจะต้องออกไปข้างนอกกับหุ้นส่วนของเขา
ผมนั่งเงียบด้วยความรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่เริ่มก่อตัวแต่แทนที่เขาจะรีบง้อผมอย่างที่เขาชอบทำแต่ว่าเขากลับลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตในตู้มาสวมทับเสื้อยืดของเขาก่อนที่เขาจะหันกลับมาบอกผมเสียงเรียบ
"รอพี่อยู่ในห้องห้ามออกไปไหนจนกว่าพี่จะกลับมารับ"
จากนั้นเขาก็หันหลังเดินออกไปทางประตูห้องแต่ผมกลับรู้สึกว่าวันนี้ไซมอนเขามีท่าทางแปลก ๆ ชอบกล ผมรู้สึกว่าเขามีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมมันเหมือนกับว่าเขามีบางอย่างที่กำลังปิดบังผมอยู่
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับผมอีกต่อไปผมไม่สนใจว่าเขาจะกำลังปกปิดอะไรผมอยู่ เพราะสิ่งสำคัญตอนนี้คือ...เมื่อผมเห็นแผ่นหลังของเขาเดินห่างผมออกไปเรื่อยๆ ผมรู้กลับสึกเป็นห่วงเขามากจนผมถึงขนาดลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว แล้วผมก็ก้าวตามเขาไปก่อนที่ผมจะรีบโผเข้าไปกอดเขาเอาไว้จากด้านหลังก่อนที่เขาจะเดินจากผมไปไกลกว่านี้
หมับ!!!
"พี่ครับ...ฮึก ฮึกผมจะรอทานข้าวพร้อมกับพี่นะครับ ฮึก ฮึก พี่รีบกลับมาหาผมนะครับผมจะรอพี่อยู่ที่ห้องครับ ผมจะรอจนกว่าพี่จะกลับมา นานแค่ไหนผมก็จะรอครับ"
ผมไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ผมถึงรู้สึกว่าผมจิตใจอ่อนไหวมากเป็นพิเศษขนาดนี้ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องร้องไห้ด้วย ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้อยากจะร้องไห้สักนิดเลยแต่น้ำตามันดันไหลออกมาเองเอาดื้อ ๆ และในขณะที่ผมกำลังกอดไซมอนอย่างออดอ้อนอยู่นั้นไซมอนก็พูดกับผมออกมาเบา ๆ โดยที่ยังหันหลังให้ผมอยู่ว่า
"รีบอาบน้ำแต่งตัวซะ...จะได้สดชื่นเดี๋ยวอีกสักพักจะมีแม่บ้านยกอาหารขึ้นมาส่งให้ที่ห้อง แล้วก็รีบทานข้าวซะ...จะได้ไม่เสียสุขภาพ"
คำพูดที่ฟังดูเรียบเฉยไร้อารมณ์ของไซมอนยิ่งสร้างความหดหู่ให้กับผมมากขึ้นจนผมหลุดสะอื้นออกมาอีกครั้งก่อนที่ผมจะถามเขาออกไปด้วยคำถามซ้ำ ๆ
"ฮึก ฮึกครับ...แล้วเมื่อไหร่พี่จะกลับมาครับ? "
"คืนนี้...ก่อนสามทุ่มพี่จะกลับมารับนายไปที่ห้องวีไอพีเพื่อทำหน้าที่ลีดเดอร์จำเป็นอย่างที่ไอ้โจโฉมันเรียกร้อง"
"ฮึก ฮึก ฮึก "
"ปล่อยพี่ได้แล้วพี่มีธุระสำคัญที่ต้องรีบไปจัดการ"
คำพูดที่เรียบเฉยเหมือนไม่เคยมีเยื่อไยให้กันมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากจนผมต้องปล่อยโฮออกมาเบา ๆแต่ว่าเขาก็ยังไม่สนใจที่จะหันกลับมาหาผมอยู่ดีไม่มีแม้แต่จะยื่นมือมาซับน้ำตาให้เหมือนที่เขาเคยทำ
"ฮึก ฮึก ฮึก"
สุดท้ายแล้วผมก็จำต้องคลายอ้อมแขนของผมออกจากการกอดเขาเพราะผมไม่อยากเหนี่ยวรั้งเขาไว้ถ้าเขาไม่ต้องการ และหลังจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองผมอีกเลยแต่ผมก็ยังอดเป็นห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี จนผมตัดสินใจขัดคำสั่งเขา โดยการออกจากห้องและแอบเดินตามเขาออกไปเงียบ ๆ จนกระทั่งผมตามเขาไปถึงโซนที่เป็นระเบียงชมวิวของชั้นสิบเจ็ด
[ระเบียงชมวิว]
ผมเห็นไซมอนกำลังยืนคุยกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูแล้ววัยคงจะใกล้เคียงกับเขาและพวกเขายังคุยกันด้วยท่าทางเคร่งเครียดอีกด้วย และถัดจากไซมอนไปเพียงเล็กน้อยผมยังเห็นเฟยหงยืนคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทางที่เคร่งเครียดไม่แพ้กันแต่ผมไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเครียดเรื่องอะไรกันทำไมต้องดูมีลับลมคมในกันขนาดนี้ด้วย
และด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าแฟนของตัวเองกำลังมีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่และด้วยความอยากรู้ว่าเขากำลังคุยอะไรกับชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นอยู่ ผมจึงแอบย่องหลบกล้องวงจรปิดไปตามผนังตึกพร้อมกับคอยหลบลูกน้องของไซมอนเข้าไปเรื่อย ๆจนกระทั่งผมสามารถหลุดออกมาถึงระเบียงชมวิวได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นผมก็แอบย่องเข้าไปหลบอยู่ที่หลังพุ่มไม้ดอกที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ที่ริมระเบียงด้านหลังของไซมอน
แล้วผมก็ได้ยินเสียงพวกเขาคุยกันชัดขึ้นมานิดหน่อยแถมผมยังสามารถมองใบเห็นหน้าของชายหนุ่มลูกครึ่งที่กำลังคุยกับไซมอนได้อย่างชัดเจนอีกด้วยซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าผมคุ้น ๆ หน้าของผู้ชายคนนี้มาก และผมยังค่อนข้างมั่นใจมากเลยว่าผมต้องเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนแน่นอนเพียงแต่ผมจำไม่ได้เท่านั้นเองว่าผมเคยเจอเขาที่ไหน
หลังจากนั้นผมก็พยายามคิดทบทวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่าผมเคยเจอผู้ชายคนนี้ที่ไหนกันแน่จนในที่สุดผมก็จำได้อย่างแม่นยำว่าที่แท้แล้ว ผู้ชายที่กำลังยืนคุยกับไซมอนอยู่ด้วยท่าทางสนิทสนมคนนี้ผมเคยเจอเขาตอนที่อยู่บนเครื่องตอนที่ผมนั่งเครื่องมาที่ฮ่องกงและเขาคนนี้ก็คือคนที่แกล้งเดินมาสะดุดล้มทับผมตรงทางเดินบนเครื่องนั่นเอง
ตอนนี้ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวันนั้นไซมอนถึงรู้การเคลื่อนไหวของผมทุกอย่างและละเอียดขนาดนั้นและเขายังรู้ด้วยว่าผมจะมาถึงฮ่องกงกี่โมงอีกต่างหาก เพราะที่แท้แล้วสองคนนี้เขาก็รู้จักกันมากก่อนนี่เองแถมพวกเขายังดูท่าทางสนิทสนมมากด้วย
เมื่อผมพอจะเดาเหตุการณ์ต่างๆ ออก ผมก็ตั้งใจที่จะลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปถามไซมอนให้รู้เรื่องไปเลยว่า...สรุปแล้ววันนั้นเขาให้คนสะกดรอยตามผมใช่ไหมแต่ว่าก่อนที่ผมจะลุกขึ้นจากที่ซ่อนตัวผมกลับได้ยินไซมอนพูดกับชายหนุ่มคนนั้นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเครียดมาก ผมจึงตัดสินใจที่จะแอบฟังต่ออีกสักเล็กน้อยว่าเขาคุยอะไรกันถึงแม้ว่ามันจะเสียมารยาทมากเลยก็ตามที
แล้วผมก็เอียงหูตั้งใจฟังพวกเขาคุยกันจนผมได้ยินแบบชัดถ้อยชัดคำเลยทีเดียว
"เหวินเป่า? นายคิดว่าคืนนี้ฉันจะชนะมันไหมวะ? "
"ถ้าเฟยหงเป็นคนจ่ายไพ่นายก็อาจจะชนะได้แบบง่าย ๆ แต่ถ้าเอาแฟนนายซึ่งไม่มีประสบการณ์เลยมาเป็นคนจ่ายไพ่นายก็อาจจะแพ้ได้ไม่ยาก"
ไซมอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขาด้วยสีหน้าเครียดๆ ก่อนที่เขาจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดดูดพร้อมกับพ่นควันเข้าออกอย่างคนที่กำลังคิดไม่ตกจนกระทั่งเขาดูดบุหรี่หมดไปทั้งมวนแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นมาพูดกับชายหนุ่มที่เขาเรียกว่าเหวินเป่าต่อด้วยเสียงเรียบเฉย
"แต่ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับดวงป่ะวะ?"
"นายคิดว่าคนอย่างไอ้โจโฉมันจะกล้าเสี่ยงวัดดวงกับนายจริงๆ เหรอวะ นายก็รู้ดีนี่หน่าว่ามันสันดานกัดไม่ปล่อยน่ะ"
ชายหนุ่มลูกครึ่งพูดกับไซมอนด้วยสีหน้าเครียดและไซมอนเองก็ดูเครียดไม่แพ้กันเลยก่อนที่เขาจะถามชายหนุ่มลูกครึ่งออกไปเชิงปรึกษา
"แล้วนายคิดว่าคราวนี้มันจะมาไม้ไหนวะ?"
"ไม่รู้...แต่วันนี้ฉันสั่งติดกล้องเพิ่มจากชั้นใต้ดินออกไปจนถึงลานจอดรถด้านหน้าแล้วล่ะยกเว้นห้องน้ำที่ไม่ได้ติด"
"อืม...ขอบใจนะ"
"จะขอบใจทำไมวะฉันก็ต้องรักษาผลประโยชน์อยู่แล้วป่ะวะ? "
"ผลประโยชน์อะไรของนายฉันไม่ได้เอาคาสิโนไปเดิมพันกับมันสักหน่อย"
ชายหนุ่มยกยิ้มออกมาเบา ๆก่อนที่เขาจะพูดกับไซมอนออกมาเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งว่า
"หึ...แต่นายก็เอาหัวใจเป็นเดิมพันไม่ใช่เหรอ?นั่นมันแฟนนายทั้งคนนะ แล้วฉันจะทำเป็นเมินเฉยได้ยังไงล่ะ จริงไหม?"
"แต่นายก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้อยู่แล้วนี่"
"ใครบอกว่าไม่มีนายไม่เคยได้ยินเหรอที่เขาชอบพูดกันว่า ขาดเธอขาดใจน่ะ ถ้านายต้องเสียเขาไปแล้วถ้าเกิดหุ้นส่วนของฉันอย่างนายเกิดเป็นบ้าขึ้นมา แล้วฉันจะทำยังไงวะ?"
ไซมอนระบายยิ้มออกมาด้วยท่าทางพอใจกับคำพูดของคู่สนทนาพร้อมกับเอ่ยปากถามชายหนุ่มกลับไปด้วยท่าทีหยอกล้อ
"หึ...คุณชายรั่วครับ? มึงพูดอะไรของมึงวะ?"
และชายหนุ่มลูกครึ่งก็ยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนจากใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มเป็นหน้าเครียดอย่างรวดเร็วพร้อมกับถามไซมอนกลับมาด้วยท่าทางสงสัยว่า
"อ้อจริงสิ...แล้วแฟนนายเขารู้รึเปล่าว่านายจะ...ใช้เขาเป็นเดิมพันกับไอ้โจโฉมันคืนนี้"
ประโยคคำพูดที่ชายหนุ่มลูกครึ่งถามไซมอนออกมามันทำให้ผมถึงกับน้ำตาคลอออกมาอย่างห้ามไม่ได้เลยผมรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันทีจนต้องยกมือขึ้นมาทาบทับบริเวณตำแหน่งของหัวใจผมเพราะผมรู้สึกเจ็บและจุกจนเหมือนจะหายใจไม่ออกเลย
แต่ว่าเมื่อผมเพ่งมองใบหน้าของผู้ชายที่ผมรักที่สุดอย่างไซมอนผ่านม่านดวงตาของผมออกไปผมกลับเห็นเขายกยิ้มร้ายออกมาพร้อมกับหัวเราะคิกคักกับชายหนุ่มลูกครึ่งเหมือนกับว่าเขากำลังพออกพอใจมาก
จากนั้นเขาก็เอ่ยปากพูดกับชายหนุ่มลูกครึ่งที่ชื่อเหวินเป่าออกมาเสียงเรียบเหมือนกับว่าการที่เขาใช้ผมเป็นของเดิมพันมันเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับเขา เพราะเขาตอบเหวินเป่ากลับไปว่า
"เปล่า...เขายังไม่ตัวรู้หรอกฉันยังไม่ได้บอกเขาเลย เพราะฉันคิดว่าถ้าฉันชนะ ฉันก็จะไม่บอกเขาเลย ยกเว้นแต่ว่า...ถ้าฉันแพ้...เขาถึงจะรู้"
"ตามใจ...แต่ตอนนี้ฉันว่าฉันขอแยกย้ายเลยดีกว่าว่ะเพราะฉันจะได้รีบไปเตรียมคนของเราไว้ด้วย เผื่อว่าคืนนี้ไอ้โจโฉมันเล่นไม่ซื่อกับนายฉันจะได้รับมือกับมันได้ทัน"
"อืม...ฉันก็กำลังจะลงไปข้างล่างแล้วเหมือนกันถ้างั้นเราก็เดินลงไปพร้อมกันนี่แหละ"
"อืม...งั้นก็ไปสิ"
หลังจากนั้นทั้งไซมอนและเหวินเป่าก็ต่างพากันเดินออกจากบริเวณระเบียงชมวิวไปพร้อมๆ กับเฟยหง รวมถึงลูกน้องของเขาทุกคนก็ตามไปด้วย
ซึ่งผมเองก็มองตามเขาออกไปจนผมมั่นใจว่าพวกเขาไปกันหมดแล้วผมจึงค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนราบไปกับพื้นอย่างสิ้นหวัง ก่อนที่ผมจะร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจอย่างเงียบๆ นาทีนี้ผมเสียใจมากที่เขามองเห็นค่าของผมแค่...เพียงของเดิมพันเท่านั้น...
*****
ซันด๊อก