บทที่ 15
แผนการลอบสังหาร
่เวลากลางดึกสงัด อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะรุ่งเช้า เป็่เวลาที่คนในคาราวานหลับกันหมด จะเหลือเพียงกลุ่มคนเฝ้ายามและหน่วยลาดตะเวนคอยตรวจตราอันตรายและความเรียบร้อยเท่านั้น
ในตอนนั้นเอง ใบมีดสีวาวพุ่งแหวกความมืด แทงทะลุลำคอของหน่วยลาดตระเวนเืสดๆไหลออกทันที เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะเปล่งเสียงเนื่องจากใบมีดนั้นเฉือนตัดไปที่หลอดลมอย่างชำนาญยิ่ง หมดสิทธิ์ที่จะได้ร้องเตือนคนอื่นให้ระวังตัว
เพียงแค่วินาทีเดียวที่แสงจันทร์ตกกระทบเงาร่างสีดำที่ขยายออกเป็สองทิศทาง ไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมาของพวกเขาได้เลย เนื่องจากกลุ่มขบวนส่งสินค้านั้นมีรูปขบวนเป็แนวตั้งเรียงแถวกันถึงห้าขบวน ประกอบกับความน่ากลัวของบรรยากาศในค่ำคืนและอากาศที่หนาวเหน็บ จากเดิมคนในคณะที่กระจายตัวกันนอนอยู่รอบคาราวาน กลับมากระจุกรวมกลุ่มกันอยู่บริเวณกองเพลิงตรงกลางที่จุดไว้เพื่อให้ความอบอุ่น
เพียงไม่ถึงสิบวินาที ร่างไร้ิญญาของหน่วยลาดตระเวนค่อยๆล้มลงไปกับพื้นทีละคนสองคน ชายในชุดคลุมสีดำ กำลังทำสัญญาณมือเป็การสั่งการ ส่วนอีกสองคนทำหน้าที่เป็หมาล่าเนื้อไล่สังหารผู้คนด้วยความเงียบ ดูจากทิศทางการสังหารเป้าหมายของพวกเขาคล้ายกำลังตามหาคนที่อยู่ในขบวน
ฟิ้วว...คมมีดพุ่งเข้าใส่ร่างของหัวหน้าหน่วยลาดตระเวน ชายผู้นี้มีประสบการณ์ต่อสู้ จึงทำให้เขาสามารถเอียงศีรษะหลบคมได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่ทว่าแม้จะหลบได้ทันท่วงทีก็ตาม แต่ความคมที่เกิดจากความเร็วในการจ้วงแทงกรีดอากาศ ได้ปรากฏรอยยาวบนลำคอของเขา หยดเืไหลลงสู่พื้นอย่างน่ากลัว
หัวหน้าหน่วยใช้มือกดาแไว้ ใบหน้าของเขาซีดขาวทันที เขารีบเปล่งเสียงคำรามดังก้อง “ทุกคนระวังตัว พวกเรากำลังถูกโจมตี!!!”
ยังไม่ทันลากเสียงเปล่งได้เต็มปอด การโจมตีครั้งที่สองก็พุ่งตรงเข้ามา และในครั้งนี้ หัวหน้าหน่วยลาดตะวันไม่อาจหลบพ้นจึงต้องคมมีดตกตายลงทันที
เพียงแค่่เวลาสั้นๆ กลุ่มผู้คุ้มกันทั้งห้าขบวนปรากฎตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือเตรียมต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ตัวของเอเวาเลือกที่จะหลบอยู่ในมุมมืดของต้นไม้ เธอจ้องมองสถานการณ์ที่กำลังตรึงเครียดด้วยความเงียบ
เวลานั้น ชายในชุดคลุมดำ ก้าวเดินออกมาด้านหน้าแสดงตัวว่าเขาเป็หัวหน้าของนักฆ่าทั้งสองคน ชายชุดคลุมดำ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งเย็นเยียบ
“ทุกคนอยู่ในความสงบ หากใครคิดหนี มันผู้นั้นจะตายเป็คนแรก”
ได้ยินแบบนั้น หัวหน้าขบวนคาราวานขมวดหวาดคิ้วด้วยสีหน้าตรึงเครียด อีกฝ่ายเห็นกำลังต่อสู้และจำนวนที่มากกว่าถึงสิบเท่า แต่กลับไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังพูดเหมือนว่าพวกเขาถือไพ่เหนือกว่าอีกด้วย
“พวกท่าน ้าอะไร??” หัวหน้าขบวนเอ่ยถาม เห็นได้ชัดว่ากลุ่มคนตรงหน้าไม่ใช่พวกโจรทั่วๆไป
ดวงตาเล็กแหลมของชายชุดดำจ้องมองไปยังหัวหน้าคาราวาน
“เ้าคืออัศวินเหล็ก โอเวน หัวหน้าคาราวานสินค้าสินะ ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี อย่าได้ขัดขืนมอบสิ่งที่ข้า้า แล้วชีวิตของคนส่วนใหญ่จะรอดปลอดภัย”
เอวาที่ซ่อนตัวอยู่มองพิจารณาหัวหน้านักฆ่า ในฐานะทหารรับจ้างที่เคยปะทะกับเหล่านักฆ่ามามากมาย เธอรับรู้ได้เลยว่า ชายคนนี้เหนือกว่านักฆ่าคนใดในโลกของเธอ
“กลิ่นอายที่เขาปลดปล่อยออกมา เหมือนกับครีโม่ไม่มีผิด เป็ผู้ผสานไดรฟ์ระดับเงินหรือบางทีอาจเหนือไปกว่านั้น”
ศัตรูล่วงรู้ถึงฐานะของหัวหน้าคาราวานได้อย่างง่ายดาย แต่กลับกัน โอเวนไม่รู้เลยว่า นักฆ่าเหล่านี้เป็ใครมาจากไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัด กลุ่มคนพวกนี้ไม่ใช่โจรอย่างแน่นอน...ถึงแม้ว่า นักฆ่าสองคนจะไม่ใช่ผู้ผสานไดรฟ์แท้ แต่มีความแข็งแกร่งอยู่ในจุดสูงสุดของระดับทองแดง ส่วนหัวหน้าของอีกฝ่าย อยู่ในขั้นสูงสุดของระดับเงินพร้อมที่จะพัฒนาไประดับทองได้ตลอดเวลา โอเวนตระหนักรู้ได้ทันที ไม่ต้องพูดถึงการช่วยเหลือทุกคนในขบวนให้รอดปลอดภัย แม้แต่ตัวเองจะสามารถเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์ตรงหน้าได้หรือไม่ก็ยังไม่ใช่เื่ที่พูดได้อย่างมั่นใจ
“พวกท่าน้าสิ่งใด ข้ายอมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็ทรัพย์สินหรือของมีค่าชิ้นใด ขอแค่พวกท่าน รับรองความปลอดภัยของทุกคน”
ลูกน้องคนสนิทของโอเวน ะโออกมาด้วยความโมโห “หัวหน้า เราจะไปยอมพวกมันทำไม เรามีคนมากกว่า ก็แค่ระดับทองแดงสองคน และ ระดับเงินหนึ่งคน ฝ่ายเรามีท่านที่อยู่ระดับเงินและยังมีคนที่อยู่ในระดับทองแดงอีกหกคน” จากนั้นเขาปลดปล่อยออร่าปกคลุมไปกับดาบเคลย์มอร์ในมือ เปลวไฟสีทองแดงรุกท่วมดาบเป็แนวยาว
“หยุดก่อน!!” ไม่ทันที่เสียงของโอเวนจะกล่าวห้ามได้ทัน ร่างของอัศวินผู้นั้นพร้อมกับดาบยาวในมือพุ่งเข้าโจมตีอีกฝ่ายทันที
“เพราะแบบนี้ พวกที่ผสานเข้ากับไดรฟ์เทียมจึงไม่ถูกยอมรับให้เป็ชนชั้นสูงยังไงละ??” สิ้นเสียงของชายชุดคลุมดำ เขาสะบัดแขนเสื้อไปในระดับศีรษะ ออร่าสีเงินส่องสว่างวูบจนแสบตา จากนั้นภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนคือร่างกายของอัศวินระดับทองแดงถูกผ่าเป็สองส่วนอย่างน่าสยดสยอง
ความตายของอัศวินระดับทองแดงยิ่งตอกย้ำความคิดโอเวน
‘ไม่ผิดแน่ คนผู้นี้ใกล้จะทะลุผ่านไประดับเงิน กลายเป็นักรบระดับทองแล้ว’
เอวาหรี่สายตาแคบ นักสู้ที่พึ่งจะถูกฆ่าตายในพริบตานั้น หากเทียบระดับความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นกับตัวเธอเองแล้ว เอวามั่นใจว่าจะไม่สามารถลงมือสังหารได้เหมือนอย่างที่ชายชุดดำกระทำไปอย่างแน่นอน
จากนั้นชายชุดคลุมดำเปล่งเสียงเย็น กล่าวคำถามออกมา “ในคาราวานแห่งนี้มีเด็กสาวอายุสิบสองถึงสิบสามปีหรือไม่?”
โอเวนกำลังจะส่ายศีรษะปฏิเสธ แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ในวันสุดท้ายก่อนจะออกเดินทาง มีเด็กสาวคนหนึ่ง ขอติดขบวนไปยังดินแดนตอนเหนือ ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิดว่าจะพูดความจริงตอบกลับไปหรือไม่ ชายชุดคลุมดำสังเกตสีหน้าของโอเวน จึงพูดย้ำ เตือนสติให้โอเวนรู้ถึงสถานะของตัวเอง
“เ้าคงไม่คิด แลกชีวิตของคนทั้งคาราวานกับเด็กคนเดียวหรอกจริงมั้ย??”
ฟังเช่นนั้นโอเวนได้แต่จำยอมเล่าความจริงออกมา “มี...มีเด็กสาวคนหนึ่งจริงๆ แต่ว่าข้าให้นางอาศัยอยู่ในขบวนสุดท้าย”
“พาข้าไปพบ”
“ตกลง แต่ท่านต้องทำตามสัญญา ว่าจะไม่ทำร้ายคนอื่น”
“นั้นก็อยู่ที่ว่า เ้าพาข้าไปพบกับสิ่งที่้าหรือไม่”
แม้จะอยู่ไกลออกไป แต่เอวาสามารถอ่านริมฝีปากและปะติดปะต่อเนื้อหาได้ทั้งหมด ว่าพวกเขาสองคนกำลังพูดคุยเื่ใดกันอยู่
‘เป้าหมายของนักฆ่าพวกนี้คือฉันงั้นเหรอ??...ไม่ใช่ฉัน...แต่เป็เอวาลีนสินะ!!’
