ณ วังั เฉินเซี่ยกำลังนั่งอ่านจดหมายที่ถูกส่งมาขอความช่วยเหลือซึ่งเขาก็ให้การช่วยเหลือไปทุกฉบับไม่เว้นแม้กระทั่งจดหมายที่ส่งมาจากนอกเขตปกครอง เนื่องจากเขาไม่อาจนิ่งเฉยต่อความลำบากของผู้อื่นได้ ในขณะนั้นิคังได้นำชาอื้อเหนียนเข้ามาให้เฉินเซี่ยพอดี
“ชาอื้อเหนียนจากเมืองเว่ยถีขอรับคุณชาย”
“ขอบใจมาก..ิคัง นางเป็อย่างไรบ้าง?”
“หมายถึงคุณหนูหลี่หรือขอรับ ตอนนี้นางอยู่ที่จวนกับหลิงหลิงและดูเหมือนว่าพวกนางจะเข้ากันดีด้วยขอรับ”
“ดีแล้ว…นางจะได้มีเพื่อนคุย”
“คุณชาย…นี่ก็ผ่านมาเกือบ 2,000 ปีแล้ว คุณชายไม่คิดที่จะเปิดใจให้กับคนอื่นๆ…บ้างหรือขอรับ?”
“เ้าหมายถึงชางไห่หรอ?”
“ชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่ ย่อมเสื่อมโทรมลง หากไร้ทายาทไว้สืบสกุลนะขอรับ ตั้งเเต่คุณหนูม่านเฉวเสียไป คุณชายไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีนางใดเลย หากยังเป็เช่นนี้ต่อไป เผ่าัของเราต้องจบสิ้นเเน่ขอรับ”
“เ้ากำลังจะบอกให้ข้า..กับชางไห่อย่างนั้นหรือ?”
“หากดูให้ดี นางก็มิใช่คนหน้าตาเลวร้ายอะไร อีกอย่างนางก็ดูจะมีใจให้ท่านอยู่มาก ทำไมเราไม่ใช้โอกาสนี้เพื่อสืบทอดเผ่าัของเราให้ยิ่งใหญ่ต่อไปล่ะขอรับ” เฉินเซี่ยครุ่นคิดอยู่นานเพราะเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงนานมากแล้วและนี่ก็เป็การพูดถึงสตรีนางอื่นต่อหน้าหลุมศพของม่านเฉวเสียด้วย
“อีกทั้งการพบปะสังสรรค์จากหัวหน้าเผ่า ต่างเมืองต่างเเคว้น คุณชายก็ละเลยมานานแล้ว ข้าว่ามันถึงเวลาที่คุณชายควรจะเปลี่ยนแปลงตนเองและกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งนะขอรับ นายน้อยผู้เ็าจะกลับมามีหัวใจอีกครั้งนีง ข้าว่าเผ่าัต้องครึกครื้นกว่าเมื่อก่อนเเน่ๆขอรับ”
“จริงอย่างที่เ้าพูด ตั้งเเต่ม่านเฉวจากข้าไป ใจข้ามันขาดรอนออกเป็เสี่ยงๆ ไม่อยากเจอหน้าใครอีกแม้กระทั่ง….!”
“ข้าน้อยได้ข่าวมาว่า หลิวต้าถัง ตอนนี้กำลังเดินทางตีวงล้อมยึดเมืองน้อยใหญ่ไปทั่วและเห็นว่าเร็วๆนี้จะเดินทางมาใกล้ๆเขตปกครองของเผ่าัด้วยขอรับ”
“เ้าว่าอะไรนะ! หลิวต้าถัง!!!” ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ ภาพอันแสนเ็ปในวันนั้นก็ลอยเข้ามาในหัวของเฉินเซี่ยทันที
“สั่งทหารของเราให้จับตาดูทุกฝีก้าว เมื่อใดที่หลิวต้าถังปรากฏตัวในเขตของเรา จัดการได้เลย!! ข้ออนุญาต!!” ความเเค้นที่ฝังใจทำให้สายเืแห่งพี่น้องขาดสะบั้น เมื่อต้าถังประกาศตัวว่าจะเป็ปรปักษ์กับเฉินเซี่ย ดังนั้นเขาไม่มีความจำเป็ใดที่จะต้องเกรงใจต้าถังอีก ความเป็พี่น้องระหว่างพวกเขามันจบลงั้แ่วันที่ต้าถังทำลายหัวใจของเฉินเซี่ยไปแล้ว!! เฉินเซี่ยพูดคุยกับิคังโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนผ่านมาได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกันพอดี
“นี่ข้าฟังไม่ผิดใช่ไหม ท่ารราชทูติคังกำลังเชียร์ข้าให้คุณชายหวังฮ้าฮ่า!! ใช่..ข้านี่แหละเหมาะสมแล้วที่จะเป็ผู้ให้กำเนิดทายาทไว้สืบทอดเผ่าั เเต่สาเหตุที่ทำพี่ไม่ยอมเปิดใจให้ข้าสักที ก็เพราะหลุมศพบ้าๆนี่อย่างนั้นหรอ เฮอะ!! ม่านเฉว เ้าต้องได้เจอกับข้าเเน่ๆ! เ้าตายไปแล้วถือว่าหมดสิทธิ์เพราะฉะนั้นข้าจึงเหมาะสมที่สุด จำเอาไว้!!” ชิวสุ่ยยืนต่อว่าหลุมศพเงียบๆในขณะที่แอบมองเฉินเซี่ยอยู่ เมื่อได้ยินว่าเฉินเซี่ยจะเริ่มเปิดใจ นางรีบเดินจ้ำอ้าวกลับไปที่จวนเพื่อคิดหาวิธีเร่งทำคะเเนนทันที
“คุณหนูหลี่..ไปไหนมาหรือเ้าคะ?”
“ข้าไปไหนมาเ้าไม่ต้องรู้หรอก ว่าเเต่เ้าทำอาหารเป็ไหม?”
“ทำอาหารหรือเ้าคะ?”
“ใช่ อาหาร”
“คุณหนูหลี่ หิวแล้วหรือเ้าคะ?”
“ข้าไม่ได้จะกินเอง เเต่ข้าจะทำไว้รอต้อนรับคุณชายหวังต่างหากล่ะ นี่..เ้ารู้ไหมว่าคุณชายหวังชอบกินอะไร?”
“หากเป็เื่ทั่วไป ข้าก็พอจะทราบ เเต่ถ้าเป็เื่ส่วนตัวจริงๆ หลิงหลิงไม่อาจเอื้อมเ้าค่ะ”
“สิ่งที่ชอบๆ ใช่..กระหล่ำปลีผัดน้ำปลา!! เ้าทำกะหล่ำปลีผัดน้ำปลาเป็หรือไม่?” เนื่องจากการทานข้าวด้วยกันรอบก่อนจึงทำให้ชิวสุ่ยจำได้ว่า นางตักกะหล่ำปลีผัดน้ำปลาให้เฉินเซี่ยและเขายังบอกอีกว่านั่นคือเมนูโปรดของเขา
“ปะ..เป็..เ้าค่ะ..เเต่ว่า….”
“เเต่อะไร?”
“จนถึงตอนนี้ ผักจากเผ่าจิ้งจอกยังมาส่งไม่ถึงเลยเ้าค่ะ”
“เกิดอะไรขึ้น ท่านแม่ทำอะไรอยู่นะ! ไม่เป็ไร..เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง เ้าไปเตรียมอุปกรณ์อื่นไว้ เดี๋ยวข้าจะไปหากระหล่ำปลีเอง” ชิวสุ่ยคิดสั้นๆโดยการจะรีบกลับไปเอากระหล่ำปลีที่บ้านของนาง เเต่ทว่าในขณะที่นางกำลังจะวิ่งออกจากประตูวังันั้น เฉินเซี่ยกับิคังก็ได้ผ่านมาเห็นเข้าพอดี
“นั่นคุณหนูหลี่นี่ขอรับ”
“นางจะรีบไปไหนของนาง หรือว่าที่เผ่าจิ้งจอกเกิดอะไรขึ้น ิคัง รีบไปขวางนางไว้ อย่าให้นางทำอะไรผลีผลาม!!”
“ขอรับคุณชาย!!” ิคังใช้วิทยายุทธตัวเบาะโไปขวางหน้านางไว้พร้อมเชื้อเชิญจะพาตัวนางกลับ เเต่ทว่าชิวสุ่ยไม่ยอมกลับและยังคงรั้นที่จะไปเผ่าจิ้งจอกให้ได้ เฉินเซี่ยที่ยืนมองอยู่นานเห็นว่าิคังไม่สามารถห้ามนางได้ เขาจึงต้องออกโรงเอง ไม่กี่วินาทีเฉินเซี่ยก็ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าชิวสุ่ย นางใมากที่เห็นว่าตรงหน้าคือเฉินเซี่ย…
“คะ..คุณ..คุณชายหวัง!!”
“เ้ากำลังจะรีบไปที่ใด?”
“คือว่าข้า…เอ่อคือ…ข้ากำลังจะรีบกลับบ้านเ้าค่ะ!”
“กลับบ้าน?..กลับไปทำไม..ที่บ้านของเ้าเกิดอะไรขึ้น?”
“ข้าทราบข่าวจากหลิงๆว่า ณ ตอนนี้เผ่าจิ้งจอกยังไม่ได้เอาผักมาส่งวังัเลย ข้าเกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นั่น..ข้าก็เลยจะไปดูเ้าค่ะ”
“เ้ามาที่นี่ในฐานะผู้ลี้ภัย เหตุใดเ้าถึงจะกลับไปที่เมืองของเ้าอย่างง่ายดายเช่นนี้? ข้าชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเ้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลใดกันเเน่!!” เฉินเซี่ยเริ่มสงสัยถึงสาเหตุการมาอยู่ที่นี่ของชิวสุ่ยแล้ว ซึ่งเนื้อความในจดหมายก็บอกเเค่ว่าลี้ภัยชั่วคราว เเต่ไม่ได้ระบุว่าต้องลี้ภัยเพราะอะไร เฉินเซี่ย้าคำตอบเื่นี้เขาจึงได้พาตัวชิวสุ่ยกลับจวนและยกเลิกทุกอย่างที่ชิวสุ่ยกำลังจะทำ เฉินเซี่ยนั่งมองชิวสุ่ยอยู่นานก่อนจะลุกขึ้นและเดินวนรอบๆตัวนางเพื่อหาพิรุธอะไรบางอย่าง ชิวสุ่ยทนอยู่กับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงได้พูดเื่ที่นางกำลังทำให้เฉินเซี่ยฟัง
“อะไรนะ!!..เ้าจะกลับไปเอากะหล่ำปลีที่เมืองของเ้า เพื่อนำมาทำอาหารให้ข้ากินนี่นะ?”
“ข้าจำได้ว่าคุณชายหวังชอบทานกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ข้าก็เลยตั้งใจจะทำให้ท่านกินเพื่อเป็การแสดงความขอบคุณที่ท่านให้การช่วยเหลือข้า เเต่ข้ารู้มาว่าผักจากเมืองของข้ายังไม่มาส่ง ข้าก็เลย…..”
“เอาหล่ะ..ข้าเข้าใจในเจตนาของเ้าแล้ว ขอบใจเ้ามากที่อยากทำให้ข้ากิน…เเต่เ้าก็ไม่ควรลงทุนถึงขนาดนั้น รอให้ผักมาส่งก่อนก็ได้..ข้ารอไหว”
“เ้าค่ะคุณชาย”
“ต่อไปนี้..ให้เ้าเรียกข้าว่า พี่ ละกัน” ชิวสุ่ยแทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง สิ่งที่เฉินเซี่ยพูดเมื่อครู่นั้น มันเท่ากับว่าเขากำลังจะขยับสถานะของนางขึ้นมาอีกหนึ่งระดับนั่นเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเฉินเซี่ยคิดจะลองเปิดใจให้ชิวสุ่ยจริงๆ…ทาง ด้านิคังที่ได้ยิน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ นายน้อยผู้เ็ากำลังจะกลับมามีหัวใจอีกครั้งแล้ว…